สินค้าเกษตร
สารเคมีที่ปนเปื้อนในผลผลิตการเกษตร คือมฤตยูเงียบที่สั่งสมในร่างกาย นำไปสู่โรคภัยที่คร่าชีวิตชาวไทยไปมากมาย ซึ่งผลผลิตบางอย่างกระทั่งผู้ปลูกเองก็ยังไม่กล้ากิน ผลิตภัณฑ์ “ออร์แกนิก” จึงเริ่มเป็นทางเลือกของผู้บริโภคยุคใหม่ เพราะมั่นใจในความปลอดภัยมากกว่า แต่เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่หยิบผลิตภัณฑ์แปะป้ายออร์แกนิกขึ้นมาแล้วต้องเปลี่ยนใจวางคืนที่เดิม พร้อมคำถามในใจว่า “ทำไมถึงแพงขนาดนี้” “ประชาชาติธุรกิจ” ไขคำตอบจากเกษตรกรตัวจริงในจังหวัดจันทบุรี เพื่อให้เข้าใจที่มาที่ไปว่า การทำเกษตรแบบออร์แกนิกนั้นปลูกยาก เก็บยาก หายากอย่างไร ผลผลิตที่มาถึงมือผู้บริโภคปลายทางจึงได้ราคาสูงนัก 3 ปีแรกวัดใจไปต่อไหม“ทรงวุฒิ สมพันธุ์” เจ้าของสวนบ้านกุน-ระกา เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ออร์แกนิกในอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรีกล่าวว่า การปลูกพืชออร์แกนิกมีข้อกำหนดต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดเรื่องพื้นที่ วิธีการปลูก การให้สารบำรุง ซึ่งแม้ต้นทุนการผลิตจะลดลงจากการปลูกแบบเคมี แต่ต้นทุน “การจัดการ” กลับเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังจัดกา
คอลัมน์นอกรอบ โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ภาวะภัยแล้งโดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2559 ช่วยดันราคาสินค้าเกษตรรายการหลักพุ่งอย่างชัดเจน ทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน อย่างไรก็ดี ข้าวและปาล์มน้ำมัน เป็นรายการที่ราคาน่าจะยังยืนอยู่ในระดับดีได้อย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี ขณะที่ยางพาราและมันสำปะหลัง น่าจะได้รับแรงหนุนจากปัจจัยชั่วคราวอย่าง “ภัยแล้ง” ที่ทำให้ราคาดีขึ้น แต่คาดว่า ราคาไม่น่าจะยืนอยู่ในระดับดีได้จนถึงสิ้นปีนี้ ดังนั้น ผู้ประกอบการปลายน้ำที่ใช้สินค้าเกษตรเหล่านี้เป็นวัตถุดิบ อาจต้องมีการวางแผนในการบริหารด้าน “ต้นทุน” อย่างเป็นระบบ อันจะช่วยประคองผลกระทบต่อกำไรของธุรกิจในภาวะที่ราคาสินค้าเกษตรยังคงมีความผันผวน แม้ราคาสินค้าเกษตรหลักที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงภัยแล้งจะส่งผลดีต่อเกษตรกรที่มีสินค้าในมือให้ได้รับอานิสงส์แต่ภาพรวมราคาสินค้าเกษตรทั้งปีคาดว่าอาจยังให้ภาพที่ไม่สดใสนัก จากปัจจัยด้านอุปทานที่ยังอยู่ในระดับสูง ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่งจะเริ่มทยอยฟื้นตัว และอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่ยังชะลอ ทำให้เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ยังคงต้องเผชิญความยากลำบากด้านรา
