เกษตรอินทรีย์
ลุงเฉลิม พีรี ปราชญ์เกษตรดีเด่น จังหวัดกำแพงเพชร นับเป็นต้นแบบของการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตร จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว เป็นเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ทำสวนส้มโออินทรีย์ โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จากจุลินทรีย์เบญจคุณ มีการเลี้ยงไก่ เป็ด หมูหลุม การผลิตน้ำส้มควันไม้ และการผลิตน้ำหมักจากพืชสมุนไพรที่หาได้ในท้องถิ่น มาใช้ทดแทนการใช้สารเคมี นอกจากนั้น ยังได้ปรับสวนส้มโอ เป็นการปลูกไม้ยืนต้นแบบผสมผสาน มีความร่มเย็นเป็นธรรมชาติ เป็นผู้ค้นพบเทคนิคการขยายพันธุ์พืชแบบควบแน่น ซึ่งมีอัตราการรอดตายสูง ทำได้ง่าย ไม่ต้องดูแลรักษามาก ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จังหวัดปทุมธานี ได้ขยายผลศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครอบคลุมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ด้านการเกษตร และเผยแพร่องค์ความรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนไทยได้ร่วมเรียนรู้ศาสตร์พระร
จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยถูกงูกัดประมาณ 7,000 ราย ต่อปี ซึ่งในประเทศไทยก็พบงูพิษหลากหลายชนิด โดยจะแบ่งเป็นหลักๆ ตามระบบที่ถูกพิษ ได้แก่ พิษต่อระบบประสาท (neurotoxin) เช่น งูเห่า งูจงอาง พิษต่อระบบเลือด (hematotoxin) เช่น งูกะปะ งูเขียวหางไหม้ งูแมวเซา พิษต่อกล้ามเนื้อ (myotoxin) เช่น งูทะเล พิษอ่อน สำหรับการดูแลผู้ป่วยที่ถูกงูพิษกัด ขั้นแรกคือ การยืนยันว่าถูกงูพิษกัด ไม่ว่าจะเป็นการรู้จักชนิดของงูหรือการนำงูพิษมาด้วย หรือการดูรอยเขี้ยว ดูอาการและอาการแสดงจำเพาะของการถูกงูพิษกัด การทำ serodiagnosis จากตัวอย่างเลือด แต่อย่างไรก็ตาม งูพิษจะไม่ปล่อยพิษทุกครั้งหลังฉกกัด เพราะพิษของงูมีไว้ล่าเหยื่อหาอาหาร การปฐมพยาบาล ควรให้ผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหวน้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ถูกกัด ล้างแผลให้สะอาด นำงูไปโรงพยาบาลด้วยหากทำได้ แต่ในกรณีที่งูหนีไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องไล่ตาม เนื่องจากแพทย์สามารถวินิจฉัยได้ ห้ามดูดพิษงูด้วยปากหรือกรีดแผล ในระบบของการแพทย์ของโรงพยาบาลทั่วไป ถ้าคนไข้ถูกงูที่มีพิษต่อระบบประสาทกัด แพทย์จะยังไม่ฉีดเซรุ่มให้ ต้องรอดูอาการจนกว่าจะมีอาการทา
เกษตรอินทรีย์ หมายถึง ระบบการจัดการ การผลิตด้านการเกษตรแบบองค์รวม ที่เกื้อหนุนต่อระบบนิเวศ รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ วงจรชีวภาพ โดยเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการใช้วัตถุดิบจากการสังเคราะห์ รวมทั้งไม่ใช้พืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ที่ได้มาจากเทคนิคการดัดแปรพันธุกรรม มีการจัดการกับผลิตภัณฑ์โดยเน้นการแปรรูป ด้วยความระมัดระวัง เพื่อรักษาสภาพการเป็นเกษตรอินทรีย์และคุณภาพที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ในทุกขั้นตอน ดังเช่น คุณอนิวรรตน์ พาน้อย เกษตรกรที่ผ่านประสบการณ์จากการไปค้าแรงงานต่างประเทศ อาชีพผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยหันหลังให้กับอาชีพดังกล่าว กลับมาพลิกพื้นดินที่เป็นมรดกของพ่อแม่ ให้เป็นแผ่นดินที่ปลอดภัยจากสารเคมี มาเป็นเกษตรอินทรีย์หนึ่งเดียวของจังหวัดหนองบัวลำภู คุณอนิวรรตน์ พาน้อย เดิมทีมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง รับสร้างบ้าน เกิดปัญหาสภาวะความผันผวนทางด้านการเงิน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าแรงงาน ทำให้อาชีพผู้รับเหมาก่อสร้างมีปัญหามากมาย แต่ไม่คิดย่อท้อต่อชะตาชีวิต สู้ไปเรื่อยๆ เมื่อ ปี พ.ศ. 2556 จึงได้วางแผนมาทำการเกษตรในพื้นที่ของตนเองต่อจากพ่อและแม่ ในพื้นที่ จำนวน 25 ไร่
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์นำทัพคณะสี่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดนครพนมและบึงกาฬ ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้า การส่งเสริมอาชีพและการตลาดโดยใช้ระบบสหกรณ์เพื่อสนับสนุนเกษตรกรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ คทช. อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมความหน้าของการส่งเสริมอาชีพและสนับสนุนด้านการตลาดให้กับเกษตรกรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนฯ ในเขตตำบลอุ่มเหม้า อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายในโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) จำนวน 1,524 ไร่ มีเกษตรกรได้รับจัดสรรที่ดิน 198 ราย จำนวน 210 แปลง และได้มีการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรโสกแมว จำกัด เมื่อปี 2558 เพื่อบริหารจัดการผลผลิตและดูแลเกษตรกรในพื้นที่ด้านการส่งเสริมอาชีพ การจัดอบรมให้ความรู้ด้านการเกษตร จัดหาปัจจัยการผลิตเพื่อช่วยลดต้นทุน และส่งเสริมช่องทางตลาด ปัจจุบันมีสมาชิกสหกรณ์แห่งนี้จำนวน 136 ราย โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ให้กับสหกรณ์ เพื่อใช้ในการจัดอบรมและจัดกิจกรรมประชุมกลุ่มสมาชิก พร้อมทั้งจัดสรรเงินกู้จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ ดอกเบี้ยต่ำ จำนวน 3.1 ล้านบ
เพื่อนชวนไปชมสวนไม้ประดับ ที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนคร (มก. ฉกส.) บริเวณบ้านเชียงเครือ อำเภอเมืองสกลนคร โดยออกจากตัวเมืองสกลนคร ผ่านสี่แยกบ้านธาตุนาเวง หรือที่เรียกกันว่า “สี่แยกบ้านธาตุ” หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จากตัวเมืองสกลนคร เพียง 6 กิโลเมตร ก็ถึงสี่แยกแล้วเลี้ยวขวา มุ่งหน้าตามถนนสกลนคร-นครพนม ผ่านหน้าสถานีวิทยุกระจายเสียง 909 กองบัญชาการทหารสูงสุด ที่เป็นกระบอกเสียงในการปฏิบัติภารกิจในด้านจิตวิทยา สร้างมวลชนต่อสู้กับภัยคุกคาม ความคิดหรืออุดมการณ์ที่เห็นต่าง ไม่ตรงกัน “คอมมิวนิสต์” ในสมัยนั้น แต่ปัจจุบัน ไม่มีให้เห็น คงเหลือแต่ร่องรอยของอดีต และเลยผ่านทางเข้าสนามบินสกลนคร นั่งรถผ่านมามองฝั่งซ้ายของถนน มีคลองจากชลประทาน เขื่อนน้ำอูน ทอดยาวตรง บางแห่งคดเคี้ยวไปตามพื้นที่ในไร่นา ไหลผ่าน ลอดสะพานข้ามถนนไปสู่ฟากโพ้น ก่อนลงสู่แหล่งน้ำหนองหาร ทะเลสาบน้ำจืดแห่งอีสาน ปกติทุกปีในพื้นที่ยามนี้จะมองเห็นความเขียวขจีของข้าวกล้า นาปรัง มีหมู่นกปากห่างและนกนา เดินย่องหาอาหาร ขาวไปเต็มทุ่ง แต่ปีนี้ชาวนาหลายคนไม่ได้ทำนาปรัง เพราะรัฐบาลประกาศว่าน้ำใ
“เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) หลักการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่สามารถประยุกต์ใช้กับระดับชุมชน จนเกิดผลสัมฤทธิ์ด้านความยั่งยืนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เช่นที่ “ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านซับรวงไทร จังหวัดชัยภูมิ” นำหลักการดังกล่าวมาใช้ขับเคลื่อนกิจกรรมของชุมชน ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างอาชีพและรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน จำนวนสมาชิกของศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านซับรวงไทร ทั้งหมด 62 คน ได้รวมตัวกันผลิตปุ๋ยหมักเปลือกไข่ใช้เอง โดยได้รับการสนับสนุนวัตถุดิบ ทั้งเปลือกไข่และมูลไก่ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำปุ๋ยจากโรงฟักชัยภูมิ ธุรกิจไก่ปู่-ย่าพันธุ์เนื้อ ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ภายใต้โครงการ “โครงการสร้าง สาน สุข วิถีชุมชน ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านซับรวงไทร จังหวัดชัยภูมิ” สามารถผลิตปุ๋ยหมักเปลือกไข่ได้ปีละประมาณ 10,000 กระสอบ เพื่อแจกจ่ายให้สมาชิกนำไปใช้กับไร่ นา และสวน และอีกส่วนหนึ่งจำหน่าย เสียงตอบรับจากสมาชิกที่นำปุ๋ยหมักเปลือกไข่ไปใช้ พูดตรงกันว่า คุณสมบัติของปุ๋ยเปลือกไข่ ช่วยปรับปร
วช. เร่งดัน “คุ้งบางกะเจ้า” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เกษตรอินทรีย์วิถีแห่งความสุขด้วยเทคโนโลยีจากงานวิจัย ตามนโยบายเศรษฐกิจฐานราก วันที่ 20 มิถุนายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนบางกะเจ้าเกษตรอินทรีย์เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการวิจัย ณ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย คณะทีมผู้บริหาร วช. ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. และสื่อมวลชน โดยโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. โครงการวิจัย เรื่อง “โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตห่วงโซ่คุณค่าเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีเชิงบูรณาการเพื่อยกระดับมาตรฐานและรายได้ของชุมชน” โดยมี ผศ.ดร.อนงค์นุช สาสนรักกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ซึ่งมี นายธรรมนูญ แจ่มใส นายอำเภอพระประแดง กล่าวรายงานผลผลิตของโครงการ พร้อมทั้งแนะนำคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชน และหน่วยงานภาคีในพื้นที่ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงาน
จังหวัดพะเยา จัดกิจกรรมอบรมความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (เกษตรอินทรีย์ PGS) เพื่อพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดพะเยาสู่การสร้างชุมชนนวัตกรรม โดย นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธี นายสวัสดิ์ กะรัตน์ เกษตรจังหวัดพะเยาเป็นผู้กล่าวรายงาน และมีหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ในจังหวัดพะเยา อาทิ หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดพะเยา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา และคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมเป็นเกียรติในการจัดกิจกรรม ส่วนสำนักงานเกษตรอำเภอเชียงม่วน มี นายการุณย์ มะโนใจ เกษตรอำเภอฯ เข้าร่วมงาน ณ เทียนวิหารฟาร์ม ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ในงานการมอบใบรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ และแปลงระยะปรับเปลี่ยนการเสวนาการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ และจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์
“ผมเรียนจบปริญญาตรีมา 4 ใบ ปริญญาโทด้านการบริหารอีก 1 ใบ” “ตำแหน่งสุดท้ายก่อนตัดสินใจมาเป็นเกษตรกรที่ยึดแนวทางการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงที่เน้นการทำเกษตรอินทรีย์เป็นหลัก ผมทำหน้าที่เป็นผู้จัดการสถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส กินเงินเดือนประมาณครึ่งแสน นอกจากนี้ ยังมีงานเสริมนอกอีกรวมๆ แล้วเป็นแสนบาท” “แต่ที่เลือกมาเดินบนเส้นทางสายนี้ เพราะผมตระหนักแล้วว่า เรื่องเงินไม่ใช่ทุกอย่าง แต่สุขภาพของเราสำคัญและต้องมาก่อน ใจผมนั้นสนใจเรื่องการเกษตรมานาน จึงใช้เวลาว่างศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในข้อมูลที่ได้รับรู้ คือการใช้สารเคมีต่างๆ ในพืชผัก ซึ่งพบว่ามีการตกค้างและส่งผลต่อสุขภาพของผู้คนในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะคนเมือง อยู่ในเมืองนั้นมีความสะดวกสบาย มีงาน มีเงิน แต่หากเรายังต้องซื้อต้องทานพืชผักที่มีการตกค้างของสารเคมี เงินที่ได้มาจากการทำงานหนักนั้นมากกว่าครึ่งต้องเตรียมไว้เพื่อรักษาโรคภัยต่างๆ ที่จะตามมา เพราะฉะนั้นเรากลับมาปลูกกินเองและไม่มีโรครบกวนจะดีกว่าไหม ผมจึงเลือกที่จะทำสวนเกษตรแบบพอเพียงเช่นทุกวันนี้” ยาซีน บุญมาเลิศ เกษตรกรเจ้าของสวนฮาวา ออกานิคฟาร์ม ตั้งอยู่ เลขที่ 245
การเลือกประกอบอาชีพเกษตรกรรมของชาวบ้านที่แม่ฮ่องสอน ไม่ว่าจะปลูกพืชไม้ผลนานาชนิดล้วนแต่ต้องถูกกำหนดให้เป็นไปตามลักษณะภูมิประเทศที่บ้านเรือนตั้งอยู่บนภูเขาน้อย-ใหญ่ มีพืชหลักที่ปลูกกันเป็นประจำ ได้แก่ ข้าว กระเทียม ขิง กาแฟ ถั่วเหลือง กะหล่ำปลี ถั่วลิสง ตลอดจนผักสวนครัวบางชนิด ส่วนประมงไม่สามารถทำได้เต็มที่ นอกจากจับสัตว์น้ำจากแหล่งธรรมชาติมาบริโภค หรือหาซื้อตามตลาดที่นำมาจากพื้นที่นอกจังหวัด ฉะนั้น รายได้ของชาวบ้านที่เกิดขึ้นจึงต้องรอเก็บผลผลิตในแต่ละช่วงฤดูเท่านั้น ถ้าปีไหนฟ้าฝนดี อากาศดี ราคาก็ดี แต่หากปีไหนเกิดปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน ผลผลิตเสียหาย ขายได้ราคาต่ำ รายได้ก็ไม่แน่นอน นั่นย่อมส่งผลต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านตามมา แต่สิ่งเหล่านั้นคงไม่เป็นปัญหาต่อ คุณเขื่อง วิลัย อยู่บ้านเลขที่ 17/1 หมู่ที่ 4 บ้านป่าฝาง ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะเป็นชาวบ้านที่มีแนวคิดการทำเกษตรกรรมต่างจากคนอื่น ด้วยการนำวิธีทำสวนเกษตรผสมผสานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ทำเกษตรของตัวเอง เน้นปลูกพืชอายุสั้นเป็นหลัก แล้วยังทำนาพร้อมเลี้ยงปลาในนาข้าว รว
