สัตว์เลี้ยงสวยงาม
คุณอนุสรณ์ นวะกะ อดีตพนักงานบริษัทรถยนต์ สนใจอยากทํางานอิสระ จึงเก็บหอมรอมริบ ด้วยเงินทุน 300,000 บาท สู่การเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว ด้วยตนเองเป็นคนที่ชื่นชอบ “การเลี้ยงปลากัดสายนักสู้” จึงคิดว่าสามารถทำเป็นอาชีพได้ โดยเริ่มบุกเบิกมาตั้งแต่ปี 2550 เริ่มต้นด้วยการเพาะเลี้ยงไรแดงและเพาะเลี้ยงปลากัด จํานวน 20 บ่อ ขายไรแดงจากการเพาะฟักและขายปลากัดนักสู้มีรายได้คุ้มต้นทุนตั้งแต่ช่วงแรกๆ ปัจจุบัน มีบ่อเลี้ยงปลากัดนักสู้และขายไรแดงสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ได้เป็นอย่างดี โดยทางสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดตรัง ได้เข้ามาส่งเสริมให้จัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ด้านการประมงเพื่อเป็นศูนย์ให้เกษตรกรผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ คุณอนุสรณ์ เล่าถึงวิธีการเพาะเลี้ยงไรแดงเพื่อนำมาเป็นอาหารให้กับปลากัดสายพันธุ์นักสู้ซึ่งทำได้ไม่ยาก โดยเริ่มต้นจากการนำน้ำเขียวคลอเรลลา (Chlorella sp) จํานวน 20 ลิตร ใส่บ่อซีเมนต์ ขนาด 5x5x0.60 เมตร แล้วเติมน้ำที่สะอาด ให้มีระดับน้ำ 2 เซนติเมตร เตรียมส่วนผสมประกอบด้วย ฮามิ ฮามิ 2 กิโลกรัม ปุ๋ยยูเรีย 1 กิโลกรัม ปุ๋ยนา (16-2
เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ขอพาทุกคนไปรู้จักกับ ไก่ตีนโต หรือ ไก่ดองเต๋า (Dong Tao) ไก่พันธุ์พื้นเมืองที่หายากของประเทศเวียดนาม ไก่ตีนโต มีลักษณะเด่นอยู่ที่ขาและตีนมีขนาดใหญ่ อายุ 1-2 ปี ลำแข้งและตีนไก่จะโตขึ้นเรื่อยๆ เกือบเท่าแขนคน โดยทั่วไปไก่สายพันธุ์นี้ น้ำหนักอยู่ระหว่าง 3.5-5 กิโลกรัม แต่เคยพบใหญ่สุดมีน้ำหนักมากถึง 6-7 กิโลกรัม ไก่ดองเต๋าลักษณะของพันธุ์แท้ แข้งขามีสีส้มถึงแดง รูปร่างแข็งแรง ขาอวบอ้วนปกคลุมด้วยเกล็ดสีแดง ไก่เพศเมียมีน้ำหนักน้อยกว่าตัวผู้ เนื้อไม่แข็งมากเหมือนไก่พื้นบ้าน คนไทยเลี้ยงไก่ตีนโตในลักษณะสัตว์แปลก แต่เกษตรกรเวียดนามนิยมเลี้ยงเป็นไก่เนื้อ โดยเฉพาะไก่ตีนโตสีขาว นิยมเลี้ยงเป็นอาหาร หรือใช้ในงานมงคลต่างๆ เพราะยกย่องสีขาวว่าเป็นสีมงคล ไก่ตีนโตมีปริมาณเนื้อเยอะ เนื้อไก่ตีนโตอร่อยมาก มีมันแทรกในเนื้อ รสชาติอร่อยกรุบกรอบ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ถูกเรียกขานว่า “Dragon Chickens” ในอดีต นิยมนำเนื้อไก่ตีนโตมาปรุงเป็นเครื่องเสวยของกษัตริย์เวียดนาม ปัจจุบันเนื้อไก่ตีนโต ติดอันดับเมนูสุดยอดอาหารของชาวเวียดนาม เพราะมีรสชาติอร่อยและราคาแพงมีจำหน่ายในภัตตาคารร้านอาหารหร
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง เผยรวบรวมพันธุ์ปลาซิวข้างขวานเล็กจากธรรมชาติมาเพาะพันธุ์ โดยวิธีเลียนแบบธรรมชาติ สำเร็จได้ลูกปลาประมาณ 1,000 ตัว ปล่อยลงน้ำตกโตนน้อย เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2566 นางสุวรรณดี ขวัญเมือง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง ร่วมกับนายอดุลย์ หมื่นลึก นายอำเภอนาโยง, นายณัฐรัฐ พรเดชอนันต์ ประมงจังหวัดตรัง, นายประพจน์ สัตถาภรณ์ หัวหน้าสวนพฤษศาสตร์เขาช่อง, ประมงอำเภอนาโยง อบต.ช่อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลา ซิวข้างขวานเล็ก ปลาสุลต่าล และปลากระแห รวม 30,000 ตัว ณ น้ำตกโตนน้อย สวนพฤกษศาสตร์เขาช่อง หมู่ที่ 7 ตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าต้นน้ำที่เหมาะแก่การปล่อยปลาหายากเพื่อให้มีการขยายพันธุ์ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่ง ปลาซิวข้างขวานเล็ก ชื่อวิทยาศาสตร์ Trigonostigma espei (Kottelat &Witte,1990) ชื่อสามัญ Harlequin Rasbora ปลาซิวข้างขวานเล็ก เป็นปลาขนาดเล็กที่ใกล้จะสูญพันธุ์ เพราะเป็นที่ได้รับความนิยมนำไปเลี้ยงในตู้และเป็นที่ต้องการของตลาดปลาสวยงามทั้งในและต่างประเ
คุณศิริภูมิ มีศิริ หรือ คุณภูมิ วัย 17 ปี เจ้าของฟาร์ม “ภูมิภูมิฟาร์มปลาทอง” ในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เด็กหนุ่มที่ชื่นชอบการเลี้ยงปลาสวยงามเป็นชีวิตจิตใจ ก่อนที่จะผันตัวมาเลี้ยงปลาทอง เพราะมองว่าปลาทองเป็นปลาที่ทุกคนรู้จัก จึงศึกษาวิธีการเลี้ยงปลาทองอย่างจริงจังและเริ่มลงมือทำอย่างตั้งใจ จุดเริ่มต้นของการเลี้ยงปลาทองมาจากความชอบส่วนตัวในวัยเด็ก ทำให้เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ซื้อปลาทองมาเลี้ยงในตู้ก่อน และพยายามศึกษาหาข้อมูล ลองผิดลองถูก และเดินสายอบรมเกี่ยวกับปลาทองตามสถานที่ที่จัดขึ้น ด้วยความโชคดีมีพี่ๆ ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงปลาทองคอยดูแลและให้คำแนะนำ ก่อนจะเปิดฟาร์มเลี้ยงปลาทองแบบครบวงจรและเต็มรูปแบบเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ภายในฟาร์มของคุณศิริภูมิ มีการเลี้ยงปลาทองหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกสรร เช่น สายพันธุ์ฮอลันดายักษ์ สายพันธุ์สิงห์ไฮบริด เป็นต้น ปลาทองทั้งหมดในฟาร์มจะถูกเลี้ยงในบ่อดินและบ่อปูน โดยมีบ่อดินจำนวน 6 บ่อ บ่อละประมาณ 1 งาน บริเวณรอบบ่อดินจะต้องล้อมพื้นที่ เพื่อป้องกันสัตว์เลื้อยคลาน นก กบ คางคก บุกเข้ามากินปลาทองในบ่อดิน และบ่อปูนจำนวน 40 บ
คุณยุทธศาสตร์ พุทธบาล หรือ อาจารย์โอ้ วัย 38 ปี อาจารย์ประจำแผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจอุดรธานี และเจ้าของฟาร์ม “ร้านน้องแฮมเตอร์” ที่ใช้เวลาว่างจากการทำงานประจำ ต่อยอดทดลองเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ ก่อนจะเล็งเห็นช่องทางการสร้างรายได้จากการเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ขายผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถสร้างรายได้เสริม เพิ่มเติมจากการทำงานประจำ จุดเริ่มต้นของการเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์เป็นช่วงที่คุณยุทธศาสตร์ว่างงานและมองหาช่องทางการทำธุรกิจส่วนตัว ก่อนจะเล็งเห็นช่องทางการสร้างรายได้จากการเพาะพันธุ์หนูแฮมสเตอร์ขายผ่านทางออนไลน์ด้วยการซื้อพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ตามร้านทั่วไปมาทดลองเลี้ยงก่อน อีกทั้งในเรื่องของการแข่งขันทางธุรกิจการเพาะพันธุ์นั้น ยังมีคู่แข่งในจำนวนที่ไม่มาก จึงค่อยๆ เรียนรู้และพัฒนาศึกษาหาข้อมูลในการเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์อย่างจริงจัง รวมถึงคุณยุทธศาสตร์มีความชื่นชอบหนูแฮมสเตอร์อยู่แล้ว เพราะด้วยลักษณะนิสัยที่น่ารักและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นหลายประการ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันทางฟาร์มของคุณยุทธศาสตร์มีแม่พันธุ์อยู่จำนวน 20 ตัว พันธุ์ที่เลี้ยงใ
คุณณรงค์ศักดิ์ รอดเพ็ชร์ หรือ คุณอิฐ อายุ 27 ปี จบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ปัจจุบันเป็นพนักงานประจำที่บริษัทแห่งหนึ่ง และเจ้าของฟาร์ม “ตัวหนาม ฟาร์มเม่น Hedgehogs.” ที่ใช้เวลาว่างจากการทำงานประจำ ต่อยอดทดลองเลี้ยงเม่นแคระ ก่อนจะเล็งเห็นช่องทางการสร้างรายได้จากการเลี้ยงเม่นแคระขายผ่านช่องทางออนไลน์ จุดเริ่มต้นของการเลี้ยงเม่นแคระนั้น เริ่มขึ้นเมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว เนื่องจากคุณณรงค์ศักดิ์มีความชื่นชอบเม่นแคระเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะด้วยลักษณะนิสัยที่น่ารักและเสน่ห์เฉพาะตัวที่ชอบขดตัวม้วนกลมอันเป็นเอกลักษณ์น่ารักโดดเด่น ซึ่งเป็นการป้องกันตัวเองจากศัตรู จึงซื้อมาทดลองเลี้ยง 1 คู่ และเริ่มศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการเลี้ยงเม่นแคระ ตามกลุ่มหรือตามเพจเม่นแคระ หลังจากนั้นคุณณรงค์ศักดิ์จึงเริ่มเพาะพันธุ์ขายอย่างจริงจัง และเริ่มโพสต์ขายตามกลุ่มที่มีการซื้อขายเม่นแคระเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน หลังจากเริ่มโพสต์ขายตามกลุ่มที่มีการซื้อขายเม่นแคระ ผลตอบรับที่ได้รับกลับดีเกินคาด อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ คุณณรงค์ศักดิ์จึงเพิ่มขนาดพ่อแม่พันธุ์ให้มากขึ้น จากเดิมที่มีพ่อแม่พันธุ์อย่างละ 1
หลายปีมาแล้วที่ได้ยินเสียงคำร่ำลือถึง “ดงประดูฟาร์ม” ฟาร์มปศุสัตว์ ในเขตพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เสียงร่ำลือที่ได้ยินเป็นไปในแนวทางที่ดี ทำให้รู้สึกว่า ฟาร์มแห่งนี้น่าจะมีระบบการจัดการที่ลงตัว และผู้เป็นเจ้าของต้องมีใจรักในการทำฟาร์มปศุสัตว์อย่างแท้จริง เจ้าของฟาร์มเป็นชาย รูปร่างสันทัด มีงานประจำอยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่ก็มีวันหยุดบ้างเท่าที่บริษัทเอกชนทั่วไปจะให้ เขาใช้เวลาวันหยุดที่มีทุ่มเทให้กับงานด้านปศุสัตว์ที่ใจรัก ซึ่งแม้จะเริ่มด้วยงานด้านปศุสัตว์ แต่ก็ไม่ได้เป็นงานด้านเดียวที่เขาใส่ใจ เพราะอีกด้านหนึ่งของงาน เขาพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ทำให้งานปศุสัตว์บางส่วนกลายเป็นงานปรับปรุงคุณภาพปศุสัตว์ให้เป็นสัตว์เลี้ยง สร้างรอยยิ้มให้กับคนทั่วไปได้ เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณเนติยะ ยอดเณร เจ้าของดงประดู่ฟาร์ม จึงทราบว่า เขามีเรื่องราวที่เหมาะแก่การถ่ายทอดเป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรไทย ได้ศึกษาเรียนรู้และนำไปพัฒนางานเกษตรที่ดำเนินอยู่ และคุณเนติยะก็พร้อมจะให้คำแนะนำในมุมที่เขาถนัดและมั่นใจในความรู้ที่มี จุดเริ่มต้นของดงประดู่ฟาร์ม เป็นเพียงความสนใจและรักในการทำฟาร์มปศุสัตว์ เริ่มจากกา
“ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าอยากจะเลี้ยง” คุณสนธยา ชาติประสบโชค ผู้คร่ำหวอดในวงการไก่แจ้ไทยมานานเกือบ 30 ปี บอกกับเทคโนโลยีชาวบ้านด้วยน้ำเสียงขึงขัง ซึ่งการที่คุณสนธยายืนยันเช่นนี้ ก็หมายถึง หากต้องการเลี้ยงไก่แจ้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ถ้าคนที่ต้องการเลี้ยงมีความตั้งใจจริง คุณสนธยา เป็นชายวัยกลางคน มีความสนใจและรักสัตว์ปีกมาตั้งแต่เด็ก จริงจังที่สุดก็คือ การเลี้ยงไก่แจ้ แม้กระทั่งตอนที่เรียกตัวเองว่าเป็นการเลี้ยงเล่น ยังมีไก่แจ้ที่เลี้ยงไว้เกือบ 400 ตัว โดยไม่เคยผ่านวงการประกวดไก่แจ้มาก่อน เพราะในยุคนั้นการติดต่อสื่อสารและส่งข่าวสารเรื่องของการจัดงานประกวด การซื้อขาย เป็นไปด้วยความยาก ไม่ทันสมัยเหมือนปัจจุบัน คุณสนธยาจึงเป็นเพียงผู้รักและผู้เลี้ยง ที่มีไก่แจ้ไว้ในครอบครองที่เริ่มจากความชอบเท่านั้น “ผมเริ่มเลี้ยงจริงๆ ราว 30 ปีก่อน เลี้ยงไปเรื่อยเปื่อย ซื้อทุกสี เก็บไปเรื่อยๆ จนมีไก่แจ้สะสมไว้เกือบ 400 ตัว ตลอดเวลาที่เลี้ยงก็ศึกษาเรื่องของการเลี้ยงไก่แจ้ เห็นว่ามีการประกวด แต่ด้วยการสื่อสารที่ไม่ทันสมัย ทำให้ไม่ค่อยรู้เรื่องราวความเคลื่อนไหวในวงการประกวดไก่แจ้ จึงไม่ได้สนใจนัก กระทั่งวันหนึ่งเ
ปลาหางนกยูง เป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็ก เพศเมีย มีจุดสีดำ (Gravid spot) บริเวณรูเปิดช่องท้องด้านล่าง เพศผู้มีลำตัวเรียวยาวกว่าเพศเมีย ปลาหางนกยูงเป็นปลาที่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะปลาสวยงาม มีจุดเด่นคือครีบหางที่มีขนาดใหญ่ มีสีสัน และครีบที่สวยงาม คุณณรงค์วิชฌ์ มหาโชติ หรือ คุณโต้ง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี คุณณรงค์วิชฌ์ ถือว่าเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่อยู่ในวงการสัตว์เลี้ยงสวยงาม ปัจจุบัน คุณณรงค์วิชฌ์ ประกอบอาชีพ เจ้าของฟาร์มปลาหางนกยูงเกรด มากว่า 10 ปี คุณณรงค์วิชฌ์ พูดถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนเองเข้ามาสู่วงการปลาหางนกยูง โดยเริ่มแรก คุณณรงค์วิชฌ์ มีอาชีพเป็นโปรแกรมเมอร์ของบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ด้วยรูปแบบงานของโปรแกรมเมอร์ทำให้ไม่มีเวลา เป็นงานที่มีความรับผิดชอบสูงมาก คุณณรงค์วิชฌ์ จึงคิดว่าถ้าหากวันหนึ่งมีธุรกิจเป็นของตนเองจะทำอะไร แต่เนื่องด้วยคุณณรงค์วิชฌ์ ชื่นชอบปลาหางนกยูงเกรดอยู่แล้ว โดยส่วนตัวก็เลี้ยงปกติตามความชื่นชอบส่วนตัว พอเลี้ยงไปเรื่อยๆ เริ่มมีปลาหางนกยูงเกรดเพิ่มมากขึ้น ก็มีเพื่อนๆ ที่อยู่ในวงการปลาสวยงามให้ความสนใจ ม
เชื่อไหมว่า นกยูง ก็เป็นสัตว์อีกชนิดที่เมื่อคู่ของมันตายลง อีกตัวจะไม่ยอมมีคู่ใหม่ และจะตรอมใจตายตามในที่สุด ไม่ว่าคู่ที่ตายไปจะเป็นเพศผู้หรือเพศเมียก็ตาม และด้วย นกยูง ถือได้ว่าเป็นสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง หากจะมีใครนำมาเลี้ยง ถือว่าเป็นสัตว์คุ้มครองที่ต้องขออนุญาตเลี้ยงและไม่สามารถขยายพันธุ์หรือจำหน่ายได้ แต่ที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี บ้านของ คุณซาบะ ยาแม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เลี้ยงและขยายพันธุ์จำหน่ายส่งไปทั่วประเทศ สามารถทำได้ เพราะนกยูงที่เลี้ยงไว้เป็นนกยูงสายพันธุ์ของอินเดีย จึงไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด คุณซาบะ เริ่มต้นเลี้ยงนกยูงมากว่า 10 ปีแล้ว จากการเห็นญาตินำนกยูงมาเลี้ยง เมื่อถึงวัยที่นกยูงให้ไข่ ไข่นกยูงที่ได้ก็ไม่ฟักเป็นตัว แตกบ้าง เสียหายจากการฟักบ้าง ญาติจึงปรึกษาคุณซาบะ ท้ายที่สุด คุณ ซาบะก็นำไข่ของนกยูงที่ได้กลับมาบ้าน และนำเข้าตู้ฟักไข่ไก่ที่มีอยู่ และได้ลูกนกยูงรอดปลอดภัยออกมาหลายตัว ช่วงปีแรกของการเพาะนกยูง จากไข่นกยูงที่ได้มาจากญาติ คุณซาบะคิดเลี้ยงไว้เพื่อประดับบ้าน เพราะ นกยูงเป็นสัตว์ที่มีความสวยงาม โดยเฉพาะนกยูงเพศผู้ที่มีหางสวยงา
