เครื่องจักรกลการเกษตร
เทศกาลงานเกษตร “เจียไต๋ แฟร์ 2025” จัดอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “สมาร์ทฟาร์ม สมาร์ทไลฟ์ เกษตรยุคใหม่สู่ความยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 15-19 มกราคม 2568 ณ เจียไต๋ฟาร์ม ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ ได้พาทุกท่านร่วมก้าวสู่วิถีแนวทางการเกษตรยุคใหม่ไปด้วยกัน เต็มอิ่มด้วยโซนจัดแสดงทั้ง 8 โซน นำขบวนทัพสายพันธุ์พืชคุณภาพกว่า 600 สายพันธุ์ รวมถึงสินค้านวัตกรรมการเกษตร บริการ และโซลูชันเจียไต๋ มาจัดแสดงแบบจัดเต็ม มัดรวมสุดยอดนวัตกรรมเจียไต๋ เจียไต๋มุ่งจำหน่ายสินค้าและบริการด้านนวัตกรรมการเกษตรที่มีคุณภาพภายใต้แบรนด์ XAG ในประเทศ รวมถึงการให้บริการข้อมูลดิจิทัลพื้นฐานสำหรับเกษตรอัจฉริยะ เช่น RTK จุดอ้างอิงตำแหน่งแม่นยำ, แผนที่แปลงเกษตรความละเอียดสูงที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากล โดรนเกษตรไร้คนขับ, ระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะ เเละพวงมาลัยอัจฉริยะ ฯลฯ การจัดนิทรรศการ โซลูชัน เจียไต๋ ในงานเจียไต๋แฟร์ 2025 ได้ตอกย้ำถึงการเป็นผู้นำนวัตกรรมการเกษตรที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองและที่สำคัญช่วยให้เกษตรกรไทยใช้งานในภาคเกษตรได้อย่างสะดวกและสบายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น
สยามคูโบต้า เผยกลยุทธ์หลัก “Sustainable Vibes การตลาดใหม่ที่มุ่งสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ” เน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีผ่านแคมเปญมัดใจเกษตรกรต่อเนื่องตลอดทั้งปี พร้อมรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรทุกกลุ่มสินค้า ตอกย้ำการเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งครองใจเกษตรกรไทย เผยยอดขาย 3 ไตรมาสแรกในประเทศโต 13% ด้วยปัจจัยบวกจากราคาผลผลิตเพิ่มขึ้นส่งผลต่อกำลังซื้อของลูกค้า เตรียมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรมุ่งสร้างรายได้ของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น ล่าสุดจัดโปรแกรมช่วยเหลือลูกค้าจากเหตุอุทกภัย พร้อมทีมอาสาเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจเร่งด่วนช่วยเหลือผู้ประสบภัย นายพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “สยามคูโบต้ายังคงนำเสนอจุดแข็งของนวัตกรรมสินค้าที่ตอบโจทย์การทำงานของเกษตรกรในแต่ละกลุ่มให้มากที่สุด ในขณะเดียวกันเรายังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำการตลาดที่เน้นสร้างความยั่งยืนให้ลูกค้าและสังคมเช่นกัน สำหรับแผนทิ้งทวนก่อนปิดปีนี้เราจึงได้เน้นการทำตลาดด้วยกลยุทธ์ “Sustainable Vibes หรือการตลาดใหม่ที
ใบมีดตัดหญ้ามหัศจรรย์ ตัดง่าย ไม่เปลืองน้ำมัน ภูมิหลังของ ใบมีดตัดหญ้ามหัศจรรย์ นี้ เกิดจากนายวุฒิพงศ์ (น้าหลุยส์) ตางจงราช ผู้คิดประดิษฐ์มีอาชีพรับจ้างตัดหญ้าโดยตรงทำให้รู้ว่าการตัดหญ้าด้วย เครื่องตัดหญ้า นั้นจะต้องประสบกับปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ใบมีดตัดหญ้าตามท้องตลาดทั่วไปจะตัดหญ้าได้ช้ามาก หญ้าหนาๆ ก็ตัดไม่ได้หรือตัดได้ช้ามากทำให้เปลืองน้ำมันและเสียเวลาทำงานมาก ทำให้การทำงานตัดหญ้าจะเหนื่อยมาก ในขณะทำงานตัดหญ้ามักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ จากการที่ ใบมีดตัดหญ้า หมุนไปปะทะของแข็ง เช่น แท่งคอนกรีต ทำให้ใบมีดแตกหัก หรือน็อตยึดใบมีดขาดใบมีดหลุดกระเด็นออกอย่างรุนแรง เกิดอันตรายร้ายแรงมาก 7 พืชควรปลูกรอบบ้าน ได้ทั้งไว้กินเอง และสร้างรายได้ จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ น้าหลุยส์ ต้องคิดหาวิธีแก้ไขอยู่ตลอดเวลาโดยขณะที่ทำงานรับจ้างตัดหญ้าอยู่ ได้สังเกตดูความหลากหลายของชนิดต้นหญ้าต่างๆ และดูการทำงานของใบมีดตัดหญ้าทั่วไปและแม้แต่ใบมีดที่นำเข้ามาจากต่างประเทศที่ว่าดีเลิศก็ได้ซื้อมาทดลองใช้ดูแล้วเช่นกัน ผลปรากฏว่าไม่ว่าใบมีดแบบใดๆ ก็ตามก็จะประสบปัญหาในการใช้งานเหมือนๆ กันดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น จน
กลุ่มนักศึกษาวิศวกรรมเกษตรอุตสาหกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) 14 คน ร่วมกันนำเสนอโครงงานขนาดเล็ก (Mini Project) ผลงาน “โรงเรือนปลูกข้าวอัจฉริยะแบบลอยน้ำ” โดยเน้นควบคุมระบบให้น้ำอัตโนมัติ อัตราการเจริญเติบโตแต่ละช่วงอุณหภูมิและความชื้น เพื่อออกแบบโรงเรือนแบบลอยน้ำ พัฒนาวิธีการปลูกข้าวที่ประหยัดแรงงาน เพิ่มมูลค่าการใช้ประโยชน์จากพื้นที่เหนือแหล่งน้ำให้สูงขึ้น ผลงานของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 นำโดย นายภัทรดิษฐ์ สุทธิทรัพย์, นายฐาปกรณ์ เสร็จกิจ, น.ส.พรนภัส ชำนาญไพร, นายพีรพล พึ่งทวี, นายจักกฤษ มั่งมี, นายวิสิฐพงษ์ ไชยฟู, น.ส.อารีญา ทนช่างยา, นายณัฐกานต์ เอี่ยมบรรจง, นายจักรพันธ์ รัตนพันธ์, นายนันทิพัฒน์ วงปัตตา, น.ส.ยศวดี ศรีคง, น.ส.ณิชาภัทร บัวสำลี, น.ส.หทัยภัทร หนูสี และ น.ส.อัณณ์ญาดา กมลโรจน์ธนากุล ซึ่งมี รศ.ดร.เกรียงไกร แซมสีม่วง และ ดร.วิพุธ ตุวยานนท์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ตัวแทนกลุ่ม “ทิม” นายภัทรดิษฐ์ สุทธิทรัพย์ เล่าว่า โครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นอย่างหนึ่งที่เสริมสร้างและสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ ผ่านการลงมือปฏิบัติเพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรม
ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ นางสาวปัทมา ลิ่วเลิศมงคล ผู้อำนวยการ กองประชาสัมพันธ์ พร้อมคณะนักวิจัยและบุคลากร วว. เยี่ยมชมและติดตามการดำเนินงานโครงการ “การพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกดอกไม้ตัดดอกโดยใช้เครื่องมือจักรกลการเกษตร” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง วว. กับ บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (KUBOTA) โดยมี นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทคูโบต้า นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ ที่ปรึกษาสำนักงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด และประธานกรรมการ บริษัท เกษตรอินโน จำกัด คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ KUBOTA ร่วมให้การต้อนรับ ในวันที่ 24 เมษายน 2567 ณ คูโบต้าฟาร์ม (KUBOTA FARM) อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีด้านการเกษตร โดยการนำเครื่องจักรกลเข้ามาใช้ร่วมกับการปลูก ถือเป็นมิติใหม่ของการปลูกไม้ดอกไม้ประดับที่ทันสมัย ส่งผลให้ผลผลิ
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด นำโดย นายจูนจิ โอตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ที่ 3 จากซ้าย) นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ (ที่ 2 จากซ้าย) กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส และ นายพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ (ที่ 2 จากขวา) แถลงผลประกอบการปี 2566 ปิดยอดขายที่ 58,000 ล้านบาท ตั้งยอดขายเป้าปี 2567 ที่ 60,000 ล้านบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรในอาเซียน ด้วยกลยุทธ์ RACE มุ่งพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในภาคการเกษตร ขยายรูปแบบการใช้งานเครื่องจักรกลการเกษตรไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ นำเสนอนวัตกรรมโซลูชันที่ช่วยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมส่งเสริมการทำเกษตรที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามนโยบาย ESG มุ่งเปลี่ยนภาพจำที่มีต่ออาชีพเกษตรกรให้เชื่อในการ “เป็นมากกว่าเกษตรกร” ณ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี บุคคลในภาพ เรียงจากซ้ายไปขวา 1. นายวีระศักดิ์ กุลชัยพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ รองผู้จัดการทั่วไป สายการผลิต 2. นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการร
ในปัจจุบันการจะทำงานให้รวดเร็วและมีคุณภาพก็ต้องใช้เครื่องมือช่วยในการทุ่นแรง รถยกพาเลท หรือรถแฮนด์ลิฟท์เองก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะช่วยให้งานขนย้ายสิ่งของสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เรามักจะเห็นรถยกพาเลตในงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้าขนาดใหญ่ แต่ความจริงแล้ว รถยกพาเลท สามารถใช้งานได้หลากหลาย นำมาใช้ขนย้ายในอุตสาหกรรมการเกษตรได้เหมือนกัน และสามารถใช้ได้ตั้งแต่ระดับโรงงานไปจนถึงระดับชุมชน ครัวเรือน รถยกพาเลทคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง มีข้อดีอย่างไรมาดูติดตามดูกัน รถยกพาเลท คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง รถยกพาเลท หรือ รถแฮนด์ลิฟท์ (Hand Lift) คือ รถลากสำหรับเคลื่อนย้ายสิ่งของหรือสินค้าที่มีน้ำหนักเยอะ สามารถขนสินค้าที่มีน้ำหนักเป็นตันๆได้ โดยที่ยกจะมีลักษณะเหมือนส้อม เรียกว่างาไว้ใช้สำหรับ เสียบเข้าไปในพาเลท ตัวรถและล้อของรถยกพาเลทมีหลายประเภท หลายลักษณะให้เลือกตามการใช้งาน รถยกพาเลทสามารถทุ่นแรงและเวลาในการเคลื่อนย้ายได้อย่างมาก และช่วยลดแรงงาน คนที่ในการขนย้ายได้ ซึ่งรถยกพาเลทนั้นสามารถนำมาใช้ในทางการเกษตร ได้หลากหลาย ยกตัวอย่าง : ใช้เคลื่อนย้ายสินค้าทางการเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ การใช้รถยกพาเ
ในช่วงเพาะปลูกการทำนาปีกำลังใกล้เข้ามา วันนี้ ขอแนะนำตัวช่วยให้กับชาวเกษตรกร ซึ่งในหนึ่งปีจะมีเพียงครั้งเดียว แต่จะทำอย่างไรให้การเพาะปลูกของเราได้ประสิทธิภาพ มอบผลผลิตที่ดีให้กับเรา สำหรับเกษตรกรยุคใหม่นี้ใครๆ ก็นิยมใช้เครื่องยนต์อเนกประสงค์เข้ามาทุ่นแรงช่วยการเพาะปลูกได้เป็นอย่างดี มาดูกันว่า จะมีตัวช่วยอะไรบ้างที่ แนะนำว่าควรมี เครื่องแรก ขอแนะนำเจ้าเครื่องยนต์อเนกประสงค์ ที่สามารถจับคู่กับเครื่องสูบน้ำ เครื่องตัดหญ้า เครื่องปั่นไฟ ช่วยให้การทำงานมีกำลังมากขึ้น แถมยังช่วยทุ่นแรงและประหยัดเวลาได้ดี แนะนำเป็นรุ่น สำหรับใครที่มีพื้นที่ทำการเกษตรขนาดใหญ่ สิ่งที่จำเป็นอย่างมากคือการใช้น้ำในปริมาณมาก เครื่องสูบน้ำจึงเป็นตัวช่วยสำคัญ เพื่อช่วยสูบน้ำมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ลำคลอง แม่น้ำ นำมาใช้รดน้ำพืชพันธุ์ที่เพาะปลูก หรือใช้สูบน้ำระบายออก ในกรณีที่เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่เกษตรก็ได้เช่นกัน โดยเครื่องสูบน้ำของฮอนด้านั้นใช้ได้ดีไม่แพ้กัน สามารถดูดน้ำลึกได้ถึง 8 เมตร และแรงส่งน้ำไกลถึง 45 เมตร และอีกหนึ่งปัญหาที่ตามมาในการทำสวนคือหญ้าที่รกสูง และวัชพืช โดยเครื่องตัดหญ้าสะพาย สามารถนำพกไปตัดหญ
นายวินัย ลักษณะวิลาศ เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่แปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หมู่ที่ 5 ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเยี่ยมชมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีการปลูกหลังจากที่มีการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้ว โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้มีการสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เพื่อให้มีรายได้เสริมในช่วงฤดูแล้งมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ก็จัดว่าเป็นหนึ่งในพืชที่ใช้น้ำน้อยที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เนื่องจากเป็นพืชที่มีความเสี่ยงน้อย มีระยะการเก็บเกี่ยวสั้นเพียง 120 วัน และเหมาะแก่การปลูกในฤดูแล้ง ที่ผ่านมาเกษตรอำเภอกบินทร์บุรี และเจ้าหน้าที่เกษตรตำบล ได้ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องการเพาะปลูก การบำรุงดิน การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การผสมปุ๋ยใช้เอง การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน การผลิตและการใช้สารชีวภัณฑ์ การแนะนำชนิดของเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ การบริหารจัดการน้ำเพื่อให้ได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สมบูรณ์ และมีคุณภาพ การจัดทำบัญชีครัวเรือน การบริหารจัดการกลุ่ม และการเชื่อมโยงตลาด ตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษต
ที่แปลงทดลองปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์ กลุ่มบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด ร่วมกับ กรมวิชาการเกษตร และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย นำเกษตรกรกว่า 200 คน ที่เข้าร่วมโครงการปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์จากหลายอำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี เข้าดูการทำงานนวัตกรรมใหม่เครื่องกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงในแปลงมันสำปะหลังในเวลาเดียวกัน ซึ่งคิดค้นและออกแบบโดย คุณวุฒิพล จันทร์สระคู นักวิศวการเกษตร ศูนย์วิจัยเกษตรกรรมขอนแก่น สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร โดยการทำงานของเครื่องกำจัดวัชพืชและหว่านปุ๋ยนี้ ใช้รถแทรกเตอร์ขนาดเล็กเป็นตัวลากชุดถังเก็บและโรยปุ๋ยหมัก ขนาด 300 กิโลกรัม ได้ครั้งละ 2 แถว มีอัตราการโรย 500-1,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ส่วนด้านล่างของถังโรยปุ๋ยหมัก ติดตั้งชุดกำจัดวัชพืชแบบผาลจาน ขนาด 4 ผาล และสามารถปรับมุมเอียงของผาลใช้ไถพลิกดินได้ตามสภาพดินในไร่มันสำปะหลังของแต่ละพื้นที่ การคิดค้นและออกแบบชุดกำจัดและโรยปุ๋ยไปพร้อมกันนี้ คุณวุฒิพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากการทำไร่มันสำปะหลังอินทรีย์หรือไร่มันสำปะหลังทั่วไป ซึ่งเริ่มปลูกในเดือนเมษายนของทุกปี กว่าหัวมันจะโตเก็บเกี่ยวได้ เกษตรกร
