เครื่องจักรกลการเกษตร
คุณชัยยศ ตั้งนิยม อยู่บ้านเลขที่ 137 หมู่ที่ 1 ตำบลวังยาง อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ปัจจุบัน อายุ 47 ปีจบการศึกษาจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 สถานภาพ สมรส มีบุตรธิดา 1 คน ด้วยความวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่นกับไร่อ้อยมานานกว่า 30 ปี ทำให้เขาได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาทำไร่ ปี 2562 ผลงานดีเด่น “การเริ่มต้นที่ดีถือว่าสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว” เริ่มด้วยการเตรียมดินให้ดีตั้งแต่เริ่มปลูก โดยใช้กากหม้อกรอง (Filter cake) เป็นปัจจัยที่ทำให้ได้ผลผลิตตอบแทนที่ดี “มีอ้อยไม่มีหญ้า มีหญ้าไม่มีอ้อย” ป้องกันกำจัดวัชพืชอย่างถูกต้องและถูกวิธีตั้งแต่ตอนต้น ช่วยลดการแพร่พันธุ์ของวัชพืช ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ประยุกต์เครื่องจักรกลการเกษตร ได้แก่ ผานปรับพื้นที่ให้เรียบ เครื่องปลูกอ้อยแบบหลังแบน กระเช้าบรรทุกอ้อยลดการเกิดดินดาน ดังนี้ 1.1 การปรับพื้นที่ให้เรียบ ดัดแปลงใช้ใบมีดเกรดดินติดท้ายรถไถปรับพื้นที่ให้เรียบลาดเอียงเล็กน้อย เพื่อควบคุมการให้น้ำแบบผิวดินและร่องคู ช่วยระบายน้ำ ลดปัญหาน้ำท่วมขัง ง่ายต่อการควบคุมวัชพืช พื้นที่แปลงที่เรียบจะสะดวกต่อการเข้าเก็บเกี่ยวโดยการใช้รถตั
เมื่อวันที่ 10-11 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้รับเชิญจากทางสยามคูโบต้า เพื่อเปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า แห่งที่ 5 โดยร่วมกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกข้าวหอมมะลิหนองผักบุ้งพัฒนา เลขที่ 146 หมู่ที่ 1 ตำบลนายม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ 67210 สร้างชุมชนต้นแบบบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร ชูการเพาะปลูกด้วยระบบ KUBOTA (Agri) Solutions เพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต สร้างชุมชนเกษตรที่ยั่งยืน คุณพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า หนึ่งในนโยบายที่สำคัญของสยามคูโบต้า คือการตอบแทนสังคมที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ของสหประชาชาติ จึงได้จัดทำ “โครงการชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า” หรือ SIAM KUBOTA Community Enterprise (SKCE) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 โดยคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรที่มีการบริหารจัดการกลุ่มอย่างเป็นระบบ มีการทำงานร่วมกันระหว่างสยามคูโบต้ากับกลุ่มเกษตรกร เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและส่งเสริมให้ชุมชนมีความอยู่ดีกินดี
กรมวิชาการเกษตร ส่งแพ็กเกจเครื่องจักรกลแก้ปัญหาเผาใบอ้อย โชว์ศักยภาพรถตัดอ้อยสดชนิดตัดเป็นลำ เครื่องสางใบอ้อยและมีดสางใบ เครื่องสับใบอ้อยระหว่างแถวอ้อยตอและเครื่องสับใบและกลบเศษซากอ้อย แก้ปัญหาให้ชาวไร่อ้อยได้ครบวงจร ชี้การเผาทำดินเสื่อม สูญเสียปริมาณและคุณภาพอ้อย เกิดมลพิษทางอากาศ แถมเจอหนอนกอรุมระบาดมากขึ้น นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า การเผาใบและเศษซากอ้อยยังคงเป็นปัญหาสำคัญของการผลิตอ้อยและน้ำตาลของไทย ที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตอ้อยทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ที่สำคัญยังส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม รวมทั้งการเสื่อมคุณภาพของดิน โดยการเผาใบและเศษซากอ้อยของเกษตรกรมีอยู่ด้วยกัน 3 ลักษณะ คือการเผาใบอ้อยก่อนการเก็บเกี่ยว หลังการเก็บเกี่ยว และก่อนการเตรียมดินปลูกอ้อย สาหตุหลักของการเผาใบและเศษซากอ้อยมาจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยวและเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตัดอ้อย ประกอบกับคนงานตัดอ้อยได้ค่าแรงตัดอ้อยมากขึ้น เนื่องจากตัดอ้อยไฟไหม้ได้มากกว่าตัดอ้อยสดที่ต้องเสียเวลาริดใบออก แต่การตัดอ้อยไฟไหม้นอกจากจะทำให้เกิดการสูญเสียน้ำหนัก ผลผลิต และคุณภาพความหวาน
“KUBOTA Farm” ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี ที่ใครๆ ก็เดินเข้ามาชมได้ง่ายๆ เพราะที่นี่ยังเป็นฟาร์มปิด ที่อนุญาตให้เกษตรกรและผู้สนใจอาชีพเกษตร หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานพันธมิตร เข้ามาศึกษาเรียนรู้นวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ ที่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ทุ่มทุนกว่า 160 ล้านบาท ในการจัดสร้างและดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบัน KUBOTA Farm เนื้อที่กว่า 220 ไร่ ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด End to End Solutions ที่มีการออกแบบและติดตั้งระบบจัดการฟาร์ม ด้วย IoT (Internet of Things) มาใช้ในระบบบริหารจัดการเครื่องจักรกลการเกษตร โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ต้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจด้านการเกษตรได้รู้จักและทดลองใช้งานนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรอันทันสมัยของสยามคูโบต้า นายทาคาโนบุ อาซึมะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ในปี 2562 ที่ผ่านมา แนวโน้มการเกษตรทั่วโลกให้ความสำคัญเรื่องเกษตรอัจฉริยะและเกษตรอัตโนมัติ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรทั่วโลก คูโบต้า คอร์ปอเรชั่น ญี
อาชีพเกษตรกรรม นับเป็นรายได้หลักของคนไทยจำนวนมาก แต่ในวันนี้ เมืองไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว ดังนั้น ปัญหาการขาดแคลนแรงงานคนในภาคเกษตร จึงเป็นอุปสรรคสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไปสู่ THAILAND 4.0 ของรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยดำเนินนโยบายเกษตรอัจฉริยะ ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาทดแทนแรงงานคน และส่งเสริมการทำเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต กลุ่มผลิตข้าวพันธุ์ดีครบวงจร ตำบลห้วยเตย ต้นแบบนาแปลงใหญ่ของจังหวัดมหาสารคาม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตข้าวพันธุ์ดีครบวงจร ตำบลห้วยเตย อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มชาวนา ภายใต้การนำของ นายบุญมา พลภักดี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลห้วยเตย เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในท้องถิ่น พวกเขารวมกลุ่มกันเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีและกระจายเมล็ดพันธุ์ดีให้เพียงพอต่อความต้องการของชุมชน รวมทั้งลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตข้าวให้สูงขึ้น ในปี 2559 พวกเขาเริ่มจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน ก่อนจะพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตข้า
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมมือกับ บริษัท นครสวรรค์สตีล ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาเกษตรให้ก้าวไกล วันที่ 12 ธันวาคม 2562 ที่อาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) การพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตร ระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร ร่วมกับ บริษัท นครสวรรค์สตีล โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สุดเขตต์ นาคะเสถียร คณบดีคณะเกษตร เป็นประธานในพิธี ศาสตราจารย์ ดร.สุดเขตต์ นาคะเสถียร คณบดีคณะเกษตร กล่าวว่า ภาคเกษตรในปัจจุบันประสบปัญหาเรื่องของแรงงานและเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่ทันสมัย ทำให้การทำงานของเกษตรในพื้นที่ไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น การมีข้อมูลพื้นฐานของเกษตรกรที่แม่นยำจะช่วยเป็นข้อมูลให้คณะเกษตร และ บริษัท นครสวรรค์สตีล นำไปพัฒนาเทคโนโลยีให้ดีขึ้นได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภกิตต์ สายสุนทร หัวหน้าภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร กล่าวว่า ภาควิชาเกษตร เป็นภาควิชาที่มีภาระหลักด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจทางด้านงานเทคโนโล
นักวิจัยของสถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร คุณวิชัย โอภานุกุล วิศวกรการเกษตร ได้พัฒนารถยกสูงทำรุ่นมันสำปะหลัง สามารถกำจัดวัชพืช+ใส่ปุ๋ย+กลบดิน ในขั้นตอนเดียวกัน มีจุดเด่นดังนี้ ประหยัดเงินค่าทำรุ่น 30% ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า 3. ไม่สูญเสียปุ๋ย ท้องรถสูง 120 เซนติเมตร ใช้กับมันอายุ 1-3 เดือน 5. ล้อปรับความกว้าง ตามร่องมันได้ทุกระยะปลูก สร้างและซ่อมแซมง่ายในอู่ท้องถิ่น ปี 2561 ประเทศไทยมีเกษตรกรกว่า 5.2 แสนครัวเรือน ปลูกมันสำปะหลัง 8.6 ล้านไร่ ได้ผลผลิต 29.3 ล้านตัน และเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอันดับ 1 ของโลก มีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท การปลูกมันมีความจำเป็นต้องกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ย เพื่อให้ได้ผลผลิตคุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใช้ยาฆ่าหญ้า (พาราควอต, ไกลโฟเสต) เพราะมีต้นทุนต่ำ แต่เนื่องจากภาครัฐมีนโยบายยกเลิกการใช้ นักวิจัยของสถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรมจึงพัฒนาเครื่องจักรกลแบบใหม่ใช้ทดแทน เมื่อเทียบวิธีฉีดยาฆ่าหญ้าแล้วใส่ปุ๋ยแบบชาวไร่ปฏิบัติมีค่าใช้จ่าย 1,400 บาท ต่อไร่ หากใช้รถยกสูงเหลือเพียง 950 บาท ต่อไร่ ลดลง 30% ได้ต้นแบบในปี 2562 มีคุณลักษณะดังนี้ 1. ท้องรถสูงจาก
สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด นำโดย คุณสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส และ คุณพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการเข้ารับรางวัลThe ASEAN Business Awards (ABA) 2019 ประเภท Priority Integration Sector ในสาขา Agri-Based (Large-Tier) และสาขา Automotive (Large-Tier) ซึ่งคัดเลือกบริษัทผู้ประกอบการในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีความโดดเด่น และมีบทบาทในการสร้างความเจริญเติบโตในภาคเศรษฐกิจของอาเซียน โดยได้รับเกียรติจาก คุณสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นผู้มอบรางวัล ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี ตลอด 40 ปี สยามคูโบต้าในฐานะผู้นำเครื่องจักรกลการเกษตรของอาเซียน ได้มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในอาเซียนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดรับแนวคิดในการจัดงาน ASEAN Business & Investment Summit (ASEAN-BIS) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปีนี้ ภายใต้แนวคิด “EMPOWERING ASEAN 4.0” เพื่อยกระดับนวัตกรรมธุรกิจ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นภูมิภาคที่โดดเด่นในด้านกา
“อุตสาหกรรมเกษตร” มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะช่วยสร้างงาน อาชีพ และรายได้ให้แก่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ใครๆ ก็รู้ว่า อุตสาหกรรมเกษตร เป็นภาคการผลิตที่ใช้แรงงานเข้มข้นสูง (high labor intensive) เป็นอาชีพที่ทำงานหนัก แต่ได้ผลตอบแทนต่ำ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่ก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” อาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมเกษตร เพราะกำลังการผลิตสินค้าเกษตรจะลดลงเรื่อยๆ เมื่ออายุเกษตรกรเข้าสู่ช่วงสูงวัย ขณะเดียวกัน แรงงานอายุน้อยในภาคเกษตรมีแนวโน้มลดลงอย่างมาก เพราะหนุ่มสาววัยทำงานส่วนใหญ่เลือกทำงานในเมืองเพราะได้ผลตอบแทนที่สูงและทำงานสบายกว่า นอกจากไทยแล้ว หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียก็กำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรอย่างหนักเช่นเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเกษตรกรไทย เล็งเห็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น จึงสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มภายใต้แนวคิด “เกษตรแปลงใหญ่” ในการจ้างแรงงาน ในการใช้เครื่องจักรกลสมัยใหม่ รวมทั้งส่งเสริมและเผยแพร่เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับแรงงานที่อายุน้อยเพื่อดึงดูดให้แรงงานเหล่านี้สนใจและหันมาทำการเกษตรมา
สยามคูโบต้า เปิดตัวเลขยอดขายครึ่งปีแรก 27,000 ล้านบาท มั่นใจสามารถปิดปีได้ตามเป้าที่ 60,000 ล้านบาท เผยกลยุทธ์ นำนวัตกรรมการเกษตรแบบครบวงจรเป็นโซลูชั่นสำคัญในการตอบโจทย์ Smart Farmer ยุคดิจิทัล ควบคู่กับการรุกจัดกิจกรรมการตลาดต่อเนื่อง ตั้งเป้าแตะ 100,000 ล้านบาท ใน 5 ปี นายฮิโรโตะ คิมุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการในครึ่งปีแรกของปี 2562 สยามคูโบต้า มียอดขายอยู่ที่ 27,000 ล้านบาท แบ่งเป็นในประเทศ 17,000 ล้านบาท และต่างประเทศ 10,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 60:40 เติบโตขึ้นประมาณ 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 เนื่องจากเกษตรกรมีกำลังซื้อเพิ่ม ราคาพืชหลักอยู่ในเกณฑ์ดี ประกอบกับภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทดแทนแรงงานคนในภาคการเกษตร อีกทั้งบริษัทได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่ แทรกเตอร์ ขนาด 57 แรงม้า รุ่น MU5702 ซึ่งเจาะกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชไร่ผสม ติดตั้งระบบคูโบต้า นวัตกรรมอัจฉริยะ KIS (KUBOTA Intelligence Solutions) และเครื่องหยอดข้าว รุ่น DS10 เพื่อส่งเสริมการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ ในส่วนของตลาดต่างป
