เกษตรอินทรีย์
อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ เป็นอีกหนึ่งแห่งของพื้นที่อีสานใต้ซึ่งในอดีตมีความแห้งแล้งขาดแหล่งน้ำ ไม่มีต้นไม้ มีแต่หญ้าขึ้นสูงเต็มไปหมด ส่วนดินก็เป็นดินปนทราย พอเข้าหน้าฝนน้ำจะท่วมทุ่งทุกปี ใต้ผืนดินลงไปเป็นดินเค็ม น้ำที่สูบขึ้นมาก็เป็นน้ำเค็ม ยากแก่การปลูกพืชชนิดใดได้สำเร็จ สภาพเช่นนี้จึงได้ชื่อว่า “ทุ่งกุลาร้องไห้” ภายหลังที่หน่วยงานต่างๆ ระดมเข้าให้ความช่วยเหลือ ด้วยการสร้างถนน สร้างอ่างเก็บน้ำ ขุดคลองซอยจำนวนหลายแห่งให้เชื่อมกัน พร้อมกับจัดการผันน้ำที่มีปริมาณมากในฤดูฝนเข้าสู่ทุกพื้นที่ ขณะเดียวกันกับความมุ่งมั่น บากบั่น และอดทนของชาวบ้านในพื้นที่แต่ละแห่งที่ต่างช่วยกันจนสามารถพลิกผืนดินที่ไร้ประโยชน์ให้กลับมาเกิดความอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้สภาพทุ่งกุลาฯ ในตอนนี้ไม่ต้องร้องไห้อีกต่อไป ปลูกข้าวใช้สารเคมี ไม่เคยมีเงินเหลือเลย ครอบครัวอินทร์สำราญ ที่ประกอบไปด้วย คุณสิทธิ์ และ คุณรำพึง พร้อมบุตรชายอีกคน ได้ผจญกับความเดือดร้อนทุกข์ยากเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการเอาชนะธรรมชาติแทนการนิ่งเฉย จึงทำให้พวกเขานำหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย
จบ ป.โท สานต่อเกษตรครอบครัว ใช้พื้นที่ 25 ไร่ ปลูกมะนาว ทำสวนผักกางมุ้ง เปิดฟาร์มเลี้ยงไส้เดือน ผลิตปุ๋ยใช้เองในสวนช่วยลดต้นทุน ทั้งสามารถขายได้ มีพื้นที่น้อยก็ทำได้ กำไรงาม กระแสคนรุ่นใหม่หันมาสนใจเกษตรกันเพิ่มมากขึ้น หลายคนหันกลับไปสานต่อพื้นที่เกษตรของครอบครัว ต่อยอดให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เกิดการทำเกษตรแบบผสมผสาน แปรรูปและหาวิธีที่จะช่วยลดต้นทุนในการผลิต และเห็นความสำคัญในเรื่องของสุขภาพทั้งเกษตรกรผู้ทำเองและผู้บริโภคด้วย จะเห็นไอเดียการทำสวนผักกลางกรุง การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ สวนผักดาดฟ้า สวนผักบนคอนโดฯ ต่างๆ หรืออีกหลากหลายไอเดียของเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่มีความต้องการใช้พื้นที่ที่มีอย่างสร้างสรรค์และคุ้มค่า รู้จักเกษตร ตั้งแต่จำความได้ ทำเกษตรอินทรีย์ หัวใจหลัก “ครบวงจร” คุณศศิธร จุ้ยนาม วัย 38 ปี เจ้าของฟาร์มลุงเครา รุ่นที่ 2 เล่าในฟังว่า “รู้จักอาชีพเกษตรกรรม มาตั้งแต่จำความได้ คลุกคลีกับสภาพแวดล้อมการทำเกษตรมาตลอด เนื่องจากครอบครัวยึดอาชีพเกษตรกรรม เริ่มทำเกษตรกันตั้งแต่ประมาณปี 2520 ซึ่งตอนนั้นพื้นที่ตรงนี้ยังเป็นป่าอยู่เลย บนพื้นที่ 25 ไร่ ของฟาร์มลุงเครา ผ่านการพัฒนาและปลูกพืชผลทาง
อำเภอสรรคบุรี เป็นพื้นที่รับน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท โดยทั่วไปจึงอุดมสมบูรณ์ ที่เห็นอยู่นอกจากนาข้าวแล้วยังมีแปลงปลูกส้มโอขาวแตงกวา รวมทั้งพืชเกษตรอื่นๆ คุณเสบียง มั่นคงจรัลศรี ปัจจุบันอายุ 54 ปี จากบ้านเกิดเมื่อปี 2525 เข้าไปทำงานกรุงเทพฯ เขากลับบ้านเมื่อ ปี 2552 มาปักหลักทำเกษตรอยู่ บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 10 ตำบลเที่ยงแท้ อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท “จบ ม.6 เข้าไปทำงานบริษัทในกรุงเทพฯ จากนั้นทำงานอีกหลายแห่ง ต่อมาถึงเวลาต้องกลับบ้าน ก็มาทำนา แต่ไม่ได้ทำแบบคนอื่นเขา เพราะเรามีเพื่อน มีกลุ่ม ได้เรียนรู้วิธีทำนา รวมถึงพันธุ์พืชที่มีประโยชน์ เราไม่ได้ทำนาอย่างเดียว” คุณเสบียง บอก รอบๆ นาของคุณเสบียง ชาวนาส่วนใหญ่ ทำการเกษตรสมัยใหม่ ใช้ปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะสารกำจัดศัตรูพืช มีตั้งแต่วัชพืช แมลงศัตรูพืช โรคพืช นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของปุ๋ยเคมี สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพราะหากใช้อย่างเหมาะสมแล้วจะปลอดภัย แต่คุณเสบียงเลือกผลิตแบบวิธีธรรมชาติ จริงๆ แล้วการผลิตแบบธรรมชาติ ต้องย้อนไปโน่นเลย 50-60 ปีที่แล้ว แต่คุณเสบียงนำมาใช้กับยุคปัจจุบัน ข้าวพันธุ์เด่น “เวสสันตะระ” คุณเสบียง เร
เพื่อตอบสนองความต้องการกลุ่มครอบครัว ที่มองหากิจกรรมท่องเที่ยว และเรียนรู้ใกล้ๆ กรุง หมู่บ้านปฐม หรือ Patom Organic Village ในสวนสามพราน ซึ่งมีกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้และการท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความเพลิดเพลิน สร้างแรงบันดาลใจ จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยจัดโปรโมชั่นพิเศษ มอบส่วนลดค่าบัตรผ่านประตูและค่าบัตรกิจกรรม 50% สำหรับลูกค้าที่ซื้อใน Line Add @patom ขณะที่ด้านมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 การรักษาระยะห่าง มีครบทุกจุด ตั้งแต่บริเวณทางเข้าจนถึงโซนกิจกรรม นายอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สวนสามพราน เปิดเผยว่า จากพื้นฐานความตั้งใจให้หมู่บ้านปฐม ได้สร้างแรงบันดาลใจการเรียนรู้ ซึมซับ วิถีการกิน-อยู่ และการดูแลสุขภาพ เชื่อมั่นว่า จะได้รับความสนใจจากกลุ่มครอบครัวที่วันนี้หันมาใส่กับความปลอดภัย อาหาร วิถีชีวิตเรียบง่าย ความพอเพียงรวมถึงต้องการมีพื้นที่สร้างสรรค์ร่วมกัน ซึ่งหมู่บ้านปฐมมีรูปแบบกิจกรรมที่สอดรับความต้องการเหล่านี้ อยู่แล้ว โดยเฉพาะกิจกรรมเวิร์คช้อปตามเส้นทางวัตถุดิบ ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยได้สนุกร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ และมี
สหกรณ์การเกษตรลำพระเพลิง จำกัด ตั้งอยู่ในอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2563 นับเป็นรางวัลอันน่าภาคภูมิใจของคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ และสมาชิกสหกรณ์ ที่ได้ร่วมกันฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคและช่วยกันพัฒนาสหกรณ์จนมีความเจริญก้าวหน้าจวบจนถึงปัจจุบัน ผลักดันให้สหกรณ์แห่งนี้ ได้เดินทางมาถึงวันแห่งความสำเร็จได้ในที่สุด หากย้อนกลับไปในวันแรกตั้งของสหกรณ์เมื่อ 28 มีนาคม พ.ศ. 2520 มีสมาชิกเริ่มแรกเพียง 194 คน ปัจจุบันได้ขยายเพิ่มเป็น 2,075 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ มีอาชีพทำนา ทำไร่ และเกษตรผสมผสาน สหกรณ์จึงมุ่งดำเนินงานโดยคำนึงถึงการดูแลส่งเสริมทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมให้กับสมาชิกและคนในชุมชน ซึ่งธุรกิจของสหกรณ์ มี 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ การให้สินเชื่อ จัดหาสินค้ามาจำหน่าย การรวบรวมผลผลิต และการรับฝากเงิน นางสาวสุมาลี ทองธีระ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรลำพระเพลิง จำกัด เปิดเผยว่า ในอดีตสหกรณ์การเกษตรลำพระเพลิง จำกัด เคยประสบปัญหาการดำเนินธุรกิจจนประสบภาวะขาดทุนเกือบต้องยุบเลิกสหกรณ์ แต่ด้วยความอดทนและร่วมมือร่วมใจกันของคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการและสมาชิก นำคว
สวัสดีครับ ยินดีที่ได้พบกันผ่านคอลัมน์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย” กับผม ธนากร เที่ยงน้อย ช่วงนี้คนไทยทุกคนทุกสาขาอาชีพต่างก็ต้องอดทนฝ่าฟันวิกฤติโรคระบาดไปพร้อมๆ กัน ธุรกิจบางอย่างบางอาชีพอาจจะถึงขั้นสิ้นเนื้อสิ้นตัว หากยังไม่มีวัคซีนมาเอาชนะเจ้าไวรัสร้ายตัวนี้ ในส่วนของมนุษย์เงินเดือน หลายคนอาจจะนอนร้อนๆ หนาวๆ ไม่รู้ว่าจะกลายเป็นมนุษย์เงินหมดจากการถูกเลิกจ้างกันหรือไม่ ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องคนไทยทุกคนผ่านวิกฤตินี้ไปได้ด้วยกัน ดูแลตัวเองและคนรอบข้าง ทำตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้วยความมีสติและอดทน มาเข้าเรื่องของเราครับ คิดใหญ่แบบรายย่อยฉบับนี้ ผมจะพาท่านไปพบกับเกษตรกรคนเก่งที่ขยันขันแข็งในงานการเกษตร ปลูกนี่ปลูกนั่นมากมายหลายชนิดประสบความสำเร็จแบบที่หลายคนอิจฉา ลิ้นจี่ ก็เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่เขาทำได้ดีจนมีตลาดแน่นอนมารอรับผลผลิตทุกปี ตามผมไปชมกันครับ สวนลิ้นจี่ ในหุบเขา พาท่านมาพบกับ คุณอังคณา และ คุณเกียรติชัย โชสนับ 2 แม่ลูกเกษตรกรคนเก่ง ที่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 5 ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี คุณอังคณา ทำสวนผสมผสานแบบเกษตรอินทรีย์ที่ปลูกพืชผักหลายชนิดและเลี้ยงสัตว์เอาไว้ร
มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ เมื่ออายุครบ 60 ปี จะกลายเป็นพนักงานวัยเกษียณทันที หลายคนตัดสินใจหยุดพักผ่อน หลังจากทำงานหนักมาตลอดชีวิต แต่ผู้สูงอายุกลุ่มหนึ่ง ตัดสินใจใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ในเส้นทางอาชีพเป็น “เกษตรกร” วิธีนี้นอกจากใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว การทำงานท่ามกลางธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ ช่วยให้พวกเขามีสุขภาพแข็งแรงมากขึ้น สุขใจที่ได้บริโภคผักผลไม้ที่ปลูกด้วยมือตัวเอง ผลผลิตที่เหลือจากการบริโภคก็ขายสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้อีกทางหนึ่ง อาจารย์ธงเทพ ตันเจริญ เจ้าของสวน “ตันเจริญ” บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 5 ตำบลโคกปี่ฆ้อง อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว 27000 โทร. 089-233-7586 เป็นหนึ่งในกลุ่มพนักงานวัยเกษียณที่มีความสุขในเส้นทางอาชีพเป็นเกษตรกรมานานกว่า 10 ปี เขาไม่ได้ทำเกษตรแบบเล่นๆ อาจารย์ธงเทพ มีความขยัน และตั้งใจจริงในการทำงานภาคเกษตร แม้เจอปัญหาอุปสรรคต่างๆ มากมายในช่วงที่ผ่านมา อาจารย์ก็สู้ไม่ถอย ใส่ใจเรียนรู้เทคโนโลยีการเกษตรใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง จนได้รับรางวัลชนะเลิศ สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม จากการประกวดเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2557 ของกรมส่งเสริมการเกษตร และ
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า “กลุ่มผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก” ถือเป็นต้นแบบหมู่บ้านผักอินทรีย์แห่งแรกของจังหวัดอำนาจเจริญ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 ภายใต้การนำของประธานกลุ่มคือ นางจำปา สุวะไกร ปัจจุบันมีสมาชิก 15 ราย โดยทางกลุ่มมีเป้าหมายในการปลูกผักอินทรีย์เพื่อให้เป็นแหล่งอาหาร สด สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค รวมทั้งพัฒนาสินค้าผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก ให้เป็นสัญลักษณ์ “เมืองธรรมเกษตร” ตามนโยบายของจังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 11 จังหวัดอุบลราชธานี (สศท.11) ได้สำรวจข้อมูลต้นทุนและผลตอบแทนจากการผลิต ผักอินทรีย์ ปี 2563 ของเกษตรกรกลุ่มผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก ตำบลคึมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ พบว่า มีต้นทุนการผลิต 5,708 บาท ต่อโรงเรือน ต่อรอบการผลิต ระยะเวลาเก็บเกี่ยว 45-50 วัน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 200-270 กิโลกรัม ต่อโรงเรือน ต่อรอบการผลิต ราคาที่เกษตรกรขายได้ 50 บาท ต่อกิโลกรัม ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย (กำไร) 6,792 บาท ต่อโรงเรือน ต่อรอบการผลิต ด้านการเพาะปลูก เกษตรกรจะปลู
สามพรานโมเดลเปิดแอพ “Thai Organic Platform” ช่วยเกษตรกรอินทรีย์ฝ่าโควิด-19 ให้ผู้บริโภคช้อปสินค้าออร์แกนิกออนไลน์ตรงจากกลุ่มเกษตรกร ดีเดย์ 30 มี.ค.นี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 ทำให้ความต้องการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงวัตถุดิบอินทรีย์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัยมั่นใจได้ถึงมาตรฐานการผลิต ที่ไม่มีการใช้สารเคมี หรือใช้ยาฆ่าแมลง และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้สมาคมผู้บริโภคอินทรีย์และสามพรานโมเดล จึงได้ร่วมกันเร่งดำเนินการพัฒนา แอพพลิเคชั่น “Thai Organic Platform” เพื่อให้ผู้บริโภคในเขตกรุงเทพ ปริมณฑล ได้เริ่มใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้ ในการพรีออเดอร์ ข้าวพืชผัก ผลไม้อินทรีย์ และสินค้าอินทรีย์แปรรูป คาดว่าจะเริ่มต้นเปิดรับพรีออเดอร์ ครั้งแรกตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม เป็นต้นไป นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ การผู้ริเริ่มขับเคลื่อนสามพรานโมเดล กล่าวว่า จุดเด่นของแอพพลิเคชั่นนี้ คือ เป็นการซื้อตรงจากเกษตรกรอินทรีย์ สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของผลผลิต โดยเกษตรกรอินทรีย์ที่จะอยู่บนแพลตฟอร์มได้นั้น จะต้องเป็นเกษตรกรที่อยู่ใ
“ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา” ชาวบ้าน บ้านป่าแดงงาม ต.กุดแห่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ใช้สุภาษิตให้คำนิยามวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้าน เนื่องจากปี 2559 มีชาวบ้านป่วยด้วยโรคเนื้อเน่า และเสียชีวิต จากผลกระทบการใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีในพื้นที่ไร่อ้อยอย่างหนัก “ปกติไม่เคยลงนาแต่วันนั้นลองเอาแหไปหาปลา หลังขึ้นจากน้ำมาประมาณ 2 ชั่วโมง มีอาการคันที่ขา และบวมแดง จากนั้นเปลี่ยนเป็นสีม่วงเพียงชั่วข้ามคืน ไปที่รพ. หมอบอกว่า ถ้ามาช้ากว่านี้อาจต้องตัดขา” ลุงวิไล ใจศรัทธา ชาวบ้านบ้านป่าแดงงาม วัย 62 ปี เล่าอาการเจ็บป่วยที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมี และไม่เฉพาะลุงวิไล แต่ยังมีชาวบ้านอีกหลายรายที่ต้องเผชิญกับปัญหานี้ บางรายถึงขั้นเสียชีวิต และ ข้อมูลจากสำนักงานป้องกันและควบคุมโรค พบว่าในปี 2558-2560 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เขต 7-10) มีการเจ็บป่วยด้วยโรคจากสารกำจัดศัตรูพืชค่อนข้างสูงรองจากเขตภาคเหนือ (เขต1-13) และการพบอัตราป่วยโรคเนื้อเน่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ โดยในเขต 8 ปี 2560 จังหวัดที่มีอัตราป่วยอันดับ1 คือ เลย อุดรธานี และหนองบัวลำภูเป็นอันดับ 3 ชาวบ้านเริ่มตระหนักถึงปัญหานี้ จนนำมาสู
