เกษตรอินทรีย์
“อโรคยา ปรมาลาภา … ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” ยิ่งในยุคโควิด สุขภาพดีต้องมาก่อน “ดร. โชติมา ชุบชูวงศ์” แห่งไร่โชตวัน Organic Farm ในพื้นที่อำเภอปากช่อง ตั้งใจผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์คุณภาพดี ป้อนเข้าสู่ตลาด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพดีกันถ้วนหน้า ก้าวสู่อาชีพเกษตรกร ดร. โชติมา ชุบชูวงศ์ เป็นนักการตลาดผู้ปั้นแบรนด์สินค้าในองค์กรเอกชนมานานกว่า 10 ปี ได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อกลับไปฟื้นฟูสวนเกษตรในพื้นที่ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นที่ดินทำกินของครอบครัวมานานกว่า 100 ปี เป็นแปลงปลูกพืชไร่ประเภทอ้อย มันสำปะหลัง รวมทั้งพืชผัก ผลไม้นานาชนิด เช่น น้อยหน่าพันธุ์พื้นเมือง กระท้อน เงาะ ทุเรียน ลำไย ฯลฯ ดร. โช ได้เปลี่ยนแปลงไร่แห่งนี้ให้กลายเป็นสวนเกษตรผสมผสาน ที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ โดยเข้าร่วมกับกลุ่มเกษตรอินทรีย์ SDGsPGS ปัจจุบันไร่แห่งนี้ ปลูกทั้งพืชผักไม้ผลนานาชนิด เช่น อะโวกาโด มัลเบอร์รี่ แก้วมังกรเหลืองอิสราเอล หมากเม่า ตะลิงปลิง เสาวรส ฯลฯ “ระหว่างทำดุษฎีนิพนธ์ ช่วงศึกษาปริญญาเอก สาขาพุทธจิตวิทยา ที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ไ
ค่ำวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2564 มีการเสวนาย่อย หัวข้อ ทุเรียนปลอดภัยจากสารเคมีไหม ภายใต้หัวข้อใหญ่จักรวาลทุเรียน จัดโดยมูลนิธิชีววิถี ซึ่งสามารถรับฟัง on line ย้อนหลังได้ที่เพจของ Biothai นะครับ บางประเด็น เช่น เรื่องทุเรียนสวนเมืองนนทบุรี ผมเคยสรุปมาเสนอไว้บ้างแล้ว สำหรับเสวนาย่อยเรื่องทุเรียนและสารเคมีนี้ เป็นการชวนคนทำสวนทุเรียน นักวิชาการเกษตร และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างในผัก ผลไม้ มานั่งคุยกันถึงสภาวะความเป็นไปได้ของสวนทุเรียนอินทรีย์ในปัจจุบัน ซึ่งก็นับว่าเป็นคำถามที่ท้าทาย ไม่เฉพาะวงการทุเรียนหรอกครับ หากเป็นโจทย์ทางเลือกสำคัญของเกษตรกรในอนาคตด้วย ถ้าใครได้ลองเข้าไปฟังหัวข้อนี้มาแล้ว คงรู้สึกเหมือนผม ว่าเหมือนเราได้ก้าวเข้าไปเหยียบบนทางสองแพร่งสามแพร่ง โดยมีผู้ที่เหยียบย่างผ่านไปแล้วมาคอยบอกเล่านานาประสบการณ์อย่างออกรส โดยเฉพาะ “คำถามใหญ่” เรื่องความเป็นไปได้/ไม่ได้ ของการทำเกษตรอินทรีย์ในกรณีทุเรียน ผลไม้ที่ดูเหมือนต้องการการดูแลประคบประหงมละเอียดลออทุกขั้นตอน ทั้งมีมูลค่าผลผลิตสูงสุดในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ฟัง ผมคิดว่าคงไม่สามารถย่นย่อการสนทนาหัวข้อนี้ลงได้ใน
ปกติแล้วกิ้งกือเป็นสัตว์ที่คนทั่วไปทั้งหญิงชาย ต่างพากันเกลียดกลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงจะเกลียดและขยะแขยงกิ้งกือเป็นอย่างมาก แต่ว่าที่บ้านเลขที่ 435/12 ถนนกลางเมือง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ นายศิวาวุธ หรือ แมน ช่างเพชร ได้เพาะเลี้ยงกิ้งกือไว้จำนวนมากกว่า 400 ตัว โดยกิ้งกือขนาดต่าง ๆ ทั้งเล็กใหญ่พากันไต่ยั๊วะเยี๊ยะอยู่ในกะละมังสำหรับเลี้ยงกิ้งกือ ซึ่งนายศิวาวุธ ได้นำเอาเศษผักและใบไม้แห้งมาเป็นอาหารเลี้ยงกิ้งกืออย่างดี และกิ้งกือแต่ละตัวก็กำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ มีการขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง นายศิวาวุธ หรือ แมน ช่างเพชร หนุ่มศรีสะเกษ ที่ประกอบอาชีพแปลกที่สุดในโลก กล่าวว่า ตนเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดศรีสะเกษ ได้เกิดมีความคิดอยากทำอาชีพเกษตรกรรม ดังนั้น จึงได้ทำการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ โดยพบว่า มีการทำวิจัยในการเลี้ยงกิ้งกือเพื่อนำมูลกิ้งกือมาทำปุ๋ยอินทรีย์ ตนจึงได้เกิดแนวความคิดที่จะเลี้ยงกิ้งกือขึ้นมา โดยเริ่มแรกจะเลี้ยงกิ้งกือเพียงประมาณ 30 ตัวเท่านั้น เนื่องจากว่า หากิ้งกือได้ค่อนข้างยากมาก ตนจึงประกาศผ่านทางส
“ทฤษฎีใหม่” ทฤษฎีที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยใช้แนวคิดแห่งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการบริหารงานในการทำการเกษตร ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้วางรากฐานและพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อแก้ไขปัญหาการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรได้มีชีวิตอยู่โดยหลุดพ้นบ่วงแห่งความยากจน หลายชุมชนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ปรับใช้กับอาชีพเพื่อสร้างความมั่นคงและปลอดภัยให้กับครอบครัว ดังเช่น คุณณรงค์ กลิ่นถือศีล ที่วันนี้เขาหันหลังให้กับเงิน เดินกลับมารับหน้าที่เป็นหมอดินอาสาประจำตำบลทุ่งบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พัฒนาสานอาชีพเกษตรกรรมต่อจากพ่อแม่ คุณณรงค์ หรือ คุณป๊อป เรียนจบด้านศิลปะ เคยทำงานออกแบบดิสเพลย์สินค้าให้บริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ ก่อนเป็นทหารรับใช้ชาติ 2 ปี เมื่อหมดหน้าที่ตั้งใจกลับไปหางานทำใหม่อีกครั้งในกรุงเทพฯ แต่จังหวะนั้นทางบ้านมีหนี้สินจากการลงทุนทำนา “หนี้สินที่เกิดขึ้นเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ หมดไปกับปัจจัยการผลิต อาทิ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ฮอร์โมนพืช และสารเคมีต่างๆ เพราะครอบครัวมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีน้อย จะฉีดพ่นสารเคมีหรือใส่ปุ๋ยจะกำหนดตามระยะเวลา ต
เกษตรอินทรีย์ เป็นการทำการเกษตรด้วยหลักธรรมชาติ โดยไม่มีสารเคมีตกค้าง หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของสารเคมีทั้งทางดิน ทางน้ำ และทางอากาศ ส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของดินและความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ รวมถึงฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับคืนสู่สมดุลธรรมชาติ โดยไม่ใช้สารเคมี สารสังเคราะห์ หรือสิ่งที่ได้จากการตัดต่อพันธุกรรม แนวทางเกษตรอินทรีย์ เป็นการอนุรักษ์ดินและระบบนิเวศ โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติและเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการปลูกพืช โดยใช้ปุ๋ยหมักแทนปุ๋ยเคมี กำจัดวัชพืชโดยใช้แรงงานคน ปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อให้เกิดความหลากหลาย มีการเลี้ยงไส้เดือนดิน ใช้เศษพืชทำเป็นปุ๋ยหมัก ช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลดต้นทุนการผลิตด้วยการใช้น้ำส้มควันไม้เพื่อไล่แมลงศัตรูพืชทดแทนการใช้สารเคมี เป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นแล้วยังปลอดภัยต่อสุขภาพของเกษตรกรและได้ผลผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค คุณภัทรภร แสงบุญ บ้านเลขที่ 43/2 หมู่ที่ 4 ตำบลชมพู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเกษตรกรรายหนึ่งที่ปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์ ปลูกพืชผักสวนครัวหลายชนิดหมุนเวียนกันในพื้นที่จำกัดภายในบ้านของตนเอง เรียกได้ว่าใช้พื
คุณธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ประกาศวิสัยทัศน์ในการดูแลเกษตรกร ซึ่งเป็นลูกค้าสำคัญให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ทางเศรษฐกิจ เพราะเกษตรกรอยู่ได้ ธ.ก.ส. อยู่ได้ จึงเน้นดูแลให้สินเชื่อและร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เข้าไปสร้างองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาต่อยอดผลผลิต สร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชน สนับสนุนให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทางการตลาด โดยเน้นการเชื่อมโยงตลาด Social Commerce การตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรอินทรีย์ ตลอดห่วงโซ่คุณค่าบนระบบ Blockchain การพัฒนาสินค้าเกษตรสู่มาตรฐานสินค้า ที่ได้เป็นมาตรฐาน ฯลฯ ซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเกษตรกรมีความเข้มแข็งและเติบโตอย่างมีคุณภาพ มั่งคั่ง และยั่งยืน วิสาหกิจชุมชนสวนตาเหน่ง วิสาหกิจชุมชนสวนตาเหน่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลเทพราช อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใต้การนำของประธานกลุ่ม คุณจิรัชญา งามขา (โทร. 081-918-5078) วิสาหกิจชุมชนสวนตาเหน่ง ผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทสะละสด สะละแปรรูป ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ผ้าอีโค่ปริ้นต์ วิสาหกิ
อาจารย์ชัชวาลย์ เวียร์ร่า อยู่บ้านเลขที่ 121 หมู่ที่ 5 ตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์กว่า 300 ไร่ โดยขั้นตอนการผลิตก็อินทรีย์ล้วนๆ ตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป อาจารย์กล่าวว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การทำนาอินทรีย์ประสบความสำเร็จ คือการทำจุลินทรีย์หน่อกล้วยเพื่อเตรียมและปรับปรุงบำรุงดิน รวมทั้งฮอร์โมนไข่ โดย “จุลินทรีย์หน่อกล้วย” นั้นประกอบด้วย ไส้ของหน่อกล้วย ที่ได้จากหน่อหนุ่มสาว ลอกกาบออก ให้เหลือเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 นิ้ว ตัดเป็นท่อนยาว 50 เซนติเมตร ทุบให้ช้ำ อย่างอื่นมี กลูโคส 1 กระป๋อง (ราว 450 กรัม) น้ำส้มสายชู 1 ขวด (ราว 750 ซีซี) ขัณฑสกร 2 ช้อนโต๊ะ แป้งข้าวหมาก 6 ก้อน นมเปรี้ยว 1 ขวดเล็ก นำสิ่งที่แนะนำมาใส่รวมกันในถัง 200 ลิตร จากนั้นเติมน้ำให้เต็ม นำไปวางไว้กลางแดด ใช้หินที่เป็นก้อนๆ ซึ่งเขาใช้ถมเป็นเขื่อนกันดินพัง หุ้มด้วยตาข่าย วางลงไปยังถัง 5-7 วัน ดูที่หินเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง แสดงว่าจุลินทรีย์เริ่มทำงาน สามารถนำออกใช้งานได้ อัตราที่แนะนำ 5 ลิตร ต่อไร่ หรือจะมากกว่านี้ก็ได้ มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย เริ่มใช้เมื่อม
คุณสมโภชน์ ชูศิริ อดีตผู้อำนวยการโครงประทานจังหวัดตราดและจังหวัดจันทบุรี เกษียณอายุมาตั้งแต่ ปี 2554 เขาเล่าว่า เมื่อ 20 ปีที่แล้ว…ไม่มั่นใจในอาชีพรับราชการ จึงได้นำที่ดินมรดก 40 ไร่มาพัฒนาสวนเกษตรอินทรีย์ชื่อว่า “สวนทอฝัน” มีสัตว์เลี้ยงที่สวยงามอย่างไก่ฟ้า ม้าที่ช่วยกัดกินหญ้า และอุดมด้วยพืชผลนานาชนิด ล้วนให้ผลผลิตแล้วทั้งสิ้น มังคุด ลองกอง ปาล์มน้ำมัน อินทผลัม และมะนาวแข่งขันกันเติบโตและให้ผลตอบแทนเป็นรายได้หลักแสนในแต่ละปี เจ้าของสวนบอกว่า เป็นความโชคดีที่ได้มรดกสวนจากคุณแม่มาเป็นต้นทุนสำคัญ ด้วยการค่อยๆ สร้างพืชผลใหม่ด้วยเงินออม เงินสะสมด้วยหลักของการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงตลอดชีวิตรับราชการ เขายืนยันว่าฝันเขายังไม่จบเพียงวันนี้ อนาคตยังมีฝันอีกมากมาย โดยเฉพาะเมื่อส่งผ่านไปยัง คุณฐาปนา ชูศิริ ลูกชายคนเล็กที่จบปริญญาตรี สาขามัณฑศิลป์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ที่จะช่วยถักทอสานต่อสวนทอฝัน เริ่มสะสมทุน “สวนทอฝัน” ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งนนทรี อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด อยู่ห่างจากตัวอำเภอเขาสมิงไปเพียง 3 กิโลเมตร บริเวณสวนร่มรื่น ตั้งแต่เข้าไปในเขตสวนทอฝัน ร่มรื่นด้วยสวนมังคุด
ข้อมูลเบื้องต้นของแก้วมังกร จากการค้นคว้าพบว่าถูกจัดอยู่ในวงศ์ Cactaceae เป็นพืชตระกูลเดียวกับต้นกระบองเพชรหรือตะบองเพชรก็เรียก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hyloceveusundatus (Haw) Britt. Rose ในภาษาอังกฤษเรียกชื่อแก้วมังกรว่า Dragon fruit มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในทวีปอเมริกากลาง เข้ามาในประเทศเวียดนามและแพร่หลายในประเทศไทย ความมหัศจรรย์ของ เจ้าแก้วมังกร ก็คือ ไม่มีใบ แต่มีดอกออกผล ปัจจุบันคนไทยก็นิยมบริโภคแก้วมังกรเพื่อสุขภาพ อันเนื่องจากความหลากหลายของคุณประโยชน์ ในเนื้อผลแก้วมังกรมีสารชนิดหนึ่งชื่อ มิวซิเอจ (Muciage) เป็นสารที่ช่วยดูดซับน้ำตาลกลูโคส ช่วยลด คอเลสเตอรอล ควบคุมน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ต้องการลดน้ำหนัก และยังมีสรรพคุณอีกมากมาย เช่น ป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ ป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น เพียงขอให้บริโภคแต่พอดีก็แล้วกัน แก้วมังกรปลูกไม่ยาก ปลูกไม่ถึงปีก็ได้ผลผลิต ใช้พื้นที่ก็น้อย ดูแลง่าย ขยายพันธุ์ง่าย ปลูกเพื่อขายมี รายได้ดี ต้นทุนต่ำ ลงทุนเพียงครั้งเดียว เก็บผลผลิตได้นาน 15-20 ปี ถ้าดูแลจัดการดี ผู้เขียนจึงเชิญชวน
คุณสุบิน ยอดประทุม เกิดวันที่ 1 สิงหาคม 2514 อายุ 50 ปี จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบัน อยู่บ้านเลขที่ 296 หมู่ที่ 15 บ้านต่างแคน ตำบลบ้านโคก อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เบอร์โทรศัพท์ 080-193-4087 สมรสกับ คุณจันทนา ยอดประทุม อายุ 48 ปี มีบุตร 2 คน ชาย 1 คน หญิง 1 คน คุณสุบิน ยอดประทุม เล่าให้ฟังว่า ตนเองมีพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 16 ไร่ มีการทำการเกษตรของตนเองโดยเริ่มทำเกษตรแบบเชิงเดี่ยว จากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างเดียว ต้องอาศัยปัจจัยภายนอกเกือบทุกอย่างในการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมี ยากำจัดวัชพืช สารฆ่าแมลง ซึ่งมีต้นทุนสูงมาก นอกจากนี้ ยังประสบกับปัญหาฝนทิ้งช่วงบ้างเป็นบางปี ศัตรูพืชทำลายผลผลิตได้รับความเสียหาย ประกอบกับราคาผลผลิตตกต่ำ ทำให้ขาดทุน ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ จนได้รู้จักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 จึงเริ่มทำการเกษตรแบบผสมผสาน เน้นการทำเกษตรอินทรีย์ มีกิจกรรมหลากหลาย มีการปลูกพืชผักสวนครัว การทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ตลอดจนปุ๋ยพืชสด และใช้วัสดุที่เหลือใช้มาเป็นปัจจัยการผลิตปุ๋ย เพื่อลดค่าใช้จ่ายและบำรุงดิน เช่น การเพาะเห็ดฟางจากวัสดุเหลือใช้ในไ
