สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ปัญหาสิวกวนใจ เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่หลายคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะต่างๆ เชื้อโรค สิ่งสกปรก เครื่องสำอาง กระทั่งสกินแคร์ ก็ล้วนทำให้ผิวหน้าของหลายคนแพ้ จนเกิดสิวประเภทต่างๆ ขึ้นได้ เมื่อสิวเป็นสิ่งที่ยากต่อการหลีกเลี่ยง จึงเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลสำเร็จโครงการวิจัยฯ โดย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ วช. นำ ดร. จันทรวิภา ธนะโสภณ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. พร้อมด้วยสื่อมวลชน ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการวิจัยสบู่ล้างหน้าและเซรั่มบำรุงผิวสำหรับผู้ที่เป็นสิว ณ บริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น จำกัด ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ที่ทำการผลิตผลิตภัณฑ์สบู่ล้างหน้าและเซรั่มบำรุงผิวสำหรับผู้ที่เป็นสิว โดยมี รศ.ดร. ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ นางสาวอนงค์นุช ต๊ะคำ ผู้บริหารบริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น ให้การต้อนรับ รศ.ดร. ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ผลิตผลิตภัณฑ์สบู่ล้างหน้าและ เซรั่มบำรุงผิวสำ
ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานพยาบาลหลายแห่งมีความต้องการใช้ก๊าซออกซิเจนที่มีความบริสุทธิ์สูง เพื่อนำมาใช้รักษาผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหลายแห่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณถังออกซิเจนที่โรงพยาบาลเตรียมไว้มีไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงมีความจำเป็นที่ต้องใช้ออกซิเจนบริสุทธิ์ความดันบรรยากาศสูง ซึ่งส่วนใหญ่มีให้บริการเฉพาะในโรงพพยาบาลขนาดใหญ่เท่านั้น เพราะมีต้นทุนในการก่อสร้างและติดตั้งสูงมาก โรงพยาบาลขนาดกลาง ขนาดเล็กจึงไม่มีให้บริการ ทำให้ผู้ป่วยโควิดที่มีอาการวิกฤต และผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรักษาอาการด้วยออกซิเจนความดันบรรยากาศสูง เช่น ผู้ป่วยติดเชื้อเรื้อรังของเยื่อหุ้มกระดูก โลหิตจางเนื่องจากเสียเลือดเป็นจำนวนมาก โรคคาร์บอนมอนนอคไซด์เป็นพิษ / การสำลักควันไฟ ฯ ต้องมารอรับการรักษาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่เท่่านั้น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยโครงการ “การพัฒนาเครื่องผลิตแก๊สออกซิเ
วช. หนุนทีมวิจัย ม.เกษตรฯ คิดค้นนวัตกรรมเส้นใยจากเถ้าลอยที่มาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ทดแทนเส้นใยจากแร่หินและตอบโจทย์ BCG Economy Model สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การสนับสนุนทีมวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คิดค้นนวัตกรรมเส้นใยที่ผลิตจากเถ้าลอยที่ได้จากโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อนำมาใช้เป็นวัสดุเสริมแรงในวัสดุก่อสร้างประเภทผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ หวังเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับใช้ทดแทนแร่ใยหิน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งในมนุษย์หากมีการสูดดมเข้าไปสะสมในร่างกาย โดยผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ที่เสริมแรงโดยใช้เส้นใยที่ผลิตจากเถ้าลอยมีคุณสมบัติต่างๆ เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ปัจจุบันผลงานนวัตกรรมเส้นใยนี้อยู่ในระหว่างการขอรับอนุสิทธิบัตร และหากผลงานนี้ได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากทุกภาคส่วนก็สามารถขยายผลต่อยอดผลิตภัณฑ์ไปสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคตได้ สามารถเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้กับสังคม อีกทั้งยังตอบสนองต่อ BCG Economy Model ของทางรัฐบาลอีกด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชา
ปัจจัยสำคัญในการผลิตภาคการเกษตรนอกจากต้นทุนจากพันธุ์พืชและการบำรุงรักษาในแปลงเกษตรแล้ว ยังมีต้นทุนเกี่ยวกับค่าปุ๋ย ทำให้เกษตรกรนำภูมิปัญญาท้องถิ่นและองค์ความรู้ด้านชีวภาพในการสะสมอินทรีย์อาหารพืชจากซากพืชซากสัตว์ อย่างวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรศรีสะเกษเกื้อกูล ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มีการคิดค้นนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์น้ำหมักชีวภาพอาหารพืชสูตรเข้มข้นเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและยังช่วยลดทุนในกระบวนการผลิต ซึ่งขณะนี้มีการขยายผลต่อยอดสร้างเครือข่ายของกลุ่มเกษตรกรแบบครบวงจรเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช.เป็นองค์กรของรัฐที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้การสนับสนุนงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์คิดค้นหรือนวัตกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสามารถถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้สนับสนุนในภาคการผลิตต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ด้วยสภาพภูมิประเทศของไทยที่เหมาะแก่การประกอบอาชีพทางการเกษตรตามลักษณะทางกายภาพ และภูมิอากาศในแต่ละภูมิภา
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการวิจัยฯ โดย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ วช. นำ ดร. จันทรวิภา ธนะโสภณ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. พร้อมด้วยสื่อมวลชน ลงพื้นที่เยี่ยมชมบริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น จำกัด ที่ทำการผลิตผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผมจากสารสกัดหมามุ่ย โดยมี รศ.ดร. ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ นางสาวอนงค์นุช ต๊ะคำ บริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น ให้การต้อนรับ ณ ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย “หมามุ่ย” ได้ยินชื่อแล้วหลายคนอาจจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวว่าจะคันจนเกาไม่หยุด แต่จริงๆ แล้วสรรพคุณที่ซุกซ่อนอยู่นั้นมากมายกว่าที่คิด สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เห็นถึงประโยชน์สรรพคุณที่สำคัญจึงสนับสนุนทุนวิจัยแก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อำภา จิมไธสง สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คิดค้นและพัฒนา “ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผมจากสารสกัดหมามุ่ย” โดย บริ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในการผลิตคิดค้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรดปัตตาเวียและบรรจุภัณฑ์จากของเหลือทิ้งทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาดและราคาตกต่ำในฤดูการเก็บผลผลิตโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่การปลูกสับปะรดแหล่งใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศ นอกจากนี้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้ผู้ค้าสับปะรดต่างจังหวัดไม่เข้ามารับซื้อสับปะรดในจังหวัดระยอง ทำให้ปริมาณสับปะรดเกินความต้องการของโรงงานแปรรูปในพื้นที่ อีกทั้งโรงงานยังประสบปัญหาการส่งออกต่างประเทศ จึงได้นำองค์ความรู้เกี่ยวกับอาหารฟังก์ชันมาประยุกต์ใช้ เสริมศักยภาพภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านที่มีอยู่เดิม พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ขณะเดียวกันคณะผู้วิจัยยังมีแนวทางการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อต่อยอดให้เกิดประโยชน์ด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เป็นแนวทางหนึ่งในการลดปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมการทำการเกษตรของชุมชน โดยการนำใบสับปะ
ปัญหามลพิษภายในประเทศทุกวันนี้ส่วนหนึ่งมาจากการเผาทำลายวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีคุณลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่แต่ละภูมิภาค ทำให้อาจารย์นักวิจัยจากหลายสถาบันได้พยายามคิดค้นนวัตกรรมที่สามารถใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้เหล่านั้น รวมไปถึงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากเส้นใยใบอ้อย โดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ผสมผสานกับภูมิปัญญาของชาวบ้านที่มีอยู่เดิมสร้างเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอสร้างรายได้เพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาระบบนิเวศในชุมชน ซึ่งขณะนี้ได้นำกลไกการตลาดมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ดีไซน์รูปแบบตามแนวแฟชั่นที่ลูกค้าต้องการเน้นเอกลักษณ์ความเป็นไทย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เป็นกลไกสำคัญของรัฐในการขับเคลื่อนให้การสนับสนุนงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์คิดค้นหรือนวัตกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสามารถถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้สู่ชุมชน รวมถึงการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อ
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ร่วมกับหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยรายใหญ่ประเทศญี่ปุ่น Japan Science and Technology Agency (JST) และ Japan Society for the Promotion of Science (JSPS) จัดการประชุมสภาวิจัยโลกแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกครั้งที่ 22 (2022 Global Research Council Asia-Pacific Regional Meeting) ระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2565 โดยมี ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธานเปิดการประชุมฯ และปาฐกถาในหัวข้อ “ความสำคัญของความเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนให้เกิดผลกระทบวงกว้างต่อสังคม” โดย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, รองศาตราจารย์ ดร. ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสต
ทีมนักประดิษฐ์นักวิจัยไทยสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทย คว้ารางวัล Grand Prize จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ ในงาน “Seoul International Invention Fair 2022” (SIIF 2022) ที่จัดขึ้นโดย Korea Invention Promotion Association (KIPA) เมื่อวันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2565 ณ Coex Convention & Exhibition Center กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำคณะนักประดิษฐ์ไทยคว้ารางวัลสูงสุดจากเวที SIIF 2022 โดยได้รับ Grand Prize 2 รางวัล จากผลงานเรื่อง “ห้องความดันลบที่สามารถเคลื่อนย้ายได้เพื่อใช้เป็นห้อง ICU ในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนาม” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณัฐพล ฤกษ์เกษมสันติ์ แห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นนวัตกรรมที่ร่วมรับมือและบรรเทาสถานการณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข ในการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้สนับสนุนโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนามในหลายพื้นที่ของกรุงเทพและปริมณฑล และผลงานเรื่อง “หลังพร้อม” โดย เด็กชายพิชชากร อรพิมพันธ์ เด็กหญิงพัทธ์ธีรา อรพิมพันธ์ และ เด็
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการวิจัยฯ โดย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชั่นจากจิงจูฉ่ายสำหรับผู้สูงอายุ โดย ผศ.ดร. ทานตะวัน พิรักษ์ หัวหน้าโครงการวิจัยอาจารย์ประจำสาขา ภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร แห่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะทีมนักวิจัย พร้อมด้วยความร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชน นางสาวศิริวิมล กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซฟ ไลฟ์ โปรดักส์ จำกัด (ไร่รื่นรมย์) ในการพัฒนาผักจิงจูฉ่ายต่อยอดทางธุรกิจในเชิงพาณิชย์ ณ ไร่รื่นรมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกเกษตรอินทรีย์ผสมผสานกับการท่องเที่ยวรวมถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชผักออร์แกนิก ผศ.ดร. ทานตะวัน พิรักษ์ หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชั่นจากจิงจูฉ่ายสำหรับผู้สูงอายุในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชันสำหรับผู้สูงอายุ โดยคัดเลือกส่วนผสมสำคัญคือ จิ
