เกษตรต่างแดน
ข่าวชาวบ้านร้องต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอให้ช่วยตรวจสอบเรื่องการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติเพิ่ม 2 แห่ง คือ อุทยานออบขาน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ และอุทยานถ้ำผาไท อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เพราะกระบวนการกำหนดเขตอุทยานฯ ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน พูดง่ายๆ คือไม่ถามชาวบ้านก่อน และเท่าที่ตรวจสอบ เขตเตรียมประกาศพบว่าทับพื้นที่ป่าชุมชน ตามจารีตประเพณีกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง คุณปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่รับเรื่องบอกว่าทราบเบื้องต้นว่า พื้นที่เตรียมการประกาศอุทยานฯ มี 22 แห่งทั่วประเทศ กรรมการสิทธิฯ จะตรวจสอบข้อมูลรอบด้านโดยเฉพาะเรื่องสิทธิชุมชน หากพื้นที่อื่นๆ มีปัญหาเช่นเดียวกันสามารถส่งเรื่องมาได้ จะได้ตรวจสอบในคราวเดียวกัน การเร่งประกาศพื้นที่อุทยานฯ เพิ่มนี่ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่ไทยลงนามในอนุสัญญาที่กำหนดร่วมกันในประเทศภาคีสหประชาชาติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (United Nations Convention on Biological Diversity) แต่เรียกชื่ออนุสัญญานี้ง่ายๆ ว่า Thirty-by-thirty (30:30) กลางเดือนธันวานี้ที่แคนาดา ทุกประเทศที่ลงนามจะต้องจัดการให้มีพื้นที่สงวนคุ้มครองทรัพยากรธ
ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เขากำลังเรียกร้องให้เลิกทารุณวัวกระทิง ภายใต้ชื่อเรียกอย่างเท่ว่าเป็นการสู้วัวกระทิงที่มีมาช้านาน เรามักเข้าใจว่าการสู้วัวกระทิงมีแต่ในเสปน แต่ที่จริงมันมีกระจายไปหลายประเทศในยุโรป ฝรั่งเศสก็นิยมกันจัง อย่างที่เมือง Arles ถึงกับมีโรงเรียนสอนมาธาดอร์ หรือนักสู้วัวกระทิง พวกเรียนที่โรงเรียนนี่เขาก็บอกว่าคนที่เรียกร้องให้เลิกการสู้วัวกระทิง หรือเลิกเจ้าคอร์ริดา (Corrida) นี่ ช่างไม่เข้าใจศิลปะเอาเสียเลย “คอร์ริดาเป็นประเพณี เป็นศิลปะ เป็นการเต้นรำระหว่างมนุษย์กับวัว” นักเรียนคนหนึ่งอายุ 16 เถียงฉอดๆ แต่ละวันนักเรียนที่นี่จะเรียนโบกผ้าสีแดง เพื่อไว้ใช้ในการหลอกล่อวัวให้มึนงง เมื่อได้จังหวะก็แทงด้วยมีดดาบตายจมกองเลือดอย่างยินดีปรีดา โห่ร้องกันอึงคะนึง มันเรียกว่าต่อสู้ได้อย่างไร ฉันงงกับความฉอดนี่เหลือเกิน เจ้าพิธีคอร์ริดา ที่ท้ายสุดมักจบที่วัวกระทิงจะถูกฆ่าด้วยดาบ โดยมาธาดอร์ในหล่อเท่ ฝ่ายที่ชอบเขาบอกว่าเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ต้องรักษาไว้ สำหรับคนที่รับไม่ได้เขาก็บอกว่าเป็นพิธีกรรมโหดร้าย ไม่มีที่ให้ยืนในสังคมสมัยใหม่ เกือบ 75% ของชาวฝรั่งเศสสนับสนุนให้ยุติการฆ่าวัวกระทิ
คราวที่แล้วเราพูดถึงการทำเกษตรกลางทะเลทราย (แถมมีสงครามอีกต่างหาก) ในอิสราเอล ดูว่าเขาพลิกดินและอากาศที่ไม่เป็นใจให้กลายมาเป็นมิตร ทำการเกษตรห่มเขียวไปทั้งทะเลทราย ส่งให้อิสราเอลเป็นผู้ส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปทั่วโลกได้อย่างไร วันนี้พาไปอเมริกา ประเทศที่เจริญร่ำรวย รวยและเสียงดังจนน่าหมั่นไส้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจู่ๆ ก็รวย ถ้าเราศึกษาชีวิตคนอเมริกันอย่างแท้จริง ไม่ได้ดูเอาจากหนังที่พระเอกหล่อนางเอกสวยขับรถเล่นทั้งวันเท่านั้น เราจะรู้ว่าเขายืนหยัดขึ้นมาบนประเทศที่มีปัญหาให้ต้องสู้ อเมริกามีปัญหามากมาย ผ่านมาได้อยู่ได้จนถึงวันนี้ ต้องเรียกนักสู้ ทางตอนบนของเขา หรือที่เรียกว่าแถบ Midwest ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ เป็นฐานผลิตข้าวโพดใหญ่ที่สุดของโลก จนถูกเรียกว่า corn belt (ไม่แปลว่าเข็มขัดข้าวโพดนะ แต่มันคือแถบพื้นที่ที่ปลูกข้าวโพด หลายรัฐเรียงกันเป็นแถบ ฝรั่งเขามองอะไรเป็นแถบๆ เหมือนที่เรามองอะไรเป็นกลุ่มๆ อย่างประเทศลุ่มน้ำเจ้าพระยา เรามองเป็นกลุ่ม เขาจะมองเป็นแถบแทน) ดินดีน้ำดี แต่ก็เป็นพื้นที่ที่มีพายุทอร์นาโดพัดผ่านตลอดเวลา จนถูกเรียกว่า Tornado belt ไปด้วย ชาวบ้านจะเผชิญกับลมพ
ติดปีกบินข้ามฟ้ามาใกล้เทือกเขาหิมาลัยขนาดนี้ บรรยายไปเฉพาะเรื่องของวิถีชีวิตที่สำรวจมาได้ ตาทั้งสองข้างยังไม่พอ คงต้องพูดถึงเป้าหมายของการมาเนปาลครั้งนี้ว่า แท้ที่จริงแล้ว มาเพื่ออะไร ประการแรก เพียงเพื่อให้ได้มา เนปาล ประเทศที่อยู่ในห้วงใจลึกๆ ส่วนประการอื่น ขึ้นกับหัวหน้าทริปและผู้ร่วมเดินทางอีก 14 คน ซึ่งได้ทราบก่อนเดินทางเพียง 1 สัปดาห์ ว่า เป้าหมายการเดินทางครั้งนี้คือ การดูนก และเก็บภาพนกที่หายากหรือไม่พบแล้วในเมืองไทย โดยผู้เดินทางทุกคน ยกเว้นผู้เขียน มีประสบการณ์การดูนก การถ่ายภาพ และการถ่ายภาพนกระดับมือโปรทั้งนั้น อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ว่าการเดินทางจากเมืองกาฐมาณฑุ เมืองหลวง มายังเมืองโพคารา ใช้เวลาเดินทาง 7-8 ชั่วโมง ทำให้การเดินทางในวันแรกหมดลงอย่างน่าเสียดาย เข้าที่พักก็ค่ำ ไม่ทันเห็นความศิวิไลซ์ที่น้อยนิดของเมืองโพคารา ที่จัดว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวของเนปาล เมื่อเป้าหมาย คือ การดูนก เก็บภาพนก เราจึงพุ่งเป้าไปที่ Dhampus ห่างออกจากตัวเมืองไปเกือบ 1 ชั่วโมง เมื่อเดินทางด้วยรถบัส ยิ่งนั่งรถออกนอกตัวเมืองโพคาราเข้าใกล้ Dhampus มากเท่าไร เหมือนเดินเข้าใกล้เทือกเขาอันนะปุรณะ
เนื้อหาที่จะเขียนลงใน “เกษตรต่างแดน” ฉบับนี้ เป็นการเก็บเกี่ยวจากการเดินทางครั้งแรก ประสบการณ์แรกที่พบเจอในประเทศเนปาล และความรู้สึกของผู้เขียนที่ได้สัมผัส อาจไม่ตรงตามความรู้สึกของผู้อ่านบางท่าน ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย … ท่าอากาศยานนานาชาติตริภูวัน เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เป็นสนามบินแห่งเดียวของประเทศเนปาล แม้จะเป็นสนามบินเพียงแห่งเดียว แต่พื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวและผู้คนที่เดินทางเข้าออกประเทศก็ไม่ได้มาก เปรียบเทียบขนาดเห็นจะไม่ต่างจากสนามบินที่จังหวัดน่านบ้านเรา เดินเข้าออกสนามบินมีการตรวจตราเช่นเดียวกับสนามบินทุกแห่ง แต่ความเข้มงวดค่อนข้างน้อย เพราะคนมีจำนวนมากเกินเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวก แต่ก็ไม่เกิดปัญหา เพราะมี “รอยยิ้ม” สร้างมิตร และน้ำใจที่พร้อมจะถอยก้าวให้อีกฝ่าย ใช้เวลาบินประมาณ 3.30 ชั่วโมง จากประเทศไทย แต่การไปครั้งนี้กว่าเครื่องจะลงจอดอย่างเป็นทางการ ใช้เวลาเกินไปราว 50 นาที ซึ่งเป็นเรื่องที่พอทราบข้อมูลมาก่อนหน้านี้แล้วว่า สนามบินแห่งนี้มีพื้นที่น้อย การจราจรและพื้นที่จอดคับคั่ง เวลาที่เพิ่มขึ้นมาแบบไม่ต้องการจึงยอมรับได้ เป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ คือ
คนไทยรู้จัก เมืองแมดิสัน ว่าเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐอเมริกา คือมหาวิทยาลัยแห่งรัฐวิสคอนซิน วิทยาเขตแมดิสัน (University of Wisconsin at Madison) เก่าแก่ร้อยกว่าปี เรียกว่าก่อตั้งมาก่อนจะประกาศตั้งรัฐนี้อย่างเป็นทางการเสียอีก อันว่ามหาวิทยาลัยนี้มี 12 วิทยาเขต แต่วิทยาเขตหลักคือ แมดิสันที่ว่านี้ ซึ่งเปลี่ยนให้เมืองเกษตรกรรมเล็กๆ อย่างแมดิสันกลายเป็นเมืองมหาวิทยาลัย ถ้ายกมหาวิทยาลัยออกแมดิสันจะเหลือแต่วัวกับไร่ข้าวโพด เขาว่ากันซึ่งก็จริงเอาเข้าจริงๆ แมดิสันไม่ใช่เมืองหรอก เป็นชุมชนหย่อมหนึ่งของเมืองเล็กๆ ที่เรียกว่า Dane County อีกที แต่ด้วยความที่แมดิสันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างที่บอก เลยกลายเป็นเมืองสำคัญ กลายเป็นเมืองหลวงของรัฐ เกินหน้าเกินตาเมืองใหญ่เมืองอื่น รวมทั้งมิลวอกี้ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของรัฐ รัฐวิสคอนซิน อยู่ทางตอนบนของสหรัฐอเมริกา ในส่วนที่เขาเรียกกันว่า Mid West แต่ฉันบอกใครๆ ว่ามันอยู่ตอนบนคือถ้าดูแผนที่สหรัฐอเมริกา มันจะอยู่ทางตอนบน ใกล้ๆ กับแคนาดา อย่างนี้เข้าใจง่ายกว่า ประชากรของแ
กัวเตมาลา มีอากาศร้อนชื้นเหมือนภาคใต้ของไทย ผลผลิตการเกษตรของเขาจึงไม่ต่างจากไทยมากนัก อันที่ยืนพื้นของเขาคือ กาแฟ อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่า อเมริกาใต้ นั้นขึ้นชื่อเรื่องกาแฟ และกาแฟอเมริกาใต้ขายได้ราคาดีในตลาดโลก แต่กาแฟกัวเตมาลาไม่ยักขายได้ราคาเหมือนใครอื่น ราคาไม่ถึงครึ่งของกาแฟบราซิล เม็กซิโก อีกทั้งผลผลิตอื่นๆ นานาที่มีมาก ไม่ว่าจะ ข้าวโพด หรือผลไม้ที่เหมือนกับของไทย อย่าง ละมุด น้อยหน่า ทั้งน้อยหน่าธรรมดา และน้อยหน่าหนัง สะตอ ไปจนถึงถั่วกินทั้งฝัก หรือถั่วกินเมล็ดอีกหลายชนิด ล้วนขายไม่ค่อยได้ราคาเหมือนใครอื่นเขา เรียกว่าราคาครึ่งหนึ่งของผลผลิตที่ผลิตได้ในประเทศแถบนั้น หรือถ้าเทียบกับไทยก็ถูกกว่าสามเท่าตัว นอกจากนั้น ผลไม้ที่ผลิตในกัวเตมาลายังเป็นผลไม้เปลือกบาง เน่าเสียง่าย ยิ่งทำให้ราคาผันผวนเร็ว ไม่สามารถต่อรองราคาได้ดี อย่างมากก็เอามาดองขายกัน ซึ่งก็ไม่ค่อยได้ราคาอีก กัวเตมาลา ที่ฉันรู้จัก เป็นประเทศสวยงาม แต่ยากจน ยากจนเหลือกำลัง หนึ่งนั้นเพราะเป็นอาณานิคมมายาวนาน ซ้ำเข้าด้วยการปกครองโดยเผด็จการยาวนานอีก สภาพคนในกัวเตมาลานี่เหมือนฟิลิปปินส์ เพียงแต่ประเทศเล็กกว่ามาก ด้วยความยาก
ปัจจุบันการทำเกษตรได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนหรือวัยใดก็ล้วนต้องการกลับมาพัฒนาการทำเกษตรในบ้านเกิดของตนเอง จากที่พบเห็นจากสื่อโซเชียลต่างๆ จะเห็นได้ว่า บางรายถึงกับลาออกจากงานประจำ มาใช้ความสุขในด้านการทำเกษตร พร้อมทั้งต่อยอดและพัฒนาให้การทำเกษตรมีความก้าวหน้ามากขึ้นไปตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างที่เรารู้ดีที่สุดคือเรื่องของราคาผลผลิต บางช่วงถึงกับตกต่ำส่งผลให้เกษตรกรเกิดสภาวะขาดทุนทีเดียว ส่งผลให้เกษตรกรเกิดภูมิคุ้มกันในเรื่องของการหาทางออก ด้วยการทำเกษตรให้มีความหลากหลายมากขึ้น หรือที่เรียกว่าเกษตรครบวงจร ดร.วิมล หอมยิ่ง ผู้รักการทำเกษตรอยู่ที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี โดยได้บ่มเพาะประสบการณ์การต่างๆ ที่ได้พบเห็นทั้งในและต่างประเทศ มาพัฒนาการทำเกษตรในแบบที่เขาวางแผนไว้ ว่าการทำตลาดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ดังนั้น ก่อนที่จะผลิตสินค้าออกมาจำหน่ายได้ ในเรื่องของการมีตลาดรองรับจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ จึงจะช่วยให้ผลผลิตที่ออกมาสามารถจำหน่ายและเกิดรายได้อย่างยั่งยืน ดร.วิมล เล่าว่า ช่วงที่โอกาสได้ไปศึกษาเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ ได้พบเห็นว่าเกษตรกรในต่างประเทศไม่ได้เจอปัญหาหนี้สิ้นหรือ
เพื่อนรุ่นน้องสาวมาเลเซียน แต่ไปทำงานที่สิงคโปร์ของฉัน ชื่อ Ally หรือชื่อจริงคือ FangWoei Chan เป็นนักบัญชีชั้นเซียนที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ของสิงคโปร์วางใจ ทำงานอย่างมืออาชีพและไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง นางมีสายตาเหยี่ยวที่จะเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นเสมอ จึงเป็นผู้ตรวจบัญชีมือหนึ่งจนทุกวันนี้ ชีวิตนอกจากเวลางาน Ally ชอบท่องเที่ยว และไม่ได้เที่ยวฉุยฉายธรรมดา เธอเคยเดินทางรอบโลกคนเดียวมาแล้ว บุกไปถึงถิ่นที่เขารบสู้กันก็ไปมา แม้ทุกวันนี้จะกลับมาทำงานเต็มตัว แต่ทุกครั้งที่มีเวลา เธอจะออกเดินทาง เลือกไปในที่ที่ทุกคนไม่ไป หรือไม่อยากไป ล่าสุด Ally ไปศรีลังกา ประเทศในเอเชียใต้ที่ไม่ค่อยมีใครอยากไป ด้วยว่ายังพัฒนาได้ไม่มาก คนรู้จักศรีลังกาแบบขยาดๆ จากสงครามกลางเมือง ระหว่างกลุ่มพยัคทมิฬอีแลม กับรัฐบาลที่ยืดเยื้อกว่า 30 ปี คนล้มตายและประเทศถูกถีบไปอยู่ที่ขอบเหวแห่งหายนะ ที่จริงศรีลังกานั้นงดงามนัก เป็นเกาะไม่ใหญ่นัก แขวนจากชมพูทวีป รูปร่างคล้ายหยดน้ำ หน้าตาเหมือนเกาะไต้หวัน อากาศร้อนแต่ชายทะเลก็งดงามเหลือกำลัง และ Ally ก็ไปและมองเห็นแง่งามของบ้านเมืองที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนั้น เธอเล่าให้ฟังอย่างออกรสในก
ที่ตลาดปลาทสึกิจิ ตลาดปลาใหญ่สุดของญี่ปุ่น จะมี ปลาโอ หรือที่โลกเขาเรียกว่า ปลาทูน่า เป็นสินค้าหลัก ทั้งที่ส่งไปขายทั่วญี่ปุ่นและส่งออกไปทั่วโลก ปีหนึ่งหลายล้านล้านตัน คนชอบคิดว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าไฮเทคแต่ถ่ายเดียว ที่จริงญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าทะเล โดยเฉพาะปลารายใหญ่ของโลกนะ กองเรือประมงของญี่ปุ่นมีอิทธิฤทธิ์เกรียงไกรและมีขนาดใหญ่ระดับโลก หาปลาไปทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะในน่านน้ำของตัวเองเท่านั้น ชาวประมงญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นชาวประมงที่เก่งฉกาจ เพราะมีประสบการณ์มาเป็นพันปี คนไทยมักคิดว่า ปลาซาบะ เป็นปลาญี่ปุ่น เพราะชื่อเป็นญี่ปุ่น ซึ่งจริง แต่จริงไม่หมด ซาบะนั้นเป็นชื่อญี่ปุ่น แต่ปลาซาบะที่ขายในเมืองไทยส่วนใหญ่มาจากยุโรป หรือปากีสถาน อินเดีย และจีน และเป็นซาบะแช่แข็งส่งมาทุ่มตลาดจนราคาถูก เหลือตัวละไม่ถึง 20 บาทแล้ว ซาบะ จัดเป็นปลาราคาถูก คุณภาพสมราคา ชื่อชั้นเป็นรองปลาทูน่าหรือกระทั่งปลาทูของไทย เพราะเนื้อยุ่ยกว่า และคงความสดได้ไม่นาน ทิ้งไว้ไม่กี่ชั่วโมงก็มีกลิ่นแล้ว เขาถึงชอบเอามาย่างซีอิ๊วเพื่อให้ดับกลิ่นคาว ขณะที่ปลาโอเนื้อแน่นกว่า ซาบะ เป็นปลาตระกูลเดียวกับปลาอินทร
