เกษตรต่างแดน
บ้านฉันที่อเมริกา อยู่ที่เมืองแมดิสัน รัฐวิสคอนซิน อยู่ในภาคที่เขาเรียกกันว่า mid-west หรือตอนกลางของภาคตะวันตก แต่เวลาคุยกับใคร ฉันจะบอกง่ายๆ ว่า มันอยู่ตอนบนๆ ของแผนที่อเมริกา อยู่ไปทางใกล้ประเทศแคนาดา แบบนี้จะเห็นภาพง่ายกว่าสำหรับคนไม่เคยไป วิสคอนซิน เป็นรัฐเกษตรกรรม ด้วยว่าดินดี น้ำดี มีทะเลสาบมากมายเก็บกักน้ำไว้ให้ใช้ เขาเรียกว่าเป็นรัฐแห่งสี่หมื่นทะเลสาบ ตัวเลขชัดเจนจะเท่าไรนั้น ไม่รู้แน่ ฉันก็แย่ไม่รู้จักถามไถ่ให้ถ่องแท้ แต่ก็คงประมาณว่ามันมีมากมายเหลือคณา ซึ่งอันนี้ฉันยืนยัน เอาแค่บ้านที่ฉันอยู่ ก็มีทะเลสาบประกบหน้าหลัง ที่มหาวิทยาลัยซึ่งอยู่ออกไปไม่ไกลก็มีทะเลสาบเป็นของตนเอง ให้นักศึกษาได้ใช้แล่นเรือ แข่งเรือ ตกปลา และนั่งทอดหุ่ยอย่างมีความสุข วิสคอนซิน เป็นรัฐเกษตรกรรม เพื่อนฉันล้อว่าเป็นรัฐวัวรัฐควาย คือมีแต่วัว (หามีควายไม่ อันนี้เพื่อนเว่อร์) แต่ชื่อเล่นอย่างเป็นทางการของวิสคอนซิน คือ Dairy State หรือรัฐนมรัฐเนย คือเขาเลี้ยงวัวมาก ทั้งวัวเนื้อ วัวนม ดังนั้น เขาจึงเป็นรัฐที่ผลิตน้ำนม และเนื้อวัวมาก ประสาบ้านนอกคอกตื้อ ประสารัฐเกษตรกรรม วิสคอนซินก็จะถูกล้อมากมายหลายฉายาหน่อย
เขียนเรื่องนี้เพราะให้มีอันที่เขาจะต้องย้าย ตลาดทสึกิจิ (Tsukiji) ออกจากใจกลางโตเกียว ไปอยู่นอกเมือง ก่อนนี้อยู่ใจกลางเมืองเอามากๆ มากขนาดอยู่ห่างย่านกินซ่าไม่กี่ก้าวเลยทีเดียว ซึ่งก็แปลกไม่น้อยสำหรับญี่ปุ่นที่ที่ดินหายากและแพงอย่างกับเพชร ไปตลาดทสึกิจิ ไม่ยาก นั่งรถไฟสาย Oedo Line ไปลงที่สถานี Tsukijishijo ออกทางออก A1 หรือนั่งรถไฟสาย Hibiya Line ไปลงที่สถานี Tsukiji จากนั้นเดินต่อ 5 นาที ตลาดจะใหญ่โตเห็นแต่ไกล ฉันจำตลาดทสึกิจิได้ดี 2 อย่าง อย่างแรกคือ ได้เดินหากินปลาดิบอร่อยๆ สดๆ ได้รอบตลาด อย่างที่สองคือ ตลาดอยู่หน้าสำนักงานใหญ่ของอาซาฮีชิมบุน หนังสือพิมพ์หัวก้าวหน้าของญี่ปุ่น ที่ฉันมีอันได้แวะเวียนไปบ่อยๆ ตลาดอยู่บนแม่น้ำสุมิดะ เรือขนถ่ายปลาส่วนใหญ่ก็เข้ามาทางแม่น้ำนี้ ปริมาณปลาและอาหารทะเลที่ส่งเข้ามาขายในตลาดนี้ ปีละหลายพันตัน เป็นตลาดปลาใหญ่ที่สุดในโลกมานมนาน สินค้าจากที่นี่ส่งไปขายทั่วโลก สินค้าหลักคือ ปลาทูน่า หรือ มากูโร่ เนื้อแดงๆ ที่ใครๆ ก็รู้ว่าอร่อยหนักหนา ไม่ว่าจะส่วน อะคามิ คือแถวครีบที่มีไขมันแทรกน้อยและมีราคาถูกสุด หรือ ชูโตโระ เนื้อตรงส่วนของกลางท้องสีออกชมพู มีไขมัน
ไม่ใช่แค่ค่าครองชีพแพงแถวหน้าของโลก แพงกว่ายุโรปบางประเทศ ฮ่องกง ยังมีที่ดินแพงมากระดับแถวหน้าสุดของโลกอีกด้วย ที่ดินขายกันเป็นตารางเมตร เพื่อย้ำให้เห็นชัดถึงความหายากของที่ดิน ย่านมิดเลเวลที่เป็นที่ดินสำหรับคนดีมีเงินอยู่เชิงเขา มีคนบอกว่าเป็นย่านที่ดินแพงที่สุดในโลก แพงกว่าย่านแมนฮัตตันของนิวยอร์กเสียอีก แต่อันนี้ฉันไม่ยืนยันนะ เอาเท่าที่ยืนยันได้ เพราะมีการซื้อขายกันจริงไม่กี่เดือนก่อน ราคาที่ดินบนถนนนาธาน ถนนสายการค้าของฝั่งเกาลูน ประเมินกันไว้ที่ ตารางเมตรละ 800,000 บาท แต่ขายจริงๆ กัน ที่ตารางเมตรละ 1 ล้านบาท สรุปสิริราวไร่ละ 1,500 ล้านบาท ฮ่องกง มีพื้นที่ประมาณ 1,100 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่ากรุงเทพฯ ซึ่งมีพื้นที่ 1,500 ตารางกิโลเมตร ในระยะ 20 กว่าปีที่ผ่านมา เขาถมทะเลได้ที่ดินเพิ่มอีกราว 60 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 8 ล้านคน ใหญ่กว่าสิงคโปร์ที่มีพื้นที่แค่ 719.9 กว่าตารางกิโลเมตร แต่มีประชากรมากกว่าสิงคโปร์ 4 เท่า ฮ่องกงจึงมีประชากรอยู่อาศัยหนาแน่นที่สุดเขตหนึ่งในโลก ย่านมงกกใกล้ซิมชาจุ่ยย่านเกาลูน ถูกระบุว่าเป็นย่านที่มีคนอาศัยหนาแน่นที่สุดในโลก มาทำย่านธุรกิจ มาถึงตรงนี้ เราคงสังเ
ดูเหมือนชีวิตดิจิทัลจะเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะว่า… มันสะดวกกว่ามากกกกกก ถ้าคุณเคยเดินเล่นตลาดนัด เดี๋ยวนี้ คนขายบอกว่า โอนมาเลยนะคะ ทั้ง E banking หรือ กระเป๋าเงินออนไลน์ เพราะการขายที่ไม่จำกัดสถานที่ เวลา ทำให้รายเล็กมีโอกาสโต ขายได้ ไม่ต่างจากค้าปลีกรายใหญ่ เมื่อค้าปลีก สามารถใช้เทคโนโลยีทำให้เรื่องยากเป็นเรื่องง่าย “พฤติกรรม” ปรับไปเอง ไม่ต้องบังคับ คนค้าขายซึ่งส่วนใหญ่คือคนเมืองก็ดีขึ้น เศรษฐกิจในเขตเมืองก็คึกคัก หันมาที่คนส่วนใหญ่คือ 60% ของประเทศอยู่ในภาคการเกษตร คนชนบท ยังไม่มีเทคโนโลยีใช้ ยังไม่ซื้อสะดวกขายคล่อง และเลยยิ่งทำ ยิ่งจน งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า เกษตรกรไทยใช้เวลาในไร่นา นานกว่าเกษตรกรชาติอื่นๆ เพราะเรายังไม่ยอมก้าวไป 4.0 วันนี้รัฐผลักดัน นาแปลงใหญ่ หวังเพื่อแก้จน แต่เคยสงสัยหรือไม่ ว่า จริงๆ แปลงใหญ่ คืออะไร ถ้าในโลกนี้ มีประเทศอื่น ที่ค่อนข้างไกลจากเรา อย่าง บราซิล และสหรัฐฯ สามารถปลูกพืชเศรษฐกิจ เหมือนที่เรามี และปลูกได้ถูกกว่า มีราคาขายที่ถูกกว่า เพราะแปลงของเขาใหญ่ขนาดหลักพันไร่ ถึงแสนไร่ โดยที่ดินทั้งหมด “ต้อง” ผสานเป็นหนึ่งเดียว ไร้รอยต่อ การหยอดเมล็ดพ
