สินค้าเกษตร
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานตลาดกลางสินค้าเกษตร ประเทศออสเตรเลีย ณ ตลาดเกษตร Flemington ซึ่งเป็นตลาดขายส่งและขายปลีกผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย โดยเป็นสินค้าที่เกษตรกรนำมาขายเองโดยตรง โดยมีสินค้าเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ส้ม ลูกพลับ ลูกแพร์ แอปเปิ้ล องุ่น อโวคาโด และพืชผักสวนครัว สำหรับ ไข่ไก่มีหลายขนาดและหลายราคา โดยไข่ไก่เบอร์ศูนย์ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ราคาฟองละ 10-11 บาท (เปรียบเทียบกับของไทยอยู่ที่ราคา 4- 4.5 บาทต่อฟอง) ส่วนไข่ไก่ขนาดเล็กสุด เทียบเท่าเบอร์ 5 ของไทยอยู่ที่ราคา 3 บาท ต่อฟอง ซึ่งฟาร์มไก่ไข่ของออสเตรเลียเป็นรูปแบบเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) นอกจากนี้ ยังมีผลไม้เขตร้อน (Tropical fruits) อาทิ มะม่วง ส้ม สับปะรด แตงโม กล้วย ลำไย ส่วนพืชผักสำคัญที่วางขาย ได้แก่ ขิง กระเทียม หอมใหญ่ ผักชี เป็นต้น สำหรับผลไม้ไทยที่มีโอกาสนำเข้าและทำตลาดในออสเตรเลีย ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงมหาชนก เนื่องจากมีความต้องการสูง และฤดูกาลผลิตของออสเตรเลียไม่ตรงกันกับฤดูการผลิตของประเทศไทย พร้อมทั้ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ได้แจ้งให้เอกอัครรา
สถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวแคมเปญ “ iLIKE” ปลุกกระแสสังคมออนไลน์โซเชียลมีเดียให้คนไทยรู้จักและหันมาสนใจสินค้าเกษตรนวัตกรรม และให้ผู้ประกอบการได้เห็นโอกาสในการนำนวัตกรรมมาต่อยอดผลผลิตทางการเกษตร เน้นให้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value-based Economy) ตามนโยบายของรัฐบาล นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ ในคุณค่าสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย ทั้งในด้านคุณประโยชน์ ความหลากหลาย คุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้ทัดเทียมสินค้านำเข้าจากต่างประเทศนั้น กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนผู้ประกอบการสินค้านวัตกรรมได้จัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย จึงได้จัดกิจกรรมภายใต้แคมเปญ “iLIKE” ขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าของสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย ที่คุณป
นายจอมศักดิ์ ภูติรัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศจะผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เติบโตถึง 5.5% ต่อปีนั้นว่า สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การผลักดันให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะนโยบายที่รัฐบาลต้องการจะผลักดันให้ภาคตะวันออกเป็นเขตอุตสาหกรรมทางเทคโนโลยีระดับสูง และมีจังหวัดจันทบุรีและตราดเป็นเมืองที่รองรับความเจริญเติบโต ซึ่งนโนบายนี้ นับเป็นการจุดประกายให้ประเทศไทยก้าวสู่ประเทศที่เป็นเมืองอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับสูง แต่นโยบายนี้จะเกิดผลดีได้ ให้ประเทศไทยก้าวเป็นประเทศชั้นนำทั้งในอาเซียนและในเอเชียได้ก็ต้องผลักดันให้ฐานรากมีความเข้มแข็ง และเกิดความมั่นคงด้วย นายจอมศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีฐานทางการผลิตทางด้านเกษตรที่มีศักยภาพสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในโลก การจะทำให้ประเทศไทยเจริญเติบโตอย่างมั่งคั่ง มั่นคง ถาวรนั้นจะต้องผลักดันสินค้าเกษตรให้มีราคาสูงและมีการพัฒนายกระดับให้มีคุณภาพ และขายได้ในราคาที่สูงมากกว่าการที่จะเน้นการผลิตที่เอาปริมาณเพื่อขายให้ได้มูลค่ามากๆ แต่
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศ โดยสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม (APi) จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าเกษตรนวัตกรรม ร่วมกับห้าง Golden Place ณ สาขาสะพานสูง และสาขาพระราม 9 ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 มีนาคม โดยนำสินค้าเกษตรนวัตกรรมเพื่อสุขภาพจากผู้ผลิต 200 ราย ทั้งผลิตภัณฑ์อาหาร อาทิ ข้าวกล้องพองอบกรอบ วาฟเฟิลอบกรอบ Cereal จมูกข้าวชงดื่ม ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้แก่ สบู่ โลชั่น ผงล้างหน้าจากข้าว Cushion เซรั่มบำรุงผิวหน้าและผม ลิปสติกสีจากข้าว วัสดุปิดแผล แผ่นซับสิว เป็นต้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำสินค้าเกษตรนวัตกรรมมาจัดแสดงและจัดจำหน่ายตามนโยบายรัฐบาล และเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรนวัตกรรมแก่ผู้บริโภคโดยตรง คาดว่ารายได้ครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท นายอดุลย์กล่าวว่า กำลังเจรจากับคิงเพาเวอร์ เพื่อนำสินค้าเกษตรนวัตกรรมไปวางจำหน่ายภายในสนามบินสุวรรณภูมิ และเตรียมส่งเสริมเข้างานแสดงสินค้าในประเทศและต่างประเทศ เช่น งาน THAIFEX-World of Food Asia 2018 งาน STYLE 2018 และงาน Organic & Natural Expo 2018 คาดช่วยเพิ่มมูลค่
“พาณิชย์”จีบเว็บไซต์ขายสินค้าระดับโลก อาลีบาบา, เจดี.คอม ดันสินค้าเกษตรไทยไปขายบนเว็บ หวังเพิ่มช่องทางจำหน่าย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างการหารือกับเว็บไซต์ขายสินค้าที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น Alibaba.com, JD.com รวมถึงเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อให้ช่วยเหลือในการนำสินค้าเกษตรของไทยไปขายบนเว็บไซต์เหล่านี้ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และขยายโอกาสให้การซื้อขายสินค้าของไทยให้มากขึ้น โดยหากสินค้าเกษตรของไทยสามารถขายในเว็บไซต์ระดับโลก ที่มีผู้ซื้ออยู่ทั่วทุกมุมโลกได้ จะทำให้เกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ “อย่างอาลีบาบา ประสบความสำเร็จมากในการขายสินค้าเกษตรบนเว็บไซต์ มีผู้บริโภคสั่งซื้อจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ทำให้การขายสินค้าเกษตรบนเว็บไซต์นี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเราสนใจที่จะให้เขานำสินค้าเกษตรของไทยไปขาย และเชื่อว่า จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะข้าว และผลไม้เมืองร้อน” น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้บริหารบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป จากจีน ได้เข้าพบ เพื่อขอให้สนับสนุ
“กฤษฎา” เผยไทยเนื้อหอม ทูต 5 ประเทศรุมจีบ หวังขยายความร่วมมือวิชาการ-ค้าขายสินค้าเกษตร แถมชี้ช่องขายตลาดยาง อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารเขตเศรษฐกิจอีอีซี นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับเอกอัครราชทูต ประจำประเทศไทยทั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ อิสราเอล โปแลนด์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และปากีสถาน ว่า กระทรวงเกษตรฯ มีความยินดีที่ทูตแต่ละประเทศให้ความสนใจเข้าพบและพร้อมให้ความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯ ในหลายๆ ด้าน ซึ่งฝ่ายไทยได้แจ้งว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับแต่ละประเทศเช่นกัน ซึ่งประเด็นสำคัญที่ไทยได้หยิบยกและแลกเปลี่ยนความร่วมมือที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ระดับทวิภาคี แบ่งเป็น 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.ความร่วมมือด้านวิชาการเกษตรภายใต้เอ็มโอยูระหว่างกัน ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ และระบบชลประทาน ทั้งในส่วนที่ได้มีการลงนามความตกลงแล้ว และอยู่ในระหว่างการหารือในรายละเอียดระหว่างคณะทำงานของแต่ละประเทศ 2.การพัฒนาบุคลากร นวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร เช่น การพัฒนาสมาร์ทฟาร์มเมอร์ของไทยโดยการเรียนรู้จากแรงงานไทยที่ไปทำการเกษตรที่อิสราเอลซึ่งมีประมาณ 2 หมื่นคน การทำ
สศก. เผย สินค้าเกษตรมีทิศทางดีขึ้น โดยดัชนีรายได้เกษตรกรในปี 2560 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.97 จากปี 2559 หลังผ่านพ้นช่วงประสบภัยแล้งและน้ำท่วมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คาดปี 2561 ดัชนีรายได้ภาคเกษตรยังคงขยายต่อเนื่อง ย้ำชัด กระทรวงเกษตรฯ ยังคงเฝ้าระวัง และเดินหน้าแก้ปัญหาผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรต่อเนื่อง นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร และดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ นับเป็นตัวชี้วัดทางด้านเศรษฐกิจการเกษตรที่สำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์การผลิตและราคาสินค้าเกษตรในภาพรวม ซึ่งประกอบด้วยหมวดพืชผล หมวดปศุสัตว์ และหมวดประมง จากที่ สศก. ได้วิเคราะห์ดัชนีรายได้เกษตรกรในปี 2560 พบว่า เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.97 เมื่อเทียบกับปี 2559 ซึ่งเป็นผลจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.87 ขณะที่ดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ลดลงร้อยละ 2.74 โดยเมื่อพิจารณาถึงรายได้เกษตรกรในแต่ละหมวดสินค้า พบว่า หมวดพืชผลเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.42 ซึ่งรายได้เกษตรกรมาจากสินค้าพืชสำคัญที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปรัง ยางพาร
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดยุทธศาสตร์ผลักดันสินค้าเกษตรอินทรีย์ 4 ด้าน เพื่อให้สอดคล้องยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีวิสัยทัศน์ พันธกิจหลักที่ต้องการให้ “ไทยเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ด้านการผลิต การบริโภค การค้าสินค้า และการบริการเกษตรอินทรีย์ ที่มีความยั่งยืน และเป็นที่ยอมรับระดับสากล” นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า ยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์ ประกอบด้วย 1.สร้างความรู้ ตลอดห่วงโซ่สินค้า ถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ การเพิ่มมูลค่าสินค้า คุณภาพสินค้าต้องให้เป็นที่ยอมรับในการบริโภค การซื้อขาย 2.การรับรองมาตรฐานของสินค้าเกษตรอินทรีย์ ทั้งในระดับสากลและในระดับประเทศ เช่น มาตรฐานของสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (International Federation of Organic Agriculture Movements-IFOAM) ระบบรับรองมาตรฐานและส่งเสริมกระบวนการตรวจรับรองแบบมีส่วนร่วม (participatory guarantee system : PGS) ซึ่งเป็นระบบ “ชุมชนรับรอง” เป็นการรับรองเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกลุ่มโดยองค์กรผู้ผลิตเอง และมาตรฐานอื่น ๆ ที่หน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับในการเข้ามารับ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามเกษตรกรและผู้สนใจที่ผ่านการอบรมจากศูนย์อำนวยการโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ อำเภอสันป่าตอง ปี 2560 เผย สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดและปรับใช้ได้จริง ผลผลิตได้คุณภาพ ช่วยเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือน หนุนภาครัฐดำเนินงานต่อเนื่อง ขยายเป้าหมายโครงการไปสู่พื้นที่ใกล้เคียงต่อไป นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการประเมินผู้ผ่านการอบรมจากศูนย์อำนวยการโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ปีงบประมาณ 2560 ซึ่งจากการติดตามของ สศท.1 พบว่า ปีงบประมาณ 2560 มีการจัดอบรมให้ความรู้ด้านการเกษตรต่างๆ ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตลำไยที่เหมาะสม การเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน การจัดทำบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว การผลิตพืชผักปลอดภัยตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง การถนอมอาหาร และการพัฒนาการเกษตรสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ การดำเนินงานปีงบประมาณ 2560 มีเกษตรกรและผู้สนใจ จำนวน 554 ราย ซึ่ง สศท.1 ได้ติดตามและสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างผู้ผ่านการอบรม พบว
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเปิดตัว “ศูนย์จำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพครบวงจร ปลอดสารเคมี” หรือ เอ็นดูเฮิร์บ (En Doherb) เนื้อที่กว่า 4 ไร่ ตั้งอยู่ตลาดเชิงสะพาน ซ.ราชพฤกษ์ 17 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นตลาดรูปแบบใหม่ทันสมัยเอาใจคนรักสุขภาพ สไตล์การตกแต่งจำลองพื้นที่รูปแบบของฟาร์มระบบปิดสุญญากาศที่คงความเย็นแบบธรรมชาติ ที่สามารถคงความสดของสินค้าไว้ได้ดีและสดใหม่อยู่เสมอ เป็นหนึ่งในการรวบรวมพืชผัก ผลไม้ เนื้อหมู ไก่ ที่ปลอดสารเคมี จากเกษตรกร ชาวสวน ชาวไร่ ที่อยู่ในกลุ่ม นางมัณฑิตา วงศ์พิทักษ์โรจน์ อายุ 45 ปี เจ้าของตลาดฟาร์มยุค 4.0 ชาวจ.หนองคาย กล่าวว่า มาเปิดศูนย์สินค้าเกษตรนานาชนิด ขายพืช ผัก เนื้อหมู-ไก่ เห็ด ผลไม้ปลอดสารต่างๆ ที่นำมาจากสวนในหลายจังหวัด อาทิ หนองคาย เชียงใหม่ เชียงราย บุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ ราชบุรี ซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ สด ใหม่ ปลอดสาร และราคาประหยัด ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป เพราะเราขายเองโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จากไร่ผ่านมือเกษตรกรถึงประชาชนผู้บริโภคเองโดยตรง ในรูปแบบการถนอมสินค้าที่จำลองอากาศเสมือนจริงในอุหภูมิที่เหมาะสม ที่จะทำให้สิน
