เกษตรอินทรีย์
ผมรู้จัก ปริ๊นซ์ – คุณนคร ลิมปคุปตถาวร มานานพอสมควร แวดวงคนรักสุขภาพคงรู้จักเขาในนาม “เจ้าชายผัก” แห่งโครงการสวนผักคนเมือง ผู้ริเริ่มชักชวนผู้คนปลูกผักกินเองอย่างง่ายๆ ทั้งพยายามแผ่ขยายเครือข่ายซื้อขายแลกเปลี่ยนวัตถุดิบอินทรีย์อย่างเป็นระบบในวงกว้าง แถมปริ๊นซ์ยังมีพื้นที่ทำนาปลูกพืชสวนอยู่ที่เพชรบูรณ์ ที่ซึ่งเขาได้ทดลองวิธีการปลูกพืชล้ำๆ หลายวิธี ทั้งเกษตรอินทรีย์ และไบโอไดนามิคส์ ล่าสุด วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ตำบลไทรม้า เมืองนนทบุรี เขามาสาธิตอบรมวิธีการเตรียมดินแบบใหม่ ที่เขาเพิ่งค้นพบโดยได้รับคำชี้แนะจากกูรูด้านการเกษตรชาวต่างประเทศ การเตรียมดินที่เรียกได้ว่าดูสุดแสนจะสามัญธรรมดา แต่ทั้งข้าวและพืชผักที่เขาลงแรงปลูก ตลอดจนเคยแบ่งปันให้ผมได้ลองชิมหลายครั้ง ทำให้ผมแทบไม่สงสัยถึงประสิทธิผลของวิธีที่เขาเล่าให้ผู้เข้าร่วมอบรมฟังในวันนั้นแม้แต่น้อย เลยขอเอามาเล่าสู่กันฟังครับ เพราะมันเป็นวิธีที่ง่ายเหลือเชื่อจริงๆ แถมแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลยอีกด้วย เรียกว่านึกจะทำก็แทบจะทำได้ทันทีเลยทีเดียว คำถามเกริ่นเข้าสู่ประเด็นในวันนั้นก็คือ เป้าหมายของ
ในการจัดงาน วันยางพารา 2563 : BUENGKAN MODEL 2020 ที่สนามที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ ได้จัดให้มีการเสวนา เรื่อง “ปลูกและแปรรูปข้าวอินทรีย์” โดย คุณอร่าม ทรงสวยรูป เกษตรกรอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา อดีตช่างภาพรางวัลพูลิตเซอร์ ปัจจุบันประสบความสำเร็จในการทำเกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะการทำนาอินทรีย์ และการปลูกพืชผสมผสาน โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านมาประยุกต์ใช้ในการทำการเกษตร คุณอร่าม พูดคุยบนเวทีปราชญ์ชาวบ้าน ถึงแนวคิดในการปลูกข้าวอินทรีย์ ว่า พ่อแม่เป็นชาวนา ส่งให้ลูกเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี แต่ไม่ยอมให้กลับมาทำนา เมื่อเดินหน้าทำงานบริษัทในกรุงเทพฯ ระยะหนึ่ง มองเห็นว่า ความสุขที่ได้จากการทำงาน กับความสุขที่ได้อยู่กับธรรมชาติ มีวิถีชีวิตที่กำหนดเอง มีอิสระในอาชีพ มีความแตกต่างกัน ความสุขประการหลังมีมากกว่า จึงตัดสินใจกู้เงินธนาคารเพื่อนำไปซื้อที่ดิน 10 ไร่ ที่อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ตั้งใจทำการเกษตร ซึ่งยังคงทำงานประจำอยู่ และใช้เวลาในวันหยุดไปพัฒนาที่ดินที่ซื้อไว้ คุณอร่าม เรียกที่ดินทำกินผืนนี้ว่า “ออฟฟิศชาวนา” เพราะพื้นที่ทั้งหมดเป็นแปลงนา ขุดบ่อน้ำไว้ใช้ ประมาณ 4 ไร่ พื้นที่ที่เ
ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน สมาคมชาวไร่อ้อยลำมูลบน นครราชสีมา และเกษตรกรชาวไร่อ้อยพิจิตร รวมตัวให้ข้อมูลผลกระทบและประสบการณ์ตรงการใช้สารเคมีเกษตร หวังรัฐทบทวนและหามาตรการรองรับที่ชัดเจน พร้อมเดินหน้ายื่นหนังสือ ชะลอมติยกเลิกใช้พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพรีฟอส นายเลียบ บุญเชื่อง ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน เปิดเผยว่า การแบน 3 สารเคมี เกษตรส่งผลกระทบรุนแรงในอุตสาหกรรมอ้อยทั้งระบบ ต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งน้ำตาล เอทานอล และโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยเฉพาะ พาราควอต ช่วยให้เกษตรกรทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด ลดต้นทุนการผลิต เพราะราคาพืชไร่หลายชนิดมีราคาตกต่ำ การลดต้นทุนจะช่วยให้เกษตรกรมีผลกำไรบ้าง หากต้องมาเพิ่มต้นทุน เท่ากับเป็นการเพิ่มภาระ ทำให้กำไรที่น้อยอยู่แล้วยิ่งลดลง อาจถึงขั้นขาดทุนได้ ส่วนการใช้แรงงานคนมาถอนหญ้า หรือดายหญ้านั้น ด้วยประสบการณ์ 1 คน ในเวลา 1 วัน สามารถดายหญ้าได้ไม่ถึงครึ่งงานเลย ยิ่งในช่วงหน้าฝน ฝนตกชุก หญ้าขึ้นหนาแน่น ยิ่งทำงานยาก ดังนั้น การปลูกพืชเป็นหลายร้อยไร่ ระดับอุตสาหกรรม การใช้แรงงานคนจึงไม่มีทางเป็นไปได้ นอกจากนี้ นโยบายรวมแปลงท
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 คุณสุชาดา ภุชงค์ ยุวบูรณ์ ผู้บริหารกิจการสวนสามพราน รุ่นที่ 2 พร้อมด้วยทายาทซึ่งเป็นผู้บริหาร รุ่นที่ 3 นำโดย คุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ คุณอรรจน์ ยุวบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ และ คุณอนัฆ นวราช ผู้จัดการทั่วไป ได้จัดงาน Open House เชิญกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมสถานที่และกิจกรรมต่างๆ ของสวนสามพรานในรูปแบบที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และเทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งบอกเล่าความเปลี่ยนแปลงของสวนสามพราน ภายหลังกลับมาใช้ชื่อ “สวนสามพราน” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2562 เป็นต้นมา คุณอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ผู้ริเริ่มการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล กล่าวว่า พื้นที่ของสวนสามพรานเลิกใช้สารเคมีมากว่า 10 ปี และได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล (IFOAM, EU และ CANADA) ตั้งแต่ พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา นอกจากนี้ สวนสามพรานได้ส่งเสริมการรวมกลุ่มกับเกษตรกรที่ปลูกระบบอินทรีย์ในพื้นที่ จ.นครปฐม และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 170 ครอบครัว มาเป็นเครือข่าย “เกษตรกรสามพรานโมเดล” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 จนถึงปัจจุบัน นอกจา
“จากเป็นคนที่ไม่เคยศรัทธาในอาชีพเป็นเกษตรกรมาก่อน เห็นพ่อกับแม่ทำ แต่ไม่นึกใส่ใจ แต่เมื่อเจอปัญหา อาชีพที่เรามองข้ามกลับมาช่วยเราปลดหนี้ พ่อเราจับจอบจับเสียมแต่สามารถช่วยเราปลดหนี้ที่เราไปทำล้มเหลวมาได้ จึงเริ่มเกิดความศรัทธาในอาชีพเกษตรกรรมขึ้น จนมีความคิดที่ว่าอาชีพเกษตรกรรมนี่แหละจะสามารถสร้างความยั่งยืนให้กับตัวเองและคนในครอบครัวต่อไปได้”…คำสารภาพ ของ คุณกัลยา คุณกัลยา พงสะพัง (พี่ยา) ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์สาวสวย คุณกัลยา พงสะพัง (พี่ยา) ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์สาวขอนแก่น อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 14 ตำบลบ้านเม็ง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น เล่าว่า อดีตตนเคยทำงานที่บริษัทเกี่ยวกับยางรถยนต์มาก่อน ทำอยู่ในส่วนฝ่ายจัดการผู้บริหารระดับสูง และประกอบธุรกิจส่วนตัวรับเหมาก่อสร้างควบคู่กันไป ไม่เคยศรัทธาในอาชีพเป็นเกษตรกรที่พ่อกับแม่ทำมาก่อนเลย คิดว่าจะทำงานอยู่กรุงเทพฯ ไปจนแก่ แต่ก็เกิดจุดพลิกผันธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ทำมีปัญหา ไปได้ไม่สวยอย่างที่คิด จำเป็นต้องยุบกิจการแล้วกลับบ้าน แต่ก็ไม่ได้กลับบ้านแบบสวยๆ เพราะติดหนี้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท ส่วนงานประจำที่ทำอยู่ก็ยังสา
เกษตรกร 5 ล้านครัวเรือน คัดค้านการแบน 3 สาร หยุดรัฐปล้นเกษตรกร พร้อมเดินทัพกว่า 1,000 ราย ฟังการตัดสิน 22 ตุลานี้ สมาคมเกษตรปลอดภัย สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนและมังคุดแห่งประเทศไทย สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดชุมพร ชมรมผู้ปลูกมะนาวแห่งประเทศไทย ศูนย์ประสานงานโรงงานน้ำตาลลุ่มน้ำแม่กลอง กลุ่มเกษตรกรผู้รวบรวมข้าวโพดหวาน สมาคมส่งเสริมธุรกิจพืชอาหารสัตว์ สมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย สภาเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย สมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย ประกาศความร่วมมือ คัดค้านแบน 3 สาร พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส วอนรัฐหยุดปล้นเกษตรกร พร้อมเกษตรกรกว่า 1,000 ราย เดินทางไปรับฟังผลการตัดสินวันที่ 22 ตุลาคมนี้ ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย เปิดเผยว่า ไทยเป็นประเทศกสิกรรม พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่นอกเขตชลประทาน ต้องพึ่งพาน้ำฝนเอาแน่เอานอนไม่ได้ บางปีก็แล้ง บางปีก็ท่วม รวมทั้ง พืชปลูกส่วนใหญ่ก็ป้อนโรงงานอุตสาหกรรมหรือเรียกว่าเกษตรอุตสาหกรรม สารเคมีเกษตรเป็นปัจจัยการผลิตที่จำเป็นต่อการทำเ
วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองโยง เป็นกลุ่มผู้ผลิตพืชผักอินทรีย์ ตั้งอยู่ที่หมู่๑ ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ก่อตั้งเมื่อปี 2558 โดยการรวมตัวของสมาชิกที่มีความสนใจในการทำเกษตรอินทรีย์ เหตุผลที่ทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้หันมาปรับเปลี่ยนทำเกษตรแบบใช้สารเคมีมาเป็นสารอินทรีย์ชีวภาพ เนื่องจากในอดีตพื้นที่แห่งนี้มีการใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่องทำให้ต้นทุนการผลิตสูง ส่งผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับหน่วยงานภาครัฐ คุณอุษา อุตสาหกุล ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครปฐม กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านคลองโยง นับเป็นกลุ่มผู้ผลิตผักอินทรีย์กลุ่มหนึ่งในจังหวัดนครปฐมที่มีความเข้มแข็ง จัดเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ขานรับนโยบายของภาครัฐในเรื่องของการลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ทำให้ปัจจุบันกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่ระบบการทำเกษตรอินทรีย์อย่างมั่นคง สามารถผลิตพืชผักอินทรีย์ป้อนสู่ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดเสมอมา โดยไม่มีปัญหาเรื่องของสารตกค้างรวมถึงปัญหาอื่นๆ เนื่องจากระยะเวลาในการทำเกษตรในรูปแบบอินทรีย์ของกลุ่มนี้มีระยะเวลาดำเนินการมาร่วม 10 ปี จึงทำให้กา
“ลุงอุบล การะเวก” อดีตข้าราชการ ได้ตัดสินใจลาออกก่อนเกษียณเมื่ออายุ 56 ปี เพื่อทำสวนส้มโอ บนที่ดินมรดกเนื้อที่ 8 ไร่ ของคุณพ่อ ในพื้นที่ ต.บางเตย อ.สามพราน จ.นครปฐม ปัจจุบัน สวนแห่งนี้นับเป็นสวนส้มโออินทรีย์แห่งแรกและหนึ่งเดียวในพื้นที่ตำบลบางเตย ครอบครัวของลุงอุบลทำสวนส้มโอมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เมื่อลาออกจากราชการมาดูแลรับผิดชอบสวนส้มโอแห่งนี้อย่างเต็มตัวเมื่อ 8 ปีก่อน ต้นส้มโอที่ปลูกมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อนั้น มีหลายช่วงอายุ ทั้งต้นส้มโออายุ 20 ปี ไปจนถึงต้นส้มโออายุ 40-50 ปี ที่ยังให้ผลผลิตที่ดี มีรายได้เพียงพอสำหรับเลี้ยงดูครอบครัว ต่อมาปี 2554 เกิดปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง ต้นส้มโอเจอน้ำท่วมขังนานประมาณ 45 วัน ทำให้ต้นส้มโอยืนต้นตายหมดทั้งสวน ลุงอุบลต้องมาลงทุนทำสวนส้มโอใหม่อีกรอบ โดยหาซื้อกิ่งพันธุ์ส้มโอขาวน้ำผึ้งและทองดี อย่างละ 150 ต้น จากแหล่งพันธุ์ที่มีคุณภาพดีและเชื่อถือได้ การปลูกดูแล ลุงอุบล วัย 64 ปี เล่าให้ฟังว่า ผมหาซื้อกิ่งส้มโอ จำนวน 300 ต้น มาปลูกในแปลงยกร่อง ในระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 7-8 ศอก รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกเล็กน้อย หลังปลูกก็ดูแลให้น้ำต้นส้ม
องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมงาน “โครงการประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมสินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ใส่ใจ สิ่งแวดล้อม” สร้างช่องทางตลาดใหม่แก่เกษตรกร พร้อมเพิ่มศักยภาพและมูลค่าสินค้าเกษตร เพื่อสร้างสรรค์โอกาสทางธุรกิจ เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย ยกระดับสู่คุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป ภายในงานพบกับสินค้าเกษตรคุณภาพ หลากหลายผลิตภัณฑ์ จำหน่ายในราคาพิเศษ และกิจกรรมมากมายตลอดทั้งงาน ระหว่างวันที่ 25-29 กันยายน 2562 รวม 5 วัน ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) กล่าวว่า “อ.ต.ก. ได้ดำเนินการ ขับเคลื่อน ตามนโยบายของรัฐบาลในการปฏิรูปและพัฒนาทางด้านภาคการเกษตรโดยให้ความสำคัญและสนับสนุนให้เกษตรกร หันมาทำการเกษตรเชิงคุณภาพ และปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ทั้งยังคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภคให้เกษตรกร มีความยั่งยืน จึงได้มีกำหนดจัดงาน “โครงการประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมสินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ใส่ใจ สิ่งแวดล้อม” ระหว่างวันที่ 25-29 กันยายน 2562 รวม 5 วัน ณ ลานโ
สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน หรือ บจธ. เผยการให้ความช่วยเหลือจัดหาที่ดินทำกินกับเกษตรกรผู้ยากจนที่ไม่มีที่ดินทำกิน และต้องการหาที่ดินประกอบอาชีพเกษตรกรรม เพื่อกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ 65 ครัวเรือน เกินเป้าหมาย ภายใต้โครงการต้นแบบการบริหารจัดการที่ดินแบบครบวงจร นายกุลพัชร ภูมิใจอวด รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า การลงพื้นที่พบกลุ่มสมาชิกเกษตรกรในจังหวัดเชียงราย ของคณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินและผู้บริหาร บจธ. นำโดย ผศ.ดร. จิตติ มงคลชัยอรัญญา ประธานกรรมการบริหาร บจธ. ในพื้นที่เป้าหมายชองชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ ตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ 7 บ้านใหม่กือนา ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ห่างจากสนามบินแม่ฟ้าหลวง ประมาณ 7 กม. เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือสมาชิกเกษตรกรผู้ยากจนและไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง ภายใต้โครงการต้นแบบการบริหารจัดการที่ดินแบบครบวงจร ของ บจธ. ในรูปแบบของโฉนดชุมชนหรือโฉนดรวม โดยจะมีการจัดสรรแบ่งแปลงตาม
