สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
วันที่ 15 มีนาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สนับสนุนสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ถ่ายทอดความรู้การพัฒนาชุดข้อมูลพื้นฐานไม้ดอกไม้ประดับอัตลักษณ์ประจำถิ่นเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ ด้วยแนวทางมาลัยวิทยสถาน ให้แก่ผู้ประกอบการไม้ดอกไม้ประดับในจังหวัดเลย ณ สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการอบรม ดร.อนันต์ พิริยะภัทรกิจ และคณะนักวิจัย จาก วว. เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้จากงานวิจัยให้แก่ผู้เข้าอบรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สนับสนุนโครงการมาลัยวิทยสถาน โดยเป็นแนวคิดของ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ดำเนินการโดย วว. ในการนำเอานวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี การพัฒนาองค์ความรู้ที่ยั่งยืน สู่การพัฒนาตลอดห่วงโซ่การผลิต อาทิ การพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ การคัดเลือกต้นพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับที่แข็งแรงปล
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เพื่อเยี่ยมชมการพัฒนาชุดข้อมูลพื้นฐานไม้ดอกไม้ประดับอัตลักษณ์ประจำถิ่น เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ ด้วยแนวทางมาลัยวิทยสถาน ดำเนินโครงการโดย ดร.อนันต์ พิริยะภัทรกิจ และคณะนักวิจัย จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนโครงการมาลัยวิทยสถาน ให้แก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดำเนินโครงการฯ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ด้วยการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ทำให้สามารถยกระดับภาคเกษตรเป็นธุรกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการต่อเนื่อง มุ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยในการช่วยเพิ่มรายได้ของชุมชนในพื้นที่ให้มากขึ้นกว่าเดิม และเป็นแหล่งวิทยาการแห่งการเรียนรู้ สร้างแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรม เพื่อเป็นต้นแบบและขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ ด้วยก
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำผลผลิตจากงานวิจัย “การพัฒนาระบบการผลิตพันธุ์เบญจมาศปลอดโรคเชิงพาณิชย์” ของนักวิจัย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เข้าร่วมงาน “เบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 20” ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้การสนับสนุนทุนจาก วช. เพื่อสร้างอุตสาหกรรมการผลิตเบญจมาศให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน ผศ.ดร.ณัฐพงค์ จันจุฬา นักวิจัย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า ดอกเบญจมาศเป็นไม้ดอกที่เกษตรกรนิยมปลูกและเป็นไม้เศรษฐกิจ มีมูลค่าการผลิตติดอันดับ 1 ใน 4 อันดับแรกของไม้ตัดดอกมียอดการซื้อขายทั่วโลกปีละหลายพันล้านบาท สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้เล็งเห็นความสำคัญและปัญหาของเกษตรกรไทย ในการเพาะพันธุ์ไม้ดอกเบญจมาศ ที่มีการใช้ต้นพันธุ์เก่ามาเป็นระยะเวลานาน ทำให้ต้นเบญจมาศมีความอ่อนแอต่อโรคและแมลง เมื่อได้มีการปรับปรุงพันธุ์ดอกเบญจมาศให้ปลอดโรค รวมทั้งส่งเสริมก
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และพันธมิตรได้รับ 2 รางวัล WAITRO Innovation Award 2021 เวทีประกวดไอเดียนวัตกรรม ภายใต้ธีม Food Security and Sustainable Agriculture ได้รับเงินรางวัลจำนวน 25,000 USD ต่อ 1 โครงการ เพื่อนำไปสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม จัดการประกวดโดย WAITRO (The World Association of Industrial and Technological Research Organizations) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไร โดยได้รับการสนับสนุนการก่อตั้งจาก UNDP, UNESCO, UNIDO และ ECOSOC มีภารกิจสนับสนุนและประสานความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและองค์กรด้านวิจัยพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 100 หน่วยงาน จากมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า การได้รับรางวัลดังกล่าวของ วว. เป็นผลสำเร็จจากการนำเสนอโครงการวิจัยพัฒนาร่วมกับหน่วยงานสมาชิกใน WAITRO จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการแหล่งอาหารจากแมลงเพื่อเสริมการขาดสารอาหารในพื้นที่เปราะบาง (SMARTinFOOD : Insect-
พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรีและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วิถีเกษตร BCG ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง” พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการผลิตชีวภัณฑ์เชิงอุตสาหกรรมตามหลักการเกษตรปลอดภัย และร่วมประชุมหารือความร่วมมือการสนับสนุนทางวิชาการระหว่างมูลนิธิโครงการหลวง และ วว. ช่วงปี พ.ศ. 2566-2570 เพื่อแสดงผลสำเร็จการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาตอบโจทย์ภาคการเกษตรของประเทศ ผ่านโครงการยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคกลางตะวันตกด้วย BCG โมเดล ตามนโยบายรัฐบาลภายใต้โครงการ พ.ร.ก.เงินกู้ และโครงการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับชุมชนกลุ่มไม้ดอก ไม้ประดับ ด้วยนวัตกรรมเกษตรโดยใช้แนวทางมาลัยวิทยสถาน อว. ที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ ศ. (วิจัย) ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับชุมชนกลุ่มไม้ดอก ไม้ประดับ ด้วย
วช.ชวนสัมผัส “น้ำหอมจากขนแพะ” ในงาน Thailand Research Expo 2021 นวัตกรรมแปลงขยะขนแพะสู่น้ำหอม เครื่องหอม เจ้าแรกในไทยและเอเชีย ฝีมือนักวิจัย วว. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรม“Research Expo Talk” เปิดตัวนวัตกรรม “น้ำหอมจากขนแพะ” นวัตกรรมแปลงขยะขนแพะสู่น้ำหอม เครื่องหอม เจ้าแรกในไทยและเอเชีย ผลงานของ นางสาวขนิษฐา ชวนะนรเศรษฐ์ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021) ณ เวที Mini Stage ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร นางสาวขนิษฐา เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ไปจังหวัดกระบี่เมื่อเดือนมีนาคม 2563 เพื่อนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไปพัฒนาชุมชน ได้โจทย์ขนแพะที่เป็นขยะเหลือทิ้งและจากการบอกเล่าของ นายชวน ภูเก้าล้วน ประธานกรรมการบริษัท ศรีผ่องพานิช จำกัด ขนแพะโดยปกติถูกกำจัดโดยวิธีเผาทิ้งอย่างเดียว โดยไม่รู้ว่าคือวัตถุดิบที่มีมูลค่ามหาศาล ทีมนักวิจัยนำขนแพะมาสกัดพบว่
ตามไปดู 9 นวัตกรรมเกษตรที่น่าทึ่ง ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ย. 64 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายระบบวิจัยทั่วประเทศ แถลงข่าวจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021)” ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 22-26 พฤศจิกายน 2564 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์หลัก “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายการวิจัยของไทยที่มีศักยภาพ ไปสู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ กระจายโอกาสในการเข้าถึงฐานข้อมูลความรู้การวิจัยและนวัตกรรม สำหรับการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 วช. ได้นำเสนอผลงานวิจัยใน 7 ประเด็น ได้แก่ งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคมและสิ่งแวดล้อม งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ง
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2564 ที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรมโครงการจิตอาสากับการพัฒนาองค์กร เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และการมีจิตสาธารณะให้บุคลากร ดำเนินรอยตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชปณิธาน โดยร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่สาธารณประโยชน์ ณ วัดสองพี่น้อง พร้อมมอบผลิตภัณฑ์บาล์มตะไคร้ อว. ซึ่งเป็นผลงานของนักวิจัยจาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วว.) โดยการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. จำนวน 600 ขวด แก่ชุมชนต้นตาล อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อนำไปใช้รักษาโรคน้ำกัดเท้า และโรคผิวหนังในช่วงประสบอุทกภัย นอกจากนี้ ยังมอบต้นฟ้าทะลายโจร จากโครงการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรคืนถิ่นจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ วช.ให้การสนับสนุนทุนวิจัย จำนวน 4,000 ต้น เพื่อนำไปใช้ป้องกันโรคโควิด-19 และส่งเสริมการปลูกสมุนไพรไทยอย่างแพร่หลาย นับเป็นการสร้างสังคมให้เข้มแข็ง ประชาชนมีความสุขอย่างยั่งยืน รวมถึงทำนุบำรุงพระพุทธศาสน
วันนี้ 31 ตุลาคม 2564 ที่ชุมชนบ้านบุญแจ่ม ต.น้ำเลา อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และนวัตกรรม การปลูกพืชเศรษฐกิจร่วมกับการเพาะเห็ดไมคอร์ไรซา พร้อมเปิดศูนย์เรียนรู้พื้นที่ต้นแบบ “ชุมชนไม้มีค่า” เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลัก รับโจทย์และสนับสนุนการบูรณาการการขับเคลื่อน โครงการชุมชนไม้มีค่า ตามมติคณะรัฐมนตรี ในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไม้มีค่า เพื่อสร้างแหล่งอาหารและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน โดย วช. ได้นำองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยสนับสนุน และขยายผลให้นักวิจัยทำงานร่วมกับพื้นที่ และหน่วยงานอื่น ๆ ดำเนินการในรูปแบบให้เกิดกล้าไม้ ขยายผลให้มีพืชทางเลือกภายใต้ร่มเงาไม้มีค่า ซึ่งการเพาะเห็ด
วว. แชร์ไอเดีย ปลูกอย่างไร ให้มีผักกินตลอดระยะเวลา 3 เดือน เน้นสด สะอาด ปลอดภัย ด้วยมือของท่านเอง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แชร์ไอเดียผ่านการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาโดย สถานีวิจัยลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา หน่วยงานภูมิภาคของ วว. ว่า เราจะมีผักสดๆ สะอาด ปลอดภัยกินได้ตลอด 3 เดือน เพียงเราใช้เวลาว่างพักจากเรื่องเครียดๆ จากสถานการณ์ปัจจุบันของไวรัสโควิด-19 มาเพาะปลูกผักนานาชนิดที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย อุดมด้วยเส้นใยอาหาร โดยการปลูกผักจากแนวคิดนี้มุ่งเน้นตามความเหมาะสมของบ้านหรือที่พักอาศัยของแต่ละท่าน ไม่ว่าจะเพาะไว้ในห้องครัว ปลูกในแปลงปลูก สำหรับผู้ที่มีพื้นที่น้อยปลูกในกระถาง วางไว้ข้างบ้าน ระเบียงห้อง หรือออกแบบพื้นที่ปลูกสวนครัวแนวตั้ง ก็สามารถปลูกได้ไม่ยาก เพียงเรารู้อายุเก็บเกี่ยวของพืช และมีแผนแบ่งพื้นที่ปลูกให้เหมาะสม ก็จะได้ผลผลิตที่เพียงพอต่อความต้องในครัวเรือน หรือหากท่านใดมีพื้นที่เพาะปลูกจำนวนมาก อาจจะเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้เสริมต่อไป ข้อแนะนำสำคัญในการปลูกให้มีผักกินตลอดระยะเวลา 3
