เกษตรพื้นที่น้อย
ต้องยอมรับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ พลังของสื่อโซเชียล ได้แผ่ขยายอิทธิพลเข้าไปในทุกแวดวงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้แต่วงการเกษตรที่หลายคนเคยมองว่าเป็นเรื่องของดินและน้ำเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและโอกาสใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น สื่อเหล่านี้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมเกษตรกรรม อย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดคือการสร้างตลาดและแบรนด์ ที่แข็งแกร่งให้กับสวนและเกษตรกรแต่ละราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างช่องทางรายได้ใหม่ ที่ไม่ได้มาจากแค่การขายผลผลิตที่ปลูกได้เท่านั้น แต่เป็นการสร้างรายได้จากการทำคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นภายในสวน ซึ่งการสร้างรายได้จากโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กๆ โดยมีฉากหลังเป็นสวนของเราเอง อาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่นักในยุคนี้ แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสมอ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า ข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป ไม่ว่าเราจะมีสวนเล็กๆ ข้างบ้าน หรือทำฟาร์มขนาดใหญ่ ทุกคนก็สามารถใช้เสน่ห์ของการเล่าเรื่องและภาพที่สวยงาม เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง หลักหมื่นจนถึงหลักแสนต่อเดือนได้ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านขอนำเสนออีกหนึ่งตัวอย่างของสวนเกษตรต้นแบบ ที่สร้างแรงบ
ปัจจุบัน ขนาดของพื้นที่ไม่ได้เป็นปัจจัยชี้ขาดรายได้ทางการเกษตรอีกต่อไป เกษตรกรที่มีพื้นที่ขนาดเล็กแต่มีการบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องและยั่งยืนได้เช่นกัน ซึ่งอาจประยุกต์ใช้การปลูกพืชมูลค่าสูงเป็นตัวช่วยเสริมรายได้ ทั้งนี้ ความมั่นคงทางการเกษตรที่แท้จริงย่อมเกิดจากการวางแผนและการจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ พี่โบ้-ดำรงค์ อินทศร เจ้าของ สวนปลูกสุข ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย อดีตพนักงานประจำที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรบนพื้นที่ขนาดเล็ก กับแนวคิดการทำเกษตรที่ชัดเจนว่า “มีที่น้อย ไม่จำเป็นต้องปลูกพืชชนิดเดียว” หลักคิดของพี่โบ้เริ่มจากการสำรวจพื้นที่และตลาดรอบตัว ปลูกเฉพาะสิ่งที่คนในพื้นที่ต้องการ เพราะ “ปลูกได้ แต่หาคนซื้อไม่ได้ ก็เหนื่อยเปล่า” สวนแห่งนี้จึงถูกจัดสรรให้มีพืชพรรณหลากหลายที่ทยอยให้ผลผลิตต่างช่วงเวลา ตั้งแต่รายวัน รายสัปดาห์ ไปจนถึงรายเดือน เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้เข้ามาหมุนเวียนไม่ขาดสาย โดยไม่ต้องรอคอยรายได้ก้อนใหญ่จากพืชเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นเกษตรกร พี่โบ้เคยเป็นพนักงานประจำอยู่ที่บริษัทโรงกลั่นน้ำมันใน
“ปูทะเล” ถือเป็นเมนูโปรดอันดับต้นๆ ในใจของสายอาหารทะเล และมีมูลค่าทางการตลาดสูงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันประเทศไทยได้พัฒนาการเลี้ยงปูทะเลเชิงพาณิชย์ไปไกลมาก ทั้งรูปแบบ การเลี้ยงในบ่อดิน, การเลี้ยงในกระชัง, การเลี้ยงในกล่องหรือพลาสติกหลุม (ระบบน้ำหมุนเวียน) รวมไปถึงการพัฒนาระบบการเลี้ยงเรื่อยมาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มทุนมากที่สุด จนกระทั่งก้าวมาสู่ระบบ “การเลี้ยงปูคอนโด” นวัตกรรมย่อขนาดพื้นที่ที่ช่วยแก้โจทย์เรื่องอัตรารอด ลดการจับคู่ต่อสู้กินกันเอง ประหยัดพื้นที่ได้มหาศาล และกลายเป็นโมเดลสร้างผลตอบแทนสุดคุ้มค่าให้กับผู้เลี้ยงในยุคนี้ น้าดอน-ปริญญ์ อำนวยสิทธิโชค เจ้าของ “ฟาร์มปูน้าดอนชลบุรี” ตั้งอยู่ในตำบลบางทราย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี อดีตหนุ่มโรงงาน ผันตัวเป็นเกษตรกรเลี้ยงปูทะเล ต้องผ่านการลองผิดลองถูกและเริ่มต้นจากความล้มเหลว แต่ด้วยหัวใจของนักสู้ จึงมุ่งมั่นทดลองระบบเลี้ยงปูคอนโดจนประสบความสำเร็จ สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ในระดับหนึ่ง ในอนาคตเตรียมวางแผนขยายพื้นที่การเลี้ยง พร้อมต่อยอดเปิดเป็นศูนย์อบรมถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจนำไปประกอบเป็นอาชีพต่อไป น้าดอ
สมัยก่อนมักเข้าใจผิดว่ามีพื้นที่น้อยจะไม่สามารถทำการเกษตรได้ แต่ปัจจุบันพื้นที่น้อยสามารถสร้างรายได้ให้กับหลายๆ คนได้ชนิดที่ว่ามากกว่าการทำงานประจำ โดยเฉพาะในช่วงนี้การปลูกดอกไม้ที่สมัยก่อนเป็นเพียงการประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ในยุคนี้เป็นสินค้าสวยงามที่ทำเงินให้กับผู้ปลูกได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ชนิดที่ว่าแซงเงินเดือนงานประจำและมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินในอนาคตได้อีกด้วย คุณฐิรนาถ นิธิภัทร์ธนโภคิน หรือ คุณฝน ได้มีแนวความคิดและสร้างจุดเริ่มต้นของการปลูกดอกไม้กินได้ขึ้น โดยศึกษาในเรื่องของสายพันธุ์ต่างๆ ว่าแบบไหนดอกสีอะไรเป็นที่ต้องการของตลาด จากนั้นจึงหาซื้อพันธุ์ดอกไม้จากพื้นที่ต่างๆ เข้ามาปลูกพร้อมกับเรียนรู้การขยายพันธุ์เอง นอกจากทำให้มีผลผลิตตลอดปีแล้ว ยังประหยัดต้นทุนในเรื่องของการซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน ใช้พื้นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ไม่ถึง 20 ตารางวา ปลูกดอกไม้ คุณฝน เล่าให้ฟังว่า ช่วงแรกทำงานประจำอยู่ที่บริษัท ต่อมาเมื่อได้มาแต่งงาน จึงได้ลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านอย่างเต็มตัว เพราะต้องดูแลลูกน้อยที่ยังเล็กอยู่ และในขณะนั้นคุณแม่ของสามีพาคุณฝนไปซื้อต้นไม้ที่มีดอกสวย
ในยุคปัจจุบันพื้นที่การเกษตรถูกจำกัด ทั้งจากการขยายตัวของชุมชนเมืองและความต้องการใช้ที่ดินในด้านอื่นๆ การปรับตัวของเกษตรกรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะการใช้พื้นที่ขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงกลายเป็นหัวใจของการทำเกษตรกรรมสมัยใหม่ หนึ่งในวิธีการที่ตอบสนองต่อสถานการณ์นี้ได้อย่างดีคือ “การเลี้ยงปลาในระบบพื้นที่น้อย” ถือเป็นการผสานการจัดการที่มีประสิทธิภาพเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพสูง ทั้งยังช่วยลดต้นทุนและส่งเสริมความยั่งยืนของทรัพยากร การเลี้ยงปลาในลักษณะนี้จึงเป็นคำตอบที่เหมาะสม สำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างรายได้อย่างคุ้มค่าในพื้นที่จำกัดให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ คุณน้ำมนต์-ธีรเวชช์ ยิ้มแดง ได้เล็งเห็นความสำคัญของการใช้พื้นที่ให้เกิดมูลค่าสูงสุด จึงได้สร้างบ่อผ้าใบขนาด 3×6 เมตร เเละถังจุน้ำได้ 1,000 ลิตร ในการเลี้ยงปลาดุกในระบบหนาแน่น โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยมีตั้งแต่ระบบถังกรองน้ำ ระบบจุลินทรีย์ ปลาดุกที่เลี้ยงในระบบนี้จะไม่มีกลิ่นโคลนและไม่มีกลิ่นสาบในเนื้อปลา เลือกเลี้ยงปลาดุก ในระบบหนาแน่น เพื่อให้เข้ากับพื้นที่บริเวณรอบบ้าน
ดร.คณิต สุขรัตน์ อาศัยอยู่ที่ ซอยรามอินทรา 8 แยก 24 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการปลูกพืชผักสวนครัว และไม้ผลต่างๆ ในพื้นที่รอบบ้านมาก่อนที่โรคระบาดโควิดจะเกิดขึ้น เมื่อในเขตกรุงเทพมหานครให้มีการอยู่กับบ้านมากขึ้น จึงทำให้การเกษตรที่ทำไว้อยู่ก่อนได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ สามารถมีผลผลิตไว้ทานเองและแจกจ่ายเพื่อนบ้าน ตลอดไปจนถึงผลผลิตทางการเกษตรชนิดอื่นที่มีมากเกินไป ก็สามารถจำหน่ายสร้างรายได้อีกด้วย ดร.คณิต เล่าให้ฟังว่า ย้อนไปเมื่อปี 2556 ได้ซื้อที่ดินในย่านนี้ไว้ เป็นที่ดินประมาณ 148.9 ตารางวา ซึ่งพื้นนี้เมื่ออยู่ในกรุงเทพมหานครแล้ว ก็ถือว่าสามารถนำมาทำการเกษตรได้หลายอย่าง โดยจัดสรรพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุด และที่สำคัญด้านหลังพื้นที่มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ จึงสามารถนำน้ำมาทำการเกษตรในพื้นที่ได้ โดยไม่ต้องใช้น้ำประปาเพื่อมารดให้กับพืชที่ปลูก อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง 7 พืชควรปลูกรอบบ้าน ได้ทั้งไว้กินเอง และสร้างรายได้ หนุ่มลพบุรี ปลูกผักสลัดหลังบ้าน เผยเทคนิคเพาะกล้าในตู้เย็น ผักโตดี๊ดี เก็บขาย กก.ละ 150 บาท ปลูกมะนาวในกระถาง ใช้พื้นที่น้อย เก็บได้นาน 5 ปี “ช่วงแรกที่เร
การทำเกษตรในพื้นที่น้อยปัจจุบันกำลังได้รับนิยมมากขึ้น เพราะนอกจากจะควบคุมในเรื่องคุณภาพของผลผลิตได้แล้ว ยังทำให้สามารถจำหน่ายได้ราคาสูงตามไปด้วย ซึ่งการทำเกษตรในลักษณะนี้สามารถทำได้หลากหลาย ตั้งแต่ในเรื่องของการปลูกพืชไปจนถึงการเพาะเห็ดที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ อย่างเช่น เห็ดมิลกี้ เห็ดที่มีขนาดใหญ่เป็นสายพันธุ์มาจากประเทศอินเดีย มีลักษณะดอกใหญ่และเนื้อของเห็ดมีเนื้อที่แน่น เมื่อนำมาประกอบอาหารได้รสชาติที่ดี มีความอร่อยให้เนื้อสัมผัสคล้ายกับเนื้อสัตว์ ซึ่งผู้ที่ไม่ชื่นชอบการกินเห็ดสามารถกินได้ นอกจากนี้ เห็ดมิลกี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีเส้นใยและไฟเบอร์สูง คุณนัท-กิตติพงศ์ กีรติเตชะนันท์ (Mushroom man) เล็งเห็นช่องทางการสร้างรายได้จากการเพาะเห็ดมิลกี้ จึงใช้พื้นที่ภายในบ้านขนาด 6×4 เมตร มาเพาะเห็ดมิลกี้ที่ได้คุณภาพ ส่งขายให้กับร้านอาหารที่นำไปทำเมนูต่างๆ ได้ในราคาสูง วิศวกรผู้สนใจงานเกษตร คือการเพาะเลี้ยง “เห็ดมิลกี้” คุณนัท เล่าว่า เดิมทีเป็นวิศวกรประจำอยู่ที่โรงงาน ต่อมาเริ่มรู้สึกว่าอยากค้นหาตัวเองมากขึ้น จึงทำให้อยากเปลี่ยนวิถีการทำงานมาสู่ความยั่งยืน และสามารถมีความสุขอยู่
✨เริ่มจากแรงบันดาลใจเล็กๆ สู่การสร้างรายได้จริง! คุณบอย-ราชพงศ์ เพ็งเพชร ได้ลองชิม “ปลาชะโอน” ที่ภาคใต้จนติดใจในรสชาติ แต่กลับพบว่าที่จังหวัดพิษณุโลกแทบไม่มีขาย จึงลงมือศึกษาและทดลองเลี้ยงในถังพลาสติกขนาด 2,000 ลิตร ด้วยระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิดที่ดูแลง่าย ใช้พื้นที่น้อย และสะอาดได้มาตรฐานกรมประมง ⚓ 🐟 “ปลาชะโอนในถังพลาสติก” ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนด้านพื้นที่ แต่ยังเพาะพันธุ์ได้ทั้งปี ลูกปลาโตเร็ว ไม่กินกันเองหากให้อาหารเหมาะสม พร้อมทั้งต่อยอดทำตลาดออนไลน์ ส่งปลาถึงมือลูกค้าทั่วประเทศด้วยระบบแช่แข็งควบคุมคุณภาพ ขายได้ในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 400 บาท 💶 อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ “เลี้ยงปลาชะโอนในถังระบบปิด” สร้างรายได้ดี ในพื้นที่จำกัดรอบบ้าน ปลาโตไว-สะอาด ขายได้ 400 บาท/กิโลกรัม
ขวดพลาสติกรีไซเคิล การใช้ขวดพลาสติกในการปลูกผักเป็นวิธีที่สร้างสรรค์และช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับผู้ที่อยากปลูกผักไว้รับประทานเองแต่มีพื้นที่จำกัด หรือผู้ที่ต้องการสร้างมุมสวนเล็กๆ ด้วยวัสดุรีไซเคิล เหมาะสำหรับ ผักอายุสั้น เช่น ผักบุ้ง ผักชีลาว ✅ ข้อดี 1.ช่วยลดขยะและส่งเสริมการรีไซเคิล ขวดพลาสติกใช้แล้วสามารถนำกลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่ก่อให้เกิดมลพิษ 2.ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องซื้อกระถางหรือภาชนะปลูกใหม่ ใช้ขวดน้ำพลาสติกที่มีอยู่แทน 3.ประหยัดพื้นที่ สามารถแขวนหรือวางขวดพลาสติกในแนวตั้ง ทำให้ปลูกพืชได้ในพื้นที่จำกัด เช่น ริมระเบียงหรือกำแพง 4.ดูแลง่ายและสะดวก ขวดพลาสติกมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก และดูแลทำความสะอาดง่าย 5.ปรับแต่งได้หลากหลาย ตัดและดัดแปลงขวดให้เหมาะสมกับพืชที่ต้องการปลูก เช่น ตัดขวดครึ่งหนึ่งสำหรับปลูกพืชเล็กๆ หรือใช้ทั้งขวดสำหรับพืชรากยาว วิธีการใช้ขวดพลาสติกปลูกผัก 1.เลือกขวดพลาสติกที่เหมาะสม ใช้ขวดน้ำพลาสติกทั่วไป เช่น ขวดขนาด 1 ลิตร หรือ 1.5 ลิตร ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช 2.เตรียมขวดพลาสติก ล้างทำความสะอาดขวด และตัดตามลักษณะ
ในยุคที่พื้นที่ทำการเกษตรมีความจำกัด การใช้ประโยชน์จากพื้นที่เล็กๆ อย่างมีประสิทธิภาพกลายเป็นความจำเป็นสำหรับเกษตรกรยุคใหม่ หนึ่งในแนวทางที่กำลังได้รับความนิยมคือ การเลี้ยงปลาในระบบพื้นที่น้อย เน้นการจัดการที่ดีใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อให้ได้เนื้อปลาที่มีคุณภาพสูง คุณน้ำมนต์-ธีรเวชช์ ยิ้มแดง ได้เล็งเห็นความสำคัญของการใช้พื้นที่ จึงได้สร้างบ่อผ้าใบขนาด 3 x 6 เมตร และถังที่จุน้ำได้ 1,000 ลิตร มาเลี้ยงปลาดุกในระบบหนาแน่น โดยใช้เทคโนโลยีตั้งแต่ระบบถังกรองน้ำ ระบบจุลินทรีย์ ทำให้ปลาดุกที่เลี้ยงในระบบนี้ไม่มีกลิ่นโคลน และกลิ่นสาบในเนื้อปลา อ่านบทความเพิ่มเติมได้่ที่ เลี้ยงปลาดุกในถัง 1,000 ลิตร
