สับปะรด
ว่าที่ ร.ต.สมสวย ปัญญาสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จ.เชียงใหม่ ซึ่งดูแลพื้นที่เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอน เผยถึงการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐด้วยระบบส่งเสริมการเกษตร และการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสานงานส่งเสริมการเกษตร ของศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ว่า นโยบาย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ให้พัฒนาและใช้ประโยชน์ของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ขับเคลื่อนเกษตรกรรมสู่เกษตรกร เพื่อทำการเกษตรแปลงใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ โดยนำร่องพื้นที่ปลูกสัปปะรด ที่ ศพก. ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปางเป็นแห่งแรก ที่มีสมาชิก 160 ราย ปลูกสัปปะรด จำนวน 690 ไร่ ที่ผลผลิตมีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท/ปี “เป้าหมาย ส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ เชียงใหม่ เป็นแหล่งผลิตลิ้นจี่ ลำไย ลำปาง ข้าว สัปปะรด น่าน สุมนไพรพื้นบ้าน แม่ฮ่องสอน พืชผักเมืองหนาว ส่วนข้าวโพด ย้ายพื้นที่ปลูกจากต้นน้ำ หรือบนดอย ลงมาปลูกพื้นที่นาข้าว เพื่อแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควัน โ
วันที่ 26 เมษายน นายวิรัช ปิยพรไพบูลย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมสับปะรดไทย และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนเชอรัลฟรุต จำกัด โรงงานแปรรูปสับปะรดรายใหญ่ อ. ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาสับปะรดรับซื้อหน้าโรงงานอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 5-5.20 บาท จากเดิมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผลผลิตมีราคาสูงสุด กก.ละ 14 บาท ส่วนราคาหน้าแผงรับซื้อทั่วไปราคา กก.ละ 3 – 3.50 บาท และมีการคัดเกรด เป็นการตั้งราคารับซื้อจากเกษตรกรรายย่อยที่อยู่นอกโควต้าและเป็นปัญหาจากผลผลิตล้นตลาด ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องให้ความสนใจเนื่องจากทราบว่ามีการขยายพื้นที่เพาะปลูกจำนวนมาก ส่วนผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปยอมรับว่าตลาดส่งออกต่างประเทศมีความต้องการสินค้าลดลง ทำให้มีการชะลอการผลิต แต่โรงงานแปรรูปทั่วประเทศยังรับซื้อสับปะรดวันละกว่า 7,000-8,000 ตัน สำหรับการแข่งขันในตลาดโลกยังอยู่ในภาวะปกติ มีอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นคู่แข่ง แต่ปัจจุบันไทยมียอดขายครองตลาดสับปะรดกระป๋อง 40% ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่มาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีมูลค่าตลาดสับปะรดผลสดและแปรรูปสูงถึง 40,000 ล้านบาทต่อปี นายสุรัตน์ มุนินทรวงศ์ นา
วันที่ 24 เมษายน 2560 นายเสริมศิริ คงเวหน เจ้าของแผงรับซื้อสับปะรด “เจ๊เนี๊ยบ” เขตเทศบาลตำบล กม. 5 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาสับปะรดส่งโรงงานแปรรูปเพื่อการส่งออก กำหนดราคารับซื้อหน้าแผงอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 3 บาท หลังจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2559 รับซื้อราคา กก.ละ 14 บาท สูงสุดในรอบ 100 ปี เป็นประวัติการณ์ โดยรับซื้อผลผลิตทุกประเภท โดยสาเหตุที่ผลผลิตราคาตกเนื่องจากโรงงานแปรรูปในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อ้างว่ามีปัญหาจากการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ นอกจากนั้นในการจำหน่ายโรงงานได้คัดเฉพาะผลผลิตที่มีคุณภาพดี เนื่องจากปัจจุบันจากสภาพอากาศแปรปรวนทำให้สับปะรดบางพื้นที่มีปัญหาจากสารตกค้างจากการใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้มีสับปะรดผลสดตกเกรดล้นตลาดจำนวนมาก เกษตรกรต้องนำมาแปรรูปเป็นสับปะรดกวนและสับปะรดอบแห้ง ทั้งนี้คาดว่าราคาผลผลิตจะต่ำลงอีกภายใน 1-2 เดือน ทำให้เกษตรกรรายย่อยประสบภาวะขาดทุน เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาจำหน่ายในปัจจุบัน นอกจากผลต่อเนื่องราคาสับปะรดมีราคาสูงเมื่อปลายปีที่ผ่านทำให้เกษตรกรลงทุนปลูกเพิ่งอีกจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการโรง
“คุณเสถียร ซื่อตรง” เกษตรกรจังหวัดนครพนม มีโอกาสไปเรียนรู้เรื่องการปลูกสับปะรดในสวนยางจากเพื่อนเกษตรกรในท้องถิ่น เขาเริ่มต้นปลูกสับปะรดตั้งแต่ 2551 โดยส่งตัวอย่างดินให้สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดนครพนมตรวจสอบว่ามีสภาพดินเหมาะสมกับการปลูกสับปะรดหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าดินนครพนมมีสภาพเหมาะสมสำหรับปลูกสับปะรด เพราะมีดินร่วนปนทราย 30% ดินร่วน 20% เมื่อปลูกแล้วจะได้เนื้อสับปะรดที่มีรสหวาน ซึ่งจังหวัดบึงกาฬ อุบลราชธานี มีชุดดินคุณภาพเดียวกับจังหวัดนครพนม สามารถปลูกสับปะรดได้อย่างสบาย การปลูกสับปะรด ต้องเลือกทำเลพื้นที่ที่มีสภาพราบเอียง ระบายน้ำได้ดี เพราะสับปะรดเป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำ ประการต่อมาต้องคัดเลือกสับปะรดพันธุ์ดีมาปลูก หลังไถพรวนดินเสร็จ คุณเสถียรได้นำหน่อพันธุ์สับปะรดปัตตาเวียมาปลูกแซมในสวนยาง โดยปลูกในระยะห่าง ประมาณ 30 เซนติเมตร บำรุงด้วยปุ๋ยสูตร 15-15-15 ใส่ปีละ 1 ครั้ง เติมปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) ใส่ทุกๆ 2 เดือน หากใช้หน่อปลูก ดูแล 8-9 เดือน ก็มีผลผลิตออกขาย แต่หากนำจุกสับปะรดมาปลูกต้องใช้เวลานานกว่า ประมาณ 11 เดือน จึงเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขายได้ การผลิตสับปะรดนอกฤดู เกษตรกรโดยทั่วไปนิย
โรคผลเน่าสับปะรด ทำความเสียหายในทางเศรษฐกิจมากมาย เกษตรกรเสียผลผลิต รายได้ตกต่ำ ตลาดขาดความเชื่อถือ เกษตรอำเภอน้ำปาดเตือนให้ระวัง หมั่นตรวจสอบแปลงทุกระยะ จัดการกำจัดแมลงที่เป็นตัวนำโรค เข้าสู่แปลงสับปะรด นายอดุลย์ศักดิ์ ไชยราช เกษตรอำเภอน้ำปาด แจ้งเตือนเกษตรกรระวังโรคผลเน่าสับปะรด ซึ่งมักจะพบระบาดช่วงเก็บเกี่ยว และสภาพแวดล้อม เช่นมีฝนตกบ้าง แดดจัดบ้าง อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง เป็นโรคที่ติดมากับแมลงที่มาตอมน้ำหวานของดอกและกัดกินผลทำให้เกิดแผล แนะนำให้กำจัดแมลง ใช้พันธุ์ต้านทาน ถ้าหากจะใช้สารเคมีต้องใช้อย่างระมัดระวัง ถ้าหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีได้ให้ถือปฏิบัติทันที โรคผลเน่าสับปะรด เกิดจากเชื้อรา Thielaviopsis paradoxa ระบาดได้ทั่วไป จะติดต่อมากับแมลงและติดต่อทางบาดแผล แมลงจะมาตอมน้ำหวานของดอกสับปะรดและกัดกินผลทำให้เกิดแผล จะระบาดมากในระยะ 7-10 วันก่อนสับปะรดแก่เก็บผลได้ และถ้าสภาพแวดล้อมที่มีฝนตก ๆ หยุด ๆ ยิ่งจะทำให้เกิดการระบาดมากและถ้ามีแมลงมากจะระบาดมาก การป้องกันกำจัด ควรกำจัดแมลงศัตรูสับปะรดที่เป็นสาเหตุนำโรคมาระบาด โดยวิธีการตามความเหมาะสม ใช้พันธุ์ที่ต้านทานปลูก
ตัวแทนชาวไร่สับปะรดจับมือโรงงานตรึงราคารับซื้อ กก.ละ 6.80 บาทถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ หลังผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ราคาทรุดตัวลงตลอดเดือนมกราคม เตรียมหารือกันอีกรอบรับมือผลผลิตออกมากในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม นายสุรัตน์ มุนินทรวงศ์ นายกสมาคมชาวไร่สับปะรดไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์ราคาสับปะรดในขณะนี้ว่า ราคาสับปะรดตกลงตลอดในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยโรงงานลดราคารับซื้อ กก.ละ 20 สตางค์ต่อวัน เนื่องจากผลผลิตทั่วประเทศออกสู่ตลาดวันละ 7,000-8,000 ตันต่อวัน ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางตัวแทนสมาคมชาวไร่สับปะรดไทยจึงได้หารือนอกรอบกับตัวแทนโรงงานอีกเป็นครั้งที่ 2 เพื่อขอให้ตรึงราคารับซื้อสับปะรดหน้าโรงงานไว้ที่ กก.ละ 6.80 บาท จนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ศกนี้ ซึ่งโรงงานตอบตกลงเพราะโบรกเกอร์สั่งซื้อสับปะรดกระป๋องและผลิตภัณฑ์สับปะรดชนิดต่าง ๆ อาจจะต่อรองลดราคาได้ หากราคาทรุดลงตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลกระทบมาถึงเกษตรกรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหลังจากกลางเดือนกุมภาพันธ์ทางตัวแทนชาวไร่จะหารือกับโรงงานอีกครั้งในเรื่องราคารับซื้อ แต่ถ้าหากราคารับซื้อต่ำกว่าต้นทุนผลิตจะมีการทำหนังสือร้องเ
อุตฯสับปะรดประจวบคีรีขันธ์สดใส โกยรายได้ 40,000 ล้านบาท ตลาดส่งออกยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น จีนโตฉลุยผู้ประกอบการแปรรูปเฮ ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก หลังปัญหาภัยแล้งคลี่คลาย ราคารับซื้อหน้าสวนลดเหลือ 7 บาท/กก. จากเดิมสูงสุด 13 บาท/กก. ด้านเกษตรจังหวัดเผยผลผลิตเพิ่มขึ้น 6 หมื่นตัน พร้อมเร่งส่งเสริมเกษตรกรปลูกสับปะรดพันธุ์ MD2 ขายผลสด หวังลดความเสี่ยงราคาผันผวนในอนาคต ภัยแล้งคลี่คลายดันผลผลิตเพิ่ม นายวิรัช ปิยพรไพบูลย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมสับปะรดไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เนเชอรัลฟรุต จำกัด โรงงานแปรรูปสับปะรดรายใหญ่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นแหล่งผลิตใหญ่ของอุตสาหกรรมแปรรูปสับปะรดเพื่อการส่งออก มีโรงงานแปรรูปประมาณ 15 แห่ง ซึ่งภาพรวมการส่งออกในปี 2560 ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากปัจจัยบวกคำสั่งซื้อตลาด ยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เติบโตขึ้นทุกปี ทำให้โรงงานต้องเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น ขณะที่สถานการณ์ราคาสับปะรดผลสดหน้าสวนปรับตัวลดลงเหลือ 7 บาท/กิโลกรัม จากเมื่อปี 2559 ราคาสูงสุดอยู่ที่ 13 บาท/กก. ส่งผลดีต่อโรงงานแปรรูปทำ
วันที่ 26 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ นายอำเภอบ้านคา จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า อ.บ้านคาได้มีการปลูกสับปะรดสายพันธุ์ “ หอมทองเมืองราช ” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ของจังหวัดราชบุรี หลังมีสมาชิกเกษตรกรเริ่มนำหน่อมาปลูกแล้วประมาณ 4-5 ราย จะเน้นปลูกเพื่อขยายพันธุ์เป็นหลักก่อน จุดเด่นของสับปะรดสายพันธุ์นั้นมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ หอมหวานไม่มาก ไม่กัดลิ้น ที่สำคัญเก็บได้นานประมาณกว่า 10วัน จากปกติสับปะรดในพื้นที่ที่ปลูกกันก็จะเก็บไว้ได้ประมาณ 4-5 วันก็จะเริ่มเน่าแล้ว โดยพื้นที่อำเภอบ้านคาที่มีการปลูกสับปะรดกันอยู่ประมาณกว่า 7 หมื่นไร่ ส่วนพันธุ์ใหม่เพิ่งริเริ่มทดลองกันปลูกอยู่ประมาณหลักร้อยไร่ เนื่องจากหน่อพันธุ์ที่ใช้ปลูกมีราคาแพง ราคาหน่อละประมาณ 30 บาท ทำให้เกษตรกรที่ปลูกแล้วจะนำหน่อไปขยายพันธุ์ให้กับสมาชิกก่อนที่จะคิดด้านการวางจำหน่าย นายเชาว์ การสมทบ อายุ 67 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3 บ้านหนองแดง ต.บ้านคา อ.บ้านคา จ.ราชบุรี เกษตรกรกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ปฏิรูปที่ดิน บ้านโป่งกระทิง จำกัด กล่าวว่า สับปะรดสายพันธุ์ใหม่นี้เรียกว่าส่ายพันธุ์ MD2 แต่หากจะเรียกเป็นสายพันธุ์ไทยที่ได้
สอบถามคนภูเก็ตเขาว่า สับปะรดภูเก็ตกับสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตต่างกัน ต่างกันตรงไหน อธิบายความว่า สับปะรดภูเก็ตคือสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตที่ต้องปลูกในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเท่านั้น ส่วนสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตที่นำไปปลูกที่จังหวดอื่นๆในภาคใต้เช่น พังงา กระบี่ สุราษฎธานี ชุมพร ระนอง ฯลฯ ไม่เรียกว่าสับปะรดภูเก็ต แต่ก็เป็นสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตเช่นกัน เพราะคนพื้นที่เขาว่ารสชาติมันแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ที่ปลูก และการเอาใจใส่ของเจ้าของสวน ปลูกแค่อื่นม่ายหร่อย เขาว่านะเขาว่าผมไม่ได้ว่า เคลียร์กันเอง “ ปลูกที่อื่นไม่อร่อย สับปะรดพันธุ์ภูเก็ตต้องปลูกที่ภูเก็ต เวลาสุกรสชาติจะหวานกรอบ แกนกลางเคี้ยวได้ แต่ถ้าปลูกที่พังงา จะหวานกรอบบ้าง หวานอมเปรี้ยวบ้างไม่อร่อยเท่าภูเก็ต แต่ก็ใกล้เคียงกับปลูกที่ภูเก็ตมากที่สุด ถ้าปลูกที่กระบี่ แม้ลูกสุกก็จะออกเปรี้ยวและไม่กรอบ ส่วนถ้าปลูกชุมพร ระนอง เวลาสุกจะหวานนิ่มๆและไม่กรอบ” สับปะรดพันธุ์ภูเก็ต ปลูกที่ภูเก็ต เพื่อคนภูเก็ต ไม่ได้ประชดน่ะนี่ แต่อารมณ์พาไป ช่างน่าสงสัยจริงๆว่าทำไม แถมยังบอกว่า สับปะรดภูแล เป็นสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตที่เอาไปปลูกที่นางแล เจออากาศหนาวลูกมันเล็ก เลยเร
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2556 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศรับขึ้นทะเบียน “สับปะรดห้วยมุ่น” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยระบุว่า สับปะรดห้วยมุ่น หมายถึงสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย ที่มีผิวบาง ตาตื้น เนื้อหนานิ่ม สีเหมือนน้ำผึ้ง รสชาติหวานหอม ฉ่ำน้ำ ไม่ระคายลิ้น ซึ่งปลูกในเขตพื้นที่ตำบลห้วยมุ่นและตำบลน้ำไผ่ ของอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม และกลางเดือนเมษายน-กรกฎาคม ช่วงเก็บเกี่ยวนอกฤดู ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน และสิงหาคม-ตุลาคม ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ปลูกสับปะรดห้วยมุ่นจังหวัดอุตรดิตถ์ 482 ราย ระยะทางจากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ถึงตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด เกือบ 100 กิโลเมตร ถือว่าไม่มากนัก แต่ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางทวีคูณเป็นสองเท่า เพราะเส้นทางเป็นเขาชัน คดเคี้ยว แต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มานมนานกลับคุ้นชิน และมองว่าไม่ใช่ความลำบากหากต้องเดินทาง คุณบันแล มาดีคาน และคุณรัตนาพรรณ มาดีคาน สองสามีภรรยา ชาวตำบลห้วยมุ่น เจ้าของแปลงสับปะรดห้วยมุ่น พื้นที่ 20 ไร่ เกิดและเติบโตในพื้นที่ มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของพืชในท้องถิ่น ชี้ให้เห็นว่าก่อนหน้าพื้นท
