สับปะรด
สับปะรดในประเทศไทย นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง เนื่องจากไทยเป็นผู้ส่งออกสับปะรดและผลิตภัณฑ์ในลำดับต้นๆของโลก มูลค่าส่งออกสูงถึง 25,000 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกมากคือ สับปะรดกระป๋อง ร้อยละ 80 และน้ำสับปะรด ร้อยละ 20 โดยมีทั้งการส่งออกในตราสินค้าของตนเองและการรับจ้างผลิต แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการรับจ้างผลิต ในปี 2554 มีโรงงานผลิตสับปะรดกระป๋องและน้ำสับปะรดเข้มข้นที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มากกว่า 75 โรง กำลังผลิตรวมกันประมาณ 800,000 ตัน/ปี ซึ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออกประมาณปีละ 600,000 ตัน/ปี คู่แข่งสำคัญของไทยในอุตสาหกรรมสับปะรด คือ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเชีย และจีน พันธุ์สับปะรดที่เกษตรกรปลูก หากเป็นสับปะรดส่งโรงงานนิยมปลูกพันธุ์ปัตตาเวีย เนื่องจากมีเนื้อแน่น รสหวานปานกลางหรือหวานจัดสามารถปลูกได้ทั่วไป สำหรับพันธุ์รับประทานผลสดมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพื้นที่ปลูก กล่าวคือ พันธุ์นางแล ลักษณะใบมีขอบเรียบหรือมีหนามเล็กน้อย ผลรูปทรงกลม ตานูน เปลือกบาง เนื้อหวานจัด สีเหลืองทอง พบปลูกในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะที่ตำบลนางแล อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงร
ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ หากใครว่างอยากชวนมา ชม ช็อป สับปะรดคุณภาพดี รสชาติอร่อย ในงานเกษตรมหัศจรรย์ 2016 ภายใต้ธีมงาน “มหัศจรรย์พันธุ์ข้าวมงคล” ณ เอ็มซีซีฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2559 นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านได้ขนสับปะรดหลากหลายสายพันธุ์ทั้งสับปะรดผลสด หน่อพันธุ์สับปะรด และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรด เช่น สับปะรดกวน ข้าวเกรียบสับปะรด รสชาติอร่อย ให้ผู้สนใจเลือกซื้อติดมือกลับไปในราคาไม่แพง สับปะรดพันธุ์ฉีกตา ( พันธุ์เพชรบุรี ) ที่เหมาะสำหรับรับประทาน ผลสด ถูกพัฒนาพันธุ์โดย ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร และสถานีทดลองพืชสวนเพชรบุรี จุดเด่นของสับปะรดพันธุ์นี้คือ มีการเจริญเติบโตดี สามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย สามารถเจริญเติบโตได้ดีแม้ในสภาพอากาศค่อนข้างแห้งแล้ง แต่ไม่ชอบพื้นที่ที่มีน้ำขังแฉะ ให้ ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ภูเก็ตและสวี ซึ่งอยู่ในกลุ่มพันธุ์เดียวกัน 17.7% และ 23.2% ตามลำดับ รสชาดหวานอมเปรี้ยว ปริมาณ soluble solids สูงถึง 16.9 องศา Brix และมีปริมาณกรดค่อนข้างต่ำเท่ากับ 0.45 % มีกลิ่นหอมแรง เนื้อกรอบใกล้เคียงกับพัน
วันที่ 11 พฤศจิกายน นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายวีระชัย ปรานวีระไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บจก.ประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต นายชาลี สิตบุศย์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต แถลงข่าว สับปะรดภูเก็ตแคมเปญ”อ่องหลาย โป๊ปี่เป่งอ๊าน” มี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ สื่อมวลชน ร่วมรับฟังการแถลงข่าว ที่ ร้านตู้กับข้าว อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายวีระชัย กล่าวว่า การจัดงานนี้เพื่อจุดประกายให้เกษตรกรหันมาอนุรักษ์สับปะรดพันธุ์ภูเก็ตแท้ ซึ่งเหลือพื้นที่ปลูกเพียง 2,200ไร่ ให้คงอยู่ต่อไป โดยน้อมรับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นแนวทาง ในการพัฒนา และสร้างกระแส และประชาสัมพันธ์ประโยชน์ จุดเด่น และคุณค่าทางโภชนาการของสับปะรดภูเก็ตที่โดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว “การเปิดจอง สับปะรดหรืออ่องหลาย ตั้งแต่ วันที่ 11พ.ย.59จำนวน100ลูก ราคาลูกละ 1,543บาท เพื่อส่งมอบก่อนวันตรุษจีนปี2560 ได้รับการจองหมดแล้วทั้ง100ลูก จากตระกูลดังต่างๆที่มีชื่อเสียง ของประเทศ สับปะรดจำนวนดังกล่าวคัดสรรมาอย่างดีมีการรับรองความปลอดภัยคุณภาพ
นับเป็นโชคดีของเกษตรกจังหวัดภูเก็ตที่ทางบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต จำกัด โปรโมตสินค้าหลักๆ ของเมืองท่องเที่ยวสำคัญแห่งนี้ โดยสับปะรดภูเก็ต หรือที่คนใต้เรียกกันว่า ยาหนัด เป็น 1 ใน 3 อย่างของสินค้าขึ้นชื่อภูเก็ต อันได้แก่ กุ้งมังกรเจ็ดสี ผ้าบาติก และสับปะรดภูเก็ต โดยทางบริษัทเปิดให้จองสับปะรดภูเก็ตที่ดีที่สุด 100 ลูก เป็นสับปะรดภูเก็ตแท้ ขายในราคาลูกละ 1,500 บาท เป็นการทำแคมเปญแค่ 100 ลูก คุณวิชัย แซ่ตัน เป็นเกษตรกรรายหนึ่งที่ได้รับจัดสรรโควต้าให้ขายลูกละ 1,500 บาท จำนวน 25 ลูก หนุ่มใหญ่วัย 48 ปีรายนี้เรียนจบ ปวส. สาขาอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนหน้าที่จะมายึดอาชีพเกษตรกรเต็มตัวเคยทำงานโรงแรมมาก่อน พอปี 2535 ไม่มีคนช่วยพ่อที่ปลูกสับปะรดมานานกว่า 50 ปี จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำหันมาเป็นเกษตรกรเพียงอย่างเดียว เขาเล่าว่า ครอบครัวมีไร่สับปะรดที่ดูแลรับผิดชอบอยู่ 2 แปลง คือที่ ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จำนวน 30 ไร่ และอีก 40 ไร่ ที่บ้านบางโจ ตำบลศรีสุนทร โดยปลูกมานานกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งเป็นการปลูกแซมในสวนยางพาราที่หมดอายุการใช้งาน จำเป็นต้องปลูกต้นยางพาราใหม่ และช่วงที่ต้นยางพารายังไม่โตประมาณ 1-
อบกรอบอร่อย สับปะรดตราดสีทองของจังหวัดตราด ได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปอบกรอบหรือทอดระบบสูญญากาศได้ OTOP ระดับ 4 ดาวและจัดจำหน่ายทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ ”พีเอฟที” ของ บริษัท ผลอำไพฟรุ๊ตตี้ไทย จำกัด ของคุณชัยวัฒน์ ปริ่มผล เกษตรกรดีเด่น ชาวสวนแท้ๆ อยู่บ้านเลขที่ 205 หมู่ 8ต.ทุ่งนนทรี อ.เขาสมิง จ.ตราด โทรฯ 081-656-3841ผู้ผลิต ใช้เครื่องอบทอดระบบสูญญากาศเพื่อรักษารสชาติความสดตามธรรมชาติของผลไม้และ ไม่อมน้ำมันและสถาบันโภชนาการที่อเมริกาตรวจสอบคุณค่าทางโภชนาการได้มาตรฐาน ค่าไขมัน โคเรสเตอรอล 0% มีคาร์โบไฮเดรทและไฟเบอร์อย่างละ 3%จึงเป็นผลไม้อบแห้งที่ธรรมชาติ100% วัตถุดิบและอุปกรณ์ สับปะรดตราดสีทองผลสุกเปลือกเหลืองขนาดเล็ก เพราะได้รสหวานจัด กลิ่นหอมและเนื้อสีเหลืองเข้มน่ารับประทาน เครื่องอบทอดสูญญากาศ ซองบรรจุสุญญากาศ(ฟรอยด์) เครื่องซีน /ฉลาก ขั้นตอนการผลิต ปอกเปลือกสับปะรดเอาตาดำออกให้หมดและผ่าตามยาวของลูกขนาด 6 ชิ้นและเอาแกนในออกหั่นเนื้อเป็นชิ้นๆตามแนวขวางให้มีความหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร ใส่ตะกร้าฉีดน้ำล้างเบาๆให้สะอาดพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ นำเข้
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 แจงผลการศึกษาการผลิตการตลาดสับปะรดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 4 จังหวัด พื้นที่ปลูกรวม 416 ไร่ เกษตรกรเลือกปลูกพันธุ์สับปะรดสายน้ำผึ้งมากที่สุด พร้อมแจงต้นทุนการผลิตและวิถีการตลาดของเกษตรกร แนะเดินหน้าพัฒนาสายพันธุ์ ใช้ระบบน้ำหยด และระบบสปริงเกอร์ ทำผลผลิตออกนอกฤดู เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการตลาด นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 ได้จัดทำรายงานผลการศึกษาเศรษฐกิจการผลิตการตลาดสับปะรดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม เพื่อศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนของการผลิตและการตลาด สำหรับนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานให้เกษตรกรใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนผลิตสับปะรด และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการพัฒนาการบริหารจัดการระบบการผลิตการตลาดสับปะรดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เกษตรกรตัวอย่าง จำนวน 84 ราย และผู้ประกอบการจำนวน 15 ราย ผลการศึกษาพบว่า เนื้อที่ปลูกสับปะรดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 4 จังหวัด
เกษตรกรรุ่นใหม่เมืองรถม้า ใช้ภูมิปัญญาผสมผสานเทคโนโลยีการผลิตสับปะรดคุณภาพ พร้อมดัดแปลงอุปกรณ์การเกษตรหลากหลาย ได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นระดับภาคเหนือ เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง นำโดย คุณประวีณ์นุช สันพะเยาว์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ ได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมผลงานของเกษตรกรดีเด่นและเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ประเภทต่างๆ ในจังหวัดลำปาง เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานของเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จได้เป็นแบบอย่างแก่เกษตรกรรายอื่นๆ ได้นำไปปฏิบัติในไร่นาของตนเอง จุดแรกคือ เทคนิคการปลูกสับปะรดให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพ คุณกฤษณะ สิทธิหาญ เกษตรกรหนุ่ม วัย 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง คุณกฤษณะ เล่าให้ฟังว่า ในอดีตมีการปลูกสับปะรดเช่นเดียวกับเกษตรกรทั่วๆ ไป ไม่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ คือปลูกปีละ 1 ครั้ง เต็มพื้นที่ 50 ไร่ เมื่อถึงระยะเวลาเก็บเกี่ยวก็เก็บครั้งเดียวหมดทั้งแปลง ต้องลงทุนปลูกใหม่ทุกครั้งทุกปี ต้องใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ใช้สารเคมีเร่งการออกดอก ห่อหุ้มผลสับปะรดเพื่อไม่ให้ถูกแสงแดดเผาไหม้ผิวของผล และการปฏิบัติการต่างๆ ในสวน ท
อะไรเอ๋ย มีตาอยู่รอบตัว คำตอบคือ สับปะรด ดินแดนสับปะรดหวาน ในประเทศไทยเรามีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีสับปะรดอยู่หลายพันธุ์ เป็นต้นว่า สับปะรดภูแล ถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย จากนั้นก็กระจายไปสู่ถิ่นอื่นๆ แถวภาคกลางตอนใต้ อย่าง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็มีสับปะรดเหมือนกัน พันธุ์ที่รู้จักกันก็อย่าง ปัตตาเวีย ฟังชื่อแล้วบอกยี่ห้อว่าถิ่นฐานมาจากเมืองแขก แต่จะเป็นแถวๆ ปัตตานี หรืออินโดนีเซียนั้น ผู้เขียนไม่กล้าฟันธง นอกจากพันธุ์ปัตตาเวียและภูแลแล้ว ก็มีพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย เนื่องจากเกษตรกรไทยปัจจุบันมีความรู้ มีความสามารถสร้างพันธุ์ใหม่ขึ้นมาเองได้ ขึ้นชื่อว่า สับปะรด ไม่ว่าจะเป็นถิ่นไหน พันธุ์อะไร ล้วนต้องมี “ตารอบตัว” นั่นคือ มีตามากมายเต็มไปหมด คนที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในการปอก กว่าจะได้รับประทานแต่ละครา อาจต้องถอดใจ หรือไม่บางคนก็โดนหนามทิ่มเข้าไปด้วย การปอกสับปะรด เราชาวบ้านมีเครื่องมือช่วย นั่นคือ มีดปอกตาสับปะรด หลังจากที่เราปอกเปลือกออกหมดแล้ว ปกติเราต้องใช้มีดแซะเอาตาออก คนที่มีความชำนาญก็ทำได้รวดเร็ว แต่คนที่ไม่มีความชำนาญ บางคราก็ไม่ได้รับประทานดีๆ เพราะปล้ำแกะต
เส้นทางไปห้วยขาแข้ง จากกรุงเทพฯ ไปได้หลายทาง ที่นิยมกันไม่น้อย ไปจากกรุงเทพฯ ผ่านสุพรรณบุรี เฉียดอำเภอดอนเจดีย์ เข้าสู่ด่านช้าง จากนั้นถึงอำเภอบ้านไร่ อำเภอห้วยคต แล้วก็ลานสัก ตัวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อยู่ห่างจากอำเภอลานสักไปราว 30 กิโลเมตร จากอำเภอบ้านไร่ ผ่านอำเภอห้วยคต ถึงอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ทิวทัศน์สองข้างทางแปลกตาดี มีภูเขา บางช่วงมีป้ายแนะนำน้ำตก ถ้ำ และธรรมชาติอย่างอื่น แต่ที่ติดใจคือ แปลงปลูกสับปะรดของชาวบ้าน นอกจากนี้ ยังมีแผงขายผลผลิตเป็นช่วงๆ สอบถามแล้วได้ความว่า พื้นที่สองอำเภอคือ บ้านไร่ และห้วยคต มีปลูกสับปะรดมากกว่าหมื่นไร่ เดิมมีมากกว่านี้ แต่เพราะยางพารามาแย่งพื้นที่ไป พื้นที่จึงลดลง สับปะรดที่ปลูกกันเป็นพันธุ์ปัตตาเวีย เขาปลูกเพื่อส่งโรงงานอุตสาหกรรม พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้จำนวน 6,000 ต้น แต่หากดินดี จะปลูกได้มากถึง 7,000 ต้น ตั้งแต่ปลูกจนเก็บผลผลิตได้ ใช้เวลาราวปีครึ่ง การดูแลรักษาสับปะรดระหว่างปลูก หากใครมีน้ำรด ต้นก็เจริญเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตมาก แต่หากไม่มี
“เกษตรหลังเกษียณ” เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะกำลังอยู่ในช่วงเวลาการเกษียณจากงานประจำของหลายท่าน ทั้งในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งท่านที่สนใจงานด้านการเกษตร แม้จะมีเวลาทำงานอีกไม่นาน และหลายท่านที่เกษียณมาแล้ว ซึ่งมีคำถามบ่อยมาก ที่ว่า หลังเกษียณจากงานแล้วจะทำอะไรกันดี โดยเฉพาะด้านการเกษตร เป็นคำถามที่ตอบค่อนข้างยาก ตรงนี้ผมจะตอบตรงๆ คงไม่ได้แน่ครับ เพราะอาจจะไม่ตรงกับใจ ความคิด หรือความต้องการของทุกคน ซึ่งมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ผู้เขียนเองก็ต้องประเมินตัวเองเหมือนกัน ทั้งๆ ที่จบด้านเกษตร และทำงานคลุกคลีกับภาคเกษตรมาจนเกษียณราชการ แต่ที่ผ่านมาได้สัมผัสกับงานส่งเสริมการผลิตสับปะรดมาโดยตลอด และสับปะรดนั้นเป็นพืชหลักที่สร้างรายได้/กำไร ให้กับคนไทยจำนวนมาก อีกทั้งยังมีข้อได้เปรียบหลายอย่าง จึงได้นำเอาความรู้และประสบการณ์มาปรับใช้ โดยทดลองปลูกสับปะรดในถุงพลาสติก ซึ่งเก็บผลผลิตไปแล้ว 3 รุ่น ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ นำไปพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ครับ วิเคราะห์ก่อนตัดสินใจ มีชัยไปกว่าครึ่งทาง การตัดสินใจทำอาชีพการเกษตรด้านไหน มากหรือน้อยเพียงใด ก็ต้องเกี่ยวข้องกับการลงทุนลงแรงเช่นเดียวกับอาช
