Skip to content
วันพฤหัสที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2569
กลับหน้า ข่าวสด
เทคโนโลยีชาวบ้าน
  • หน้าหลัก
  • เกษตรรอบด้าน
    • Exclusive
    • ประมง
    • ปศุสัตว์
    • พืชทำเงิน
    • ไม้ดอกไม้ประดับ
    • อื่นๆ
  • สูตรลับจากฟาร์ม
    • เทคนิคเกษตร
    • แปรรูปสินค้าเกษตร
  • ฟาร์มล้ำ
    • เกษตรยั่งยืน
    • เกษตรอัจฉริยะ
  • News
  • Video Content
พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน

สวนคุณลูกหมู ทำเกษตรด้วยนวัตกรรมเกษตร พัฒนาการผลิต ทุเรียน-มังคุด ส่งออกจีน

21 กรกฎาคม 2568 จิรวรรณ โรจนพรทิพย์

ยุคนี้ ทุเรียน เป็นไม้ผลขายดี ที่ใครๆ ก็อยากปลูก แต่การปลูกทุเรียนให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หากใครอยากเรียนรู้เทคนิคการปลูกดูแลทุเรียนแบบมืออาชีพ ที่ได้มาตรฐาน GAP เกรดส่งออก ขอแนะนำให้แวะไปเรียนรู้กันที่ “ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการเกษตร (ศพก.) เขาคิชฌกูฏ” ของ คุณเปี๊ยก หรือ คุณกิติภูมิ พรเจีย ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 90/5 หมู่ที่ 5 ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี

คุณเปี๊ยก เปิดบ้าน เป็น ศพก. เขาคิชฌกูฏ ศูนย์เรียนรู้การผลิตทุเรียน มังคุด

ผู้ที่เข้าเยี่ยมชม “ศพก. เขาคิชฌกูฏ” จะได้เรียนรู้เรื่อง การผลิตผลไม้มาตรฐาน GAP เกรดส่งออก ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนพื้นที่ดำเนินงาน 6 ไร่ ประกอบด้วย ฐานเรียนรู้การลดต้นทุนการผลิต การจัดการดินและปุ๋ย การอารักขาพืช ฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ เทคโนโลยีการผลิต 4.0 (เครื่องตรวจวัดสภาพอากาศ) และการจัดการสิ่งแวดล้อม (การคัดแยกขยะการเกษตร) เรียกว่า มาสวนคุณลูกหมูแห่งเดียว มีโอกาสเรียนรู้ปลูกดูแลไม้ผลหลากหลายชนิด ทั้ง มังคุด ทุเรียน ลองกอง ฯลฯ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม หากอยากรู้เขามีเคล็ดลับและเทคนิคบริหารจัดการอย่างไร …ไปหาคำตอบด้วยกันได้เลย

เนคเทค (nectec) เข้ามาติดตั้งสถานีตรวจวัดอากาศอัตโนมัติที่สวนคุณลูกหมู

สถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินนโนบายเกษตร 4.0 เพื่อเปลี่ยนภาคเกษตรแบบเดิม ไปสู่ด้วยวิถีทางแห่ง นวัตกรรม การเพิ่มมูลค่า และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมมือกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ได้คัดเลือก “สวนคุณลูกหมู” เป็นหนึ่งในศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ที่ได้รับการติดตั้งสถานีวัดอากาศอัตโนมัติ ซึ่งเป็นอุปกรณ์วัดสภาพอากาศ ประกอบด้วย อุณหภูมิ ความชื้น ความเร็วลม ทิศทางลม ปริมาณน้ำฝน และทิศทางของแสง โดยบันทึกข้อมูลและแสดงผลแบบ real-time ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ สามารถติดตามผลการทำงานของสถานีวัดอากาศอัตโนมัติ ผ่านทางเว็บไซต์ http://agritronics.nstda.or.th ข้อมูลดังกล่าวเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านการเกษตรของประเทศในอนาคต

แปลงปลูกทุเรียนต้นคู่

ปลูกทุเรียนต้นคู่ ให้ผลตอบแทนสูง


แนวคิดการปลูกทุเรียนต้นคู่ ของ คุณธีรภัทร อุ่นใจ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี คุ้มค่ากับการปลูกทุเรียนเชิงการค้า คุณกิติภูมิ พรเจีย หรือ คุณเปี๊ยก จึงหันมาขยายพื้นที่การเพาะปลูก โดยปลูกทุเรียนต้นคู่ซึ่งมีข้อดีหลายประการ เช่น ช่วยป้องกันการโค่นล้มของทุเรียนเกิดจากแรงลม หรือภัยธรรมชาติน้อยลง เนื่องจากการปลูกทุเรียนต้นคู่ เกิดการยึดประสานระหว่างกันของราก ทำให้ต้นทุเรียนมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ลดปัญหาความสูญเสียของผลผลิตทุเรียน ประการต่อมา การปลูกทุเรียนต้นคู่ต่อหลุม เมื่อทุเรียนเจริญเติบโตขึ้นมา จะส่งผลให้ระบบรากสามารถหาอาหารได้ดีขึ้น ทำให้ผลผลิตทุเรียนมีปริมาณมากขึ้นตามไปด้วย

คุณกิติภูมิ พรเจีย หรือ คุณเปี๊ยก กับ น้องแอน ลูกสาวคนสวยที่เข้ามาช่วยคุณพ่อดูแลกิจการสวนผลไม้

หนีภัยแล้งด้วยธนาคารน้ำใต้ดิน

ปัจจุบัน สวนคุณลูกหมู ลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ด้วยการทำธนาคารน้ำใต้ดินกระจายรอบสวน ทำให้ปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับใช้ดูแลสวนผลไม้ตลอดทั้งปี ซึ่งหลักการทำธนาคารน้ำใต้ดินเริ่มจากจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย ยางรถยนต์เก่า หินเบอร์ 2 และหินขนาดใหญ่ ท่อพลาสติก ขนาด 2 นิ้ว ยาว 2.5 เมตร จำนวน 1 ท่อน  และตาข่ายไนล่อน

ขั้นตอนการทำธนาคารน้ำใต้ดิน ได้แก่

  1. ขุดหลุม ขนาด 2x2x2 เมตร
  2. ใส่ยางรถยนต์เพื่อป้องกันขอบบ่อพังทลาย
  3. ใส่วัสดุที่หาได้ในพื้นที่ เช่น ขวดน้ำ (ใส่น้ำ 1 ใน 3 ส่วน) ท่อนไม้ หรือหินขนาดใหญ่ให้เต็มช่องว่างด้านนอกยางรถยนต์
  4. นำท่อ PVC มาวางตรงกลางบ่อ เพื่อเป็นช่องระบายอากาศ หินขนาดใหญ่เติมใส่ช่องว่างด้านในให้เต็ม
  5. คลุมด้วยตาข่ายไนล่อน แล้วทับด้วยก้อนหิน และตามด้วยหินเบอร์ 2 อีกที เพื่อเป็นตัวกรองให้เศษดินหรือขยะไม่ให้เข้าไปอุดตันในบ่อ
    สวนคุณลูกหมู หนีภัยแล้งด้วยธนาคารน้ำใต้ดิน

ข้อดีของธนาคารน้ำใต้ดินคือ ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ เพราะช่วยให้น้ำซึมลงใต้ดินได้ดีขึ้น ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็นแหล่งเก็บน้ำไว้ในดิน แก้ปัญหาน้ำเค็ม เพราะมวลน้ำเค็มจะมีน้ำหนักมากกว่าน้ำจืด ฉะนั้น น้ำเค็มจะอยู่ด้านล่าง แก้ปัญหาน้ำสกปรก เพราะระบบน้ำแบบปิดจะช่วยกรองน้ำให้สะอาดขึ้น

“เนื่องจากทุเรียนไทยได้รับความนิยมสูงจากตลาดจีน ขายได้ราคาดี มีเท่าไรก็ไม่พอขาย สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี ปลูกทุเรียนจำนวนมาก ปริมาณน้ำในแหล่งธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะมีไม่เพียงพอกับปริมาณความต้องการใช้งาน ดังนั้น ปัญหาการขาดแคลนน้ำจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของจังหวัดจันทบุรี เกษตรกรชาวสวนทุเรียนจึงควรลงทุนขุดสระเก็บน้ำหรือธนาคารน้ำใต้ดินของตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคต” คุณเปี๊ยก กล่าว

ทุเรียนนกหยิบ ของสวนคุณลูกหมู

“นกหยิบ” ขายดี ทนทานทุกสภาพอากาศ

คุณเปี๊ยก แนะนำให้เกษตรกรมือใหม่ ปลูก “นกหยิบ” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการปลูกทุเรียน เนื่องจาก นกหยิบ เป็นทุเรียนพื้นบ้านที่ทนทานต่อภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และทนทานต่อปัญหาโรคพืชของทุเรียนได้เป็นอย่างดี ด้านการปลูกดูแล ก็ไม่แตกต่างจากการปลูกทุเรียนสายพันธุ์ทั่วไป นกหยิบใช้เวลาปลูกดูแล 5 ปี ก็ให้ผลผลิต โดยมีผลผลิตเฉลี่ยปีละ 50-60 ผล ต่อต้น ที่สำคัญขายได้ราคาดีกว่าทุเรียนหมอนทองเสียอีก

“ปัจจุบัน ตลาดจีนสนใจรับซื้อทุเรียนพันธุ์นกหยิบ เพราะมีรสชาติหวานมัน เนื้อเนียน ถูกใจผู้บริโภค เช่นเดียวกับ ทุเรียนมูซังคิง ซึ่งเป็นทุเรียนพื้นบ้านของมาเลเซีย ที่ผ่านมา ทุเรียนหมอนทอง ขายได้กิโลกรัมละ 150-180 บาท แต่ทุเรียนพื้นบ้าน เช่น นกหยิบ และพวงมณี ขายตรงถึงผู้บริโภคผ่านตลาดออนไลน์ ได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 250 บาทแล้ว ทุเรียนพันธุ์นกหยิบปลูกดูแลง่าย ทนทานต่อภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และปัญหาโรคพืชได้ดีกว่าหมอนทอง ซึ่งเป็นทุเรียนสายพันธุ์ลูกผสมเสียอีก นอกจากนี้ หลังเจอภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง ต้นทุเรียนแตกใบอ่อน ทุเรียนพันธุ์นกหยิบก็ไม่สลัดผลทิ้งเหมือนทุเรียนพันธุ์อื่นๆ อีกด้วย ถือได้ว่า นกหยิบ เป็นทุเรียนพื้นบ้านที่ทนทานต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงอากาศได้ดีที่สุด” คุณเปี๊ยก กล่าว

แปลงปลูกทุเรียนของสวนคุณลูกหมู

 

แปลงปลูกมังคุด ของสวนคุณลูกหมู
มังคุดเกรดพรีเมี่ยม คุณภาพส่งออก

………………..

 

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2564

MOST POPULAR

ประมง
โอกาสทางธุรกิจ “ ปลาหมอคางดำแดดเดียว” ขึ้นห้างพารากอนขายได้ กก. 350 บาท

ปัญหาปลาหมอคางดำ สร้างความปวดหัวให้แก่ชาวประมงอย่างมากเพราะเป็นสัตว์ต่างถิ่นที่ปรับตัวได้เก่ง สามารถอยู่ได้ในแหล่งน้ำทุกประเภท สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว กำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมดไม่สิ้น ในรายการ เปลี่ยนมุมคิด สถานีโทรทัศน์รัฐสภา วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.15 น.คุณธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา  กล่าวตอนหนึ่งว่า  ปัญหาปลาหมอคางดำไม่ควร “หาคนผิด” เพราะมีหลายปัจจัยไม่รู้ว่ามาจากอะไร กรณีปัญหาการลักลอบนำเข้าสัตว์ต่างถิ่นรวมทั้งประเด็นความรับผิดชอบคงต้องรอฟังข้อเท็จจริงจากกระบวนการศาล ทุกวันนี้ หลายพื้นที่ประสบปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำอยู่แล้ว จำเป็นต้องจัดการทั้งระบบนิเวศ ไม่ใช่มองแค่ปัญหาปัญหาหมอคางดำเพียงอย่างเดียว  ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเร่งเดินหน้าจัดการก็คือ ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งควบคุมการแพร่ระบาด ลดประชากรปลา ผ่านโมเดล “จับ-ลด-ใช้ประโยชน์” พร้อมเปลี่ยนมุมมอง หมอคางดำ จากวายร้ายเป็นทรัพยากร ที่สามารถ นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้ง อาหารคน อาหารสัตว์ อาหารพืช ปลาป่น วัตถุดิบเลี้ยงปูขาว และสินค้าโอท็อป เพื่อสร้างห่วงโซ่เศรษฐกิจใหม่ให้ชุมชน  

31 พฤษภาคม 2569
Featured สูตรลับจากฟาร์ม เทคนิคเกษตร
“ไบโอชาร์” พลิกเศษพืชไร้ค่า สู่เทคโนโลยีฟื้นดิน ที่อาจเปลี่ยนอนาคตเกษตรไทยทั้งระบบ

ในวันที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งภัยแล้ง อุณหภูมิสูง ดินเสื่อม และต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น การทำเกษตรจึงยากกว่าที่เคย โดยเฉพาะปัญหาราคาปุ๋ยและคุณภาพดินที่ถดถอยต่อเนื่อง จนเกษตรกรจำนวนมากต้องลงทุนเพิ่ม แต่ผลผลิตกลับไม่เพิ่มตาม “ไบโอชาร์” จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางรอดสำคัญของภาคเกษตรยุคใหม่ เพราะไม่ใช่เพียงถ่านธรรมดา แต่คือคาร์บอนจากชีวมวลพืชที่มีโครงสร้างรูพรุนสูง ช่วยฟื้นฟูดินถึงระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี ลดการสูญเสียธาตุอาหาร และช่วยให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เติบโตได้มากขึ้น และสิ่งที่น่าสนใจคือ เกษตรกรสามารถผลิตไบโอชาร์ใช้เองได้จากเศษวัสดุในไร่นา ไม่ว่าจะเป็นฟางข้าว ใบอ้อย กิ่งไม้ ซังข้าวโพด หรือเศษพืชจากสวนผลไม้ เพราะพืชทุกชนิดล้วนมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ เมื่อนำมาเผาภายใต้สภาวะออกซิเจนจำกัด ก็จะได้ไบโอชาร์ที่สามารถนำกลับไปฟื้นดินในแปลงของตัวเองได้อีกครั้ง คุณประสาน สุขสุทธิ์ อดีตหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว และเจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม สระแก้ว ได้ให้มุมมองในเรื่องของไบโอชาร์ไว้ว่า แม้ไบโอชาร์จะไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ได้ทุกปัญหาในทั

30 พฤษภาคม 2569
Featured พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน
ปลูก “ถั่วแระญี่ปุ่น” ป้อนตลาดส่งออก พืชน้ำน้อย อายุสั้น ราคาดี

“ถั่วแระญี่ปุ่น” คือถั่วเหลืองฝักสด เป็นพืชล้มลุก มีทรงพุ่ม ผลเป็นฝัก มีลักษณะทรงแบน ยาวรี โค้งงอเล็กน้อย มีขนอ่อนๆ ฝักมีสีเขียว ฝักจะนูนขึ้น มีเมล็ดโตเรียงกันอยู่ข้างใน เมล็ดไม่แก่ไม่อ่อนเกินไป เมล็ดสีเขียว มีรสชาติหวานมันกว่าเมล็ดใหญ่กว่า นุ่มกว่า มีถิ่นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น ต่อมาได้มีปลูกกันมากในหลายประเทศทั่วโลก ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี มีประวัติการบริโภคถั่วเหลืองในระยะฝักไม่อ่อนและไม่แก่เกินไป ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานถั่วแระเป็นกับแกล้มเบียร์ หรืออาหารว่างเกือบทุกครัวเรือน จึงมีการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองให้มีฝักและเมล็ดใหญ่กว่าถั่วเหลืองธรรมดา 2 เท่า เมล็ดนุ่ม รสชาติหวานมัน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สำหรับบริโภคฝักสดเพียงอย่างเดียว และมีความพยายามปลูกถั่วแระส่งตลาดตลอดทั้งปี ซึ่งความต้องการบริโภคถั่วแระญี่ปุ่น หรือถั่วเหลืองฝักสด (Vegetable Soybean) ของชาวญี่ปุ่น ประมาณปีละ 150,000 ตัน แต่สามารถผลิตภายในประเทศได้เพียง 100,000-110,000 ตัน จึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ถั่วแระญี่ปุ่นเป็นพืชโปรตีนสูง (ถั่วแระญี่ปุ่น มีโปรตีน 12.7% ถั่วฝักยาว มีโปรตีน 2.4%) รสชาติอร่อย สามารถนำไปประกอบอาหา

1 มิถุนายน 2569
News
สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย เปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การผลิตทุเรียนคุณภาพพรีเมียมเพื่อการส่งออก” ยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก

ข้อมูลหน่วยงาน สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทรศัพท์ 02-940-6578 อีเมล : [email protected]

4 มิถุนายน 2569

Tags
กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทุเรียนพันธุ์นกหยิบ ธนาคารน้ำใต้ดิน ปลูกทุเรียนต้นคู่ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) สถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ สวนคุณลูกหมู

Related Posts

Featured ปศุสัตว์ เกษตรรอบด้าน
สัตวบาลหัวนอก เลี้ยงหมูระบบ “ไบโอไดนามิก” หมูแข็งแรง ไร้ยาปฏิชีวนะ ขายได้ราคาดี

หากพูดถึงการเลี้ยงหมู หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า “หมูอุตสาหกรรม” ที่เน้นความรวดเร็วและปริมาณ หรือขยับมาสายรักสุขภาพหน่อยก็จะเป็น “หมูอินทรีย์” ที่เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติและไม่ใช้สารเคมี แต่เคยได้ยินชื่อ “การเลี้ยงหมูระบบไบโอไดนามิก” กันบ้างไหม ถ้ายังไม่คุ้น วันนี้ ‘เทคโนโลยีชาวบ้าน’ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบการเลี้ยงหมูที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าหมูอินทรีย์ทั่วไป และเป็นเทรนด์ที่น่าจับตาในกลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืน หากจะพูดถึงต้นแบบของการเลี้ยงหมูระบบไบโอไดนามิกในเมืองไทย ชื่อของ “หมอฟิวส์-วานิชย์ วันทวี” ผู้ก่อตั้ง ว.ทวีฟาร์ม ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น คือหนึ่งในบุคคลต้นแบบที่พิสูจน์แล้วว่าระบบนี้สำเร็จได้จริง หมอฟิวส์คือสัตวบาลคนรุ่นใหม่ที่มีโอกาสได้เดินทางไปฝึกงานที่เยอรมนี และได้ซึมซับแนวคิดการทำเกษตรกรรมยั่งยืนแบบยุโรปอย่างลึกซึ้ง เมื่อกลับมาบ้านเกิด เขาจึงไม่เพียงแค่มาสืบทอดอาชีพเกษตรกรรมจากรุ่นคุณพ่อคุณแม่ แต่มาเพื่อปรับเปลี่ยนแนวคิดที่ว่า “เกษตรกรต้องไม่มองว่าตัวเองเป็นแค่เกษตรกร แต่ต้องมองว่าตัวเองเป็นนักธุรกิจเกษตร” หมอฟิวส์เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของการทำฟาร์มว่า แรงบันดาลใจสำคัญเกิด

4 มิถุนายน 2569
Featured พืชทำเงิน
พลิกชีวิตเกษตรกร! ปลูกเมล่อนโรงเรือน สร้างรายได้หลักหมื่นต่อรอบ ตลาดพรีเมียมรอซื้อ

ในวันที่การทำเกษตรไม่ได้หมายถึงเพียงการ “ปลูกแล้วรอขาย” เหมือนในอดีต แต่ต้องคิด วางแผน และปรับตัวให้ทันตลาด เรื่องราวของ คุณสุภัส เต๊ะฮุย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกเมล่อนและผักปลอดภัย กลายเป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถพลิกวิถีชีวิตและสร้างรายได้ที่มั่นคงได้ หากมองเห็นโอกาสและกล้าลงมือทำอย่างจริงจัง คุณสุภัสเล่าถึงจุดเริ่มต้นของกลุ่มเกิดขึ้นในปี 2562 จากความตั้งใจของคนในชุมชนที่อยากกลับมาใช้ชีวิตอยู่บ้าน พร้อมกับสร้างรายได้จากอาชีพเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน เดิมทีพื้นที่ส่วนใหญ่ในชุมชนทำนาข้าวและสวนยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก แต่รายได้มักเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ไม่สามารถหล่อเลี้ยงครอบครัวได้ตลอดทั้งปี  คุณสุภัสและเพื่อนเกษตรกรจึงเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ จนพบว่า “พืชอายุสั้น” คือคำตอบที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนได้ทุกเดือน หนึ่งในพืชที่ถูกเลือกคือ เมล่อน ผลไม้พรีเมียมที่กำลังได้รับความนิยมในตลาด ด้วยจุดเด่นด้านรสชาติและราคาที่ค่อนข้างสูง จึงเริ่มต้นทดลองปลูกในโรงเรือนประมาณ 4 โรงเรือน โดยแต่ละโรงเรือนสามารถให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 300–400 กิโลกรัม จำหน่ายในราคาประมาณ

4 มิถุนายน 2569
Featured พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน
อดีตนักโฆษณาเผยวิชาญี่ปุ่น ปลูกมันหวาน 2 ไร่ ยอดขายออนไลน์พุ่ง 2.5 แสน/เดือน

เคยสงสัยไหมว่าทำไมผู้บริโภคถึงยอมจ่ายแพงกว่า เพื่อให้ได้กินมันสายพันธุ์ญี่ปุ่น คำตอบไม่ได้อยู่ที่แค่สายพันธุ์ แต่อยู่ที่รายละเอียดตั้งแต่การเตรียมดิน เทคนิคการปลูก ไปจนถึงการบ่มให้หวานจัด ซึ่งส่งผลให้ราคาขายในตลาดต่างกันมาก วันนี้ คุณอู๊ด-อภิสิทธิ์ ลิ้มวัฒนาพิบูลย์ เกษตรกรผู้ปลูกมันหวานญี่ปุ่น เจ้าของไร่รวมสุข อยู่ที่อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น จะมาเผยวิชาลับการปลูกมันหวานส่งตรงจากญี่ปุ่น พร้อมกางสูตรสำเร็จว่าพื้นที่แค่ 2 ไร่ ก็สามารถปั้นมูลค่าให้กลายเป็นรายได้หลักแสนต่อเดือนได้อย่างไร คุณอู๊ด เล่าว่า ก่อนจะผันตัวมาเป็นเกษตรกร เขาคร่ำหวอดอยู่ในวงการโฆษณามานานกว่า 20 ปี ในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ จนถึงจุดอิ่มตัว…จุดที่เริ่มรู้สึกว่างานที่ทำอยู่ไม่สนุกและไม่มีความตื่นเต้นอีกต่อไป ซึ่งสำหรับเขาถือเป็นสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ จึงตัดสินใจทิ้งชีวิตเมืองกรุง กลับบ้านเกิดมาสานฝันที่รอคอยมาตลอด 20 ปี นั่นคือการทำเกษตรอย่างที่ตั้งใจไว้ “ความฝันในการทำเกษตรของผม เริ่มต้นจากการได้ไปเรียนรู้ดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหนึ่งในของขึ้นชื่อที่นั่นคือมันหวาน ผมจำได้ว่าตอน

4 มิถุนายน 2569
Featured พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน
ปั้นเงินล้านด้วยกล้วยหอมทอง สูตรลับใช้ปุ๋ยคอก ห่อถุงผ้า เลี่ยงลม รอบเดียวคืนทุน

หนองบัวลำภู จังหวัดที่แยกตัวมาจากอุดรธานี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 หากประเมินดูก็น่าเชื่อได้ว่า จังหวัดที่แยกตัวออกมา ควรมีสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แต่ทว่าพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู กลับไม่มีระบบชลประทานรองรับเกษตรกรในพื้นที่ ทำให้เกษตรกรต้องพยายามพัฒนาระบบน้ำ เพื่อให้สอดคล้องกับการเกษตรในพื้นที่ ซึ่งการปลูกพืชทุกชนิด “น้ำ” เป็นปัจจัยสำคัญ คุณทองแดง อัมไพชา คำสัมภาษณ์ของ คุณทองแดง อัมไพชา เกษตรกร หมู่ที่ 11 ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เกษตรกรต้นแบบ สาขาพืชสวน (ปลูกกล้วยหอมทอง) อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ก็เด่นชัดเรื่องน้ำสำหรับใช้ในการเกษตรที่ขาดแคลนและต้องพึ่งพาอาศัยน้ำฝนจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แม้จะแก้ปัญหาด้วยการเจาะบ่อบาดาลก็ช่วยได้ไม่มากนัก “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ได้พูดคุยกับคุณทองแดง ถึงการทำสวน แม้ว่าก่อนหน้านั้นคุณทองแดงจะปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชไร่ จำนวน 10 ไร่ ได้ผลผลิตไร่ละ 4 ตัน คิดเป็นรายได้ต่อปี ประมาณปีละ 40,000 บาท เมื่อหักต้นทุนที่ลงทุนไป ทำให้เห็นได้ชัดว่า รายได้ที่ได้รับไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จากซ้ายไปขวา คุณวีระศักดิ์ พริศักดิ์ เกษตรตำบลนิค

3 มิถุนายน 2569
พืชทำเงิน
แบ่งพื้นที่ 50 ตารางวา ปลูก “ผักเคล” ปลูกครั้งเดียวเก็บขายได้ทั้งปี ราคาสูง

สวนเปนูเอลอันร่มรื่นและกว้างใหญ่ในพื้นที่หลายไร่ รายล้อมไปด้วยแปลงผักอินทรีย์ของ คุณขวัญหล้า เนื่องจำนงค์ เจ้าของสวนผักปลอดสารพิษ ได้แบ่งพื้นที่เพียงน้อยนิดมาปลูกผักเคล สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว ผักเคล คือผักอะไร ทำไมถึงมีราคาแพง ผักเคล หรือราชินีแห่งผักใบเขียว ขายในท้องตลาด ราคากิโลกรัมละหลายร้อยบาท สร้างรายได้หลักหลายหมื่นต่อเดือน ผักเคล (Kale) ฟังชื่อแล้วอาจจะใหม่สำหรับคนไทย แต่ก็ใหม่จริงๆ ถ้าสืบเสาะว่ามาจากตระกูลไหน ท่านก็จะร้องอ๋อ เพราะผักเคล มาจากตระกูลผักคะน้า เราเรียกว่า คะน้าใบหยิก เป็นพืชใหม่สำหรับคนไทย แต่ได้รับความนิยมในการรับประทานอย่างรวดเร็ว จากการวิจัยของทางการว่ามีวิตามินสูง ผักเคล เป็นผักที่นิยมรับประทานกันมากจากชาวตะวันตก ซึ่งมีการวิจัยแล้วว่า มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก สูงกว่าผักชนิดอื่นๆ ผักเคล เป็นผักที่ใหม่ในตลาดผู้คนยังรู้จักไม่มาก แต่คนเริ่มที่จะรู้จักกันแพร่หลายมากขึ้น โดยได้รับความสนใจจากผู้ที่รับประทานอาหารคลีนทั้งหลาย ซึ่งทางสวนผักเปนูเอลของคุณขวัญหล้าได้คำนึงถึงคุณภาพของการปลูกผักมาก ที่สวนเปนูเอลทั้งหมดเป็นสวนผักอินทรีย์ปลอดสารพิษ จนได้รับมาตรฐานออร์แกนิก ไทย

3 มิถุนายน 2569
Featured ปศุสัตว์
โคท้องอืด ภัยเงียบในฟาร์ม สังเกตอาการไวช่วยชีวิตได้

สำหรับคนเลี้ยงโคแล้ว ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการเดินเข้าไปในคอกตอนเช้า แล้วพบว่าโคตัวโปรดนอนท้องโป่งขยายใหญ่ ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด หายใจหอบถี่ และปฏิเสธอาหารทุกชนิด  ทราบหรือไม่ว่า อาการท้องอืดในสัตว์เคี้ยวเอื้องไม่ใช่เรื่องลมในท้องธรรมดาๆ เหมือนในคน แต่เป็นภาวะวิกฤตทางระบบย่อยอาหารที่เฉียบพลันและรุนแรง หากเกษตรกรไม่สามารถช่วยเหลือหรือปฐมพยาบาลได้อย่างทันท่วงที แรงดันแก๊สที่สะสมมหาศาลอาจพรากชีวิตสัตว์เลี้ยงในฟาร์มไปได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น หัวใจสำคัญของการรักษาชีวิตโคคือการเข้าใจกลไกและรู้ทันสาเหตุ เนื่องจากกระเพาะหมักหรือกระเพาะผ้าขี้ริ้ว (Rumen) ของโคนั้น เปรียบเสมือนถังหมักชีวภาพขนาดใหญ่ที่ผลิตแก๊สอยู่ตลอดเวลา โดยปกติโคจะระบายแก๊สเหล่านี้ออกผ่านการเรอ แต่ถ้าวันใดที่ระบบกลไกนี้ล้มเหลว แก๊สถูกกักเก็บและระบายออกช้าเกินไป โรงงานหมักแห่งนี้ก็จะกลายเป็นระเบิดเวลาทันที  ดังนั้น อาหารท้องอืด (Bloat) จึงเป็นความผิดปกติของระบบย่อยอาหารในกระเพาะส่วนหน้า (กระเพาะหมักใหญ่) โดยแก๊สที่เกิดจากขบวนการย่อยถูกขับออกช้าหรือไม่ถูกขับออก ปริมาณแก๊สสะสมอยู่ในกระเพาะเป็นจำนวนมาก ทำให้กระเ

2 มิถุนายน 2569

สำนักงาน บริษัท ข่าวสด จำกัด
หนังสือพิมพ์ข่าวสด - ข่าวสดออนไลน์
ที่อยู่ เลขที่ 40/10 ถนนเทศบาลนิมิตใต้ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-589-0020

ติดต่อโฆษณา
อีเมล: [email protected]
โทร : 02-580-0021 ต่อ 1606

  • หน้าหลัก
  • เกษตรรอบด้าน
    • Exclusive
    • ประมง
    • ปศุสัตว์
    • พืชทำเงิน
    • ไม้ดอกไม้ประดับ
    • อื่นๆ
  • สูตรลับจากฟาร์ม
    • เทคนิคเกษตร
    • แปรรูปสินค้าเกษตร
  • ฟาร์มล้ำ
    • เกษตรยั่งยืน
    • เกษตรอัจฉริยะ
  • News
  • Video Content