หน่อไม้
“ไผ่จีน” หรือไผ่ปักกิ่ง เป็นไผ่พื้นเมืองของประเทศจีนชนิดหนึ่ง ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยอดีต ไผ่จีนปลูกได้ง่าย ให้หน่อดก หน่อมีรสชาติดี กรอบและกรุบ ไผ่จีนปักกิ่ง มีช่วงระยะเวลาในการให้หน่อนาน โดยจะเริ่มให้หน่อหลังจากหมดฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤศจิกายน เรียกว่า ให้หน่อเกือบตลอดปี จะพักตัวเพียงช่วงหนาวเท่านั้น ในขณะที่ไผ่ตงที่ปลูกในไทยจะให้หน่อในช่วงเดือนกรกฎาคม-เดือนพฤศจิกายนเท่านั้น ไผ่จีนมีลำไผ่ตรงสีสวย นิยมใช้กับงานก่อสร้าง เช่น บ้านเรือน รั้ว เก้าอี้ ทำฝาบ้านนั่งร้านก่อสร้าง บันได เฟอร์นิเจอร์ ชาวเขาในพื้นที่ภาคเหนือนิยมนำลำไผ่มาผ่าซีกทุบแตกทำพื้นบ้านยกสูง ใบไผ่ชนิดนี้มีขนและมีขนาดใหญ่ นิยมใช้ห่อขนม บ๊ะจ่าง ขนมตาล ฯลฯ ส่วนหน่อไม้ไผ่จีนมีคุณสมบัติเนื้ออ่อนนิ่มเหมาะสำหรับแปรรูปเป็นหน่อไม้ตากแห้ง ซึ่งทำได้แบบง่าย ๆ เริ่มจาก นำหน่ออ่อนไปปอกเปลือก ล้างน้ำจนสะอาดก่อนนำไปต้มน้ำเดือดจนเนื้อสุกหลังจากนั้นนำหน่อไม้ไปแช่น้ำเย็นทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ก่อนนำไปต้มต่ออีกด้วยไฟอ่อนๆ สัก 30 นาที หลังจากนั้น นำหน่อไปแช่น้ำเย็นประมาณหนึ่งคืน รุ่งขึ้นเทน้ำทิ้ง เอาห
สองสามี – ภรรยา ที่ชอบค้าขายและความท้าทาย เงินเดือนรวมกันเฉียดแสน ตัดสินใจโบกมือลาชีวิตมนุษย์เงินเดือนในเมืองกรุง ออกเดินทางตามความฝัน ด้วยการปักหมุดสร้างสวนไผ่แห่งความสุข 9 ไร่ ที่จังหวัดอุดรธานี เก็บหน่อไม้ขายวันละ 30 กิโลกรัม ขายกิ่งพันธุ์ร่วมด้วย รายได้เดือนละ 75,000 บาท ชีวิตแฮปปี้ ได้อยู่กับลูกชาย 2 คน ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ แถมได้กินหลากเมนูอร่อยๆ ทำจากหน่อไม้ตลอดทั้งปี คุณเพ็ญศิริ ลลิตวิภาส หรือ คุณโบว์ ภรรยาคุณสมเจตน์ หรือ คุณสิงห์ สองสามีภรรยาเจ้าของสวนไผ่ ณ บ้านทุ่ง ที่จังหวัดอุดรธานี เล่าว่า ฝ่ายสามีเคยทำงานด้านคอมพิวเตอร์ 14 ปี รับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนระบบเซิร์ฟเวอร์ ณ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เงินเดือนราว 60,000 บาท ส่วนตัวเองจบบัญชี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทำธุรกิจส่วนตัว ขายงานศิลปะตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ระบายสี และกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน รวมรายได้ 2 คน ต่อเดือนก็เกือบ 1 แสนบาท อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะดี แต่ภรรยาในวัย 37 ปี บอกว่า ไม่ได้ชื่นชอบวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ ตรงกันข้ามวางแผนบั้นปลายชีวิตไว้ว่า อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากเลี้ยงลูกเอง และที่สำคัญอยากประกอบอาชีพอิสระ นี่คือ
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ หนูมีที่ว่างเปล่าอยู่แปลงหนึ่ง พื้นที่ 3 ไร่ แต่มีบางช่วงเกิดน้ำท่วมขัง หนูสนใจอยากจะปลูกไผ่ หนูจึงขอเรียนถามคุณหมอเกษตรว่า พื้นที่ของหนูจะปลูกไผ่ได้หรือไม่ ถ้าปลูกได้ควรปลูกพันธุ์อะไรดี ขอความกรุณาแนะนำด้วยค่ะ หนูขอกราบขอบคุณคุณหมอเกษตรมาเป็นการล่วงหน้า ด้วยความเคารพอย่างสูง วนิดา ทองวิทยา สุพรรณบุรี ตอบ คุณวนิดา ทองวิทยา ไผ่ เป็นพืชคู่บ้านคู่เมืองของไทยมาแต่โบราณกาล ในอดีตมีการนำออกจากป่าธรรมชาติ และปลูกตามหัวไร่ปลายนา แต่ปัจจุบัน เกษตรกรมีการพัฒนามาปลูกไผ่เป็นสวนขนาดใหญ่ มีทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ทั้งนี้ ไผ่เป็นพืชระบบรากตื้นเช่นเดียวกับพืชในตระกูลหญ้าทั่วไป ไผ่จึงไม่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขัง จะเห็นว่าป่าไผ่ในธรรมชาติเจริญเติบโตอยู่บริเวณเชิงเขา น้ำท่วมไม่ถึง แม้แต่การปลูกในที่ลุ่มภาคกลาง ชาวบ้านมักปลูกไผ่ตามหัวไร่ปลายนา บริเวณที่เป็นโคก หรือที่ดอนริมแม่น้ำ ลำคลอง ที่น้ำท่วมไม่ถึงเช่นเดียวกัน ดังนั้น วิธีแก้ไขทำได้ด้วยการยกเป็นร่องสวน ให้สันร่องสูงกว่าระดับน้ำท่วมถึง แล้วจึงปลูกไผ่ได้ ถึงเวลานั้นคุณจะปลูกไผ่พันธุ์อะไรก็ได้ หากเป็นไผ่อเนกประสงค์ที่ใช้ประ
“ไผ่” เป็นพืชมหัศจรรย์ สารพัดประโยชน์ ไม้ไผ่ใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง เป็นวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ หน่อไผ่ยังใช้เป็นอาหารได้อย่างวิเศษ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานที่นิยมบริโภคหน่อไม้เป็นอาหารประจำวัน ทำให้หน่อไม้กลายเป็นสินค้าขายดี สร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่คนไทยจำนวนมาก ในฉบับนี้จะพาไปสำรวจสถานการณ์ตลาด “หน่อไม้” ที่ตลาดไท ซึ่งเป็นตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดของไทย และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับ “เจ๊มัท” เจ้าของแผงค้าหน่อไม้ ตั้งอยู่ในบริเวณตลาดผัก เปิดขายทุกวันตั้งแต่ 04.00-20.00 น. สินค้าที่จำหน่ายมีทั้งหน่อไม้นึ่ง หน่อไม้ไผ่รวกที่เก็บจากป่าธรรมชาติ และปลูกในสวนไผ่ของเกษตรกรลูกไร่ในพื้นที่จังหวัดเลย นครนายก ปราจีนบุรี และกาญจนบุรี เช่น หน่อไม้กิมซุงหรือไผ่ตงลืมแล้ง หน่อไม้บงหวาน เป็นต้น ในอดีตการต้มหน่อไม้ปี๊บในประเทศไทย ผู้ผลิตส่วนใหญ่มักตั้งปี๊บบนเตาฟืนโดยตรง ทำให้ปี๊บได้รับความร้อนที่สูงจากเปลวไฟที่เลียอยู่รอบๆ ปี๊บ เสี่ยงทำให้สารเคมีซึ่งใช้เคลือบภายในปี๊บและยารอยปี๊บ เกิดการสลายตัวแล้วละลายลงในหน่อไม้และน้ำที่อยู่ใ
ข้อมูลสุขภาพมีประโยชน์ เผยแพร่โดย Mahidol Channel ถึงเรื่อง “ผัก 5 อย่าง ที่ห้ามกินดิบ” โดยระบุว่า เราต่างรู้กันดีว่าการกินผักนั้นเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างไร โดยเฉพาะผักสด ทั้งยังมีการบอกต่อกันอย่างแพร่หลาย ถึงข้อดีของการบริโภคผักแต่ละชนิด แต่ยังมีอีกด้านหนึ่งของการบริโภคผักสดที่เราคิดว่าดีนั้น แฝงไว้ซึ่งอันตรายบางอย่าง ที่เราคาดไม่ถึง เราจะมีวิธีระมัดระวังก่อนการกินได้อย่างไร ต้องติดตาม โดยคลิปได้ระบุ ว่าผัก 5 ชนิด คือ 1 ถั่วงอก มีซาโมเนล่า อีโคไล จากกระบวนการเพาะ เชื้อจะถูกทำลายด้วยความร้อนเท่านั้น 2 กระหล่ำปลี ดิบ มีไกโตเจน ยับยั้งการดูดซึมไอโอดีน ทำให้ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนได้น้อยลง ซึ่งจะกระทบต่อผู้มีปัญหาเรื่องต่อมไทรอยด์ แต่คนปกติไม่ต้องกังวลเรื่องไทรอยด์ แต่ต้องกังวลเรื่อง สารเคมี 3 หน่อไม้ มันฝรั่ง ต้องระวังเรื่องสารไซยาไนด์ 4 ถั่วฝักยาว มีการดูดซึมสารเคมีสูงและเป็นกลุ่มที่ใช้สารเคมีสูง กว่าสารเคมีจะสลายตัวใช้เวลาประมาณ 7 วัน และ ผักโขม มีกรดออกซาลิค ขัดขวางให้ร่างกายเอาแคลเซียม กับธาตุเหล็กไปใช้ การกินผักโดยรวมให้ปลอดภัยก็ต้องล้างให้สะอาด แต่บางชนิดก็ต้อ
วันที่ 28 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้ชาวบ้านในหลายพื้นที่ได้หาของป่าออกมาขายกันจำนวนมาก เนื่องจากตามพื้นที่ป่าเขามีความชุ่มชื้นจากฝนที่ตกลงมา โดยเฉพาะที่บ้านวังดินสอ ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ชาวบ้านที่นี้ ได้ใช้เวลาว่างหลังจากทำนาแล้ว ไปหาหน่อไม้ป่า จากเขาห้วยฟอง- ซำประดู่ ซึ่งเป็นเขาที่อยู่ติดกับหมู่บ้านลงมาขาย ที่บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก หมู่ 1 ต.วังแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก กันจำนวนมาก แถมในช่วงนี้ราคาดีถึงกิโลกรัมละ 50 บาททีเดียว นางสาวสุรีพร ม่วงมัน ชาวบ้าน บ้านวังดินสอ อ.วังทอง ที่นำของป่ามาขาย กล่าวว่า ตนและเพื่อนบ้าน หลังจากทำนา ก็จะขึ้นภูเขาไปเก็บหาของป่ามาขาย ทั้งเห็ดโคน หน่อไม้ ยอดผักต่างๆที่ขึ้นตามป่า ลงมาขายหมุนเวียนสลับกันไปตามฤดูกาล สร้างรายได้เสริม โดยในช่วงเดือนนี้หน่อไม้ป่า กำลังเริ่มแตกหน่อออกยอด ทำให้ตนและเพื่อนบ้านต่างขึ้นไปหาหน่อไม้ที่เขาห้วยฟอง-ซำประดู่ ลงมาขายในราคากิโลกรัมละ 50 บาท สามารถสร้างรายได้วันละ 300-500 บาท หน่อไม้ป่า ถึงแม้ว่าหน่อจะไม่ใหญ่มาก แต่มีขนาดกำลังน่ารับประทาน และจะมีรสชาติ อร่อย หวาน กว่าหน
