สัตว์เลี้ยงสวยงาม
หมาไทยหลังอาน เป็นสุนัขพันธุ์พื้นเมืองเก่าแก่ของประเทศ มีจุดเด่นตรงแผ่นหลังที่มีขนคล้ายอาน มีขนสั้น หูตั้งเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายจมูก ปาก ลิ้นสีดำ หางเรียวยาวเป็นรูปดาบ ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ที่มีความสวยงาม ทั้งยังเป็นหมาที่มีความฉลาด อุปนิสัยรักอิสระ ซื่อสัตย์ เชื่อมั่นในตัวเอง มีความกระตือรือร้น ไม่เกรงกลัวศัตรูจะเป็นคนหรือสัตว์อื่นในแบบใจถึงพึ่งได้ สามารถเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน เฝ้าสวน เป็นได้ทั้งเพื่อนและคู่หูผู้ซื่อสัตย์ “ไทยหลังอาน บ้านสุขสันต์” ฟาร์มเพาะ-ขาย หมาไทยหลังอานที่ได้คุณภาพ หมาทุกตัวผ่านการผสมอย่างถูกต้องตามขั้นตอน มีรูปร่างลักษณะตรงตามเกณฑ์ทุกตัว ฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่ หมู่ที่ 7 ตำบลหนองหงส์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช มี คุณสุขสันต์ ไกรวาปี เป็นเจ้าของ คุณสุขสันต์เริ่มเลี้ยงหมาไทยหลังอานไว้เป็นเพื่อนเฝ้าบ้านจำนวน 2 ตัว เหตุผลที่ชอบเพราะเห็นว่ามีความแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วย เลี้ยงง่าย โครงสร้างร่างกายสวยงามสมส่วน โดยเฉพาะจุดเด่นที่อานหลังมีลักษณะคล้ายรูปศร ไม่ดุร้ายหรือก้าวร้าว เมื่อเลี้ยงมาได้สัก 2 ปีจึงลองเพาะขยายพันธุ์ได้สำเร็จตามคุณลักษณะทุกอย่าง จากนั้นจึงพัฒนาเพ
“เกรทเดน” (Great Dane) เป็นสุนัขที่ได้รับการบันทึกสถิติโลกอย่างเป็นทางการ ว่าเป็นสุนัขสายพันธุ์เดียวที่สูงที่สุด ยังไม่พบว่ามีสายพันธุ์ใดสูงได้มากกว่าสุนัขพันธุ์นี้ ด้วยความสูงระดับที่ไม่ต่ำกว่า 1 เมตรของมัน ทำให้เกรทเดนกลายเป็นสายพันธุ์ที่คนรักสุนัขพันธุ์ใหญ่ให้ความสนใจ และด้วยความสูงใหญ่ที่พูดถึง ความกังวลในเรื่องของสายพันธุ์ในอดีตที่ชาวยุโรปนำมาจากสุนัขนักล่า พัฒนาสายพันธุ์มาสู่สุนัขเลี้ยงและเฝ้าบ้าน อาจมีข้อกังวลในใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย สำหรับคนไทยที่ไม่คุ้นนักกับสุนัขพันธุ์ใหญ่ คุณพิสิฎฐ คำประเสริฐ หนุ่มอ่างทอง ผู้มองเห็นโอกาสของการเลี้ยงสุนัขเพื่อเพาะและจำหน่ายเป็นอาชีพมาตั้งแต่เริ่มก้าวเข้าสู่การเรียนในวัยรุ่น อายุไม่ถึง 20 ปีดี ก็ยอมทุ่มเท ขอยืมเงินของครอบครัวนำมาลงทุนไปกับสุนัข ในจำนวหลายหมื่นบาท หากคิดเป็นมูลค่าในยุคเกือบ 30 ปีที่แล้ว ถือว่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อย คุณพิสิฎฐ เริ่มต้นด้วยสุนัขพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด ลงทุนซื้อแม่พันธุ์ในราคาหลายหมื่นบาท แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ลูกสุนัข แต่ต้องหมดไปกับค่าดูแล ค่าอาหาร และอื่นๆ อีกมาก แต่เพราะความไม่ท้อ เมื่อคุณพิสิฎฐเห็นโอกาสในสุนัขส
ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด หลายอาชีพได้รับผลกระทบอย่างหนัก บางแห่งถึงขั้นต้องปิดกิจการลง แต่ในวิกฤตกลับสร้างโอกาสให้กับกลุ่มงานอิสระบางประเภท อย่างไม้ดอกไม้ประดับและสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากผู้คนจำนวนมากต้องอยู่กับบ้านเพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรค จึงหันมาหากิจกรรมยามว่างทำเพื่อคลายเหงาและแก้เบื่อ เช่นเดียวกับ “TN Chicky & Bird Farm” ธุรกิจฟาร์มเพาะขายสัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศในรูปแบบครอบครัวที่สมาชิกทุกตัวล้วนมีความน่ารักสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นไก่ นกแก้ว และเมียร์แคต ผ่านการเพาะเลี้ยงในฟาร์มคุณภาพได้มาตรฐานโดยผู้คร่ำหวอดนานนับสิบปี รายล้อมด้วยบรรยากาศธรรมชาติของจังหวัดเพชรบุรี คุณโน๊ต หรือ คุณนิธิ สุประดิษฐ์ เจ้าของและหัวหน้าครอบครัวของ “TN Chicky & Bird Farm” บอกเล่าเรื่องราวความอบอุ่นในครอบครัวนี้ว่า ก่อนมาเข้าสู่วงการสัตว์เลี้ยงเคยทำอาชีพมัคคุเทศก์มาก่อน แต่ด้วยภาระรับผิดชอบมากมายจนทำให้ไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวให้กับครอบครัว จึงมองหาอาชีพอิสระอื่น ขณะที่อุปนิสัยส่วนตัวเป็นคนรักสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะนกจึงใช้สวนเกษตรอินทรีย์ของคุณพ่อที่จังหวัดเพชรบุรีจำนวนก
พนักงานหนุ่มออฟฟิศ ที่นำความชอบและแรงบันดาลใจจากการเลี้ยงสัตว์ต่อยอดสู่การทำฟาร์มหนูแก๊สบี้ จนกลายเป็นธุรกิจเสริมสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทางให้กับครอบครัว มานานกว่า 9 ปี รวมถึงมีการเพาะพันธุ์หนูแก๊สบี้เพื่อส่งเข้าประกวด ได้รับรางวัลการันตีจำนวนมาก จนเป็นที่รู้จักในวงการของหนูแก๊สบี้มาจนถึงปัจจุบัน หนูแก๊สบี้ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทฟันแทะชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดมาจากทวีปแอฟริกาใต้ แถบประเทศเปรู เป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทยเช่นเดียวกันกับ คุณจิรัฏฐ์ รุ่งอมรศิลป์ หรือ คุณปุ๊ วัย 42 ปี เจ้าของฟาร์ม “หนูแกสบี้ home56” ในพื้นที่ซอยรามอินทรา 99 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร “จริงๆ ผมเป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสุนัขและแมวเป็นเรื่องปกติครับ ส่วนหนูแก๊สบี้นั้น ผมได้ไปเจอที่ตลาดนัดจตุจักร ซึ่งในช่วงนั้นสายพันธุ์นี้เพิ่งนำเข้ามาใหม่ จึงไปเจอพอดี ผมรู้สึกว่าเขาน่ารักและแปลกใหม่ จึงตัดสินซื้อมาเลี้ยงเล่นๆ โดยที่ยังไม่คิดอะไร 3 ตัว เลี้ยงไปเลี้ยงมาเขามีลูก 3 ตัว ผมจึงลงขายในกลุ่มฟาร์มครับ ก็มีคนมาซื้อไป ผมก็เห็นโอกาสตรงนี้ว่าสามารถทำเป็นรายได้เสริ
“ไอโซพอด” สัตว์เลี้ยงดึกดำบรรพ์ ตัวเล็ก น่ารัก เลี้ยงง่าย นิสัยดี “ประเทศไทยถูกยกให้เป็นประเทศที่มีไอโซพอดสวยที่สุดในโลก ไอโซพอดเป็นสัตว์ประเภทเดียวกับกุ้ง (ครัสเตเชียน) เป็นสัตว์เปลือกแข็ง ขาปล้อง เวลาเจริญเติบโตจะต้องลอกคราบ น้องเป็นผู้ย่อยสลายตามธรรมชาติ โดยปกติแล้วสามารถพบได้ทั่วโลก ในป่าทึบที่มีแสงส่องถึงได้น้อย หรือบางสายพันธุ์อยู่ในถ้ำ หน้าผาสูง ชอบหลบอยู่ใต้ไม้ ชอบอากาศเย็น ชื้น ไม่ชอบความร้อน” คุณโชติรวิน เอื้องฟ้าฮาม หรือ คุณบอส วัย 31 ปี หนุ่มหล่อเจ้าของเพจ “ลิตเติ้ลไอโซพอดไทยแลนด์ Little isopod Thailand” ในพื้นที่เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ที่พลิกวิกฤตช่วงโควิด-19 ระบาด ให้เป็นโอกาส ด้วยการเริ่มเลี้ยงไอโซพอด (Isopod) สัตว์เลี้ยงดึกดำบรรพ์แบบจริงจัง จากประสบการณ์สั่งสมให้เรียนรู้ จนสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ตีตลาดออฟไลน์และออนไลน์ จนสามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้มาจนถึงปัจจุบัน “จุดเริ่มต้นของการเลี้ยง ผมเริ่มเลี้ยงเมื่อช่วงโควิดระบาดหนักปีที่แล้ว และก็ขยายกิจการมาเรื่อยๆ ปัจจุบันก็ยังสะสมน้องไอโซพอดสายพันธุ์ต่างๆ เพิ่มอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้มีประมาณ 35 สายพันธุ์ครับ ส่วน
คุณไตรศาสตร์ ศรีบุญชู หรือ คุณเฮาส์ วัย 38 ปี เจ้าของฟาร์ม “ศรีบุญชูฟาร์ม” ในพื้นที่ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ที่นำความชื่นชอบในการเลี้ยงสัตว์ทางเลือกใหม่ (Exotic pets) ตั้งแต่วัยเด็กมาสานต่อเป็นธุรกิจมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 11 ปี ที่เรียนรู้และพัฒนาปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์สัตว์ทางเลือกใหม่ที่มีอยู่ในประเทศไทยให้มีความสวยงามมากขึ้น จนสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองมากกว่าหลักล้านต่อปี จุดเริ่มต้นของการเลี้ยงสัตว์ทางเลือกใหม่นั้น เกิดขึ้นเมื่อครั้งวัยเด็ก จึงเรียนรู้และพัฒนา ต่อยอดมาตั้งแต่สมัยทำงานประจำอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เริ่มต้นเพาะพันธุ์สัตว์หลากหลายชนิด ทั้งกบ คางคก และงู จนกระทั่งปี พ.ศ. 2554 เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำและย้ายถิ่นฐานกลับไปยังบ้านเกิดที่จังหวัดพะเยา และก่อตั้งฟาร์มในพื้นที่ 5 ไร่ “ปี 2554 เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ตอนนั้นผมทำงานประจำอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงตัดสินใจลาออกจากงาน และย้ายของและสัตว์กลับบ้านเกิดจังหวัดพะเยา จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการทำฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์ทางเลือกใหม่มาจนถึงปัจจุบัน ก็เป็นเวลา 11 ปีแล้วครับ” ภาย
“ไทยบางแก้ว” เป็นสุนัขสายพันธุ์ไทยที่นิยมเลี้ยงเพื่อเฝ้าบ้าน เฝ้าสวน เพราะด้วยลักษณะนิสัยและจุดเด่นในเรื่องของความตื่นตัว หวงสิ่งของ หวงพื้นที่ กล้าหาญ ซื่อสัตย์ ฉลาด และรักเจ้าของ จึงทำให้สุนัขบางแก้วได้รับความนิยมในการเลี้ยงในประเทศไทยเป็นอย่างมาก ถือได้ว่าเป็นสุนัขประจำชาติ มีขนยาวสองชั้นและหางพวงสวยที่เป็นเอกลักษณ์อย่างชัดเจน ซึ่งหากใครที่กำลังมองหาสุนัขเฝ้าบ้าน คงจะต้องเปิดใจรับเลี้ยงบางแก้วไว้สักหนึ่งตัว คงจะช่วยคลายเหงาได้ไม่น้อย คุณสุทธิศักดิ์ พงษ์รอด หรือ พี่หนึ่ง เจ้าของ Mumnung Farm มุมหนึ่ง ฟาร์ม ในพื้นที่ บ้านสมอตาน ตำบลหนองพลับ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี อดีตครูโรงเรียนเอกชน ที่หันมาประกอบอาชีพทำฟาร์มสุนัขบางแก้วอย่างเต็มตัว ในปี พ.ศ. 2545 บนเนื้อที่ประมาณเกือบ 1 ไร่ ด้วยความชอบและหลงใหลในสุนัขบางแก้วตั้งแต่ในวัยเด็ก จึงนำมาสู่ธุรกิจฟาร์มสุนัขไทยบางแก้วครบวงจร หากเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นการเพาะพันธุ์สุนัขไทยบางแก้วนั้น พี่หนึ่ง เล่าให้เราฟังว่า ช่วงแรกของการเปิดฟาร์มมีสุนัขเพียง 3-4 ตัวเท่านั้น พร้อมกับการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์สุนัขไทยบางแก้วอย่างละเอี
แพะแคระมินิปิ๊กมี่ ซึ่งเป็นแพะสายพันธุ์จิ๋วสูงแค่ 30-40 เซนติเมตร โตเต็มที่ไม่เกินเข่า ตัวผู้มีเคราดกยาวและมีขนนุ่มสวยปกคลุมตามลำตัวเหมือนผ้าคลุมไหล่ เช่นเดียวกับตัวเมีย ตัวเล็ก น่ารัก ขี้อ้อน ฉลาด แสนซน ทำให้หลายๆ คน มีความสนใจอยากได้มาเลี้ยงเป็นเพื่อนคลายเหงา เพราะไม่สามารถทนแรงดึงดูดความน่ารักของแพะแคระมินิปิ๊กมี่ แพะแคระมินิปิ๊กมี่มีนิสัยไม่ต่างจากแพะทั่วไป ที่ชื่นชอบปีนป่าย กระโดดข้าม ซุกซน และมีความฉลาด สามารถอยู่ในพื้นที่อากาศร้อนอย่างประเทศไทยได้ ข้อควรระวังคือ จะป่วยง่ายหากอยู่ในห้องแอร์หรือโดนฝน ต้องคอยระวัง และเรื่องพยาธิควรมีการถ่ายพยาธิสม่ำเสมอ เพราะหากพยาธิขึ้นสมอง มีโอกาสตายได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ แพะแคระมินิปิ๊กมี่เป็นสัตว์ที่คล่องแคล่ว หากินเก่ง หากินเอง ตามสัญชาตญาณของแพะ สามารถกินใบไม้ที่มีหนามได้เป็นอย่างดี ทนต่อรสขม คุณนวพร ติณสุข หรือ คุณหยก อายุ 36 ปี เจ้าของฟาร์มแพะแคระมินิปิ๊กมี่ A Cup Of Zoo Family คุณนวพร กล่าวว่า ตนเองเรียนจบอักษรศาสตร์ ไม่เคยเรียนเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์สัตว์เลย แต่เป็นคนที่ชื่นชอบสัตว์มาก เริ่มต้นจากการเลี้ยงเฟนเน็คฟ็อกซ์ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว แล
ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยงประเภทสวยงามนั้นทุกท่านคงจะนึกถึงสัตว์จำพวกปลาหรือนก แต่ในประเทศไทยนั้นยังมีสัตว์สวยงามจำพวกแมลงอยู่ชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมนำมาเลี้ยง สัตว์จำพวกนี้เป็นแมลงปีกแข็งที่คนไทยรู้จักกันในนามของกว่างหรือด้วงกว่างนั่นเอง ที่อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ผู้เขียนเข้าไปพูดคุยกับ คุณชิณภัทร บ้านเลขที่ 63 หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สุก อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เป็นพื้นที่รับน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่สุก ซึ่งผู้เขียนเองเคยรับตำแหน่งเกษตรอำเภอแม่ใจอยู่ประมาณ 6 เดือน ยอมรับว่าไม่เคยเข้าไปในพื้นที่นี้ พอตามจีพีเอสไป ก็ไปไม่ถูก เลยก็ต้องโทร.หาคุณชิณภัทร แต่กำลังติดไลฟ์สดประมูลขายกว่างอยู่ เลยให้คุณพ่อมารับเข้าไปที่บ้านซึ่งทำเป็นฟาร์มเลี้ยงกว่าง ผ่านสันอ่าง ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงฤดูทำนา ทางอ่างได้ปล่อยน้ำลงมาเพื่อให้ชาวนาได้ไถหว่านข้าวกัน ถือว่าเป็นบริเวณที่น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ เป็นบริเวณต้นน้ำ เมื่อไปถึงคุณชิณภัทรก็ยังติดไลฟ์สดอยู่เลยต้องคุยกับคุณพ่อไปก่อน คุณพ่อเล่าว่า คุณชิณภัทรชอบกว่างมาตั้งแต่เด็ก สมัยก่อนคนทางภาคเหนือจะนิยมกีฬาชนกว่าง กัน คุณชิณภัทรก็จะไปหากว่างจากธรรมชาติมาขาย มีรายได้ตั้งแต่ ป. 2 จากนั้นก็
เต่าซูลคาต้า (Sulcata Tortoise) เป็นเต่าบกชนิดหนึ่งที่กระดองมีลวดลายสีสวยดูมีความน่ารัก ผู้เลี้ยงบางคนมีความเชื่อส่วนตัวว่าเป็นสัตว์นำโชคมาให้ เกษตรกรที่อำเภอพรหมบุรี ได้รวมกลุ่มแบบธรรมชาติ จัดการเพาะเลี้ยงเต่าซูลคาต้า เพื่อนำส่งลูกเต่าออกขายทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ ที่ต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานภาครัฐ การเพาะเลี้ยงเต่าซูลคาต้า สมาชิกจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเสริมทักษะจากนักวิชาส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอพรหมบุรี ที่ได้ประสานการทำงานร่วมกับนักวิชาการ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้หรือผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเกษตรกรจะได้นำความรู้ไปสู่พัฒนาการเพาะเลี้ยงเต่าให้ได้คุณภาพ และทำให้สมาชิกมีรายได้นำไปสู่การยังชีพที่มั่นคง คุณลุงสุชาติ วงษะ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงเต่าซูลคาต้า เล่าให้ฟังว่า อาชีพคือการทำนาและมีอาชีพเสริมคือการเพาะเลี้ยงเต่าซูลคาต้า มีพื้นที่ทำนา 30 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 เป็นชนิดข้าวเจ้านาสวนที่ไม่ไวต่อช่วงแสง ลักษณะทรงต้นสูง 104-133 เซนติเมตร กอตั้ง ลำต้นแข็งการหักล้มน้อย อายุการเก็บเกี่ยว 104-132 วัน เมื่อนำไปหุงจะได้กลิ่นหอม เนื้อข้าวนุ่มคล้ายข้า
