สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการติดตามโครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง “1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง” ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำขึ้น เพื่อพัฒนาและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและบริการตามหลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้” โดยกำหนดพื้นที่นำร่องไม่น้อยกว่า 500 ท้องถิ่น ภายในปี 2570 สำหรับการขับเคลื่อนปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กำหนดเป้าหมาย 100 ท้องถิ่น ปี 2568 จำนวน 200 ท้องถิ่น และปี 2569 จำนวน 200 ท้องถิ่น การขับเคลื่อนเป็นการบูรณาการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการส่งเสริมพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มสินค้าเกษตรมูลค่าสูงเพื่อส่งออก 2) กลุ่มสินค้าเกษตรมูลค่าสูง มีการแปรรูป และ 3) กลุ่มสินค้าเกษตรและบริการเชิงสร้างสรรค์ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ชุมชน โดยครอบคลุมด้านพืช แมลงเศรษฐกิจและบริการเชิงสร้างสรรค์ ด้านปศุสัตว์ และด้านประมง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 หน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้คัดเลือกกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการรวม 251 ท้องถิ่น ทั่วป
นายกิจษารธ อ้นเงินทยากร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 ราชบุรี (สศท.10) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลสมเด็จเจริญ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ก่อตั้งขึ้นตามพระราชดำริ ในปี พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบัน เพื่อพัฒนาพื้นที่เสื่อมโทรม จำนวน 20,625 ไร่ ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 7 ของตำบลสมเด็จเจริญ ครอบคลุมราษฎร รวม 1,102 ราย ให้พื้นที่กลับมาอุดมสมบูรณ์ พร้อมจัดสรรที่ดินทำกินให้กับราษฎรผู้ยากไร้เข้าไปประกอบอาชีพ โดยมีกรมการปกครอง อำเภอหนองปรือ และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน และมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ร่วมบูรณาการอีก 7 หน่วยงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมการข้าว และกรมชลประทาน สำหรับโครงการฯ ได้ตั้งเป้าหมายพื้นที่สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยให้แก่ราษฎร 850 ไร่ พื้นที่สำหรับเป็นแปลงเกษตรกรรม 7,200 ไร่ พื้นที่ปลูกสวนป่าและพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานในสังกัด ได้จัดทำและประกาศใช้ แผนปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2570 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรียบร้อยแล้ว ภายหลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 แผนปฏิบัติราชการฉบับนี้ ถือเป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานและจัดทำแผนงานโครงการ เพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ทั้งยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ และการปรับตัวให้เข้ากับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยแผนปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2570 ได้กำหนด วิสัยทัศน์ คือ “เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้เพิ่มขึ้น” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาใน 5 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1. เสริมสร้างความมั่นคงทางการเกษตร เน้นการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย (IUU) การจัดระบบแรงงาน
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการนำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมปฏิบัติการตั้งแปลงเก็บเกี่ยวผลผลิต (Crop Cutting) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4 แปลง เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ณ จังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีเนื้อที่เพาะปลูกข้าวโพดมากที่สุดในประเทศ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอและทบทวนแนวทางการทำ Crop Cutting ให้สอดคล้องกับปัจจัยและสถานการณ์การผลิตจริงในพื้นที่ที่หลากหลายแตกต่างกัน ทั้งแปลงที่ปลูกในพื้นที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงตามความเป็นจริงที่สุด โดยย้ำว่าการทำงานของ สศก. จะต้องตั้งอยู่บนหลักวิชาการที่ตรวจสอบได้ และเจ้าหน้าที่ต้องมีจรรยาบรรณในการเก็บข้อมูลและยึดความจริงเป็นหลักเสมอ การลงพื้นที่ดังกล่าว เป็นการสำรวจแปลงในพื้นที่ตำบลนาซำ ตำบลศิลา และตำบลตาดกลอย ของอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีเกษตรกรผู้ให้ความอนุเคราะห์พื้นที่แปลงสำรวจและอนุญาตให้จัดเก็บผลผลิต จำนวน 4 ราย ซึ่งการปฏิบัติการได้รับความร่วมมือจากผู้แทนหน่วยงานสำคัญต่างๆ อาทิ สมาคมการค้าพืชไร
‘กล้วยไข่กำแพงเพชร ” ไม้ผลทำเงิน สินค้าอัตลักษณ์ “GI’ เน้นใช้นวัตกรรม เพิ่มผลผลิต จังหวัดกำแพงเพชร นับเป็นแหล่งปลูกกล้วยไข่ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย รองจากจังหวัดจันทบุรี เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่เพาะปลูก และสภาพอากาศเหมาะแก่การเจริญเติบโต ประกอบกับเกษตรกรในพื้นที่มีความชำนาญในการปลูกกล้วยไข่มายาวนาน ส่งผลให้กล้วยไข่ของจังหวัดกำแพงเพชรมีคุณภาพสูงได้รับความนิยมจากผู้บริโภค และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เช่น จีน สปป.ลาวและฮ่องกง จังหวัดกำแพงเพชร มีพื้นที่ปลูกกล้วยไข่กว่า 2,213 ไร่ โดยแหล่งปลูกส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอเมืองกำแพงเพชร เกษตรกรนิยมปลูกกล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีลักษณะโดดเด่น ผิวเปลือกบาง ผลเล็ก เนื้อมีสีเหลือง รสชาติหวาน และที่สำคัญกล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร ยังได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 การปลูก โดยทั่วไปเกษตรกรที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ เมืองกำแพงเพชร คลองขลุง คลองลาน และโกสัมพีนคร จะนิยมปลูกกล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชรช่วงเดือนกุมภาพ
ฤดูทุเรียนป่าละอู 1 ปีมีครั้งเดียว คนรักทุเรียนจะได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อยของ “ทุเรียนป่าละอู” ได้อย่างจุใจ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ของทุกปี “ทุเรียนป่าละอู” ที่คอทุเรียนยกให้เป็น The Best อร่อยจริงอร่อยจัง เพราะทุเรียนสุกธรรมชาติ ไม่ใช่ทุเรียนไม่ป้ายยา ทุเรียนป่าละอู สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ชาวอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มานานกว่า 30 ปี ทุกวันนี้ พื้นที่ป่าละอู กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรมีชื่อเสียง มีนักท่องเที่ยวเข้ามาทุกปี สร้างรายได้เข้าท้องถิ่นเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี โซนทุเรียนภูเขา ทุเรียนป่าละอู จัดอยู่ในกลุ่มทุเรียนพื้นที่ภูเขา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่า พื้นที่การผลิตทุเรียนในโซน 4 จังหวัดประกอบด้วยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี ถูกเรียกว่า “ทุเรียนตะนาวศรี” เนื่องจากลักษณะของสภาพภูมิศาสตร์มีเทือกเขาตะนาวศรีพาดผ่าน ทำให้ได้รับความอุดมสมบูรณ์จากดินตะกอนภูเขาหลังจากฤดูน้ำหลากของทุกปี ด้วยระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล และความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม ส่งผลให้ผลผลิตทุเรียนมีลักษณะเฉพาะ เนื้อหนา แห้งเนียน เมล็ดลีบ รสชาติหว
“ กระท้อนนาปริก ”เป็นกระท้อนพื้นเมืองที่มีประวัติการปลูกมายาวนานกว่า 30 ปี ปลูกในพื้นที่บ้านนาปริก ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เนื่องจากปลูกในแหล่งดินที่อุดมด้วยแร่ธาตุ มีน้ำใต้ดินที่มีคุณภาพ และเพียงพอต่อการเพาะปลูก ประกอบกับเกษตรกรมีความเชี่ยวชาญในการปลูก และพัฒนาผลผลิตมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กระท้อนนาปริกสตูลมีรสชาติหวานอร่อย เนื้อหนานุ่ม ปุยหุ้มเมล็ดหนาฟูไม่เหนียว รสชาติหวาน มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นแตกต่างจากกระท้อนในพื้นที่อื่น จึงได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 นับเป็นสินค้า GI ที่ขับเคลื่อนตามนโยบาย Soft Power ผลไม้ไทย สร้างมูลค่าให้จังหวัดกว่า 15 ล้านบาท/ปี สร้างรายได้ให้เกษตรกรรวมทั้งขยายผลไปสู่การเชื่อมโยงท่องเที่ยวชุมชน การปลูก นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท.9) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่เริ่มปลูกกระท้อนตั้งแต่ปี 2537 และได้รับความนิยมปลูกเพิ่มขึ้นในปี 2562 – 2563 ปัจจุบันเกษตรกรมีการปรับวิธีการปลูกกระท
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย และประเทศเจ้าภาพ เป็นประธานการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความร่วมมือทางการเกษตร ภายใต้กรอบ BIMSTEC ครั้งที่ 11 (The 11th Meeting of BIMSTEC Expert Group on Agricultural Cooperation: EGMAC) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม ดีวาน่า พลาซ่า ภูเก็ต ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต และผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยถือเป็นการประชุม EGMAC แบบพบหน้า (In person) เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) การประชุมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ผู้แทนจากประเทศสมาชิก BIMSTEC ทั้ง 7 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา และไทย รวมถึงผู้แทนจากสำนักเลขาธิการ BIMSTEC พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอ
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 46 ปี วันคล้ายวันสถาปนา สศก. ประจำปี 2568 สศก. ได้จัดงานและกิจกรรมต่างๆ ตามประเพณี ประกอบด้วย พิธีการทางศาสนา พิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิ ดร.สมนึก ศรีปลั่ง ประจำปี 2568 ให้แก่ บุตร-ธิดา ของบุคลากรสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จำนวน 18 ทุน และได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวปาฐกถา เรื่อง การเกษตรไทยบนเส้นทางของการพัฒนาสุขภาวะที่ยั่งยืน เพื่อให้บุคลากรได้รับทราบถึงแนวคิดในการพัฒนาการปฏิบัติงาน ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรไทยบนเส้นทางของการพัฒนาสุขภาวะที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยองค์รวมที่จะเสริมสร้างทั้งด้านองค์ความรู้ กำลังกาย กำลังใจในการปฏิบัติงาน เพื่อร่วมกันพัฒนาภาคเกษตรอันเป็นรากฐานของประเทศ รวมทั้งพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเข็มเชิดชูเกียรติประกาศเกียรติคุณ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการดีเด่นของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 นอกจากนี้ เป็นประจำทุกปี สศก. ได้จัดพิธีมอบรางวัลและประกาศเกียรติค
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีขององค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 13 [The 13th Meeting of ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve (APTERR) Council] ระหว่างวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2568 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ว่าการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของสำนักเลขานุการ APTERR ได้แก่ แผนงานการดำเนินงานระบายข้าวเพื่อช่วยเหลือประเทศสมาชิก สถานะทางการเงินของกองทุน APTERR และแนวทางปรับปรุงกลไกการดำเนินงานของ APTERR ให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการเห็นชอบการต่ออายุสัญญาจ้างของ นายชุมเจธว์ กาญจนเกสร ผู้จัดการทั่วไปสำนักเลขานุการ APTERR วาระที่ 2 เป็นระยะเวลา 3 ปี (ปี 2568-2571) สำหรับผู้เข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย คณะมนตรีจากประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศบวกสาม (สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี) รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานเลขาธิการอาเซียน ธนาคารพัฒนาเอเชีย โครงการอาหารโลก สำนักเลขานุการ AFSIS และสำนักเลขานุการ AFSRB ท
