เยาวชนเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร ยกยุวเกษตรกร รร.สุนราเมตตาประชาสรรค์ จ.ปทุมธานี ผลสำเร็จอีกหนึ่งต้นแบบเด็กไทยหัวใจเกษตร จากโครงการส่งเสริมและพัฒนายุวเกษตรกรไทย นายสมเดช คงกระพัน เกษตรจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า สำหรับการดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนายุวเกษตรกรของจังหวัดปทุมธานี ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจหลักของเจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศที่อยู่ในความดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร โดยจังหวัดปทุมธานีนั้นได้มีการดำเนินการส่งเสริมโครงการยุวเกษตรกรตามนโยบายของกรมฯ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ก็เพื่อให้เด็กไทยที่เป็นรากฐานของประเทศในอนาคตทุกโรงเรียนเป็นแหล่งกำเนิดและปลูกฝังเด็กไทยให้รักในอาชีพเกษตรกรรม และประกอบอาชีพโดยเน้นการพึ่งพาตนเองเป็นสำคัญ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนอกจากมีส่วนช่วยพัฒนาด้านจิตสำนึกที่ดีให้กับเด็กรุ่นใหม่ที่พร้อมจะสืบทอดในอาชีพเกษตรกรรมแล้ว กลุ่มยุวเกษตรกรยังเป็นสื่อกลาง การถ่ายทอดความรู้ไปยังเกษตรกรทั่วไป และสิ่งสำคัญไปกว่านั้นการใช้เวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกันยังส่งผลให้เด็กมีภูมิคุ้มกันที่ดีจากสังคมในยุคปัจจุบันอีกด้วย ปัจจุบันจังหวัดปทุมธานีมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการยุวเกษตรกรทั้งหมด 23 โรง
ก้าวย่างเข้าเดือนเมษายน เริ่มต้นฤดูร้อนของทุกปี แน่นอนว่าความร้อนที่พุ่งทะยานไปในทุกย่างก้าว ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรทุกชนิดถูกลดทอนความอุดมสมบูรณ์และการเจริญเติบโตไปด้วยความแห้งแล้งที่มาพร้อมกับฤดูร้อนที่เริ่มขึ้น ปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ในภาคเกษตรทุกฤดูร้อน มีให้เห็นเกือบทุกแห่ง ในสถานศึกษาที่มีพื้นที่สำหรับทำการเกษตร นอกจากต้องเผชิญภาวะความแห้งแล้งในฤดูร้อนแล้ว ช่วงที่น่าเห็นใจที่สุด นอกจากตลอดฤดูร้อนแล้ว ระหว่างปิดภาคเรียนยังต้องเตรียมความพร้อมไว้สำหรับการเกษตรที่ยังเหลืออยู่ให้ตลอดรอดฝั่งถึงเปิดภาคเรียนถัดไป โรงเรียนวัดเขาไม้แก้ว หมู่ที่ 4 บ้านเขาไม้แก้ว ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ตั้งอยู่ห่างจากถนนสายหลักไปไม่กี่กิโลเมตร แต่บริเวณโดยรอบของโรงเรียนมีสภาพป่าที่ไม่สมบูรณ์นัก อาจารย์สานิตย์ เจนสัญญายุทธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขาไม้แก้ว บอกว่า สภาพความแห้งแล้งที่เห็นมาตลอดการเดินทางก่อนจะถึงโรงเรียน มีให้เห็นเกือบทุกฤดูกาล ยิ่งเข้าฤดูร้อนการจัดการด้านการเกษตรภายในโรงเรียนก็ยิ่งยาก แต่ความโชคดีของโรงเรียนเขาไม้แก้วก็ยังมี ตรงที่ชุมชนมีความร่วมมือร่วมใจ ส่งเสริมกิจกร
จากถนนสายพหลโยธิน อันเป็นถนนสายหลักสายที่ 1 ของประเทศ ห่างออกไปเพียง 5 กิโลเมตร และห่างจากชุมชนที่เป็นตลาดใหญ่ มีผู้คนสัญจรหลากหลาย เพียง 3 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของโรงเรียนวัดหนองตะเฆ่ ตำบลหนองจรเข้ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ซึ่งหากพิจารณาจากสิ่งแวดล้อมโดยรอบโรงเรียนแล้ว น่าจะเป็นโรงเรียนที่มีความพร้อมในเรื่องของบุคลากร นักเรียน การเรียนการสอน และวัสดุอุปกรณ์ที่อำนวยการสอน แต่แท้ที่จริง เมื่อได้พูดคุยกับอาจารย์จิรัฐยา พิมพ์แสง ผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดหนองตะเฆ่ แล้วพบว่า โรงเรียนยังต้องการส่งเสริมสนับสนุนอีกหลายด้าน สภาพแวดล้อมโดยรอบโรงเรียนที่มีความเจริญก้าวหน้า ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนมีความพร้อมในทุกด้านตามไปด้วย โรงเรียนวัดหนองตะเฆ่ เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีการเรียนการสอนระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ตั้งอยู่บนที่ดินของโรงเรียนเองเพียง 5 ไร่ จากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา ส่วนอีก 11 ไร่ เป็นที่ดินของวัดที่ให้โรงเรียนนำมาใช้สอย โรงเรียนและวัด ตั้งอยู่ห่างกันแค่คืบ การเข้าออกโรงเรียนใช้ทางเข้าออกเดียวกับวัด เป็นโรงเรียนวัดอย่างแท้จริง มีอาคารเรียน 2 หลัง อาคารอเนกประสงค์ สนามกีฬา และพื
หลังนัดสัมภาษณ์เด็กๆ ที่มีใจรักด้านเกษตร รวมถึงอาจารย์ผู้ดูแล ของโรงเรียนวัดเกาะแก้ว หมู่ที่ 1 บ้านเกาะแก้ว ตำบลบางตะบูนนอก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นที่เรียบร้อย การเดินทางสู่จุดหมายก็เริ่มขึ้น เมื่อถึงปลายทาง สภาพโดยรอบของโรงเรียนทำให้เข้าใจได้ทันทีว่า เพราะเหตุใด โรงเรียนจึงชื่อวัดเกาะแก้ว ส่วนหนึ่งเพราะโรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่ของวัด อีกส่วนหนึ่งคือตั้งอยู่บนพื้นดินที่ยื่นออกไปในท้องน้ำ จึงเรียกว่าเกาะแก้ว ที่น่าสนใจและเป็นกรณีศึกษา คือ ความพยายามของครูและนักเรียน ที่แม้จะมีพื้นที่ของโรงเรียนเพียงน้อยนิด ทั้งพื้นที่ทั้งหมดยังเป็นดินเค็ม แม้กระทั่งน้ำโดยรอบก็เป็นน้ำเค็ม แต่ก็สามารถสร้างแปลงผักสวนครัว และตั้งใจทำแปลงไม้พื้นถิ่น เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นเอาไว้ ในตอนแรกจะเรียกเด็กนักเรียนว่า กลุ่มยุวเกษตรกร ตามที่โรงเรียนทั่วไปเรียก แต่อาจารย์ที่โรงเรียนบอกว่า โรงเรียนไม่มีกลุ่มยุวเกษตรกร เพราะจำนวนนักเรียนไม่เพียงพอ และไม่สามารถทำการเกษตรได้หลากหลาย ที่ทำได้และเห็นเป็นรูปธรรมมีเพียงการปลูกผักสวนครัว อาจารย์พจน์ เผ่าเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเกาะแก้ว กล่าวว่า พื้นที่บ้าน
เปิดรับสมัครแล้ว! สำหรับกิจกรรมดีๆ ในช่วงปิดเทอมใหญ่นี้กับค่ายเยาวชนรักธรรมชาติ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 25 – 26 มีนาคม 2560 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับน้องๆ อายุ 7 – 13 ปี มาร่วมฝึกการเป็นเกษตรกรรุ่นจิ๋วกับกิจกรรมตามรอยเกษตรทฤษฏีใหม่และร่วมค้นหาธรรมชาติ เรียนรู้โลกของพืช พร้อมสนุกกับกิจกรรมเสริมความรู้ด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม อาทิ กิจกรรมปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกพืชไร้ดิน และปลูกแคคตัส สนุกกับการทำยาดมเขย่าจากพืชสมุนไพรไทย สร้างงานปั้นดินเหนียวตามจินตนาการของตัวเองในกิจกรรมมหัศจรรย์ดินยิ้ม กิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทยโดยการทำผ้ามัดย้อมและการตัดตุง กิจกรรมเชฟน้อยช่างคิดกับการฝึกทำขนมไทยและน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ รวมทั้งตื่นเต้นกับกิจกรรมตะลุยโลกของสัตว์ที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้เป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนที่ช่วยเสริมทักษะและประสบการณ์ใหม่ๆ ในช่วงปิดเทอม และฝึกให้น้องๆ รู้จักการประยุกต์ใช้หลักความพอเพียงในชีวิตประจำวัน “ค่ายเยาวชนรักธรรมชาติ ครั้งที่ 2” เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 17 มีนาคม 2560 โดยมีค่าลงทะเบียน 1,000 บาทต่อคน รับจำนวนจำกัดเพียง 30 คนเท่านั้น สอบ
โรงเรียนบ้านน้ำมิน ตำบลแม่ลาว อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ก่อตั้งโดยพระภิกษุอนุ อนุมาโน (ครูบาอนุมาโน) เจ้าคณะหมวด ตำบลน้ำมิน และ คุณชัย ไชยวารินทร์ กำนันตำบลน้ำมิน ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการศึกษาอำเภอเชียงคำ ขอตั้งโรงเรียนประถมศึกษาตอนต้น เมื่อวันที่ 1 เดือนเมษายน พ.ศ. 2464 โดยมี นายขัติ สัมพันธสิทธ์ ครูใหญ่ประจำอำเภอ รักษาการแทนศึกษาอำเภอเชียงคำ มาแนะนำและจัดตั้งโรงเรียนขึ้นที่วัดบ้านน้ำมิน และแต่งตั้งให้สามเณรพรหมเทพ พากเพียรเป็นครูสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ต่อมาสามเณรพรหมเทพ ได้ลาสิกขาบท พระภิกษุอนุมาโนได้สอนต่อถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พ.ศ. 2491 นายขัน จิตตะมาลา มาทำหน้าที่ครูใหญ่และได้ย้ายสถานที่ตั้งโรงเรียนไปยังทิศตะวันตกของหมู่บ้านบ้านน้ำมิน ซึ่งก็คือสถานที่ตั้งโรงเรียนในปัจจุบัน กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านน้ำมินเห็นความสำคัญของการทำการเกษตร เนื่องจากสมาชิกทุกคนมีพื้นฐานครอบครัวที่ทำการเกษตร และต้องการเรียนรู้ เพิ่มทักษะของการเกษตรด้านอื่นๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้และช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง ทั้งต้องการสร้างรายได้ระหว่างเรียน และสามารถนำผลผลิตที่ได้มาประกอบอาหารให้นักเรีย
โรงเรียนเสนารัฐวิทยาคาร ตั้งอยู่พื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จัดเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีนักเรียนระดับปฐมวัยถึงมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวนนักเรียน 312 คน บุคลากรทางการศึกษารวมถึงอัตราจ้างที่จำเป็น 20 คน เมื่อโรงเรียนเสนารัฐวิทยาคารเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ การจัดงบประมาณสำหรับโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งปกติโรงเรียนจะบริหารจัดการภายในโรงเรียนเอง จึงจัดการด้วยการให้ผู้สนใจเข้ามาบริหารจัดการ แตกต่างจากการบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนบางแห่ง ที่นำผลผลิตที่ได้จากแปลงเกษตรของเด็กนักเรียน นำมามีส่วนในโครงการอาหารกลางวันด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ผลผลิตที่ได้จากแปลงเกษตรส่วนหนึ่งก็ยังเข้าสู่โครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน ด้วยการรับซื้อไปประกอบอาหารให้กับนักเรียนภายในโรงเรียน อาจารย์มานะ กอสูงเนิน ผู้อำนวยการโรงเรียนเสนารัฐวิทยาคาร มีนโยบายในการปูพื้นฐานในภาคเกษตรให้กับนักเรียนทุกระดับชั้นของโรงเรียนไว้อย่างดี เพราะมองเห็นว่า เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ที่จบระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะเรียนต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นกับโรงเรียน และหลังจากนั้นเกือบทั้งหมดจะเลือกศึกษาต่อในสาย
อำเภอเนินมะปราง ขึ้นชื่อในเรื่องพื้นที่การปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ส่งออกอันดับต้นของประเทศ มีเกษตรกรที่เก่งและมีความสามารถ การส่งเสริมเยาวชนในพื้นที่ให้มีความรู้และรักเกษตรก็ไม่น้อยหน้า ดังเช่น โรงเรียนวัดบ้านมุง ตำบลบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก แห่งนี้ มีนักเรียน จำนวน 262 คน เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 และที่ไม่เหมือนใคร คือ มีสระว่ายน้ำ สอนว่ายน้ำให้กับเด็กนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีทักษะในการช่วยเหลือตนเองหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของโรงเรียน และเป็นความโชคดีที่มีหน่วยงานเห็นความสำคัญ ว่าที่ร้อยตรีสมศักดิ์ ลาไม้ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านมุง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนว่า โรงเรียนมีพื้นที่ทั้งสิ้น 22 ไร่ พื้นที่ทำการเกษตรแบ่งไว้ ราว 5 ไร่ พื้นที่ส่วนหนึ่งประมาณ 3 ไร่ ของพื้นที่เกษตรปรับเป็นสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำหรับอนุรักษ์ไม้ไทยต่างๆ เช่น ประดู่ มะค่า ตะเคียน เป็นต้น แต่ทั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กมีใจรักป่า ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัจจัยหลัก ทั้งยังเปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาศึกษาพื้นที่ป
ย้อนกลับไปหลายปีก่อน โรงเรียนวิเศษชัยชาญวิทยาคม ตำบลไผ่จำศีล อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ยังคงสภาพเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ที่แม้จะเป็นโรงเรียนประจำอำเภอ แต่จำนวนนักเรียนและบุคลากรครูผู้สอนก็ไม่ได้มากอย่างที่คิด อย่างไรก็ตาม โรงเรียนก็ยังคงเป็นโรงเรียนที่เพียบพร้อมไปด้วยกิจกรรมและการส่งเสริมสนับสนุนนักเรียนในมุมของภาควิชาการ เพื่อให้ศักยภาพนักเรียนเทียบเท่ากับโรงเรียนในระดับจังหวัดและภูมิภาคอื่นได้ ปัจจุบัน ศักยภาพด้านวิชาการยังคงดำเนินไปอยู่ แต่สิ่งที่เพิ่มมาให้เห็นและเป็นกิจกรรมที่จัดได้ว่าเป็นกิจกรรมที่โดดเด่นมากกิจกรรมหนึ่งของโรงเรียน คือ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ให้กับชุมชน ตำบล อำเภอ รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงที่ต้องการ โดยศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งนี้ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2540 โดย อาจารย์ไพศาล มั่นอก ครูชำนาญการพิเศษ ดูแลด้านการเกษตรของโรงเรียนวิเศษชัยชาญวิทยาคม ซึ่งการดำเนินการค่อยเป็นค่อยไป กระทั่งเป็นที่รู้จักและเป็นต้นแบบให้กับชุมชนหลายแห่ง สนใจพาเกษตรกรเข้ามาเรียนรู้ อาจารย์ไพศาล บอกว่า เดิมกิจกรรมการเกษตรของโรงเรียน เริ่มต้นภายในพื้นที่
