เอสซีจี
เอสซีจี โดย ดร. สุรชา อุดมศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และ Chief Technology Officer–Innovation and Technology ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้ร่วมกับ บริษัท สตาร์บอร์ด จำกัด โดย นายสเวน รัสมุสเซ่น (Mr. Svein Rasmussen) Chief Innovator of Starboard ลงนามบันทึกข้อตกลงในโครงการ “Collaboration for Sustainable Future” เพื่อนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โดยมี นางแชสตี เริดส์มูน (Mrs. Kjersti Rodsmoen) เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ประจำประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีและสนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้ โดยได้กำหนดขอบเขตการศึกษาและความร่วมมือใน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี จะนำความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ในกลุ่มวัสดุพอลิเมอร์ ตลอดจนการออกแบบและขึ้นรูปสินค้า มาใช้พัฒนาวัสดุใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับสินค้าของสตาร์บอร์ด รวมถึงการส่งเสริมกิจกรรมที่ช่วยลดสภาวะโลกร้อน เช่น การปลูกป่าชายเลน เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนกา
เอสซีจี ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 สุราษฎร์ธานี ชุมชนบ้านปากกะแดะ ภาคีเครือข่ายและจิตอาสา จัดกิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสารักษ์น้ำ” ด้วยการปลูกป่าโกงกาง 1,000 ต้น สร้างบ้านหอยนางรมเพื่อเป็นหลักเพาะพันธุ์ 2,500 ต้น และริเริ่มการคัดแยกขยะในพื้นที่ชุมชนบ้านปากกะแดะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว นายศาณิต เกษสุวรรณ ผู้อำนวยการ-ธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า “กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Passion for Better Green Society และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสารักษ์น้ำ” ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน พี่น้องชุมชนปากกะเเดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจิตอาสา ที่มาร่วมกันทำความดีเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหา วชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยช่วยกันดูแลรักษาท้องทะเล ด้วยการ
SCG Experience ศูนย์รวมนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยและบริการพร้อมโซลูชั่น เปิดโอกาสให้คนรักษ์โลกที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เข้าร่วมโครงการ “Upcycling Design Contest” ใช้ความคิดสร้างสรรค์ออกแบบผลิตภัณฑ์ในโจทย์ “Upcycling Think from Waste” ตามแนวทาง SCG Circular Way ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากเศษวัสดุเหลือใช้ของ SCG เช่น วัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้าง เศษกระดาษ กล่องกระดาษลัง และท่อพลาสติกใช้แล้ว ฯลฯ ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าและมีมูลค่าเพิ่ม เพื่อร่วมชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 80,000 บาท ทั้งนี้ Upcycling เป็นอีกหนึ่งวิธีการยืดอายุวัสดุให้เป็นขยะช้าลง ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการใส่ความคิดสร้างสรรค์ให้กับสิ่งของที่ไม่ใช้ประโยชน์แล้วให้เป็นวัสดุใหม่หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพดีกว่าเดิม เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ แต่มุ่งใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด เช่น โคมไฟจากกล่องพัสดุเหลือใช้ ที่รองแก้วจากถุงพลาสติกใช้แล้ว หรือกระเป๋านามบัตรจากป้ายไวนิล ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และดาวน์โหลดใบสมัคร
26 สิงหาคม 2562: กรุงเทพฯ – 45 พันธมิตรภาครัฐ เอกชน และประชาชน ทั้งระดับประเทศและระดับโลก ผนึกกำลังในงาน “SD Symposium 10 Years: Collaboration for Action” ระดมสมองลุยแก้วิกฤตทรัพยากรด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน รณรงค์การ “ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตลอดวงจรการผลิต การบริโภค และการนำกลับมาใช้ใหม่ หวังสร้างอุตสาหกรรมยั่งยืน แก้ปัญหาขยะในทะเล สร้างคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดีขึ้น และบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม ชี้กุญแจความสำเร็จคือระบบโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างความรู้ความเข้าใจ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี และการกำจัดขยะ พร้อมเตรียมยื่นข้อเสนอการจัดการขยะเป็นวาระแห่งชาติ นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “การขยายตัวของประชากรโลกที่คาดว่าจะสูงขึ้นถึง 9.7 พันล้านคนภายในปี ค.ศ 2050 นำไปสู่ความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ขณะที่ทรัพยากรโลกมีจำกัด นอกจากนี้ ข้อมูลยังระบุว่าคนไทยหนึ่งคนสร้างขยะเฉลี่ย 1.15 กิโลกรัม ต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2561 ประเทศไทยมีขยะถึง 28 ล้านตัน ซึ่งหากเกิดการทิ้งไม่ถูกต้องหรือขาดก
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ สปป. ลาว ร่วมกับ เอสซีจี ที่ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในภูมิภาคอาเซียน พร้อมผู้ประกอบการไทยใน สปป. ลาว ร่วมกันจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพและรักษาฟันให้แก่พระสงฆ์และสามเณร 999 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ประจำปีพุทธศักราช 2562 โดยมีคณะทันตแพทย์ จากหน่วยทันตกรรมพระราชทาน คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมเจ้าหน้าที่สนับสนุน รวมกว่า 70 คน มาให้บริการในวันที่ 5 และ 6 มิถุนายน 2562 ณ วัดองค์ตื้อมหาวิหาร นครหลวงเวียงจันทน์ สปป. ลาว นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ กล่าวว่า การบริการทันตกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ประจำปีพุทธศักราช 2562 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างสถานเอกอัคร ราชทูต ณ เวียงจันท
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานพิธีพระราชทานรางวัล และทรงเปิดนิทรรศการ “โครงการรางวัลยุวศิลปินไทย” โดยมูลนิธิเอสซีจี ครั้งที่ 15 ประจำปี 2561 แก่ผู้ชนะ พร้อมเสด็จไปยังห้องจัดแสดงนิทรรศการ และทรงตัดแถบแพรเปิดนิทรรศการแสดงผลงาน ตลอดจนทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์ โดยมี นายเชาวลิต เอกบุตร กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางสาวสุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี พร้อมด้วย นางพูลศรี จีบแก้ว ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป และคณะผู้จัดงานร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายเชาวลิต เอกบุตร กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า “มูลนิธิเอสซีจีเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่มุ่งมั่นเรื่องการพัฒนาคน และตระหนักถึงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนที่มีความสามารถด้านศิลปะ จึงได้ร่วมกับหน่วยงานด้านการศึกษา และการส่งเสริมศิลปะหลายแห่งทั่วประเทศ ดำเนิน “โครงการรางวัลยุวศิลปินไทย” มาตั้งแต่ปี 2547 เพื่อค้นหาเยาวชนที่มีความสามารถทางศิลปะที่โดดเด่นอันพ
จากกิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสารักษ์น้ำ” ของเอสซีจี ที่ตั้งเป้าปลูกต้นไม้จากภูผาสู่มหานทีให้ครบ 50,000 ต้น สร้างฝายชะลอน้ำ 10,000 ฝาย สร้างสระพวงและแก้มลิง ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี โดยปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) และปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จึงจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ จำนวน 1,500 ต้น โดยร่วมมือกับหน่วยงานราชการ ชุมชนท้องถิ่น และจิตอาสาในพื้นที่ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา เอสซีจี นำโดย นายศาณิต เกษสุวรรณ ผู้อำนวยการ-ธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย และจิตอาสา ร่วมดำเนินกิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสารักษ์น้ำ” ณ พื้นที่ป่าชุมชนเขาพระบาทน้อย จังหวัดสระบุรี ด้วยการปลูกต้นไม้จำนวน 500 ต้น สร้างบ่อน้ำสำหรับเลียงผาจากนวัตกรรมผ้าใบคอนกรีตของเอสซีจี รวมทั้งสร้างฝายชะลอน้ำและปรับปรุงฝายกลางน้ำ ซึ่งมีจิตอาสากว่า 350 คน ประกอบด้วยพนักงานปูนซ
พนักงานจิตอาสาเอสซีจีกว่า 200 คน นำโดย นายชลณัฐ ญาณารณพ รองผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ระดมพลังปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบเอสซีจี สำนักงานใหญ่ ภายใต้โครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ด้วยการทาสีเสาใต้สะพานสูง ทาสีผนังและบันไดทางเดินสะพานข้ามฝั่ง รวมถึงทำความสะอาดสถานที่ใต้สะพาน เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ โดยได้ส่งมอบพื้นที่ให้กับสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขตบางซื่อ เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์กับชุมชนโดยรอบเอสซีจี นายชลณัฐ ญาณารณพ รองผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “กิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย การทาสีเสาใต้สะพานสูง ทาสีผนังและบันไดทางเดินสะพานข้ามฝั่ง รวมถึงการทำความสะอาดสถานที่ใต้สะพาน บริเวณด้านหน้าเอสซีจี สำนักงานใหญ่ ซึ่งเป็นการดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเริ่มจากกิจกรรมที่ตนเองสามารถปฏิบัติได้ในพื้นที่ส่วนรวมที่ทุกคนต้องใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดย
เอสซีจี โดย ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ได้รับเกียรติเข้าร่วมงาน International Biodiversity Day 2019 หรือ IBD 2019 เพื่อแสดงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจที่มาพร้อมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพภายในงาน โดยมีนักวิชาการจากทั่วโลก นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ข้าราชการ นิสิต-นักศึกษา และประชาชนทั่วไปสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก จากที่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศเมื่อเดือนธันวาคม 2543 (ค.ศ. 2000) ให้วันที่ 22 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (International Day for Biological Diversity: IBD) เพื่อรำลึกถึงวันที่อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity: CDB) เริ่มมีผลบังคับใช้คือ วันที่ 22 พฤษภาคม 2535 (ค.ศ. 1992) โดยมีวัตถุประสงค์หลักของอนุสัญญา คือเพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยใช้ประโยชน์จากองค์ประกอบของความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน และการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเท่าเทียมและยุติธรรมนั้น งาน IBD 2019 ในปีนี้จึงจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Our
เอสซีจี ตั้งเป้าหมายปลูกต้นไม้จากภูผาสู่มหานทีให้ครบ 50,000 ต้น ในปี 2562 ภายใต้กิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสารักษ์น้ำ” เพื่อช่วยสร้างความสมดุลแก่ธรรมชาติ และแก้ปัญหาภัยแล้งระยะยาวในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดย นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงานจิตอาสาเอสซีจี กว่า 200 คน ได้เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการปลูกต้นรวงผึ้งและต้นไม้ชนิดต่างๆ จำนวนกว่า 400 ต้น บริเวณเอสซีจี สำนักงานใหญ่ และจะขยายพื้นที่ปลูกต้นไม้ไปยังจังหวัดต่างๆ เช่น จังหวัดสระบุรี ราชบุรี ปราจีนบุรี ระยอง ลำปาง ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี เป็นต้น ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนจิตอาสาที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยสามารถติดตามรายละเอียดและได้ที่ www.scg.com/volunteerproject โดยต้นไม้จำนวน 50,000 ต้นที่ปลูกในกิจกรรมนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เอสซีจี ยังคงมุ่งมั่นสร้างเครือข่ายจิตอาสาทั่วประเทศ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนให้ร่วมเป็นส่วนหน
