สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) นำคณะนักวิทยาศาสตร์เยือนอมตะซิตี้ จัดการอบรมซินโครตรอนแก่ภาคเอกชนและอุตสาหกรรม ชูเทคนิคเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม พร้อมแนะนำเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ระดับพลังงาน 3GeV ที่จะตั้งอยู่ภายใน EECi ชลบุรี – รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “สถาบันฯ ได้จัดการอบรมซินโครตรอน เทคโนโลยีแสงขั้นสูง มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรม ครั้งที่ 15 (The 15th Synchrotron, Advanced Technology for Industry: SATI15) ในวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม 2566 ณ โรงแรมนิกโก้ อมตะซิตี้ อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน เครื่องมืออุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องไปสู่อุตสาหกรรมต่างๆ ด้วยการนำเสนอทั้งในด้านภาพรวมการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง งานนี้มีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน” “การอบรมครั้งนี้ มุ่งหวังให้เกิดการพบปะกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันฯ และหน่วยงานจากภาคเอกชน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอนวิจ
โรคกระดูกพรุนและภาวะกระดูกบางมาพร้อมความชรา เมื่ออายุมากขึ้น หลายสิ่งในร่างกายย่อมเสื่อมถอยตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นเส้นผมเปลี่ยนเป็นสีขาว ผิวหนังมีริ้วรอย สายตาเริ่มรางเลือน ไม่เว้นแม้แต่กระดูกที่ค่อย ๆ สูญเสียมวลแคลเซียมอย่างช้าตั้งแต่วัยล่วง 40 ปี และยิ่งเร็วขึ้นในผู้หญิงที่หมดประจำเดือน ผู้ชายก็เป็นโรคกระดูกพรุนได้เช่นกัน แต่อาจเกิดขึ้นช้ากว่าผู้หญิง ไม่ว่าจะอย่างไร เมื่ออายุเลย 70 ปีขึ้นไป เกินครึ่งมีภาวะกระดูกบางหรือโรคกระดูกพรุนซุกซ่อนอยู่ วันหนึ่งข้างหน้า อาจกระดูกหัก และไม่รู้จะหายกลับเป็นปกติหรือไม่ ประมาณการกันว่า ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป กว่าร้อยละ 30 มีกระดูกพรุนเกือบทั้งหมดไม่รู้ตัวเลยว่ามวลกระดูกลดลงเร็วจนเสี่ยงอันตราย มีหลายโรคและภาวะผิดปรกติอื่น ๆ ที่อาจเร่งให้กระดูกพรุนเร็วขึ้น เช่น โรคความดันเลือดสูง โรคทาลัสซีเมีย โรคเบาหวาน ขาดการออกกำลังกาย การบริโภคเกลือเกิน ฯลฯ ความท้าทายที่สำคัญคือ การมองเห็นโครงสร้างขนาดเล็ก ๆ ของกระดูก ในระดับไมโครเมตรหรือนาโนเมตร ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมของมนุษย์มาก เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ทั่วไปมองไม่เห็น แต่หากมีเครื่องมือพิเศษที่ช่วยนักวิจัยให้มอง
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีขั้นสูงเซินเจิ้น (SIAT) แห่งสภาบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) จัดสัมมนาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมไทย-จีน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ทักษะ และแนวคิดการวิจัยในการพัฒนาวัสดุสำหรับผลิตแบตเตอรี่โดยใช้เทคนิคแสงซินโครตรอน รวมถึงต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแบตเตอรี่และการแก้ปัญหาภาคอุตสาหกรรมในกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ กรุงเทพมหานคร – ดร.พินิจ กิจขุนทด หัวหน้าฝ่ายวิจัยและประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอน สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “สถาบันฯ ได้ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีขั้นสูงเซินเจิ้น แห่งสภาบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน จัดงานสัมมนาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมไทย-จีน Synchrotron Utilization Seminar on Thai-Chinese Battery and Energy Materials Research Collaboration ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2566 ณ โรงแรมสุโกศล กรุงเทพฯ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ทักษะ และแนวคิดการวิจัยในการพัฒนาวัสดุสำหรับผลิตแบตเตอรี่โดยใช้เทคนิคแสงซินโครตรอน รวมถึงต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแบตเตอรี่และการแก้ปัญหาภาคอุตสาหกรรมใ
นักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ไขประสิทธิภาพสารสกัดจากเมล็ดมะไฟจีน ผลิตภัณฑ์พลอยได้จากวิสาหกิจชุมชน จ.น่าน พบช่วยสร้างสมดุลของจุลินทรีย์บนผิวหนัง และลดการอักเสบของผิวหนังได้ ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เจลอาบน้ำและเจลล้างหน้าสูตรสกิน โซลูชั่น ซีรีส์ของ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมคว้ารางวัลสิ่งประดิษฐ์นานาชาติเจนีวาปีล่าสุด นครราชสีมา – ดร.กาญจนา ธรรมนู หัวหน้าส่วนวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “ทีมวิจัยของสถาบันฯ ร่วมกับ ศ.ภก.ดร.เกรียงศักดิ์ เอื้อมเก็บ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ได้รับโจทย์จากบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) ในการทดสอบสารสกัดจากมะไฟจีนและพอลิแซ็กคาไรด์ (คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน) กับเชื้อแบคทีเรีย 3 ชนิด คือ เอส อิพิเดอมิดิส (S. epidermidis) เอส ออเรียส (S. aureus) และพี แอคเน่ (P. acne) โดยใช้เทคนิคแสงซินโครตรอนในย่านอินฟราเรด ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสาร
ปิดฉากอย่างสวยงามกับการจัดกิจกรรม AOFSRR School ครั้งที่ 4 ถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีซินโครตรอนและการประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอนในงานวิจัย เทคโนโลยีเครื่องเร่งอนุภาค วิศวกรรมขั้นสูง ซึ่งสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เป็นเจ้าภาพจัดให้แก่นักศึกษาปริญญาโท-เอก และนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ในประเทศแถบเอเชีย-แปซิฟิก นครราชสีมา – ดร.ประพงษ์ คล้ายสุบรรณ์ ประธานจัดการอบรม AOFSRR School ครั้งที่ 4 ประจำปี 2566 และรองผู้อำนวยการพัฒนาเครื่องกำเนิดแสงสยาม 2 สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนได้เป็นเจ้าภาพจัดโครงการ AOFSRR School ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 12-16 มิถุนายน 2566 ซึ่งเป็นกิจกรรมสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโท-เอก นักวิจัยหลังปริญญาเอก นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ และวิศวกรวิจัย จากประเทศสมาชิก The Asia-Oceania Forum for Synchrotron Radiation หรือ AOFSRR โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 53 คน จาก 12 ประเทศ” “กิจกรรม AOFSRR School ครั้งนี้มีการบรรยายถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีซินโครตรอนและการประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอนในด้านต่าง ๆ
นักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมเวที Innovator X งานทอล์คสุดยอดนวัตกรทางสถาปัตยกรรม เทคโนโลยี และวัสดุศาสตร์ประจำปี 2023 พร้อมเปิดตัว “กราฟีน” จากขยะ นวัตกรรมหมุนเวียนคาร์บอน เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง พร้อมร่วมเสวนาหาทางออกสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างและพัฒนาสังคมสู่ยุค Net Zero กรุงเทพมหานคร – ดร.ศรายุทธ ตั้นมี หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร และ ดร.พัฒนพงศ์ จันทร์พวง หัวหน้าฝ่ายพัฒนาเทคนิคและวิศวกรรม สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน Innovator X งานทอล์คสุดยอดนวัตกรทางสถาปัตยกรรม เทคโนโลยี และวัสดุศาสตร์ประจำปี 2023 ที่จัดขึ้น โดย บจก.วัซซาดุ ทรานส์มีเดีย (Wazzadu.com) ร่วมกับ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (Crystal Design Center) เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2566 ณ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา) กรุงเทพฯ ดร.พัฒนพงศ์ จันทร์พวง ได้เปิดตัวเทคโนโลยีผลิต “กราฟีน” จากขยะ ในช่วงของการเสวนา Super Lo
คณะนักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ยกทีมนำเสนอความรู้การใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนกับงานวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข ชูตัวอย่างงานวิจัยการแพทย์จากการประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอนที่ไม่สามารถทำได้ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการทั่วไป นครปฐม – ผศ.ดร.ศุภกร รักใหม่ รองผู้อำนวยการปฏิบัติการและใช้ประโยชน์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน พร้อมคณะนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันฯ ทั้งหมด 6 คน ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อเป็นวิทยากรในโครงการ Webinar เรื่อง “แสงซินโครตรอนกับงานวิจัย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข” เมื่อวันอังคารที่ 6 มิถุนายน 2566 ณ ห้องประชุมอาคารสิริวัฒนภักดี สมาคมศิษย์เก่ามหามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ ศาลายา จ.นครปฐม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจถึง การใช้ประโยชน์ของแสงซินโครตรอน กับงานวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดย ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้การต้อนรับ และมีผู้รับฟังบรรยายทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบออนไลน์กว่า 60 คน ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ กล่าวว่า “ผมได้ตามเสด็จสมเด็จ
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม สร้างความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการตรวจพิสูจน์ การแลกเปลี่ยนบุคลากร รวมถึงการประยุกต์ใช้องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนและงานนิติวิทยาศาสตร์ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและมาตรฐาน เพื่ออำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองสังคมให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน นครราชสีมา – สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โดย นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัยและการพัฒนาบุคลากรทางนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2566 ณ อาคารสิรินธรวิชโชทัย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ในมุมของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แสงซินโครตรอน เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่สามารถประยุกต์ใช้ในงานวิชาการ วิจัย และการบริการสหสาขา ทั้งในด้านวัสดุศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ รวมถึงนิติวิทยาศาสตร์ จึงเป็นโอกาส
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เข้าร่วมโครงการ “ธัชวิทย์” พัฒนาหลักสูตรสร้างบัณฑิตวิทย์สมรรถนะสูง ด้วยความร่วมมือของสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ซึ่งเน้นให้นักศึกษาทำงานที่สถาบันวิจัยหรือภาคเอกชนอย่างน้อย 70% เป้าหมายสู่การเปลี่ยนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม กรุงเทพมหานคร – วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม 2566 ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) แถลงนโยบาย “ธัชวิทย์” วิทยสถานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (Thailand Academy of Sciences : TAS) เพื่อพัฒนากำลังคน และวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายในพิธีเปิดตัวและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “ธัชวิทย์” วิทยสถานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ระหว่างสถาบันวิจัยแห่งชาติ สถาบันอุดมศึกษา และภาคเอกชน ณ ห้องแถลงข่าว อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว. โดย รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร บพค. และประธานกรรมการบริหารสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ได้บรรยายพิเศษใน “หัวข้อ “ธัชวิทย์” เพื่อประเทศไทย” โอกาสนี้ รศ.ดร.ส
3 ผลงานวิจัยร่วมระหว่างสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ได้แก่ โลชั่นมามาคาระ เจลอาบน้ำและเจลล้างหน้าโชกุบุสซึ สกิน โซลูชั่น และยาสีฟันซอลส์ คิง เฮิร์บ คว้ารางวัลจากงานประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ โดยได้รับ 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทอง และรางวัลพิเศษ Special prize รวมทั้งหมด 4 รางวัล สวิตเซอร์แลนด์ – ดร.ศิริวรรณ ณะวงษ์ นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “นายชูชีพ อภิรักษ์ ผู้จัดการส่วนวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และคณะจากบริษัทไลอ้อน พร้อมด้วยนักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน คือ ดร.ศิริวรรณ ณะวงษ์ และ ดร.นิชาดา เจียรนัยกูร ได้ร่วมจัดแสดงและนำเสนอผลงานที่ร่วมพัฒนาระหว่างสถาบันฯ และบริษัทไลอ้อน ภายในงานประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติเจนีวา ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 26-30 เมษายน 2566 ณ สวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลชั่นมามาคาระที่ใช้แสงซินโครตรอนตรวจวิเคราะห์โครงสร้างและคุณภาพของโลชั่น ผลิตภัณฑ์เจลอาบน้ำและเจลล้างหน้าโชกุบุสซึ สกิน โซลูชั่น ที่มีส่วนผสมของเมล็ดมะไฟจีน ซึ่งศึกษาโครงสร้างโมเลกุลด้ว
