ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอน
ผู้เขียนได้รับทราบข่าวจาก คุณศิริฉัตร สุนทรวิภาต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจังหวัดลำพูน ว่ามีเกษตรกรรายหนึ่งประสบผลสำเร็จเป็นรายแรกของภาคเหนือ ที่ทำการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามอินทรีย์สำเร็จ ผู้เขียนจึงมีโอกาสไปเยี่ยมชมที่ ฟาร์มฮัก 888 เจ้าของฟาร์มคือ คุณสุวัฒฑ์ ราศรี หนุ่มวัย 43 ปี ฟาร์มอยู่ในเขตตำบลหนองหนาม อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน คุณสุวัฒฑ์ ราศรี หรือคนทั่วไปจะเรียกนิคเนมว่า อั๋น เล่าให้ฟังว่า ในอดีตนั้นเป็นคนภาคกลาง พ่อแม่เคยทำนา เลี้ยงวัว ควาย มาก่อน ตนเองเลยต้องขวนขวายหาเงินส่งตัวเองเรียนหนังสือด้านอิเล็กทรอนิกส์ จนจบออกมาทำงานบริษัทแห่งหนึ่งเป็นเวลาหลายปี ต่อมาเกิดความเบื่อหน่ายการใช้ชีวิตในเมืองกรุง จึงรวบรวมเงินได้ก้อนหนึ่งหาซื้อที่ดินที่บ้านหนองหนาม จำนวน 18 ไร่ เริ่มทำฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ระยะแรกตั้งชื่อว่า “ฟาร์มฮัก” แต่บังเอิญชื่อนี้มีคนอื่นตั้งชื่อไว้แล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว อีกทั้งเลข 8 มีความหมายทางภาษาจีน ว่า ร่ำรวย จึงใช้ชื่อ ฟาร์มฮัก 888 ด้วยแนวคิดทั่วไปที่ว่า การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เลี้ยงได้เฉพาะเขตจังหวัดนครปฐม ราชบุรี สมุ
ในแต่ละปีประเทศไทยนำเข้าเห็ดร่างแหชนิดอบแห้งไม่ต่ำกว่า 6,500 ตัน ต่อปี คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาทจากประเทศจีน ในปี 2559-2563 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 ได้ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเห็ดร่างแหสายพันธุ์ไทยที่เหมาะสมในพื้นที่ภาคใต้ภายใต้แนวคิดเป็นเห็ดสายพันธุ์ใหม่ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยบำบัดโรค ที่สำคัญสามารถสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร และลดปริมาณการนำเข้าจากต่างประเทศได้ด้วย จากการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีการเพาะเห็ดร่างแหพบว่า เห็ดหลินจือเป็นวัสดุผลิตเชื้อขยายที่ดี ทำให้เส้นใยเจริญได้ดี มีความหนาแน่นมาก และใช้ระยะเวลาบ่มเชื้อน้อยเพียง 30 วัน ส่วนสูตรอาหารที่เหมาะสมสำหรับการผลิตเชื้อเพาะคือ สูตรที่มีส่วนผสมของขี้เลื่อยไม้ยางพารา : รำละเอียด : ปูนขาว : ดีเกลือ : ยิปซัม อัตรา 90 : 5 : 1 : 2 : 2 ซึ่งใช้เวลาบ่มเชื้อเพียง 32 วัน และวัสดุเพาะที่เหมาะสมต่อการเกิดดอกคือ สูตรที่มีส่วนผสมของใบไผ่และกิ่งไผ่ : แกลบดิบ : ขุยมะพร้าว อัตรา 50 : 25 : 50 ทำให้การพัฒนาตุ่มดอกจนเก็บผลผลิตครั้งแรกใช้เวลาเฉลี่ย 27-35 วัน การวิเคราะห์คุ
“เอื้องแซะ” เป็นกล้วยไม้ที่ขึ้นอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ทั่วไปบนเทือกเขาสูงในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอยอินทนนท์ และดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสูง 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยกล้วยไม้เอื้องแซะจะให้ดอกที่มีกลิ่นหอมคล้ายดอกพิกุล ส่งกลิ่นหอมตลอดทั้งวัน ซึ่งแต่ละดอกจะบานทน ประมาณ 5-7 วัน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดกลิ่นหอมของดอกเอื้องแซะมาก และได้มีพระราชเสาวนีย์ให้มีการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ชนิดนี้เพื่ออนุรักษ์และขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้น พร้อมให้ดูแลรักษาพันธุ์กล้วยไม้เอื้องแซะ ห้ามไม่ให้นำพันธุ์ออกจากป่า และให้เพิ่มจำนวนคืนสู่ป่าธรรมชาติมากขึ้นด้วย ส่งคืน เอื้องแซะ สู่ผืนป่า เนื่องจากปัจจุบันปริมาณกล้วยไม้เอื้องแซะในป่าธรรมชาติมีแนวโน้มลดลงมาก เนื่องจากมีการเก็บต้นเอื้องแซะจากป่าออกมาขาย ประกอบกับสภาพการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ทั้งยังมีปัญหาภัยแล้ง การตัดไม้ทำลายป่า และไฟป่าเกิดขึ้นทุกปี ส่งผลให้กล้วยไม้เอื้องแซะมีความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอน ได้เพาะขยายพันธุ์กล้วยไม้เอื้องแซะอย่างต่อเนื่องเพื่อสนองพระราชเสาวนี
ในช่วงนี้เป็นต้นไปจนถึงเดือนตุลาคม หากใครมีโอกาสผ่านไปที่อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ไม่ควรพลาดที่จะไปลิ้มรสทุเรียนรสชาติคล้ายเนยที่สวนนราทอง ซึ่งเป็นสวนทุเรียนแห่งแรกของจังหวัดชัยภูมิที่ได้รับการรับรองแหล่งผลิตตามมาตรฐาน GAP จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชัยภูมิ กรมวิชาการเกษตร เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 โดยมีนายธงชัย นราทอง และนางสอาด นราทอง เป็นเจ้าของสวนทุเรียนซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ อย่างไรก็ตาม ก่อนจะมาเป็นสวนทุเรียนในวันนี้ เจ้าของสวนรายนี้เคยประกอบอาชีพค้าขายแตงโมมาก่อนที่จะเริ่มปลูกทุเรียนในปี พ.ศ. 2556 เนื่องจากอำเภอเทพสถิตมีสภาพพื้นที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของทุเรียน และยังเป็นพืชที่เป็นที่ต้องการของตลาดและให้ผลตอบแทนสูง โดยเริ่มต้นจากปลูกทุเรียนในพื้นที่ 200 ไร่ ซึ่งขั้นตอนแรกของการผลิตทุเรียนให้ประสบผลสำเร็จนั้นนายธงชัยบอกว่าจำเป็นต้องมีการจัดการเรื่องระบบน้ำที่ดีจึงติดตั้งระบบน้ำแบบสปริงเกอร์ และขุดบ่อน้ำขนาดพื้นที่ 14 ไร่ จากอีกฝั่งของสวนเพื่อส่งน้ำมายังสวนทุเรียนให้เพียงพอต่อความต้องการน้ำในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต โดยมีการให้น
“เกาะช้าง” จังหวัดตราด แหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว เริ่มปั้น “ทุเรียนพันธุ์ชะนีเกาะช้าง” ที่ปลูกบนเกาะช้างมานานกว่า 50 ปี ให้ชาวสวนช่วยกันอนุรักษ์เป็นเอกลักษณ์ของเกาะช้างประสบความสำเร็จมาแล้ว ขายได้ กิโลกรัมละ 250 บาท ในขณะที่ทุเรียนชะนีที่อื่นๆ ขายได้เฉลี่ย กิโลกรัมละ 80-100 บาท ต่อมาปี 2560/2561 คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี กับ คุณมานพ ทองศรีสมบูรณ์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาเกาะช้าง ได้ร่วมมือกันผลิต “ส้มโออินทรีย์เกาะช้าง” ให้มีคุณภาพ รสชาติหวาน ลูกสวย และที่สำคัญเป็นส้มโออินทรีย์ 100% เพื่อยกระดับมาตรฐานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรชาวสวนส้มโอบนเกาะช้างมีรายได้เพิ่มขึ้นและยึดเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพร่วมกับอาชีพอื่นๆ ในพื้นที่เกาะช้างตลอดไป เปิดแปลงนำร่อง…ไร่ภูเลรีสอร์ท และร่มฉัตรโฮมสเตย์ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี ซึ่งดูแลรับผิดชอบด้านวิชาการ จังหวัดจันทบุรีและตราด ตามที่ กรมวิชาการเกษตร มีนโยบายให้พัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมเป็นสวนอินทรีย์เพื่อเป็นโมเดลนำร่อง
อ้อยพันธุ์อู่ทอง 15 ได้รับการรับรองเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตร ดำเนินการวิจัยโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการสุพรรณบุรี สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 5 กรมวิชาการเกษตร อ้อย เป็นพืชอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญพืชหนึ่งของประเทศไทย สามารถใช้ผลิตน้ำตาลและเอทานอลได้ พื้นที่ปลูกอ้อยทั้งประเทศมีประมาณ 9.5 ล้านไร่ เกษตรกรสามารถผลิตอ้อยส่งโรงงานน้ำตาลได้มากกว่า 100 ล้านตัน (เฉลี่ย 10.54 ตัน/ไร่) มีความหวานเฉลี่ย 11.64 ซีซีเอส สามารถผลิตเป็นน้ำตาลได้ 100.28 กิโลกรัม ภาคกลาง 30% ภาคตะวันออก 5% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 40% โดยเฉลี่ยในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ยังมีผลผลิตอ้อย น้ำตาลอ้อย และน้ำตาล อยู่ในเกณฑ์ต่ำ เนื่องจากขาดการจัดการที่ดีในไร่อ้อย และขาดพันธุ์อ้อยที่เหมาะสมในแต่ละท้องถิ่น พันธุ์อ้อยแต่ละพันธุ์เกษตรกรสามารถใช้ปลูกได้ ประมาณ 6-10 ปี เพราะโรคและแมลงศัตรูอ้อยมีมาก งานวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับแหล่งปลูกในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พันธุ์อ้อยที่เกษตรกรใช้ปลูกกันในปัจจุบันมีเพียงไม่กี่พันธุ์ แต่ละพันธุ์ไม่มีความเฉพาะเจาะจงกับพื้นที่ปลู
ในแต่ละปีประเทศไทยนำเข้าเห็ดร่างแหชนิดอบแห้งไม่ต่ำกว่า 6,500 ตัน ต่อปี คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาทจากประเทศจีน ในปี 2559-2563 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 ได้ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเห็ดร่างแหสายพันธุ์ไทยที่เหมาะสมในพื้นที่ภาคใต้ภายใต้แนวคิดเป็นเห็ดสายพันธุ์ใหม่ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยบำบัดโรค ที่สำคัญสามารถสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร และลดปริมาณการนำเข้าจากต่างประเทศได้ด้วย จากการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีการเพาะเห็ดร่างแหพบว่า เห็ดหลินจือเป็นวัสดุผลิตเชื้อขยายที่ดี ทำให้เส้นใยเจริญได้ดี มีความหนาแน่นมาก และใช้ระยะเวลาบ่มเชื้อน้อยเพียง 30 วัน ส่วนสูตรอาหารที่เหมาะสมสำหรับการผลิตเชื้อเพาะคือ สูตรที่มีส่วนผสมของขี้เลื่อยไม้ยางพารา : รำละเอียด : ปูนขาว : ดีเกลือ : ยิปซัม อัตรา 90 : 5 : 1 : 2 : 2 ซึ่งใช้เวลาบ่มเชื้อเพียง 32 วัน และวัสดุเพาะที่เหมาะสมต่อการเกิดดอกคือ สูตรที่มีส่วนผสมของใบไผ่และกิ่งไผ่ : แกลบดิบ : ขุยมะพร้าว อัตรา 50 : 25 : 50 ทำให้การพัฒนาตุ่มดอกจนเก็บผลผลิตครั้งแรกใช้เวลาเฉลี่ย 27-35 วัน การวิเคราะห์คุ
กรมวิชาการเกษตร วิจัยสำเร็จเห็ดร่างแหสายพันธุ์ไทย คุณสมบัติโดดเด่นให้สารสำคัญด้านสุขภาพบำรุงสมองดีต่อหัวใจ รองรับสังคมสูงวัยและกลุ่มรักสุขภาพ ปรุงเป็นอาหารกลิ่นไม่คาว เนื้อกรุบกรอบไม่เปื่อยยุ่ย ลุยถ่ายทอดเทคโนโลยีเพาะเห็ดสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรกว่า 3,000 บาท / แปลง นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ในแต่ละปีประเทศไทยนำเข้าเห็ดร่างแหชนิดอบแห้งไม่ต่ำกว่า 6,500 ตัน/ปี คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาทจากประเทศจีน ซึ่งมีการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีการเพาะเห็ดร่างแหอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่า 80 ปี ในขณะที่หลายประเทศพยายามพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเห็ดร่างแห เพราะเป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สำคัญมากมายหลายชนิด ดังนั้นเห็ดร่างแหจึงเป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการในปริมาณมาก ในปี 2559–2563 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 ได้ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเห็ดร่างแหสายพันธุ์ไทยที่เหมาะสมในพื้นที่ภาคใต้ภายใต้แนวคิดเป็นเห็ดสายพันธุ์ใหม่ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยบำบัดโรค ที่สำคัญสามารถสร้างรายได้
กรมวิชาการเกษตร ปรับปรุงพันธุ์กล้วยเล็บมือนางสำเร็จ เปิดตัว พันธุ์ใหม่ล่าสุด “ชุมพร 1 ” ลักษณะเด่นเครือใหญ่ ผลใหญ่ น้ำหนักหวีกว่า 660 กรัม เนื้อแน่น ผลในหวีจัดเรียงเป็นระเบียบสวยงาม ง่ายต่อการขนส่ง ตอบโจทย์ตลาดที่ต้องการบริโภคผลสดและแปรรูป นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กล้วยเล็บมือนางเป็นพืชท้องถิ่นทางภาคใต้ ปลูกกระจัดกระจายในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ระนอง และภูเก็ต มีพื้นที่ปลูกประมาณ 20,000 ไร่ สร้างรายได้ให้เกษตรกรปีละกว่า 280 ล้านบาท กล้วยเล็บมือนางมีคุณสมบัติเด่นหลายประการ เช่น ผลและเนื้อมีสีเหลืองทอง เนื้อแน่น กลิ่นหอมน่ารับประทาน ก้านผลสั้น และแข็งแรง การเรียงตัวของผลในหวีเป็นระเบียบ ขนาดหวีเล็กเหมาะต่อการบรรจุหีบห่อ และขนส่ง ผลมีขนาดเล็กเหมาะต่อการบริโภคในแต่ละครั้ง และเนื่องจากกล้วยเล็บมือนางเป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยจึงเป็นที่นิยมรับประทานทั้งผลสดและการแปรรูปเช่น รวมทั้งยังเป็นสินค้าประจำจังหวัดชุมพรโดยได้จดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ชื่อว่า “กล้วยเล็บมือนางชุมพร” กล้วยเล็บมื
ลิ้นจี่พันธุ์นครพนม 1 หรือ นพ.1 เป็นลิ้นจี่ที่คัดเลือกและพัฒนาโดยกรมวิชาการเกษตร จนปัจจุบันเป็นผลไม้และเป็นสินค้า GI ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครพนม ข้อมูลปี 2560 มีผลผลิตรวม 580.8 ตัน พื้นที่เก็บเกี่ยว 1,098 ไร่ จากพื้นที่ปลูกทั้งหมด 2,711 ไร่ ซึ่งพันธุ์ลิ้นจี่ที่ปลูกในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ปลูกในภาคกลางและภาคอื่น ๆ เป็นพันธุ์ที่ต้องการความหนาวเย็นที่ไม่เย็นมากและระยะเวลาหนาวเย็นที่ต่อเนื่องกันไม่นานก็สามารถชักนำให้ออกดอกได้ เรียกว่า ลิ้นจี่กลุ่มพันธุ์เบา เก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงปลายเดือนมีนาคมหรือเมษายน เช่น พันธุ์ค่อม สำเภาแก้ว เขียวหวาน กระโถนท้องพระโรง สาแหรกทอง และพันธุ์นครพนม 1 เป็นต้น กลุ่มพันธุ์ที่ปลูกทางภาคเหนือ เป็นพันธุ์ที่ต้องการความหนาวเย็นมากและต่อเนื่องยาวนานในการกระตุ้นและชักนำการออกดอก ให้ผลผลิตในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม เช่น พันธุ์ฮงฮวย จักรพรรดิ์ กิมเจ็งบริวสเตอร์ และกิมจี๊ เป็นต้น ลิ้นจี่พันธุ์เบามีข้อได้เปรียบ คือ ให้ผลผลิตเร็ว ช่วงที่ผลผลิตมีน้อย ทำให้ขายได้ราคาสูง ควรจะมีการส่งเสริมให้ปลูกในพื้นที่ที่มีศักยภาพ ซึ่งพันธุ์นครพนม 1 หรือ นพ.1 เหมาะส
