สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 17 – 19 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และคณะผู้ตรวจสอบทางวิชาการ ดร. ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ดร.มารยาท สมุทรสาคร และ ดร. สุพจน์ อาวาส ลงพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อเยี่ยมชมผลการดำเนินงานโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช.“โครงการเพื่อการพัฒนาพื้นที่ในเขตอุทยานธรณีโลกสตูล จังหวัดสตูล” โดยมีโครงการตามแผนการดำเนินงาน จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ 1) การนำนวัตกรรมการจัดการองค์กรสาธารณะแบบลีนในการกำหนดรูปแบบการบริหาร และการพัฒนากลไกการจัดการอุทยานธรณีระดับโลกในประเทศไทยให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศ และรองรับเกณฑ์ประเมินของ UNESCO โดย นายณรงค์ฤทธิ์ ทุ่งปรือ และคณะ สำนักงานอุทยานธรณีโลกสตูล2) การพัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูล จังหวัดสตูล โดย นางสาวนงลักษณ์ โรจนแสง และคณะ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย 3) การจัดทำแผนผังภูมินิเวศแหล่งฟอสซิล เขาน้อยและป่าพน อุทยานธรณีโลกสตูล โดย รศ.ดร. นาฏสุดา ภูมิจำนงค์ และคณะ
พืชผลทางการเกษตรของประเทศไทยนับว่าเป็นแหล่งสินค้าส่งออกและบริโภคภายในประเทศที่สำคัญ มีความพยายามผลักดันนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก หวังสร้างรายได้เข้าประเทศและเสริมศักยภาพให้กับเกษตรกร ให้มีทักษะในการพัฒนาคุณภาพของสินค้าให้ได้มาตรฐาน ปัจจัยสำคัญที่เข้าไปเกี่ยวข้องนั่นก็คือต้นทุนของปุ๋ยที่นำใช้ในการเกษตร และปัญหาวัตถุดิบที่เหลือใช้จากการเกษตรกลับกลายมาเป็นขยะกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้ทำให้ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ได้ร่วมกันในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงจากวัตถุดิบที่เหลือใช้จากภาคการเกษตรมาพัฒนาโดยวิธีทางเทคโนโลยีชีวภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งนอกจากจะช่วยในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรแล้ว ยังสามารถใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบเหลือใช้จากการเกษตร ลดปัญหามลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมแก่ชุมชนดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นองค์กรสำคัญของรัฐในการขับเคลื่อนเสริมศักยภาพงานวิจัยและนวัตกรรมต่
วช.หนุนทีมนักวิจัยจุฬาฯ ถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้เห็ดเผาะเพื่อฟื้นฟูป่าฯ หวังช่วยลดปัญหา PM 2.5 จากการเผาป่า พร้อมสร้างแปลงต้นแบบในการใช้ประโยชน์จากป่าทั้งทางด้านอาหารและรายได้อย่างยั่งยืน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สนับสนุนทุนวิจัยในโปรแกรมโจทย์ท้าท้ายด้านทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและการเกษตร ให้กับ “ โครงการบูรณาการของการใช้เห็ดเผาะเพื่อฟื้นฟูป่าและลด PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาป่าในบริเวณพื้นที่รอยต่ออุทยานแห่งชาติแม่ปิง จังหวัดลำพูน” ซึ่งมี ผศ.ดร.จิตรตรา เพียภูเขียว จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าทีมวิจัย เพื่อลดอัตราการสูญเสียของแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ และแก้ปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ เช่น เขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จังหวัดลำพูน ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเผาป่าของชาวบ้านในพื้นที่เขตอุทยานและบริเวณใกล้เคียงผศ.ดร.จิตรตรา เพียภูเขียว จากภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเผาป่าเพื่อหาของป่าของชาวบ้าน เช่น
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง(มฟล.) จัดโครงการฝึกอบรม “สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่” (ลูกไก่) รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 22 – 26 สิงหาคม 2565 ณ ห้องคำมอกหลวง อาคาร E-Park, M Square มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการฯ และศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา วงศ์เกษมจิตต์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวต้อนรับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะหน่วยงานภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทำหน้าที่ในการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมผ่านโครงการฝึกอบรม “สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่” หรือ “ลูกไก่” มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2557 เพื่อเพิ่มจำนวนบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และเพิ่มความเข้มแข็งให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโน
วช. หนุนนักวิจัยจุฬาฯ คิดค้นนวัตกรรมยางพาราผงสู่ผลิตภัณฑ์ผ้าเบรกรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพรับแรงเสียดทานและลดอัตราการสึกหรอ ยางพารานับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งของประเทศไทย นิยมปลูกกันมากในพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้ ปัจจุบันมีการนำไปปลูกในจังหวัดทางภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อนำไปแปรรูปในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อการจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ ที่ผ่านมาเกษตรกรมักจะประสบปัญหาความผันผวนเรื่องราคาของยางพารา กระทั่งมีการคิดค้นนวัตกรรมที่ใช้วัตถุดิบจากยางพาราสู่กระบวนการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางธรรมชาติ ซึ่งรวมไปถึงนวัตกรรมยางพาราผงที่นำไปผลิตเป็นชิ้นส่วนผ้าเบรกรถยนต์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นนวัตกรรมจากทีมวิจัยจาก ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นองค์กรสำคัญของภาครัฐในการขับเคลื่อนพัฒนาศักยภาพด้านการวิ
พูดถึงงานเลี้ยงโต๊ะจีนเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงโต๊ะจีนจากจังหวัดนครปฐม ซึ่งมีเจ้าตำรับโต๊ะจีนอยู่หลายร้าน รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ๆ สามารถสร้างรายได้ให้จังหวัดแต่ละปีไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท มีการรวมตัวของผู้ประกอบการเป็นสมาคม และเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพของอาหารให้ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ยิ่งขึ้น และมีประโยชน์ด้านโภชนาการแก่ผู้บริโภค ทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้การสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ในการศึกษาวิจัยระบบบริหารจัดการโต๊ะจีนให้ได้คุณภาพมาตรฐานตั้งแต่ต้นน้ำนั่นคือการคัดสรรแหล่งวัตถุดิบ การปรุงอาหาร ระบบโลจิสติกส์ การบริการ ไปจนถึงปลายทางผู้บริโภคดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช.เป็นองค์กรสำคัญของรัฐในการขับเคลื่อนเสริมศักยภาพงานวิจัย และนวัตกรรมต่างๆ รวมถึงการสร้างองค์ความรู้และสามารถนำมาต่อยอดใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และในเชิงพาณิชย์ เพื่อเสริมสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆให้ได้คุณภาพมาตรฐาน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคด้านอาหาร ทุกวันนี้พ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบรางวัลผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ระดับปริญญาตรี ระดับดีมาก และรางวัลการเขียนข้อเสนอโครงการนวัตกรรม ระดับปริญญาตรี ระดับดีเด่น ประจำปี 2565 ให้กับผลงานนวัตกรรม “เครื่องวัดระดับน้ำตาลแบบไม่ต้องเจาะเลือดชนิดพกพา” ของนางสาวชนิดาภา ต้องใจหิรัญ และนางสาวพัทธ์ธีรา ลาภสมบูรณ์ยิ่ง แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต จากการประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 : Thailand Research Expo 2022” เมื่อวันที่ 1 – 5 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานครดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ได้จัดให้มีการประกวดผลงานนวัตกรรมและการเขียนข้อเสนอโครงการนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2565 เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในสถาบันการศึกษาโดยเสริมสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะและเทคนิคด้านนวัตกรรม กระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้เข้าใจและเห็
เก็บตกผลงานวิจัยน่าทึ่งในในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 (Thailand Research Expo 2022) ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระหว่างวันที่ 1-5 สิงหาคม 2565 ณ เวที Highlight Stage ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ เครื่องดื่มใบข้าวหอมมะลิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นำผลงานวิจัยร่วมจัดแสดงในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 ภายใต้แนวคิดหลักของการจัดงาน “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ภาคนิทรรศการ “งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อใช้ประโยชน์เชิงการพัฒนาพื้นที่” ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)จำนวน 3 ผลงาน ดังนี้ ดร.อภิชัย สาวิสิทธิ์ แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้นำเสนอผลงานวิชาการเรื่อง เครื่องดื่มใบข้าวหอมมะลิ เสริมวิตามินบีรวม ตรา “จ๊าสไรซ์” ผลิตจากใบอ่อนข้าวหอมมะลิอินทรีย์ทุ่งกุลาร้องไห้ โดดเด่นด้วยความหอมที่เป็นเอกลักษณ์และอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ บรรจุในขวดแก้วที่สะดวก
ยุคนี้ เกษตรกรทำนาปลูกข้าว ขายข้าว อาจสร้างรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ชาวนาหมู่บ้านดอนซาก ตำบลห้วยงู อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท จึงเกิดแนวคิดนำฟางข้าวมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม “ฟางข้าว” ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากการทำนาแทนการเผา ลดปัญหาโลกร้อน ตอบโจทย์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่สำคัญเป็นช่องทางสร้างรายได้เสริมที่มั่งคั่งและยั่งยืนเข้าสู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์จากเยื่อฟางข้าว ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกจากเยื่อฟางข้าวของชาวนาหมู่บ้านดอนซาก ตำบลห้วยงู อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ประสบความสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างได้นั้น เกิดจากกระบวนการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในพื้นที่กับทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ประกอบด้วย อาจารย์เกวรินทร์ พันทวี (สาขาวิชาศิลปกรรม) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วีรนุช สระแก้ว (สาขาวิชาเคมี) ที่เข้ามาดำเนินโครงการ การออกแบบผลิตภัณฑ์จากเยื่อฟางข้าวเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) อาจารย์เกวรินทร์ พันทวี และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วีรนุช สระแก้ว เล่าให้ฟังว่า โครงการการ
วช. สนับสนุนทีมวิจัย ม.นเรศวร ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตองุ่นไชน์มัสแคทเพื่อการพาณิชย์ เผยจุดเด่นทำให้เป็นองุ่นไร้เมล็ด เพิ่มมูลค่า และเก็บเกี่ยวได้ 2 รอบต่อปี ซึ่งนอกจากจะเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกองุ่นแล้ว ยังทำให้คนไทยเข้าถึงการบริโภคองุ่นพันธุ์นี้ได้ง่ายขึ้นและลดการนำเข้าจากต่างประเทศเก็บตก… จากงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 กับอีกหนึ่งบูธที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมากจากการนำเสนอผลงานที่มุ่งยกระดับผลผลิตทางเกษตรเพื่อการพาณิชย์และการส่งออกในอนาคตของทีมวิจัยจากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวรที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ในภาคการเกษตร การปลูกผลไม้ให้มีคุณภาพสูง และได้มาตรฐานจนเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศได้นั้น เกษตรกรผู้ปลูกจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเงินลงทุนค่อนข้างสูง อย่างเช่น การปลูกองุ่นไชน์มัสแคทที่จำเป็นต้องสร้างโรงเรือนและต้นพันธุ์องุ่น รวมทั้งอาศัยหลักการจัดการที่ถูกต้อง โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตและหลังการเก็บ
