เยาวชนเกษตร
แนวความคิดเรื่องการบริโภคผักปลอดภัยจากสารพิษ เป็นเรื่องที่ควรปลูกฝังและเริ่มต้นการบริโภคตั้งแต่เด็กเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี ซึ่งส่งผลให้เด็กคุ้นเคยกับการบริโภคผักเพราะมีประโยชน์แก่ร่างกายมากนอกจากนี้ ทำให้ต่อไปในอนาคตเราจะมีพลเมืองที่มีสุขภาพดีถ้วนหน้า เนื่องจากปลูกฝังให้เด็กเลือกบริโภคผักที่ปลอดภัยจากสารพิษ แต่น่าเสียดาย ยังไม่เลิกนำเข้ายาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลงและยาปราบศัตรูพืชที่เกษตรกรใช้กันเกลื่อนกลาดทั่วไป ยาฆ่าหญ้าที่มีเรื่องราวกันเมื่อไม่นานมานี้ก็เป็นสารเคมีที่มีผลต่อดินมหาศาลและยังเป็นยาชนิดดูดซึมที่เข้าไปอยู่ในลำต้นพืชอาหาร ไม่สามารถล้างออกได้อีกด้วย เป็นที่น่าตกใจว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องภาคเอกชนได้สุ่มตรวจสารเคมีที่ตกค้างในพืชผักปีนี้ พบว่าพริกขี้หนูพบเป็นอันดับ 1 แซงหน้าผักคะน้าและถั่วฝักยาวไป แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นเรามักเข้าใจกันว่าผักพื้นบ้านหลายชนิดไม่ได้ใช้สารเคมีใดๆ ปรากฏว่าปีนี้พบสารเคมีตกค้างในชะอม ทั้งๆ ที่ชะอมค่อนข้างทนต่อโรคพืชและแมลงรบกวน เมื่อนำไปตรวจในเชิงลึกกลับพบว่าสารพิษที่ตกค้างในชะอมคือ สารพิษที่อยู่ในยาฆ่าหญ้า ซึ่งเกษตรกรนำมาฉีดฆ่าหญ้าบริเวณโคนต้น แต่สาร
โรงเรียนบ้านทัพ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 6 เห็นความสำคัญของวัฒนธรรมของชุมชนเล็กๆ หลังขุนเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ ดอยอินทนนท์ ในเรื่องของการทอผ้าตีนจก จึงได้นำมาถ่ายทอดให้นักเรียนได้เรียนรู้วัตนธรรมอันคุณค่าเชิงศิลปะ ของชุมชนให้นักเรียนได้เรียนรู้ เนื่องจากเป็นวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ควรอนุรักษ์ไว้ตลอดไป โรงเรียนบ้านทัพ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสาน ให้แก่เยาวชน การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ ถือว่าเป็น หน้าที่ที่สำคัญของการศึกษาที่มีต่อสังคม เพื่อให้นักเรียนมีความรู้และทัศนคติที่ดีต่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมให้นักเรียนมีพื้นฐานการงานอาชีพและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งพัฒนาอาชีพในท้องถิ่น จนปัจจุบันโรงเรียนบ้านทัพ เป็นโรงเรียนนำร่องที่จัดให้มีการเรียนการสอนในหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง “การทอผ้าตีนจก”ในโรงเรียน โดยมีวิทยากรภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญ วัสดุ-อุปกรณ์พื้นฐานสำหรับทอผ้า 1.กี่ คืออุปกรณ์หลักที่สำคัญของการทอผ้า มีลักษณะเป็นโครงไม้ที่ใช้ขึงเส้นฝ้ายในการทอผ้าและเป็นที่นั่งสำหรับผู้ทอ 2.กระสวย
สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ชูธงสนองเทรนด์กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร มุ่งเตรียม “คน” รองรับการขยายตัวและการแข่งขันของตลาดที่กว้างขึ้นทุกขณะในโลกเศรษฐกิจเสรี ซึ่งมีความสำคัญต่อประเทศไทยและโลกอนาคต ตอกย้ำความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้จากมืออาชีพ พร้อมการเรียนทฤษฎีควบคู่การฝึกปฏิบัติงานจริง คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ บรรยายพิเศษ “แนวทางการสร้างบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจเกษตรและอาหาร” กล่าวเน้นความสำคัญของ “การจัดการ” องค์กรงานจะรุ่งหรือร่วงก็เพราะการจัดการ ทรัพยากรมากมายหากเอามารวมกันในองค์กร ถ้าผ่านการจัดการที่ดีก็จะรุ่งขึ้นมา พีไอเอ็ม จึงสร้างนักจัดการมืออาชีพทางการเกษตรและอาหารที่จะสามารถนำเอาทรัพยากรมากมายมาบูรณาการความรู้ สร้างสรรค์สังคมเกษตรอย่างยั่งยืน ตอบสนองต่อความต้องการได้ ด้านการเสวนามี คุณสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจอาหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), คุณสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุร
จังหวัดเพชรบูรณ์ เรียกได้ว่าเป็นจังหวัดในภาคเหนือตอนล่าง ที่อาณาเขตพื้นที่ไม่ได้น้อยไปกว่าจังหวัดใกล้เคียง ความสวยงามและความเจริญของเมืองควบคู่กันไป แต่สิ่งที่พบในครั้งนี้ แตกต่างไปจากทุกครั้ง เมื่อเข้าไปในโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ ตำบลบ้านโตก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่า มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด เมื่อพื้นที่บริเวณโรงเรียนทั้งหมด 200 ไร่ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับเรียนและสอน แต่เป็นอาคารเรือนพักให้กับนักเรียน เพราะนักเรียนที่นี่ต้องอยู่ประจำ กลับบ้านเฉพาะช่วงปิดเทอมเท่านั้น ความแตกต่างที่เอ่ยถึงก่อนหน้า คือ ความแตกต่างในตัวของนักเรียน เพราะนักเรียนที่นี่ เป็นนักเรียนที่มีความบกพร่องหรือพิการทางการได้ยิน เช่น หูหนวก เป็นใบ้ นอกจากนี้ ยังรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา หรือ เด็กออทิสติก สมาธิสั้น เป็นต้น ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในการเรียนการสอนที่แน่นอนว่าต้องไม่เหมือนสถานศึกษาแห่งอื่น อาจารย์วนิดา จิตรอาษา รองผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ข้อมูลว่า สถานศึกษาแห่งนี้ มีพื้นที่มากถึง 200 ไร่ แบ่งพื้นที่เป็นอาคารเรียน ศูนย์การเรียนรู้
อุปนิสัยในการกินของคนเราเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ต้องปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก การกินในช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา เราหันมากินตามชาติตะวันตกโดยเห็นว่าเป็นของโก้หรู เพราะเห็นว่าเขาเป็นชาติที่พัฒนาแล้ว โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยอื่น เช่น รายได้ วัฒนธรรมประเพณี สภาพแวดล้อมทางกายภาพ ดินฟ้าอากาศของเรา ทั้งที่เมื่อเวลาผ่านการบริโภคแบบชาวตะวันตกก็ส่งผลถึงโรคภัยที่เกิดจากวัฒนธรรมการกิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เริ่มตระหนักในเรื่องนี้ แต่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคเมื่อผ่านชีวิตมา 30-40 ปีแล้วเปลี่ยนแปลงค่อนข้างยาก นอกจากประสบโรคภัยที่เกิดกับตัวซึ่งก็เกือบสายเกินไปแล้ว เหมือนสุภาษิตของนักเล่นบอนไซที่ว่า “ไม้แก่ดัดยาก” ดังนั้น จึงทำให้ต้องมุ่งเน้นไปที่เด็กๆ ที่เราสามารถสร้างเสริมพฤติกรรมในการบริโภคที่ถูกต้องเหมาะสมให้ติดตัวเขาไปตลอดจนตราบสิ้นชีวิต โครงการ “โรงเรียนกินผัก” เปิดให้ทุนเพื่อสนับสนุนให้เกิดการสร้างปัจจัยแวดล้อมด้านอาหารสุขภาวะ หรือการจัดการเชิงบูรณาการที่ส่งเสริมให้เกิดการบริโภคผักผลไม้ที่ปลอดภัย และลดภาวะน้ำหนักตัวเกินหรือโรคอ้วนของเด็ก โดยมีแนวทางการรับข้อเสนอโครงการตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อ
การจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม ”แบบคู่ขนาน-ทวิศึกษา” ระหว่างโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย กับวิทยาลัยสารพัดช่างตราด ร่วมกับภาคเอกชนผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม เพื่อสร้างการรับรู้ว่าเมื่อเรียนจบแล้วสามารถเลือกเรียนต่อสายสามัญ สายอาชีพ หรือทำงานในสถานประกอบการได้ ซึ่งวิทยาลัยสารพัดช่างตราด ได้ดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ปีการศึกษา 2559 และปี 2561 จะมีนักศึกษาที่จบมาเป็นรุ่นแรก ได้รับวุฒิการศึกษา 2 ใบ คือ มัธยมศึกษาตอนปลายและหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา วิทยาลัยสารพัดช่างตราดได้จัดกิจกรรม “การถอดบทเรียนจากแนวคิดสู่การปฏิบัติ พัฒนาการจัดการเรียนการสอนคู่ขนาน-ทวิศึกษา” ณ ห้องประชุม วิทยาลัยสารพัดช่างตราด โดยผู้มีส่วนร่วมการจัดการศึกษาแบบทวิศึกษาร่วมงาน 3 ภาคส่วน คือ หน่วยงานภาคการศึกษาที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศึกษาธิการจังหวัดตราด โรงเรียนมัธยมศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษา ผู้ประกอบการภาคเอกชน สมาคมพ่อครัวไทยเกาะช้าง บริษัท ร้านค้า และองค์กรชุมชนต่างๆ ของจังหวัดตราด เพื่อเป็นการถอดบทเรียน ทวิศึกษา เพิ่มทางเลือกให้นักเรียน อาจารย์จิรพงษ์ ร่มเงิน รองผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพ
เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี กระบี่ และจังหวัดใกล้เคียง ส่วนใหญ่ทำไร่สับปะรด เมื่อได้เวลานำผลผลิตออกจำหน่ายต้องใช้มีด หรือตะขอพร้า ตัดก้านของผลสับปะรด แล้วใช้แรงงานคนนำตะกร้อมาเดินเก็บใส่เข่งยกขึ้นรถอีกทอด ขั้นตอนการเก็บสับปะรดที่เป็นอยู่เรียกได้ว่า เป็นการทำงานที่ทำซ้ำ 2 ขั้นตอน นอกจากเสียเวลาแล้ว ยังมีต้นทุนเรื่องของการจ้างแรงงานสำหรับเก็บผลสับปะรดที่ตัดแล้วจากไร่อีก วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ถนนดอนนก ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เล็งเห็นถึงปัญหานี้ ทั้งยังมี รายวิชาสำหรับนักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่นักศึกษาต้องทำผลงานวิจัยกลุ่มละ 1 ชิ้น โดยให้มองจากปัญหาภายในท้องถิ่นหรือชุมชน ในการวิจัยเพื่อคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาตอบโจทย์หรือแก้ปัญหานั้นๆ ทำให้นักศึกษากลุ่มหนึ่งได้คิดประดิษฐ์ “อุปกรณ์ตัดสับปะรดในไร่” ขึ้นมา การเก็บสับปะรดในไร่ของเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง ใช้มีด หรือตะขอพร้าตัดก้านของผลสับปะรด แล้วมีแรงงานคนนำตะกร้อมาเดินเก็บใส่เข่งยกขึ้นรถอีกทอด ตามที่กล่าวมาข้างต้น ซึ
เป็นเรื่องน่ายินดีที่เยาวชนไทย สามารถประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ช่วยพัฒนาและต่อยอดให้การทำการเกษตรราบรื่น รวดเร็ว และประหยัดเวลารวมถึงแรงงาน ที่ปัจจุบันแรงงานในภาคเกษตรเหลือน้อย จนเรียกได้ว่า หายาก และเข้าขั้นวิกฤต ในงานประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประจำปีการศึกษา 2559 ที่ผ่านมา มีรางวัลหนึ่งที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ ซึ่งตรงกับกระดูกสันหลังของชาติมากที่สุด เครื่องมือตอนจุกสับปะรด เป็นสิ่งประดิษฐ์โดยเยาวชนของชาติ จากนักศึกษาของวิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลแบบคุณลักษณะ “สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ระดับภาคกลาง ประเภทที่ 2 คือ สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ อันที่จริง การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์โดยนักศึกษาของวิทยาลัยการอาชีพแต่ละแห่งทั่วประเทศ มีขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว การจัดการประกวดก็เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนแนวคิดของนักศึกษาหรือเยาวชน ให้ชัดเจนและเป็นไปไม่ได้ ไม่ได้เป็นเพียงกระดาษหรือโครงงานที่เก็บไว้ในตู้หนังสือ สิ่งประดิษฐ์ ชื่อ เครื่องมือตอนจุกสับปะรด เป็นฝีมือและแนวค
เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ผู้ใหญ่วันนี้มีคุณภาพต้องเริ่มปลูกฝังคุณภาพมาตั้งแต่เด็ก ให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งกายและจิตใจ โดยเฉพาะเด็กในวัยเรียนตามหลักสูตรภาคบังคับควรเริ่มที่บ้านและโรงเรียน ที่โรงเรียนบ้านเหล่า (รัฐราษฎร์บำรุง) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 ตำบลเวียงต้า อำเภอลอง จังหวัดแพร่ โทร. (054) 656-591 ได้ดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมทั้งด้านเศรษฐกิจ (การเกษตร) สังคม (กลุ่ม) และสิ่งแวดล้อม ปลูกฝังให้กับเด็กนักเรียนได้รับการบ่มเพาะจิตใจให้เกิดความรักในอาชีพเกษตร มีการวัดผลคุณภาพทางกายและจิตใจอย่างเป็นรูปธรรม จนประสบผลสำเร็จ ได้รับรางวัลชนะเลิศที่ 1 กลุ่มยุวเกษตรกร ปี 2560 ของระดับเขตภาคเหนือตอนบน จากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ และได้รับรางวัลที่ 3 ระดับประเทศ ปี 2561 เป็นรางวัลที่บ่งบอกว่าโรงเรียนแห่งนี้ต้องมีกิจกรรมการเรียนการสอนดีๆ ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ น่านำไปเป็นแบบหรือแบบอย่างแก่โรงเรียนอื่นๆ “ผมได้ไปศึกษา ดูให้เห็นจริง รับรู้ข้อมูล ซักถามประเด็นต่างๆ จนแน่ใจว่าโรงเรียนนี้มีการสอนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ จากการนำศาสตร์ของพ
กว่า 100 ปี ของการก่อตั้งโรงเรียนบ้านนาหมอม้า หมู่ที่ 7 ตำบลนาหมอม้า อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ อาจบอกได้ไม่ละเอียดว่า โรงเรียนผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านประสบการณ์มากมายอะไรมาบ้าง แต่ก็พอจะบอกได้ว่า โรงเรียนนี้มีความสำคัญกับเด็กในพื้นที่มากพอ จึงได้รับการยอมรับจากชุมชน มีเด็กมาเรียนทุกปีอย่างต่อเนื่องจนยาวนานมากว่า 100 ปี ของการก่อตั้ง โรงเรียนแห่งนี้เปิดรับเด็กในพื้นที่ 8 หมู่บ้าน ของตำบลนาหมอม้า หรือหากจะเดินทางมาจากแหล่งอื่นนอกเหนือจาก 8 หมู่บ้าน ดังกล่าว โรงเรียนก็ยินดีต้อนรับ เพราะถือเป็นสถานศึกษาที่ต้องเปิดกว้างทางการศึกษารับนักเรียนได้โดยไม่ปิดกั้น ซึ่งปัจจุบันเปิดการเรียนการสอนในระดับอนุบาลถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 109 คน บุคลากรผู้สอน 15 คน พื้นที่ทั้งหมดของโรงเรียน 23 ไร่ เรื่องของอาหารกลางวัน โรงเรียนให้ความสำคัญมานาน ก่อนการก่อตั้งโครงการอาหารกลางวันอย่างยั่งยืน เพราะเข้าใจถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนและชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบโรงเรียน ที่ให้ความสำคัญกับการประกอบอาชีพ เพื่อหารายได้มาใช้ในการดำรงชีวิต มากกว่าการทุ่มเทและตั้งใจให้กับการเรียน อาจาร
