ศาสตร์พระราชา
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างหนอในช่วงนี้ เท่าที่ติดตามข่าวได้เห็นความหลากหลายที่เกิดขึ้นจากทุกมุมโลก แต่กับบ้านเมืองเรา นอกจากปัญหาไข่ขาดตลาดในช่วงแรกก็ไม่เจอปัญหาในเรื่องอาหารการกินมากนัก ได้เห็นการแจกข้าวสารอาหารแห้งจากผู้ใจบุญอยู่มากมาย นั่นเป็นคำตอบหนึ่งว่าบ้านเมืองเรายังอุดมสมบูรณ์ดี เรายังสู้กับวิกฤติร้ายนี้ไปได้ด้วยดี นอกจากปัญหาเงินช่วยเหลือจากภาครัฐที่ยังมีคนได้-ไม่ได้แล้ว แทบจะไม่เห็นข่าวชาวบ้านแย่งซื้ออาหารกันสักนิด ไม่เหมือนภาคพื้นอื่นๆ ในโลกใบนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็น กลับเป็นการมีผลผลิตในปริมาณที่ล้นเกินในบางพื้นที่ และการบริหารจัดการในเรื่องขนส่งที่ยังไม่สมบูรณ์ดีนัก ผลไม้หลายชนิดที่เคยส่งออกได้ก็เจอปัญหา ต้องหาทางระบายภายในประเทศในแบบขายขาดทุนก็ต้องยอม เพื่อให้เจ็บตัวน้อยที่สุด นี่อาจเป็นปีแรกที่ผมได้กินลำไยกิโลละ 20-25 บาท มะม่วงอกร่องกิโลละ 10 บาท หรือแตงโมกิโลละ 3 บาท หรือบางพื้นที่ประกาศให้ไปเก็บกินฟรีๆ ก็ยังมีให้เห็น แต่ก็ยังมีอีกไม่น้อยที่แปรรูปผลผลิตออกมาจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงกวน กล้วยตาก กล้วยอบบดผง หรือกระทั่งอาหารปรุงสำ
การพัฒนาเกษตรกร ให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างมั่นคง สร้างความกินดีอยู่ดีให้แก่เกษตรกรในระยะยาว เป็นเป้าหมายการทำงานที่สำคัญ ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความสำเร็จแก่เกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมพัฒนาในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ หนึ่งในนั้น คือ สง่า ชั้นอินทร์งาม อยู่บ้านเลขที่ 68/2 หมู่ 4 ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โทรศัพท์ 08-6750-6733 เป็นหนึ่งในเกษตรกรผู้อยู่ในที่ดินพระราชทาน จากพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทรงพระราชทานที่ดินที่เป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ใน 5 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครนายก และฉะเชิงเทรา รวมเนื้อที่ 44,369 ไร่ ให้แก่ ส.ป.ก. เพื่อสนับสนุนงานปฏิรูปที่ดินในประเทศไทย บนก้าวการพัฒนาอย่างทุ่มเทเพื่อสร้างสุขให้กับเกษตรกรในที่ดินพระราชทานของส.ป.ก. ได้ส่งผลให้พี่สง่า ได้กลายเป็นหนึ่งในเกษตรกรต้นแบบผู้ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างชีวิตใหม่ให้กับตนเองและครอบครัว มาจนถึงวันนี้ “ ที่ดินที่ผมทำกินผืนนี้ เป็นที่ดินที่พ่อได้รับพระราชท
“ ศักรินทร์ สมัยสง ” บันฑิตหนุ่มสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ไม่สนใจ อาชีพมนุษย์เงินเดือน หวนกลับคืนบ้านเกิดที่อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำอาชีพเกษตรตามรอยพ่อแม่ อย่างมีความสุขในวิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง บนที่ดินมรดก 47 ไร่ ในวันนี้ เขาประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพการเลี้ยงสัตว์แบบผสมผสาน กลายเป็นเกษตรกรต้นแบบ Smart Farmer เป็นกูรูด้านเลี้ยงแพะแกะในสวนปาล์มน้ำมัน ให้แก่เพื่อนเกษตรกรจำนวนมาก ด้วยผลงานที่โดดเด่นตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ทำให้เขาได้รับการคัดเลือกจากกรมปศุสัตว์ให้เป็น “เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ อาชีพเลี้ยงสัตว์ ประจำปี 2563 ใช้ “ศาสตร์พระราชา” พัฒนาอาชีพ เมื่อปี พ.ศ. 2549 ศักรินทร์เริ่มต้นการเลี้ยงแพะพันธุ์ลูกผสมแองโกลนูเบียน พื้นเมือง จำนวน 12 ตัว (เพศผู้ 1 ตัว เพศเมีย 11 ตัว) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการนำมูลแพะมาใช้เป็นปุ๋ยในสวนปาล์มน้ำมัน เพื่อลดต้นทุนจากการซื้อปุ๋ยเคมี เน้นการจัดการฟาร์มและสวนให้เกื้อกูลกัน สามารถนำทุกอย่างในฟาร์มมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ทำให้ครอบครัว มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ธุรกิจฟาร์มแพะมี
เพราะกล้าที่จะเปลี่ยน จึงทำให้ก้าวชีวิตของ นพดล สว่างญาติ อดีตวิศวกร ได้ก้าวมาสู่ความสำเร็จในการเป็นเกษตรกรชาวนาต้นแบบของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรรม หรือ ส.ป.ก. พลิกฟื้นผืนนาบนแผ่นดินพระราชทาน จำนวน 19-1-49 ไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 13 หมู่ที่ 2 บ้านข้าวใหญ่ ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร. 08-7519-0999 ให้เป็นแหล่งผลิตข้าวคุณภาพและปลอดภัย ภายใต้มาตรฐานรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ Good Agricultural Practices : GAP ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พระนครศรีอยุธยา เป็น 1 ใน 5 จังหวัด อันเป็นที่ตั้งของที่ดินพระราชทานโดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทรงตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและการพัฒนาการเกษตร จึงทรงพระราชทานที่ดินให้กับเกษตรกร โดยมี ส.ป.ก. เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการพร้อมทั้งขับเคลื่อนกิจกรรมสู่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินพระราชทาน ดำเนินการสืบสานพระปณิธานแผ่นดินของพ่อ เพื่อการพัฒนาศักยภาพผืนดินทำกิน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ ให้ความช่วยเหลือด้านองค์ความรู้ และเข้าถึงโอกาสทางเลื
“โอ้ อกสาวชาวสวน นอนหนาวใจรัญจวนอยู่บ้านกลางสวนทุเรียน ลมหนาวพาพัดอยู่ฤดูผลัดหมุนแปรเปลี่ยน วัยสาวหมุนเวียน มาสิบแปดหน้าฝน…” สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน แว่วเสียงเพลงสาวชาวสวน ที่เคยได้ยินมาตั้งแต่สมัยเด็ก น้ำเสียงคุณ (ป้า) ลัดดาวัลย์ ประวัติวงศ์ ยังแจ่มชัดในมโนมิคลาย ผมพลันนึกไปถึงสาว (เหลือ) น้อยอีกคนหนึ่ง อดีตสาวออฟฟิศ ผู้หันหน้าเข้าหาผืนดินและสวนผลไม้ที่จากมาเป็นสิบปี เพื่อมารับงานทำสวนต่อจากพ่อแม่ที่เป็นเกษตรกรอยู่แล้ว ทิ้งเรื่องราวในเมืองหลวงและผู้คนออกมาสู่ความสุขที่หาได้อย่างแท้จริง “เบื่อค่ะพี่ โลกของเมืองใหญ่ตอบสนองเราได้ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ผู้คนที่ห่างเหินต่อกัน ทุกอย่างต้องใช้เงิน คิดถึงบ้านสวน คิดถึงพ่อแม่ เราคงถึงวัยแล้วมั้ง” “ไม่เสียดายเหรอ เงินเดือนก็ตั้งเยอะ” “คำนวณแล้วไม่คุ้มหรอกพี่ บ้านต้องเช่าข้าวต้องซื้อ ทำงานมาแต่ละเดือนก็จ่ายไปหมด ไหนจะเหนื่อยเรื่องเดินทางด้วย อยากใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวแบบไม่รีบร้อนมากกว่า” ที่สวน 20 ไร่ ที่ไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี คุณอัญชุลี บุญเชิด เดินหน้าลุยด้วยตัวเองและลูกชาย ปลูกทุกอย่างที่อยากกิน ทั้งพืชผักและผลไ
สำนักงาน กศน.จังหวัดปัตตานี ต้อนรับและพบปะคณะศึกษาดูงานศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชา จาก กศน.อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563 นายอุดร สิทธิพาที ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรในสังกัด ร่วมต้อนรับและพบปะคณะศึกษาดูงานศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชา จาก กศน.อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ณ บริเวณลานไผ่ลานกิจกรรม สำนักงาน กศน.จังหวัดปัตตานี
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2563 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเกษตรไทย ยิ่งใหญ่ด้วยศาสตร์พระราชา” ระหว่าง วันที่ 10 – 19 มค. 63 ณ มหาวิทยาลัยเทศโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2563 ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และจังหวัดนครราชสีมา เตรียมจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 10-19 มกราคม 2563 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ภายได้แนวคิด “นวัตกรรมเกษตรไทย ยิ่งใหญ่ด้วยศาสตร์พระราชา” เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อน้อมนำให้สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของอาชีพเกษตรกรรม การส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรอันเป็นพื้นฐานของการพัฒนาคน พัฒนาองค์ความรู้ และพัฒนาประเทศ เผยแพร่ความก้าวหน้าทางวิชาการและผลงานวิจัยด้านการเกษตร ให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทุกสาขาอาชีพที่สนใจ นาย
พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จ.ปทุมธานี เปิดแล้วมหกรรม “ภูมิพลังแผ่นดิน” อย่างยิ่งใหญ่เพื่อยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณและเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์และพัฒนาดินของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านกระทรวงเกษตรฯประกาศพร้อมยึดแนวทางพระราชดำริเดินหน้าขับเคลื่อนพัฒนา ฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรดินภาคเกษตรทั่วประเทศสู่ความยั่งยืน วันนี้ (4 ธันวาคม 62) พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพิธีงานมหกรรม“ภูมิพลังแผ่นดิน” ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านการจัดการดิน เนื่องในวันดินโลก 5 ธันวาคมระหว่างวันที่ 4-8 ธันวาคมโดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานร่วมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีและหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ภายในงานมีการมอบประกาศเกียรติคุณให้ศูนย์เครือข่ายและศูนย์เรียนรู้เครือข่าย พกฉ. ที่สนับสนุนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระอัจฉริยภ
พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดยิ่งใหญ่ “ภูมิพลังแผ่นดิน” เทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้านการพัฒนาและอนุรักษ์ดิน โชว์นิทรรศการของขวัญจากดิน และนิทรรศการพ่อแห่งแผ่นดิน การยกย่องพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาด้านการพัฒนาดินในรูปแบบทันสมัยตลอด 5 วัน พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศาสตร์พระราชาจากการอบรมวิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการกว่า 30วิชาฟรีจากปราชญ์เกษตรทั่วประเทศ ระหว่าง 4-8 ธันวาคม 62 นี้ ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ได้จัดงานมหกรรม “ภูมิพลังแผ่นดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณพระปรีชาสามารถพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านอนุรักษ์ทรัพยากรดินและการพัฒนาดิน ระหว่างวันที่ 4 – 8 ธันวาคม 2562 เวลา 08.00 – 18.00 น. โดยกิจกรรมภายในงานจัดนิทรรศการของขวัญจากดิน นิทรรศการพ่อแห่งแผ่นดิน นิทรรศการดินของพ่อ นิทรรศการปุ๋ยพืชสดบำรุงดิน นิทรรศการดินดล ดลบันดาลชีวิต นิทรรศการพิเศษจากภาคีความร่วมมือทั้งหน่วยงานภาครัฐ
ทิพยประกันภัย ร่วมกับศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมูลนิธิธรรมดี นำคณะครูจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ เรียนรู้การเกษตรแบบยั่งยืนควบคู่การอนุรักษ์ธรรมชาติ ในกิจกรรม “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ท่องป่าไร่นาสวนผสมมหาชีวาลัยอีสาน สู่อุทยานการเรียนรู้” ณ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็น 1 ใน 9 เส้นทาง 81 แหล่งเรียนรู้มีชีวิตตามรอยพ่อ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการร่วมกันสานต่อพระราชปณิธาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา “ศาสตร์พระราชา” พร้อมร่วมกันสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้และปลูกฝังคุณธรรม 4 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ให้กับเยาวชนต่อไป นายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์ ประธานกรรมการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า “การเดินทางตามรอยพ่อ ศึกษาคุณธรรมศาสตร์พระราชา ณ แห่งเรียนรู้มีชีวิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในครั้งนี้ เป็นการตามรอยพระราชา เรียนรู้พิพิธภัณฑ์มีชีวิต ณ มหาชีวาลัยอีสาน และศูนย์การเรียนรู้พ่อคำเดื่อง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็น 2 เส้นทาง ศึกษาการเรียนรู้ ในเส้นทางภาคต
