สินค้าเกษตร
นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก.ขอความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงพื้นที่สำรวจผลผลิตสินค้าเกษตร และร่วมประเมินสถานการณ์ผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรครึ่งปีหลัง 2560 เพราะเกรงว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจภาคเกษตร (จีดีพี) เติบโตลดลงกว่าเป้าที่วางไว้ที่ 2.5-3.5% จากปี 2559 เพราะที่ประเมินไว้อาจมีความคลาดเคลื่อน จนอาจส่งผลให้การประเมินผิดพลาด จึงไม่สามารถประกาศจีดีพีครึ่งปีหลังได้ “ยอมรับว่าไม่สามารถประเมินจีดีพีภาคเกษตร เพราะตัวเลขหลายตัวผกผัน ราคาแกว่งตัวมาก และยังมีเรื่องของสภาพดินฟ้าอากาศ น้ำดีกว่าปีก่อน ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นในแบบกระจุกตัวทำให้ราคาลดลง รวมถึงเศรษฐกิจโลก จึงต้องนำปัจจัยทั้งหมดที่เปลี่ยนแปลงมาประเมินใหม่” นางสาวจริยา กล่าว และว่า หากให้เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จีดีพีภาคเกษตรจะดีขึ้น แต่หากให้เทียบราคาทั้งเรื่องของยางพารา ข้าว ยอมรับว่าไม่ค่อยมั่นใจว่าจะดีขึ้น แม้ทั้งปีจีดีพีภาคเกษตรจะปรับตัวดีขึ้นได้ตามเป้าหมายที่ 2.
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดปี 2560 ภาคเกษตรขยายตัว 2.5 – 3.5 ทุกสาขาส่งสัญญาณทิศทางดี แจงมุมวิเคราะห์รายภาค ระบุ ภาคใต้ ขยายตัวสูงสุด ร้อยละ 3.6 – 4.6 จากการขยายตัวของสาขาพืชและสาขาประมงเป็นหลัก ระบุ มีปัจจัยบวกหนุนหลายประการ ทั้งสภาพอากาศ นโยบายเกษตรฯ และเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการวิเคราะห์และประมาณการณ์ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรตลอดปี 2560 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 2.5 – 3.5 เมื่อเทียบกับปี 2559 โดยทุกสาขาการผลิตทั้งพืช ปศุสัตว์ ประมง บริการทางการเกษตร และป่าไม้ มีแนวโน้มขยายตัว มีปัจจัยเชิงบวกหลายประการ อาทิ สภาพอากาศและปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อการผลิตมากกว่าปีที่แล้วซึ่งประสบภัยแล้ง และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มทิศทางที่ดีขึ้น และแนวโน้มความต้องการสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่เป็นอาหารและแปรรูปอุตสาหกรรมอื่นเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับเศรษฐกิจโลก และสอดคล้องกับสต๊อกผลผลิตโลกที่ลดลง รวมถึงการดำเนินนโยบายและมาตรการด้านการเกษตรต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องของรัฐบาล รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกในปี 2560 ที่ม
“พล.อ.ฉัตรชัย” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการตลาดสินค้าเกษตรเมืองลับแล เล็งขยายสู่ตลาดระดับภูมิภาค แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรยั่งยืน พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งนโยบายการบริหารจัดการแปลงใหญ่ข้าว และสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ สหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันก่อน พลเอกฉัตรชัย เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรในภูมิภาค โดยมีเป้าหมายให้เป็นตลาดถาวร มีสถานที่ตั้งที่แน่นอนและเปิดให้บริการทุกวัน เพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีสถานที่จำหน่ายสินค้า ให้เกษตรกรหมุนเวียนจัดหาสินค้าที่ตนเองผลิตมาวางจำหน่าย และยังเป็นการรองรับสินค้าสำหรับพี่น้องเกษตรกรในแปลงใหญ่ เกษตรกรทฤษฎีใหม่ วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรทั่วไป เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในท้องถิ่นได้มีแหล่งจำหน่ายผลผลิตที่แน่นอน สามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้มีคุณภาพและสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้
เกษตรกรตอบรับโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร( ศพก.) เป็นผลสำเร็จ พัฒนาสู่สมาร์ทฟาร์มเมอร์ เสริมเครือข่ายในพื้นที่ร่วมกัน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน ศพก. ในพื้นที่ 16 จังหวัด เจาะกลุ่มเกษตรกรต้นแบบ 70 ราย เกษตรกรทั่วไป 364 ราย ระบุ เกษตรกรนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์จริง และตื่นตัวในการเข้ามาใช้บริการ ศพก. มากขึ้น แนะภาครัฐต้องมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องแบบบูรณาการทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ เกษตรกรสถาบันการศึกษาและเอกชน เพื่อพัฒนาไปในทิศทางที่ตรงต่อความต้องการของท้องถิ่นอย่างจริงจัง นางสาวรังษิต ภู่ศิริภิญโญ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ สศก. ติดตามการดำเนินงานโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกรต้นแบบ 70 ราย และเกษตรกรทั่วไป 364 ราย ในพื้นที่ 16 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ อุดรธานี หนองบัวลำภู ขอนแก่น สุรินทร์ ยโสธร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี แล
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เผย สินค้าเกษตรไทย – อาเซียน ปี 2559 ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ามูลค่า 215,169 ล้านบาท โดยมีการค้าสินค้าเกษตรและยางพาราขั้นปฐมไปยังอาเซียน 9 ประเทศ มูลค่าการค้ารวม 415,343 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 12.86 นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลการนำเข้า – ส่งออก สินค้าเกษตรระหว่างไทยกับอาเซียน ในปี 2559 ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า โดยคิดเป็นมูลค่า 215,169 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ไทยได้เปรียบดุลการค้าอาเซียน 194,746 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 10) โดยการค้าสินค้าเกษตร (พิกัดศุลกากร 01 – 24 และยางพาราธรรมชาติ พิกัด 4001) ปี 2559 ประเทศไทย มีการค้าสินค้าเกษตรและยางพาราขั้นปฐมไปยังอาเซียน 9 ประเทศ มีมูลค่าการค้ารวม 415,343 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 12.86) มูลค่าการส่งออกคิดเป็น 315,256 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 12.04) และมีมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นเช่นกัน คิดเป็น 100,087 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 15.53) สำหรับกลุ่มสินค้าเกษตรไทยส
“อุตสาหกรรมเม็ดมะม่วงหิมพานต์” ของเวียดนาม ถือเป็นหนึ่งสินค้า “เกษตร” ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ทั้งในด้านปริมาณและมูลค่า ทำให้เม็ดมะม่วงหิมพานต์กลายเป็น “พืชเศรษฐกิจ” สำคัญของประเทศที่มียอดส่งออกมากเป็นอันดับต้น ๆ รองจากข้าว ยางพารา และกาแฟ ไซ่ง่อน ไทมส์ รายงานข้อมูลสมาคมผู้ผลิตเม็ดมะม่วงหิมพานต์ของเวียดนาม (Vinacas) ระบุว่า ระหว่างปี 2549-2558 เวียดนามเป็นผู้นำเข้าผลมะม่วงหิมพานต์ที่ยังไม่ผ่านการแปรรูปรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้ส่งออกเม็ดมะม่วงหิมพานต์อันดับ 1 ของโลกตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยปี 2558 เวียดนามส่งออกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ถึง 330,000 ตัน ไปยัง 80 ประเทศทั่วโลก คิดเป็นมูลค่า 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสหรัฐ จีน และประเทศยุโรป เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญ นายดั๋ง หว่าง ยาง เลขาธิการสมาคมมะม่วงหิมพานต์เวียดนาม กล่าวว่า เม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็น 1 ใน 2 สินค้าเกษตร ที่มีการเพิ่มขึ้นทั้งในด้านปริมาณและมูลค่า และยอดส่งออกของเวียดนามคิดเป็น 50% ของมูลค่าส่งออกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทั่วโลก ปัจจุบันเวียดนามมีพื้นที่ปลูกต้นมะม่วงหิมพานต์ ประมาณ 450,000 เฮกตาร์
วันที่ 28 พฤศจิกายน นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ที่ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เพื่อรับทราบข้อมูลด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดรวมทั้งผลการดำเนินงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ ตามนโยบายของรัฐบาลที่สำคัญ ประกอบด้วย ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่, ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร, การขับเคลื่อนการดำเนินงานบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม เกษตรอินทรีย์ ธนาคารสินค้าเกษตร โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ และสถานการณ์น้ำในพื้นที่ นายสุวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจจะร่วมกันส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพการผลิตสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อการส่งออกมากยิ่งขึ้น ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
หลังเผชิญภัยแล้งที่ค่อนข้างสาหัสมาไม่ต่ำกว่า 2 ปี และในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาฝนเริ่มกลับมาอีกครั้ง เกษตรกรไทยเกินกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรประเทศ ที่ฝากความหวังจากการปลูกพืชเศรษฐกิจขายมาแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งขึ้นสูง เริ่มเผชิญลางร้ายที่มาเยือนไม่ต่างจากภัยแล้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เมื่อข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลังพืชเศรษฐกิจหลักราคาทรุดหนัก เกษตรกรได้ร้องเรียนภาครัฐมานานหลายเดือนแล้ว แต่การแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องเกษตรกรของหน่วยงานรัฐกลับล่าช้าและไม่ตรงจุดที่ควรจะต้องรีบแก้ไข ขณะที่นายอภิศักดิ์ตันติวรวงศ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเริ่มวิตกเมื่อพบสัญญาเศรษฐกิจในเดือนกันยายนนี้เริ่มอ่อนตัว อาทิ ยอดขายปูนซีเมนต์ ยอดขายรถยนต์ที่ใช้ในการขนส่งลดลง ทำให้เห็นว่าการบริโภคเริ่มลดลง จะต้องมีมาตรการออกมาเพิ่มเติม จากก่อนหน้านี้รัฐมีมาตรการไปยังภาคเกษตรมากพอสมควร รวมทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีนัดถกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เร่งปั๊มกำลังซื้อในประเทศ หลังจากการส่งออกสินค้าทำได้แค่ประคองตัว โดยเตรียมหามาตรการดันราคาสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มอำนาจซื้อให้กับเกษตรกร ที่ผ่านมา การแก้ปัญหาสินค้าเกษตรหลักข
“ตลาดนัดจตุจักร” อาจเป็นเป้าหมายสำคัญที่เพื่อนเกษตรกรหลายคนนิยมมาเลือกซื้อวัสดุอุปกรณ์การเกษตรสำหรับใช้ในไร่นา แต่การเดินตลาดจตุจักรแต่ละครั้งต้องทนร้อน เสียเวลาเดินตระเวนหาร้านค้า เพื่อเลือกซื้อสินค้าที่ถูกใจ ในราคาสบายกระเป๋า หากใครเบื่อเดินตลาดจตุจักร ขอแนะนำ “เมกาโฮม” เป็นตัวเลือกใหม่ในการเดินช็อปปิ้งวัสดุอุปกรณ์การเกษตร ที่มีความสะดวกสบายแถมซื้อสินค้าได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปอีกด้วย ในฉบับนี้ “คุณสุพรศรี นาคะนสุกาญจน์” ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริหารกลุ่มสินค้า บริษัท เมกาโฮม เซ็นเตอร์ จำกัด ได้บอกเล่าภาพรวมธุรกิจเมกาโฮม รวมทั้งสินค้าและบริการพิเศษที่เมกาโฮมเตรียมให้บริการแก่เพื่อนเกษตรกรทุกท่านดังต่อไปนี้ ภาพรวมเมกาโฮม ปี 2559 เมกาโฮมเปิดให้บริการแล้วจำนวน 9 สาขา ก่อนสิ้นปี 2559 เตรียมเปิดสาขาใหม่อีก 2 แห่ง คือ สาขาโคราชและสาขานครพนม ปี 2560 วางแผนเปิดสาขาใหม่ 4 แห่ง เน้นขยายตลาดชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดเออีซี ในอนาคต เมกาโฮม นับเป็นผู้ประกอบการรายแรกที่ประกาศตัวรุกตลาดชายแดนเพื่อเปิดรับเออีซี ถือว่าวางแผนจับตลาดได้ถูกทาง เพราะเมกา
สารเคมีที่ปนเปื้อนในผลผลิตการเกษตร คือมฤตยูเงียบที่สั่งสมในร่างกาย นำไปสู่โรคภัยที่คร่าชีวิตชาวไทยไปมากมาย ซึ่งผลผลิตบางอย่างกระทั่งผู้ปลูกเองก็ยังไม่กล้ากิน ผลิตภัณฑ์ “ออร์แกนิก” จึงเริ่มเป็นทางเลือกของผู้บริโภคยุคใหม่ เพราะมั่นใจในความปลอดภัยมากกว่า แต่เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่หยิบผลิตภัณฑ์แปะป้ายออร์แกนิกขึ้นมาแล้วต้องเปลี่ยนใจวางคืนที่เดิม พร้อมคำถามในใจว่า “ทำไมถึงแพงขนาดนี้” “ประชาชาติธุรกิจ” ไขคำตอบจากเกษตรกรตัวจริงในจังหวัดจันทบุรี เพื่อให้เข้าใจที่มาที่ไปว่า การทำเกษตรแบบออร์แกนิกนั้นปลูกยาก เก็บยาก หายากอย่างไร ผลผลิตที่มาถึงมือผู้บริโภคปลายทางจึงได้ราคาสูงนัก 3 ปีแรกวัดใจไปต่อไหม“ทรงวุฒิ สมพันธุ์” เจ้าของสวนบ้านกุน-ระกา เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ออร์แกนิกในอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรีกล่าวว่า การปลูกพืชออร์แกนิกมีข้อกำหนดต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดเรื่องพื้นที่ วิธีการปลูก การให้สารบำรุง ซึ่งแม้ต้นทุนการผลิตจะลดลงจากการปลูกแบบเคมี แต่ต้นทุน “การจัดการ” กลับเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังจัดกา
