สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
วช.สนับสนุนนักวิจัย มก. พัฒนาแหล่งน้ำบาดาลระดับตื้นและการเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จังหวัดชัยภูมิ ช่วยอนุรักษ์น้ำบาดาลให้มีใช้อย่างยั่งยืนและลดผล กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดร.วิภา รัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีหลายจังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค อย่างเช่น จังหวัดชัยภูมิ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สนับสนุนทุนวิจัยให้กับโครงการ “การพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลระดับตื้นและการเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จังหวัดชัยภูมิ” ภายใต้แผนงานหลักการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อบริหารจัดการความมั่นคงของน้ำ ระยะเวลาโครงการ 1 ปี ซึ่งมี รศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ จากภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เป็นหัวหน้าทีมวิจัย เพื่อศึกษาความเหมาะสมพื้นที่ในการจัดทำระบบเติมน้ำใต้ดินของจังหวัดชัยภูมิ และดำเนินการนำร่องในการจัดสร้างระบบเติมน้ำใต้ดินในจังหวัดชัยภูมิโดยชุมชนมีส่วนร่วม ซึ่งใ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัด “งานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2566” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.วัสสนัย วรรธนัจฉริยา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และหัวหน้าศูนย์วิจัยด้านเทคโนโลยีการผลิตและการจัดการขั้นสูง คณะวิศวกรรมศาสตร์ และทีมวิจัยบูรณาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำผลงาน “ฟู้ดพร้อม” เทคโนโลยีชาญฉลาดสำหรับการให้โภชนบำบัดและการผลิตอาหารแบบเฉพาะเจาะจง เข้าร่วมประกวดฯ ในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ เมื่อวันที่ 19-20 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา เพื่อคัดเลือกเข้ารับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2566 รองศาสตราจารย์ ดร.วัสสนัย วรรธนัจฉริยา หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า ฟู้ดพร้อม เทคโนโลยีชาญฉลาดสำหรับการให้โภชนบำบัดและการผลิตอาหารแบบเฉพาะเจาะจง เป็นแพลตฟอร์มที่คณะผู้ประดิษฐ์มีที่มาจากสหสาขาวิชา ร่วมกันพัฒนาขึ้นโดยเชื่อมโยงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชาญฉลาดในแต่ละสาขาเข้ามาตอบโจทย์การให้โภชนบำบัดและการผลิตอาหารแบบเฉพาะเจาะจง โดยจุดเริ่มต้นได้มุ่งเน้นกลุ่มเปราะบาง คือ ผู้ป่วยสูงอายุในโรงพยาบาล ซึ่
เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สถาบันคลังสมองของชาติจัดการประชุม เรื่อง “ร่วมสร้างความรู้และบทเรียนการทำงานเครือข่ายนักวิจัย CBR 64” เพื่อย้อนทวนเส้นทางการดำเนินงาน และการเปลี่ยนแปลงในการขับเคลื่อนงาน CBR 63-65 เครือข่ายนักวิจัย ท้องถิ่น หรือ CBR ร่วมกันสรุปความรู้และบทเรียนจากการทำงาน CBR 64 และสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสานความสัมพันธ์ในเชิงเครือข่ายนักวิจัย CBR ระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุมฯ ณ โรงแรมมารวยการ์เด้นท์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. และผู้บริหารจากสถาบันคลังสมองของชาติ ร่วมให้ความเห็นและข้อเสนอแนะทางวิชาการ รวมทั้งศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น และนักวิจัยจาก 4 ภูมิภาค เข้าร่วมประชุม รวมจำนวน 120 คน ผ่านระบบ onsite และ online นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดประกวด “ผลงานประดิษฐ์คิดค้น” เพื่อคัดเลือกเข้ารับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2566 ซึ่งในปีนี้ผลงาน สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ผลงานประดิษฐ์คิดค้น “แอพพลิเคชันวิเคราะห์การเคลื่อนไหวเชิงกีฬา” โดย รศ.ดร.วรพันธ์ คู่สกุลนิรันดร์ และ นายปรมัตถ์ จรัสดำรง แห่ง มหาวิทยาลัยมหิดล ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด นายปรมัตถ์ จรัสดำรง แห่ง มหาวิทยาลัยมหิดล ทีมนักประดิษฐ์ เปิดเผยว่า แอปพลิเคชันวิเคราะห์การเคลื่อนไหวเชิงกีฬา เป็นระบบ Computer vision (CV) โดยการนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยในการตรวจจับการวิเคราะห์ลักษณะการวิ่งของผู้ใช้งาน ซึ่งภายในแอปพลิเคชันจะทำการบันทึกการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานนำไปสู่การประมวลผลลักษณะการวิ่งของผู้วิ่งเพื่อปรับท่าวิ่งให้ถูกลักษณะ ช่วยลดอาการบาดเจ็บจากการวิ่ง เหมาะแก่การวิเคราะห์การเคลื่อนไหวทางการกีฬาที่สามารถใช้งานบนโทรศัพท์มือถือที่มีขนาดกะทัดรัดและสามารถพกพาได้สะดวก ซึ่งหลักการทำงานของแอปพลิเคชันดังกล่าวผู้วิ่งต้องทำการลงทะเบียนและติดตั้งแอปพลิเคชัน และตั้งกล้อง
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีรวมถึงงานวิจัยและนวัตกรรม ไปช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้สามารถลดต้นทุนและแข่งขันได้ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ อย่างเช่น ในอุตสาหกรรมไม้ยางพาราแปรรูป ที่ รองศาสตราจารย์ ดร.นิรันดร มาแทน และคณะ จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้มีการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่า “ImPregWooD” ระบบควบคุมความเข้มข้นน้ำยาอัดไม้แปรรูปอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการโรงงานไม้ยางพาราแปรรูปสามารถลดการใช้สารเคมีได้กว่า 1.4 ล้านบาท ต่อปี โดยผลงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ การพัฒนาระบบออกแบบรูปแบบการเลื่อย ระบบควบคุมการอัดน้ำยา ระบบควบคุมการอบ และเตาอบไม้ต้นแบบ สำหรับการผลิตไม้ยางพาราแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนการทำวิจัยอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) รองศาสตราจารย์ ดร.นิรันดร มาแทน จากศูนย์ความเป็นเลิศด้านไม้และวัสดุชีวภาพ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า ในกระบวนก
วันที่ 28 กันยายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ลงนามในบันทึกข้อตกลง “การพัฒนาองค์ความรู้และเครือข่ายบุคลากรวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เป็นผู้กล่าวต้อนรับฯ พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินโครงการฯ และร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง เพื่อสร้างความเข้าใจทิศทางการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ที่เชื่อมโยงกับทิศทางของประชาคมโลก และมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการเกณฑ์การฝึกอบรม ทั้ง 6 หลักสูตร ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัย กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมโดย ดำเนินโครงการ “การพัฒนาองค์ความรู้และเครือข่ายบุคลากรวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อสร้างความเข้าใจทิศทางการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด
หอยแครง เป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและมีมูลค่าสูงของประเทศไทย แหล่งเพาะเลี้ยงขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลบริเวณตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ถึงตำบลบางตะบูน และตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นสภาพดินโคลนละเอียดปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์เพราะอยู่ใกล้บริเวณปากแม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำเพชรบุรี จึงเหมาะต่อการเจริญเติบโตของหอยแครง เกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่ชายฝั่งประกอบอาชีพหลักด้วยการเก็บหอยแครงจากแหล่งธรรมชาติและการเพาะเลี้ยงหอยแครง สร้างรายได้ที่มีมูลค่าสูง แต่การเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และการประกอบกิจกรรมต่างๆ ทำให้มีการปล่อยของเสียสู่อากาศและแหล่งน้ำ ได้ทำลายสิ่งแวดล้อมต่างๆ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมลง ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำจำนวนมาก จากรายงานสถิติการเลี้ยงหอยแครงของกรมประมง ระหว่างปี 2551-2553 พบว่า มีปริมาณผลผลิตระหว่าง 4,017-5,065 ตัน แต่ในปี 2554-2555 ปริมาณผลผลิตหอยแครงลดลงเหลือเพียง 2,613-2,518 ตัน (สถิติการประมงแห่งประเทศไทย, 2557) ผลจากการเปลี่ยนแปลงและความเสื่อมโทรมของสภาพสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อปริมา
วันที่ 26 กันยายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงในการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะเวลเนสทางการแพทย์รองรับการเป็นศูนย์กลางบริการเวลเนสของโลก โดยมี ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมลงนาม เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะเวลเนสทางการแพทย์ของประเทศไทยให้เกิดขึ้น ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง วช. และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะเวลเนสทางการแพทย์ของประเทศไทยให้เกิดขึ้น และนำไปใช้ประโยชน์เชิงสาธารณะได้อย่างยั่งยืน รวมถึงการบูรณาการด้านวิชาการ การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมการพัฒนาหลักสูตรรวมถึงการสร้างแล
วช.หนุนประเทศไทยไร้ขยะ มอบทุนทีมจุฬาฯ สร้างฐานข้อมูลการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ฯ นำไปสู่การกำหนดนโยบายการจัดการซากผลิตภัณฑ์ที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ประเทศไทยประสบปัญหาขยะจากซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่เพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งขยะเหล่านี้ยังขาดการจัดการที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ส่งผล กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปัญหาดังกล่าว กรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องพยายามผลักดันกฎหมายที่ใช้กำกับและดูแลการจัดการซากผลิตภัณฑ์ทั้งระบบ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยให้กับโครงการ “แผนงานวิจัยท้าทายไทย : การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายชุมชน ระยะที่ 2” ภายใต้แผนงาน Zero Waste Thailand (ประเทศไทยไร้ขยะ) ซึ่งมี รศ.ดร. สุธา ขาวเธียร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าโครงการ เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็ก
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนผลงาน “เท้าเทียมไดนามิกส์สำหรับผู้พิการขาขาดที่แข็งแรง” แก่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ และคณะ แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้โครงการเฉลิมพระเกียรติ “ก้าวใหม่ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อส่งเสริมให้จำนวนผู้พิการที่ด้อยโอกาสได้ใช้เท้าเทียมที่มีคุณภาพดี ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้พิการขาขาดให้ดีขึ้น ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้ รวมถึงการคิดค้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยฐานทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เป็นองค์ความรู้ที่เสริมศักยภาพในด้านคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม สนับสนุนในภาคการผลิตต่างๆ สามารถขยายผลต่อยอดในเชิงพาณิชย์ โดย วช. ได้ให้ทุนสนับสนุนแก่ ผู้ช่วยศาสตร
