สินค้าเกษตร
กรุงเทพฯ – กระทรวงพาณิชย์เปิดภาพการทำงานของ “ใกล้เก็บเกี่ยว” เครื่องมือใหม่ที่จะเปลี่ยนข้อมูลจากการใช้ติดตามสถานการณ์ สู่การ “คาดการณ์ล่วงหน้า” โดยใช้ระบบหัวเว่ยคลาวด์ ผ่านระบบ คลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud Service: GDCC) พร้อมกำหนดแผนการใช้เทคโนโลยี AI เชื่อมโยงข้อมูลผลผลิต ราคา และพื้นที่จากหลายหน่วยงานให้เป็นภาพเดียวกัน เพื่อให้ภาครัฐรู้เร็วขึ้นว่าผลผลิตจะออกเมื่อไร พื้นที่ไหนมีความเสี่ยง และราคาเริ่มส่งสัญญาณอย่างไร ก่อนนำไปสู่มาตรการที่ตรงจุดและทันเวลา นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ความท้าทายของการบริหารเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือข้อมูลสำคัญกระจายอยู่ในหลายหน่วยงานและแต่ละชุดมีจุดแข็งแตกต่างกัน โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การนำ Technology & AI มาเชื่อมโยงและประมวลผลข้อมูลเหล่านั้น เพื่อให้มองเห็นสถานการณ์ได้ครบถ้วน ถูกต้อง และแม่นยำยิ่งขึ้น “เราไม่ได้ต้องการเก็บข้อมูลเพิ่มเติม แต่ต้องการเชื่อมโยงข้อมูลและบูรณาการข้อมูลที่มีอยู่ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบ
จากพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของกำแพงเพชร ด้วยพื้นที่ปลูกมากกว่า 40,000 ไร่เมื่อสิบกว่าปีก่อน ปัจจุบันเริ่มถูกแทนที่ด้วยไร่อ้อยและมันสำปะหลัง ที่ทำให้พื้นที่ปลูกกล้วยไข่ของจังหวัดกำแพงเพชรในปี พ.ศ. 2566 เหลือเพียง 513 ไร่ มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนเพียง 163 ราย และขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพียง 75 รายเท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นการปลูกแซมพืชอื่นๆ รายละ 1–2 ไร่ มีเกษตรกรที่ยังยึดเป็นอาชีพหลักเพียง 3-4 ราย สวนทางกับความต้องการที่สูงถึงปีละ 300 ตัน สาเหตุที่ทำให้เกษตรกรในกำแพงเพชรเลิกปลูกกล้วยไข่ เกิดจากการไม่มีลานรับซื้อกลาง ทำให้ถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง รวมถึงผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ในปี พ.ศ. 2556 ทีมวิจัยากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ บัวเทศ จึงเข้าไปทำงานร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ จำนวน 20 ราย เพื่อปรับวิถีการปลูก เพิ่มคุณภาพการดูแล การจัดการแปลงปลูกและการปรับดินให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น รวมถึงระบบการให้ปุ๋ยและธาตุอาหารเสริมตามช่วงอายุเวลาการเจริญเติบโตของกล้วยไข่ เพื่อลดต้นทุนการปลูก เพิ่มมูลค่า ที่สำคัญคือสามารถทำให้กล้วยไข่ที่ผลิตได้มีน้ำหนักเพิ่มจากเครือล
ทุกวันนี้การทำเกษตรอาจไม่ใช่เรื่องของการผลิตให้ได้มากที่สุดอีกต่อไป เพราะต่อให้ผลิตได้ดีเพียงใด หากไม่มีตลาด ไม่มีเรื่องราว และไม่มีวิธีสื่อสารให้ผู้คนเข้าใจคุณค่าของสิ่งที่ผลิต สิ่งนั้นก็อาจกลายเป็นเพียงสินค้าที่ต้องแข่งขันกันด้วยราคา ในขณะที่เกษตรกรจำนวนมากมีต้นทุนสำคัญอยู่ในมือแล้ว ทั้งผืนดิน ภูมิประเทศ ทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และวัฒนธรรม เพียงแต่ต้นทุนเหล่านี้ ยังไม่ได้ถูกนำมามองในฐานะ “คุณค่าของแบรนด์” อย่างจริงจัง อาจารย์ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ นักปั้นแบรนด์และนักออกแบบภาพลักษณ์ธุรกิจอาหาร ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยวเกษตรยั่งยืน แห่ง Karb Studio เจ้าของรางวัล Gourmand Awards หรือเวทีที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติด้านอาหารอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี รวม 27 รางวัล และเป็นผู้ขับเคลื่อนแนวคิด “Local สู่ เลอค่า” มีความเชื่อว่าของดีในท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวตนเพื่อให้มีมูลค่า แต่ต้องรู้จักค้นหาและสื่อสารคุณค่าที่มีอยู่ให้คนอื่นมองเห็น เกษตรไทยมีของดี ต้องสร้างแบรนด์ให้ไปไกล อาจารย์ขาบ มองว่า จุดแข็งของภาคการเกษตรไทยที่ผ่านมาอยู่ที่การผลิต เพราะประเทศไทยมี
ดีเดย์ 30 ก.ย. “พาณิชย์” ผนึก 4 กระทรวง พาณิชย์ เกษตร อว. ดีอี เปิดเกมใหม่บริหารสินค้าเกษตรด้วยข้อมูล สนค. ดัน “ใกล้เก็บเกี่ยว” ระบบบริหารเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร เปลี่ยนจาก “แก้ปัญหา” สู่ “บริหารล่วงหน้า” จากโจทย์นโยบายสู่เครื่องมือบริหารจริง สนค. รับโจทย์ศุภจี ผนึก 4 กระทรวง ดึง Big Data–AI ยกระดับการบริหารสินค้าเกษตร เตรียมเปิด “ใกล้เก็บเกี่ยว” 30 กันยายนนี้ นำร่องข้าวก่อนผลผลิตนาปีออกสู่ตลาด นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากโจทย์ของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการยกระดับการบริหารสินค้าเกษตรของประเทศให้ก้าวไปไกลกว่าการติดตามสถานการณ์และแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้น สนค. จึงพุ่งเป้าสู่การบริหารสินค้าเกษตรด้วยข้อมูลคาดการณ์ที่แม่นยำ เพื่อให้ภาครัฐเห็นสถานการณ์ได้เร็ว กำหนดมาตรการได้ตรงจุด ทันเวลา และเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงได้อย่างแม่นยำ แนวทางดังกล่าวเชื่อมตรงกับ 5 นโยบายหลักของกระทรวงพาณิชย์ ทั้งการรักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร (นโยบายที่ 2) และการยกระดับเทคโน
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยผลสำเร็จของการส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในปี 2568 อย่างครบวงจร ตั้งแต่การขึ้นทะเบียน GI การควบคุมคุณภาพการส่งเสริมการตลาด GI ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่อง GI ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สินค้า GI ไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ยอมรับแล้วว่ามีอัตลักษณ์ มีความพิเศษจากสินค้าทั่วไป ทั้งในด้านเรื่องราวความเป็นมาและคุณภาพของสินค้า สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการและชุมชนที่ผลิตสินค้าได้ โดยในปี 2568 จากจำนวนสินค้า GI ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว 239 รายการ สามารถสร้างมูลค่าได้สูงถึงกว่า 82,000 ล้านบาท นางอรมน กล่าวว่า “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” หรือ “GI” เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เพราะถือเป็นสินค้าที่มีความพิเศษ เป็นชื่อเสียงหรืออัตลักษณ์ของชุมชนที่สัมพันธ์กับลักษณะทางภูมิศาสตร์ (ดิน น้ำ อากาศ และภูมิปัญญาท้องถิ่นของพื้นที่) จึงมีความแตกต่างจากสินค้าทั่วไป เมื่อสามารถควบคุมคุณภาพและรักษามาตรฐานการผลิตโดยการขึ้นทะเบียนเป็
ส่งออกไก่พื้นเมืองมีชีวิตล็อตแรกไปอินโดนีเซียเป็นการเปิดประตูการค้าให้แก่สินค้าเกษตรมูลค่าสูงของไทย โดยเฉพาะไก่สายพันธุ์พื้นเมือง ที่มีความนิยมทั้งด้านกีฬาและวัฒนธรรม นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานพิธีส่งออกไก่พื้นเมืองมีชีวิต (Ayam Bangkok) ล็อตแรกไปยังประเทศอินโดนีเซีย ณ อาคารคลังสินค้าการบินไทย สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐและผู้ประกอบการร่วมเป็นสักขีพยาน พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการยืนยันถึงความสำเร็จในการเปิดตลาดส่งออกไก่พื้นเมืองมีชีวิตของไทยบินตรงไปสู่ประเทศอินโดนีเซีย ภายหลังจากที่อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้เดินทางไปพบ Dr. drh.Agung Suganda อธิบดีกรมปศุสัตว์และบริการสุขภาพสัตว์แห่งอินโดนีเซีย (DGLASH) ณ กระทรวงเกษตร กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา โดยได้ร่วมกันประชุมเจรจาหารือจนบรรลุข้อตกลงร่วมกับกรมปศุสัตว์และบริการสุขภาพสัตว์แห่งอินโดนีเซีย (DGLASH) ในการรับรองเอกสารสุขภาพสัตว์ (Veterinary Health Certificate: VHC) สำหรับการส่งออกสัตว์ปีกมีชีวิต ซึ่งเป็นการเปิดประตูการค้าให้แก่สินค้าเกษตรมูลค่าสูงของไท
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยและสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 “GI fresh 2 you สินค้า GI สดใหม่ ใส่ใจคุณภาพ” คัดสรรสินค้าอัตลักษณ์ สินค้า GI สินค้าคุณภาพได้มาตรฐานจากทุกภูมิภาคของประเทศมาจำหน่ายถึงผู้บริโภคเอาใจคนเมืองได้ซื้อสินค้าดีมีคุณภาพจากเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง พร้อมกระตุ้นการจับจ่าย และสร้างรายได้ให้เกษตรกร พบกันที่บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 17 – 21 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย และสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการผลักดันขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลด้านการเกษตร เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยการผลักดันสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์/บรรจุภัณฑ์ พัฒนาองค์ความรู้กระบวนการผลิต การตลาด สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานแสดงและจำหน่
“เมื่อ 4 ปีที่แล้ว คุณแม่ผมเสียด้วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง คิดว่า คุณแม่ผมก็ไม่ได้มีสุ่มเสี่ยงทางด้านอื่นๆ เพราะครอบครัวชอบกินผัก ผลไม้ อาจจะเป็นเพราะเรามองข้ามเกี่ยวกับสารตกค้าง มองเป็นเรื่องไกลตัว แต่พอเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวก็อาจจะทำให้เราเข้าใจได้ว่า สิ่งที่เรามองว่าไกล ที่จริงมันอาจจะไม่ได้ไกลขนาดนั้น จึงเป็นที่มาของการทำแอปสินค้าเกษตร Kaspy ที่ช่วยทำให้คนตระหนักถึงปัญหาเรื่องสารตกค้าง” ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าสินค้าหลายๆ อย่างไม่ได้มีช่องทางจำหน่ายเพียงช่องทางเดียว ผู้ขายส่วนใหญ่หันมาขายออนไลน์กันมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีแพลตฟอร์มที่ผู้ขายสามารถสร้างหน้าร้านของตัวเองได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีหน้าร้าน เรียกได้ว่าเป็นช่องทางการขายสำคัญในยุคปัจจุบันและถือเป็นการเพิ่มกลุ่มผู้ซื้อให้กว้างขึ้น สำหรับเกษตรกรในยุคปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่หันมาปลูกผักอินทรีย์กันมากขึ้น แต่เกษตรกรบางคนปลูกได้ผลผลิต แต่หาตลาดไม่ได้ จะสร้างยอดขายของตัวเองยังไง วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน มีแพลตฟอร์มที่จะพาทุกคนไปรู้จัก เรียกว่าเป็นเกษตรครบจบในแอปเดียว “Kaspy” เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าเกษตรออนไลน์ ที่รวบรวมสินค้าที่หลากหล
กรมประมงเดินหน้าขับเคลื่อน “โครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง” ตามนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมการแปรรูปสัตว์น้ำ ชู “วิสาหกิจชุมชนปลาสลิดเกษตรพัฒนา จ.สมุทรสาคร” เป็นต้นแบบการต่อยอดอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้มีการดำเนิน “โครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง” อย่างต่อเนื่อง มุ่งสนับสนุนเกษตรกรและชาวประมงในการพัฒนาอาชีพ ควบคู่กับการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นทั่วประเทศ ใน 5 ด้านการทำประมง ประกอบด้วย ด้านประมงทะเลชายฝั่ง ด้านประมงทะเลนอกชายฝั่ง ด้านประมงน้ำจืด ด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และด้านการแปรรูปสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าสัตว์น้ำในพื้นที่ สอดรับกับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการยกระดับสินค้าเกษตรท้องถิ่นเป็นสินค้ามูลค่าสูง ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนส่งเสริมการขอรับรองมาตรฐานสำคัญต่าง ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของสมาชิกองค์กรชุมช
กลับมาเอาใจนักช้อปอีกครั้ง!! กับงาน “ตลาดนัดของดีวิถีชุมชนลูกค้า ธ.ก.ส.” ภายใต้ธีม “ของดีมีตลาด ภาคตะวันออก x ภาคกลาง” คัดสุดยอดสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนเกรดพรีเมียม คุณภาพดี ราคาสุดคุ้ม!! จากภาคตะวันออกและภาคกลาง รวมกว่า 50 ร้านค้า มาให้เลือกซื้ออย่างจุใจที่เดียวจบ ได้ครบทุกความต้องการ ระหว่างวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์นี้ ณ บริเวณด้านหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เดินทางสะดวก ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเลือกซื้อสุดยอดผลิตภัณฑ์ดีมีคุณภาพเกรดพรีเมียม ในราคาสุดคุ้มจากเกษตรกรและกลุ่มผู้ประกอบการในภาคการเกษตร ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐซึ่งมีเป้าหมายสู่ การเป็น “แกนกลางการเกษตร” หรือ Essence of Agriculture จึงได้จัดงาน “ตลาดนัดของดีวิถีชุมชนลูกค้า ธ.ก.ส.”ภายใต้ธีม “ของดีมีตลาด ภาคตะวันออก x ภาคกลาง” โดยรวมสินค้าทั้งประเภทของสด ของแห้ง ผลไม้ ไปจนถึงของใช้สำหรับสายแฟชั่น สายช้อปจากร้านค้ากว่า 50 แห่ง ส่งตรงมาไว้ในงาน
