วิสาหกิจชุมชน
วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด จัดตั้งเมื่อ 24 สิงหาคมคม 2555 สมาชิกแรกตั้ง 7 คน สมาชิกปัจจุบัน 90 คน ประธานกลุ่ม นายศักดิ์ชัย เอี่ยมบุญญฤทธิ์ ที่ทำการกลุ่ม บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด โทรศัพท์ 061-660-0955 ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่ม วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด เกิดจากการรวมกลุ่มคนในชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวทำกิจกรรมเพื่อหารายได้เสริมจากอาชีพประมงชายฝั่งและแปรรูปสัตว์น้ำและช่วยกันแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่ ปี 2547 จึงเกิดการบริการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เนื่องจากสภาพพื้นที่ตำบลน้ำเชี่ยวมีความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต เช่น ปู ปลา หอย และนก นอกจากนั้น บ้านน้ำเชี่ยวยังมีเอกลักษณ์ของวิถีชุมชนของการอยู่ร่วมกันของชาวไทยพุทธและไทยมุสลิม มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ปี 2549 ได้ริเริ่มปรับปรุงบ้านพักอาศัยให้เป็นโฮมสเตย์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่สมาชิกและชุมชนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม วิสาหกิจช
ข้าวอินทรีย์เป็นการผลิตข้าวที่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ตลอดจนสารสังเคราะห์ต่างๆ ทุกชนิด อีกทั้งยังต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และเทคนิคอื่นๆ ตามมาตรฐานอินทรีย์อีกมากมาย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแหล่งปลูกข้าวอินทรีย์ที่ได้มาตรฐานในประเทศจึงมีน้อย ขณะเดียวกัน ก็มีเกษตรกรรายใหม่สมัครใจเข้ามาปลูกข้าวอินทรีย์กันเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีแรงจูงใจจากราคาขายและความต้องการของตลาดที่ยังเปิดกว้าง คุณประมวล ขันธ์เพชร ประธานกลุ่ม “วิสาหกิจชุมชนร่วมใจโนนค้อทุ่ง” ตั้งอยู่เลขที่ 157 หมู่ที่ 5 ตำบลโพนเมืองน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ บอกว่า ในอดีตชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาการปลูกข้าวมายาวนานจนมีรายได้ลดลงหรือบางรายมีหนี้สินจึงตัดสินเปลี่ยนมาปลูกข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานภายใต้ความอดทนต่อระเบียบ เงื่อนไขทั้งในเรื่องขั้นตอนการปลูก รวมถึงความซื่อสัตย์ เพราะเล็งเห็นว่ากำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคซึ่งมีตลาดรับซื้อแน่นอนในราคาที่ดี ประธานกลุ่มกล่าวยอมรับว่าการปลูกข้าวอินทรีย์ในยุคแรกของการปรับเปลี่ยนในสังคมคนทำนาด้วยกันยังไม่มีใครยอมรับ หรือแม้แต่ในจังหวัดอำนาจเจริญยังไม่ใช่กลุ่มใหญ่ที่เข้มแข็ง ด้วยเ
กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมจัดใหญ่ “วิสาหกิจชุมชนแฟร์ 2018” 22 – 25 ก.พ.นี้ ขนทัพสินค้าภูมิปัญญาไทยจากกลุ่มวิสาหกิจทั่วประเทศจำหน่ายราคาพิเศษ พร้อมเปิดเวทีเจรจาธุรกิจ หวังเชื่อมโยงโลกการค้า ผลักดันวิสาหกิจชุมชนกว่า 8 หมื่นแห่งเพิ่มขีดความสามารถ นางยุพา อินทราเวช ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กล่าวว่า การส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน เป็นการส่งเสริมความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างรายได้ พัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง พร้อมสำหรับการแข่งขันทางการค้า โดยการจัดงานวิสาหกิจชุมชนแฟร์ 2018 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 25 กุมภาพันธ์นี้ ณ เพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “Smart Product by วิสาหกิจชุมชน” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะผลักดันความเข้มแข็งของวิสาหกิจชุมชน ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศที่มีจำนวน 8 หมื่นแห่ง หรือราว 1.4 ล้านคน ได้ต่อยอดธุรกิจทั้งในด้านพัฒนา องค์ความรู้ด้านนวัตกรรม ด้านแนวทางทำการตลาด และการเจรจาธุรกิจสู่เวทีการค้าโลก “นอกจากการรวบรวมสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศมากถึง 270 ร้านค้ามาจัดจำหน่าย สร้า
วันที่ 18 ม.ค.รายงานข่าวจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนระโนด จ.สงขลาว่า กล้วยหอมทองปลอดสารพิษ ต.ปากแตระ อ.ระโนด ได้พัฒนาด้านการตลาด ตั้งโรงงานรวบรวมผลผลิตกล้วยหอมทองและแปรรูปกล้วยหอมทอง เพื่อขยายตลาดโดยการแพ็คส่งขายร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง 397 สาขาใน จ.สงขลา พัทลุง ตรัง สตูล ปัตตานี ยะลาและจ.นราธิวาส รายงานข่าวว่า ในโรงงานรวบรวมผลผลิตกล้วยหอมทองและแปรรูปกล้วยหอมทอง มีนายจิระวัฒน์ ภักดี ประธานวิสาหกิจชุมชนระโนดกล้วยหอมทองปลอดสารพิษ พร้อมสมาชิกได้ทำการตรวจกล้วยหอมทองในโรงบ่มกล้วย ที่เป็นห้องแอร์ควบคุมอุณหภูมิ 26 องศา ที่ส่งจำหน่ายงวดแรกในวันที่ 18 ม.ค. “พนักงานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนระโนดได้ทำการแพ็คกล้วยหอมทองบรรจุใส่ถุง ล็อตแรก 5,955 ผล และจะส่งทุกวันวันละ 4,000 – 6,000 ผล ราคาขายผลละ 8 บาท และขณะนี้กล้วยหอมทองของสมาชิกที่อยู่ในกลุ่ม สามารถรองรับออเดอร์ได้ทุกวัน” นายจิระวัฒน์ เปิดเผยว่า ทางซีพีออยได้ส่งเจ้าหน้าที่มาทำการฝึกอบรมคนงานในโรงบ่ม สอนวิธีคัดกล้วย การบ่มสี ชั่งขนาดน้ำหนักกล้วยที่ส่งให้กับเซเว่น อีเลฟเว่น น้ำหนัก 120 กรัมต่อผล ซึ่งเป็นน้ำหนักมาตรฐานที่ส่งขาย นายจิรวัฒน์ เ
วิสาหกิจกลุ่มอนุรักษ์ฟื้นฟูมะพร้าวครบวงจร บ.คลองวัว ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ. สมุทรสงคราม “จากความสามัคคี ก่อให้เกิดพลังในการพัฒนา กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ส่งต่อให้กับคนในชุมชนได้เรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตนเองแทนการรอความช่วยเหลือจากภายนอก”
สารคดีเสียงจากแผ่นดิน ตอน “ข้าวสังข์หยดพัทลุง ของดีจากภาคใต้” ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง ต้นแบบเกษตรกรไทยสู่ความยั่งยืน จากกลุ่มออมทรัพย์เล็กๆที่ตั้งขึ้นเพื่อออมเงินในชุมชน วันนี้ได้พัฒนากลายเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตข้าวสังข์หยด หรือ ข้าวจีไอ (GI คือ ได้รับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) รายแรกของประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย กลายเป็นแหล่งผลิตใหญ่ที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านเขากลาง อำเภอปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ได้อย่างยั่งยืน
วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนตำบลไร่มะขาม เพชรบุรี ผลิตข้าวหอมปทุมธานีออร์แกนิก 100% ออกสู่ตลาดโดยไม่ผ่านพ่อคนกลาง ชูจุดเด่นเหนียว นุ่มใกล้เคียงข้าวหอมมะลิและขายราคาต่ำ นายภูเบศ ผ่องธนภัทร ผู้จัดการโครงการรอยยิ้มชาวนา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการที่วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนตำบลไร่มะขาม อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งร่วมกับคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีปลูกข้าว จัดตั้งโรงสีข้าวและวางแผนขายข้าวเองแบบครบวงจรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ล่าสุดโครงการนี้ได้สร้างโรงสีแปรรูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมดำเนินการจัดจำหน่ายข้าวตรา “รอยยิ้มชาวนา” โดยตรงแก่ผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคข้าวหอมปทุมธานีออร์แกนิก ข้าวไรซ์เบอร์รี่ออร์แกนิก ชาใบข้าวออร์แกนิก ฯลฯ ในราคาค่อนข้างต่ำคือ ข้าวหอมปทุมธานีออร์แกนิก ขนาดถุงละ 5 กิโลกรัม เพียง 160 บาท เท่านั้น ซึ่งจุดเด่นของข้าวหอมปทุมธานีออร์แกนิกมีความเหนียวและนุ่มใกล้เคียงกับข้าวหอมมะลิ เพราะใช้เทคโนโลยีควบคุมการให้น้ำและใส่ปุ๋ยจากมหาวิทยาลัยศิลปากร และได้ผลผลิตสูงถึงไร่ละ 1 ตันข้าวเปลือก
เครื่องหนังบุญเพ็ง วิสาหกิจชุมชน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว 1 ใน 12 ของนักศึกษาชั้นปีที่ หลักสูตร4ปีเทียบโอน) สาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี ลงพื้นที่ในการปฏิบัติงานจริง ด้านการตลาดเข้าไปพัฒนาสินค้าวิสาหกิจชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิมพา หิรัญกิตติ เปิดเผยว่า สำหรับกระบวนการเรียนการสอนวิชา WiL การบูรณาการวิชา 4 วิชา ของสาขาวิชากาตลาด คณะบริหารธุรกิจเข้าด้วยกัน ได้แก่ วิชาการบริหารการค้าปลีก วิชาการบริหารการตลาด วิชาการบริหารการขาย และวิชาการตลาดลูกค้าสัมพันธ์ บรรจุในการเรียนการสอนของนักศึกษาทุกชั้นปีของสาขาวิชาการตลาด เพื่อให้นักศึกษานำความรู้ในด้านการตลาดเข้าไปพัฒนาสินค้าวิสาหกิจชุมชน ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์, การออกแบบบรรจุภัณฑ์, การใช้เครื่องมือการติดต่อสื่อสารการตลาด (Integrated Marketing Communication-IMC) และการทำตลาดดิจิตอล ยกระดับสินค้าวิสาหกิจชุมชนให้ออกสู่ตลาดสากล และจัดทำแผนธุรกิจให้กับวิสาหกิจชุมชน สามารถนำเอาแผนธุรกิจหรือแผน Start up ไปขอเงินกู้จากสถาบันการเงินต่างๆ ได้ “ฟ้า” นางสาวฐิติรัตน์ ชาริโท เล่าว่า ในส่วนของกลุ่มมีสมาชิกภายในกลุ่มทั้งหมด 25 คน ซึ่งทุกคนมีหน้
โครงการ SET เชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม ได้ดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 10 แล้ว โดยมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการทำความดีและค้นหาผู้ทำความดี โดยปีนี้ได้จัดให้มีพิธีมอบรางวัลกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้ได้รับรางวัลจำนวนทั้งสิ้น 11 ราย จาก 7 สาขา โดย สาขาการพัฒนาสังคมชนบท ประจำปี 2559 มีผู้ได้รับรางวัลคือ วิสาหกิจชุมชน ศูนย์สาธิตการเกษตรร้านค้าชุมชน ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ที่ได้รับคัดเลือกจากสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ให้เป็นผู้ทำความดีเพื่อสังคม รับรางวัลมีชัย วีระไวทยะ ชุมชน ต.ท่าเสา เป็นชุมชนเล็กๆ ใน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นชุมชนเกษตรกรที่คนในชุมชนส่วนหนึ่งต้องเผชิญกับปัญหาภาวะหนี้สินนอกระบบ จนนำไปสู่การหาแนวทางแก้ไขปัญหาชุมชนอย่างยั่งยืนร่วมกัน โดยการสร้างสมาชิกพอเพียง เปลี่ยนหนี้ชุมชน สู่หุ้นวิสาหกิจ มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท ก่อกำเนิดจากการเป็นร้านค้าเล็กๆ ในชุมชน ด้วยแนวคิดส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้สารเคมี เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรในชุมชน ปลูกฝังแนวคิดความพอเพียง ลด ละ เลิก อบายมุข และส่งเสริมการออมทำให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ด
สสว. ยกระดับมาตรฐานสินค้าประเภทอาหารของวิสาหกิจชุมชนและโอทอป แจกคูปองให้เข้าตรวจสอบว่าปราศจากสารปนเปื้อนและได้มาตรฐานด้านความสะอาดกับ “เซ็นทรัล แล็บ” หวังสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค เริ่มต้นที่ จ.สระบุรี และจะกระจายทั่วประเทศ นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้จัดโครงการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ สำหรับวิสาหกิจชุมชนและ SME รายย่อย โดยเริ่มต้นที่ จ.สระบุรี แล้วจะขยายไปทั่วประเทศ สสว. ได้มอบคูปองตรวจสอบสารปนเปื้อน คุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์ประเภทผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เครื่องดื่มและเครื่องสำอาง จำนวน 100 ใบ มูลค่าละ 5,000 บาท มูลค่ารวม 500,000 บาท ให้แก่ผู้ประกอบการนำสินค้ามาตรวจวิเคราะห์กับบริษัทห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “เซ็นทรัล แล็บ” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งงานนี้ได้รับเกียรติจากนายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการ จ.สระบุรี และประธานเครือข่ายโอทอป จ.สระบุรี ในฐานะตัวแทนแจกจ่ายคูปองมารับมอบ ณ ศูนย์โอทอป คอมเพล็กซ์ พุแค จ.สระบุรี
