เกษตรกรดีเด่น
มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ เมื่ออายุครบ 60 ปี จะกลายเป็นพนักงานวัยเกษียณทันที หลายคนตัดสินใจหยุดพักผ่อน หลังจากทำงานหนักมาตลอดชีวิต แต่ผู้สูงอายุกลุ่มหนึ่ง ตัดสินใจใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ในเส้นทางอาชีพเป็น “เกษตรกร” วิธีนี้นอกจากใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว การทำงานท่ามกลางธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ ช่วยให้พวกเขามีสุขภาพแข็งแรงมากขึ้น สุขใจที่ได้บริโภคผักผลไม้ที่ปลูกด้วยมือตัวเอง ผลผลิตที่เหลือจากการบริโภคก็ขายสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้อีกทางหนึ่ง อาจารย์ธงเทพ ตันเจริญ เจ้าของสวน “ตันเจริญ” บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 5 ตำบลโคกปี่ฆ้อง อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว 27000 โทร. 089-233-7586 เป็นหนึ่งในกลุ่มพนักงานวัยเกษียณที่มีความสุขในเส้นทางอาชีพเป็นเกษตรกรมานานกว่า 10 ปี เขาไม่ได้ทำเกษตรแบบเล่นๆ อาจารย์ธงเทพ มีความขยัน และตั้งใจจริงในการทำงานภาคเกษตร แม้เจอปัญหาอุปสรรคต่างๆ มากมายในช่วงที่ผ่านมา อาจารย์ก็สู้ไม่ถอย ใส่ใจเรียนรู้เทคโนโลยีการเกษตรใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง จนได้รับรางวัลชนะเลิศ สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม จากการประกวดเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2557 ของกรมส่งเสริมการเกษตร และ
แหล่งปลูกมะม่วงส่งออกทำเงินของประเทศไทย หากดูจากแผนที่ประเทศไทยแล้ว จะพบว่ากระจายอยู่ทั่วประเทศ จะมีกลุ่มที่รวมตัวกันหลายจังหวัดที่เป็นเขตติดต่อกันบ้าง เช่น พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร ในภาคอีสานก็เป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น ภาคเหนือเกาะกลุ่มจังหวัดลำพูนประปราย น่าน เชียงรายและเชียงใหม่ ภาคกลางมีไม่มากนักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อ่างทอง และสุพรรณบุรี ส่วนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่พบว่ามีการปลูกมะม่วงส่งออกน้อยกว่าภาคอื่น จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม 2 แห่ง คือที่อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตมะม่วงเพื่อการส่งออก ตำบลบ้านโภชน์ และอีกกลุ่มเป็นกลุ่มปรับปรุงคุณภาพมะม่วงเพื่อการค้าและการส่งออก จ.เพชรบูรณ์ นำโดยคุณไตรรัตน์ เปียถนอม ผู้ซึ่งการันตีด้วยรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ปี 2557 ทำมะม่วงส่งออก แทน มะม่วงตามกระแส คุณไตรรัตน์ เปียถนอม เริ่มทำสวนมะม่วงมาตั้งแต่ปี 2530 ทุกปีประสบปัญหาขาดทุน เพราะไม่ได้อยู่ดูแลสวนมะม่วงด้วยตนเอง กระทั่งปี 2533 จ้างคนดูแลและปลูกมะม่วงตามความนิยมของท้องถิ่น คือ พันธุ์เขียวเสวย พัน
“ข้าว” คือต้นธารแห่งวัฒนธรรมของคนไทย เป็นรากฐานของชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีวิถีชีวิตและสังคมของไทย แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปมาก สังคมไทยที่เคยเป็นสังคมเกษตร ปัจจุบันต้องพบกับปัญหา เนื่องจากรายได้ภาคเกษตรมีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 10 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ แต่เมื่อมองถึงความมั่นคงทางอาหารของสังคมไทย จึงไม่ควรมองความสำคัญจากมูลค่าทางเศรษฐกิจหรือคิดเป็นมูลค่าจากจำนวนเงินเท่านั้น เพราะสถานะภาคเกษตรมีความสำคัญในการเกื้อหนุนชีวิตแรงงานภาคเกษตร ซึ่งปัจจุบันอาชีพชาวนาต้องพบกับปัญหา เนื่องจากลูกหลานชาวนาส่วนใหญ่ต่างเข้ามาทำงานในเมือง หรือเคลื่อนย้ายสู่แรงงานนอกภาคเกษตรมากขึ้น เพราะเห็นว่าอาชีพทำนาเป็นงานที่หนัก ต้องพึ่งพาธรรมชาติ เกิดความสูญเสียจากภัยพิบัติบ่อยครั้ง ต้นทุนการผลิตที่สูง ราคาและรายได้น้อยไม่แน่นอน และไม่มีสวัสดิการที่มั่นคง เหลือแต่ชาวนาสูงวัย จึงทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่า อนาคตข้างหน้าอาจกระทบต่อสภาวะทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ดังนั้น การเรียนรู้การทำนาอย่างถูกต้อง โดยยึดหลัก 3 ป. คือ ประหยัด ปลอดภัย และปฏิบัติได้ จะส่งผลให้ชาวนามีความสุข และม
คุณชัยยศ ตั้งนิยม อยู่บ้านเลขที่ 137 หมู่ที่ 1 ตำบลวังยาง อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ปัจจุบัน อายุ 47 ปี จบการศึกษาจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 สถานภาพ สมรส มีบุตรธิดา 1 คน ด้วยความวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่นกับไร่อ้อยมานานกว่า 30 ปี ทำให้เขาได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาทำไร่ ปี 2562 ผลงานดีเด่น “การเริ่มต้นที่ดีถือว่าสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว” เริ่มด้วยการเตรียมดินให้ดีตั้งแต่เริ่มปลูก โดยใช้กากหม้อกรอง (Filter cake) เป็นปัจจัยที่ทำให้ได้ผลผลิตตอบแทนที่ดี “มีอ้อยไม่มีหญ้า มีหญ้าไม่มีอ้อย” ป้องกันกำจัดวัชพืชอย่างถูกต้องและถูกวิธีตั้งแต่ตอนต้น ช่วยลดการแพร่พันธุ์ของวัชพืช ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ประยุกต์เครื่องจักรกลการเกษตร ได้แก่ ผาลปรับพื้นที่ให้เรียบ เครื่องปลูกอ้อยแบบหลังแบน กระเช้าบรรทุกอ้อยลดการเกิดดินดาน ดังนี้ 1.1 การปรับพื้นที่ให้เรียบ ดัดแปลงใช้ใบมีดเกรดดินติดท้ายรถไถปรับพื้นที่ให้เรียบลาดเอียงเล็กน้อย เพื่อควบคุมการให้น้ำแบบผิวดินและร่องคู ช่วยระบายน้ำ ลดปัญหาน้ำท่วมขัง ง่ายต่อการควบคุมวัชพืช พื้นที่แปลงที่เรียบจะสะดวกต่อการเข้าเก็บเกี่ยวโดยการใ
คุณมงคล จอมพันธุ์ เกษตรจังหวัดตราด กล่าวถึง คุณเรือง ศรีนาราง เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำสวนปี 2562 ว่า คุณเรือง ศรีนาราง รู้จักนำประสบการณ์และเทคโนโลยีมาใช้ในการทำสวนทุเรียนจนกระทั่งได้ผลเป็นที่ยอมรับ เป็นต้นแบบศูนย์เรียนรู้ด้านการผลิตทุเรียนคุณภาพ ที่ลดต้นทุนผลิตปุ๋ยใช้เอง การใช้สารชีวภัณฑ์ ลดการใช้สารเคมี การบริหารจัดการน้ำ การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนเกษตรกร เป็นรองประธานสภาเกษตรกรจังหวัดตราดและประธานแปลงใหญ่ทุเรียนท่ากุ่ม-เนินทราย ได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำสวนระดับภาคตะวันออกปี 2561 และได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำสวน ปี 2562 จะเข้ารับพระราชทานโล่ในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในเดือนพฤษภาคมนี้ เลือกปลูกทุเรียนหมอนทอง เล็งผลผลิตทำได้ง่ายกว่าชะนี กระดุม คุณเรือง ศรีนาราง เกษตรกรวัย 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/2 หมู่ที่ 6 ตำบลท่ากุ่ม อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด ประกอบอาชีพทำสวนทุเรียนเป็นอาชีพหลัก ร่วม 25 ปี เดิมมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดพิจิตร เมื่อเรียนจบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชี
นางสำรวย บางสร้อย อายุ 50 ปี จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สมรสกับ นายแสงจันทร์ บางสร้อย บุตร 2 คน ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 12 บ้านสวนปอ ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด โทรศัพท์ (061) 109-4549 ถึงแม้ปัจจัยการผลิตไม่เหมาะสมนัก แต่ด้วยความขยันหมั่นเพียร มีความคิดริเริ่มและปฏิบัติจริง ทำให้นางสำรวย ได้รับคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาไร่นาสวนผสมปี 2562 ความคิดริเริ่ม – พ.ศ. 2525 เริ่มประกอบอาชีพทำนาและค้าขายสินค้าเบ็ดเตล็ดตลาดนัดในอำเภอ – พ.ศ. 2534 เริ่มป่วย – พ.ศ. 2538 ป่วยหนักตามองไม่เห็น 8 เดือน ตั้งปณิธานกับพระฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 หลังจากหายป่วย เริ่มปลูกมะนาวบนคันนา 50 ต้น 9 เดือนมีรายได้ 100,200 บาท และขุดบ่อเลี้ยงปลา จำนวน 2 บ่อ – พ.ศ. 2559 ได้เข้าร่วมโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ – พ.ศ. 2560 นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายฐปน สิริวัฒนภักดี ประธานคณะกรรมการบริหาร ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ได้ลงมาติดตามโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ และได้ให้คำแนะนำแนวคิดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ และการทำไร่นาสวนผสมให้ม
กรมส่งเสริมการเกษตร เผยผลการคัดเลือกเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ เตรียมพร้อมเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2562 ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายให้ส่วนราชการในสังกัดดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่น สาขาอาชีพ/ประเภทที่กำหนด เป็นเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2562 เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานดีเด่นให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จัก จะได้ยึดถือเป็นแบบอย่างตามแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเกษตร โดยจะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งถือเป็นพระราชพิธีศักดิ์สิทธิ์ในการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรเช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตรได้คัดเลือก เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2562 จำนวน 5 สาขา ปรากฏผลดังนี้ 1. อาชีพทำสวน ได้แก่ นายเรือง ศรีนาราง บ้านเลขที่ 34/2 หมู่ที่ 6 ตำบลท่ากุ่ม อำเภอเมือง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คัดเลือก 7 สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติปี 2562 และกลุ่มเกษตรกรทำนาและทำสวนดีเด่น 2 แห่ง เข้ารับพระราชทานโล่รางวัล เนื่องในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ ท้องสนามหลวง พร้อมยกย่องเกียรติคุณ-เผยแพร่ผลงานดีเด่นของสหกรณ์ หวังสร้างเป็นสหกรณ์ต้นแบบและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่เกษตรกรทั่วไป นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการคัดเลือกสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2562 ซึ่งจะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัล เนื่องในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ พลับพลาที่ประทับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 นี้ มีจำนวน 7 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรคณฑีพัฒนา จำกัด จังหวัดกำแพงเพชร สหกรณ์โคนมนครปฐม จำกัด จังหวัดนครปฐม สหกรณ์นิคมวังไทร จำกัด จังหวัดระยอง สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลพัทลุง จำกัด จังหวัดพัทลุง ร้านสหกรณ์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จำกัด จังหวัดนครราชสีมา สหกรณ์เดินรถแม่สอด จำกัด จังหวัดตาก และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนโพธิ์ลอยพัฒนา จำกัด จังหวัดเพชรบุรี ส่วนกลุ่มเกษตรกรดีเด่นระดับชาติมี 2 แห่ง ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำนาเทพนคร จังหวัดกำแพงเพชร และก
ตำบลปากแรต อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลาสวยงามส่งจำหน่ายยังต่างประเทศ และส่งขายในตลาดปลาใหญ่ในเขตเมือง แม้จะมีฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามหลายฟาร์ม แต่การไม่เอ่ยถึง “มณฑา ฟาร์ม” คงไม่ได้ เพราะเจ้าของฟาร์มปลาสวยงามแห่งนี้ มีดีกรีถึงเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2555 ในสาขาอาชีพเพาะเลี้ยงปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำ เพราะการเริ่มต้นบุกเบิกสร้างฟาร์มปลาจากเล็กไปใหญ่อย่างมีระบบและได้คุณภาพมาตรฐานฟาร์ม จึงทำให้ มณฑา ฟาร์ม ติดอันดับต้นๆ ของฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามส่งออกรายใหญ่ ชื่อฟาร์มตรงตามชื่อเจ้าของ คุณมณฑา สร้อยแสง เจ้าของฟาร์ม เริ่มต้นทำฟาร์มปลาจากประสบการณ์แบบครูพักลักจำในวัย 20 ตอนปลาย หลังหน่ายจากอาชีพสาวโรงงาน และเก็บงำความรู้ที่ได้จากการช่วยพี่สะใภ้ทำฟาร์มปลาสวยงามมานาน ด้วยเงินเพียง 15,000 บาท ที่ติดลบ เพราะเป็นเงินกู้ที่นำมาเป็นต้นทุนก้อนแรก คุณมณฑา ใช้สร้างล็อกได้ถึง 10 ล็อก และเงินอีกจำนวน 1 ใน 3 หมดไปกับการซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ รวมถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ที่จำเป็นในการเลี้ยงปลา พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ปลา คุณมณฑาหาซื้อในละแวกไม่ไกลบ้าน
คุณองค์อร พิพัฒธาดา อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65/1 หมู่ที่ 13 บ้านนาไผ่ ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ 54150 โทร. (089) 501-3332 เป็นหญิงแกร่งผู้ต่อสู้กับชีวิตด้วยความมุ่งมั่น จัดระบบนาข้าวอินทรีย์จนประสบผลสำเร็จ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป และการตลาด และเป็นผู้สร้างเครือข่ายช่วยเหลือเพื่อนๆ เกษตรกรอาชีพเดียวกันให้รวมกลุ่มได้อย่างเข้มแข็ง จนได้รับรางวัลเป็นแรงหนุน นับเป็นเกษตรกรดีเด่นและเกษตรกรต้นแบบ (Smart Farmer) ที่ควรนำมาเป็นแบบอย่างแก่เกษตรกรชาวนาไทย จุดหักเหชีวิต จากมนุษย์เงินเดือน มุ่งสู่บ้านเกิด ทำนาข้าวอินทรีย์ คุณองค์อร พิพัฒธาดา เล่าถึงอดีตให้ฟังว่า เธอเคยทำงานเป็นพนักงานหลายหน่วยงานอยู่ที่กรุงเทพฯ มาก็หลายปี สามี คุณไพวัลย์ พิพัฒธาดา เคยทำงานด้านครีเอทีฟ โฆษณา มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านงานโฆษณาและการตลาด เป็นคนแข็งแรงมาก ก็มาเป็นโรคไตวาย จนต้องปลูกถ่ายไตใหม่ เธอมีลูก 2 คน ลูกสาวคนโตศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แต่เป็นโรคเลือดธาลัสซีเมีย ลูกชายคนเล็กเป็นดาวน์ซินโดรม เธอกับสามีได้เก็บหอมรอมริบได้เงินก้อนหนึ่งกลับบ้านเกิด ช่วงเวลาและจังหวะมีโอกาสที่ดีได้ซื้อที่นาที่พ
