โคเนื้อ
ในช่วงนี้เราจะเห็นจากสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่มีคนดังหลายท่านให้ความสนใจในเรื่องของการประกอบอาชีพเสริมทางการเกษตรมากขึ้น เพราะช่วงนี้เราจะเห็นว่าในประเทศไทยมีการระบาดของโควิด-19 จึงทำให้อาชีพหลักที่ทำอยู่อาจต้องหยุดชะงักจึงค่อนข้างที่จะส่งผลต่อรายได้ ทำให้อาชีพทางการเกษตรเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ไม่เป็นเพียงการสร้างรายได้เพียงอย่างเดียว แต่กับทำให้เกิดความสุขในงานทางการเกษตรเสียด้วยซ้ำไป คุณเจริญศักดิ์ โพธิ์ศรีชัย หรือ ลุงโทนี่ เป็นอีกหนึ่งคนดังที่หลายๆ คนในโลกโซเชียลรู้จัก ได้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องของการทำการเกษตรด้านปศุสัตว์ ทำให้ลุงโทนี่ได้มองหาทำเลการเลี้ยงโคเนื้ออยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพราะพื้นที่ในแถบนั้นค่อนข้างมีความสมบูรณ์ในเรื่องของอาหารที่จะให้โคเนื้อกินได้ จึงทำให้การเลี้ยงโคเนื้อไม่มีความลำบาก สามารถเป็นโคเนื้อที่มีคุณภาพส่งจำหน่ายได้ ลุงโทนี่ เล่าให้ฟังว่า เมื่อได้มาทำงานอยู่ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครในระยะเวลานานๆ เริ่มเกิดแนวความคิดว่าอยากจะหาพื้นที่เพื่อทำการเกษตร โดยในช่วงนั้นเห็นทำเลเหมาะคือจังหวัดเพชรบูรณ์ เพราะพื้นที่นี้มีการปลูกข้าวโพดกันจำนวนมาก ทำให้มั่นใจได
การที่จำนวนประชากรโคในจังหวัดขอนแก่นลดลงในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากสภาพสังคมเปลี่ยนไป หรือชาวบ้านได้รับผลกระทบจากราคาต้นทุน ทั้งยังมีตลาดประเทศเพื่อนบ้านรับซื้อโคในราคาสูง หากดูผิวเผินน่าจะเป็นปัญหาต่ออาชีพนี้ แต่ความจริงแล้วระยะหลังตลาดบริโภคเนื้อมีการตื่นตัวคึกคัก จึงกลับเป็นแรงขับเคลื่อนให้ชาวบ้านที่เลี้ยงโคหันมาใส่ใจเลี้ยงแบบคุณภาพ มีการคัดเลือกและปรับปรุงสายพันธุ์ที่มีคุณภาพเพื่อต้องการให้เนื้อโคมีมาตรฐานเทียบกับต่างประเทศ “P.J. FARM” ตั้งอยู่เลขที่ 344 หมู่ที่ 4 บ้านมะขามป้อม ตำบลขัวเรียง อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เป็นฟาร์มที่เลี้ยงโคเนื้อเพื่อจำหน่ายทั้งตัวและแปรรูปส่งขายตลาดผู้บริโภคทุกระดับ พร้อมกับยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการผสมพันธุ์ที่สำคัญของจังหวัด คุณประนอม วอร์เบอร์ตัน เจ้าของฟาร์ม P.J. FARM บอกว่า เดิมตัวเธอได้ทำอาชีพเลี้ยงโคนมกับสามีชาวนิวซิแลนด์ที่ประเทศของสามี แต่ไม่กี่ปีจากนั้นสามีมีสุขภาพไม่ดีจึงเลิกอาชีพแล้วขายกิจการกลับมาอยู่ที่ขอนแก่นบ้านเกิด จากนั้นหาซื้อที่ดินที่อำเภอชุมแพเป็นที่นา แล้วมาปรับเป็นแปลงปลูกหญ้า พร้อมกับสร้างโรงเรือนแบบธรรมดา เมื่อหญ้าโตได้ที่จึงหาซื
ปัจจุบันการทำปศุสัตว์กำลังเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกินความคาดฝันอีกต่อไป โดยสามารถใช้พื้นที่น้อยในการเลี้ยงได้ จะเห็นได้จากการใช้พื้นที่น้อยๆ ภายในบริเวณรอบบ้าน ทำการเลี้ยงไก่เพื่อบริโภคไข่ภายในครัวเรือน ตลอดไปจนถึงการเลี้ยงแบบปล่อยธรรมชาติ ก็สามารถเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จสร้างเป็นรายได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจังหวัดบึงกาฬเกษตรกรส่วนใหญ่ มีการทำสวนยางพาราเป็นอาชีพหลักที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี แต่ในบางช่วงราคาผลผลิตจากยางพารามีราคาตกต่ำ การมีอาชีพเสริมสำรองไว้เพื่อทดแทนจากการทำสวนยางจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยการเลี้ยงปศุสัตว์เป็นอาชีพเสริมหลังกรีดยางก็สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ด้วยเช่นกัน จึงได้มีการส่งเสริมให้เลี้ยงสัตว์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไก่งวงหรือโคเนื้อที่ตลาดยังมีความต้องการมากขึ้น คุณทองพูล สุรทัด อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 4 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เป็นเกษตรกรต้นแบบของพี่น้องเกษตรกรรายอื่นๆ ในจังหวัดบึงกาฬ ที่สามารถเลี้ยงโคเนื้อแบบประณีตคือเลี้ยงในจำนวนที่ไม่มาก ดูแลได้ทั่วถึง ทำให้โคที่เลี้ยงมีสุขภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด โดยมีพ่อค้ามาจับจองขอซื้อถึงบ้านกัน
โคเนื้อพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ เป็นวัวที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์จากประเทศฝรั่งเศส นิยมเลี้ยงกันในฝรั่งเศสเอง ที่สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ชาร์โรเล่ส์เป็นโคพันธุ์เนื้อที่มีขนาดใหญ่พันธุ์หนึ่ง รูปร่างยาว เพรียว แต่มีคอสั้นและไม่มีเขา ผิวสีครีมทั้งตัว เพศผู้ตัวเต็มวัยมีน้ำหนักเฉลี่ย 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียมีน้ำหนักเฉลี่ยเพียง 800-850 กิโลกรัม ข้อด้อยของพันธุ์คือ เปอร์เซ็นต์ซากหลังชำแหละยังไม่ถึงดีเยี่ยม เพราะมีรูปร่างยาวตามที่อธิบายมาแล้ว อีกทั้งขาดความหนา มีกล้ามเนื้อมาก หลังชำแหละเนื้อจึงไม่เรียบ และมีโครงกระดูกใหญ่ หลายปีก่อนมีผู้นำมาเลี้ยงเพื่อชำแหละเนื้อที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ด้วยข้อด้อยที่พบ ทำให้การเลี้ยงโคพันธุ์นี้จึงแผ่วไป ส่วนรายละเอียดการนำเข้าพ่อ-แม่พันธุ์ หรือเฉพาะนำน้ำเชื้อเข้ามาในประเทศ ให้ติดต่อสอบถามที่กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โคพันธุ์กำแพงแสน พัฒนาโดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ที่อยู่ในความสนใจของเกษตรกร โดยได้เลือดจากโคพันธุ์บรามันห์ โคไทยพื้นบ้านและและโคพันธุ์ชาโรเล่ส์ ในสัดส่วน 25, 25 และ 50 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ต้องการซื้อพันธุ์หรือรายละเอีย
โคเนื้อเป็นอีกหนึ่งสัตว์สำคัญทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันมีผู้ที่ทำการเกษตรอยู่แล้วหรือผู้ที่สนใจทำการเกษตร ให้ความสนใจที่อยากจะเลี้ยงสร้างเป็นรายได้เป็นเงินเก็บรายปี เพราะโคเนื้อสามารถทำตลาดได้หลากหลาย เช่น เลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกพันธุ์ หรือต้องการเลี้ยงเพื่อส่งตลาดเนื้อ การเลี้ยงโคเนื้อไม่ได้มีสายพันธุ์ที่ตายตัว โดยผู้เลี้ยงส่วนใหญ่จะเลือกสายพันธุ์ตามความเหมาะสมของตัวเอง ว่าต้องการเลี้ยงสายพันธุ์ไหนที่เข้ากับสภาพอากาศหรือภูมิศาสตร์ของที่อยู่ จึงทำให้ในหลายพื้นที่มีการเลี้ยงโคเนื้อที่เป็นสายพันธุ์แท้และลูกผสมที่แตกต่างกันไป คุณภูมินทร์ อุดทา เกษตรกรคลื่นลูกใหม่ไฟแรงวัย 26 ปี เลี้ยงโคอเมริกันบราห์มันเลือดร้อย อยู่ที่ตำบลปางมะค่า อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร โดยเขาได้จัดที่ดินของครอบครัวมาเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจร มีการสร้างแปลงหญ้าอาหารสัตว์เอง ทำให้การเลี้ยงสามารถลดทุนต้นการผลิตได้เป็นอย่างมาก หลังจากจำหน่ายโคสู่ท้องตลาดแล้ว สร้างผลกำไรจากการขายได้ไม่น้อยทีเดียว คุณภูมินทร์ เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่ชื่นชอบการเลี้ยงโคเนื้อนั้น เกิดจากที่เขาได้เข้าศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาสัตวศาสตร์ คณะเทคโนโล
สหกรณ์นิคมพิชัยพัฒนา จำกัด หนุนเกษตรกรเลี้ยงโคขุน เป็นอาชีพเสริมจากการทำนา เลี้ยงครึ่งปีเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรกว่า 20,000 บาท ดันวัวพันธุ์ผสมแองกัส-วากิว เป็นแบรนด์โคขุนเกรด พรีเมียมของขบวนการสหกรณ์ ตั้งชื่อสุดหรู “เพชรมุกดา” นางลำเจียก ลี้ฮ่วน ผู้จัดการสหกรณ์นิคมพิชัยพัฒนา จำกัด จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า จากการที่สหกรณ์ฯ ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรสมาชิกเลี้ยงโคเนื้อในโรงเรือนแบบรวมกลุ่มด้วยวิธีการสหกรณ์ โดยขั้นตอนในการเลี้ยง เกษตรกรสมาชิกจะรวมกลุ่มกันตามความสมัครใจ (กลุ่มละประมาณ 5 -10 คน) เพื่อขอสินเชื่อจากสหกรณ์ในการจัดหาโคเนื้อตามจำนวนที่ต้องการ นำมาเลี้ยงในโรงเรือนที่สหกรณ์จัดเตรียมไว้แล้ว โดยสมาชิกในกลุ่มจะผลัดกันเข้ามาดูแลเป็นประจำทุกวัน ในส่วนของสหกรณ์จะเป็นผู้จัดซื้อวัวมาให้เกษตรกรเลี้ยง สายพันธุ์ที่คัดเลือกเป็นโคขุนเลือดผสมระหว่างสายพันธุ์แองกัส และพันธุ์วากิว สายเลือดประมาณ 50-75 % โดยนำวัวต้นน้ำ (ลูกวัวที่หย่านมแล้ว อายุประมาณ 1 ปี) มาเลี้ยงระยะเวลา 4-6 เดือน ให้เป็นวัวกลางน้ำ ให้ได้น้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม/ตัว ขึ้นไป จากนั้นสหกรณ์นิคมพิชัยพัฒนา จำกัด จะขายวัวให้กับชุ
โคนม เป็นอีกหนึ่งอาชีพทางด้านปศุสัตว์ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรหลายพื้นที่ เพราะในหลายจังหวัดที่มีการส่งเสริมจะมีการตั้งสหกรณ์หรือแหล่งรับซื้อที่เพียงพอต่อปริมาณการผลิตให้กับเกษตรกร จึงทำให้ในแต่ละวันนมโคที่เกษตรกรรีดในช่วงเช้าและเย็น สามารถส่งจำหน่ายได้ทันที ทำให้น้ำนมที่รีดไม่มีการตกค้างเป็นนมที่สดใหม่ในทุกๆ วัน เพียงแต่เกษตรกรต้องทำการเลี้ยงโคนมให้มีคุณภาพ เพื่อที่น้ำนมที่ได้จากการรีด เมื่อส่งจำหน่ายยังแหล่งรับซื้อแล้ว จะได้ราคาที่ดีไปพร้อมกับคุณภาพของน้ำนมด้วย คุณมานพ ปรางค์นอก อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 1 บ้านซับเศรษฐี ตำบลคลองม่วง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ยึดการเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพเสริม โดยหลังจากว่างทำไร่ทำสวนอื่น จะใช้เวลาว่างที่รอผลผลิตเจริญเติบโตมาเลี้ยงโคนม ทำให้มีรายได้หลากหลายช่องทาง เกิดเป็นรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี คุณมานพ เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักของครอบครัวคือการทำไร่ทำสวน เหตุที่ได้มาเลี้ยงโคนมเกิดจากการส่งเสริมให้มีการเลี้ยงโคนมในพื้นที่มากขึ้น จึงทำให้เขานำโคนมมาทดลองเลี้ยงประมาณ 6 ตัว ในช่วงปี 2556 เริ่มต้นใหม่ๆ ยังไม่มีความรู้มากนั
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ (กองทุน FTA) เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2563 ว่า คณะกรรมการบริหารกองทุน FTA ได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 161.79 ล้านบาท ให้กรมปศุสัตว์เป็นผู้กำกับดูแลการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดโคเนื้อรองรับ FTA เพื่อยกระดับมาตรฐานและประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อ ตั้งแต่การผลิตโคต้นน้ำจนถึงการตลาดเนื้อคุณภาพสำหรับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ การอนุมัติเงินกองทุนครั้งนี้ สศก. เล็งเห็นถึงความสำคัญของเตรียมการรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าไทย – ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งจะสิ้นสุดมาตรการ SSG ภายใต้ความตกลง TAFTA ในวันที่ 1 มกราคม 2564 และคาดว่า จะมีการนำเข้าโคมีชีวิต เนื้อโคแช่แข็ง และเครื่องในโคแช่แข็งจากออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์มากขึ้น อันเป็นผลมาจากที่ราคาถูกกว่าเนื้อโคในประเทศไทย และจะส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ ซึ่งมีต้นทุนการผลิตที่สูง ประกอบกับราคาจำหน่ายโคเนื้อที่ไม่แ
จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากจะมีในเรื่องของการทำไม้ผลที่มีคุณภาพแล้ว เกษตรกรในบางพื้นที่ได้มีการทำปศุสัตว์ที่สามารถสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง จึงทำให้มีการจัดการในระบบฟาร์มอย่างมีแบบแผน สามารถนำวัตถุดิบที่เหลือจากสวนหรือในท้องถิ่นมาเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนอีกหนึ่งช่องทาง ทำให้การทำปศุสัตว์แม้จะทำเป็นอาชีพเสริมรายได้ แต่ก็สามารถมีเงินเป็นรายรับเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน คุณปิ่นณรงค์ สมัยสง อยู่บ้านเลขที่ 142/2 หมู่ที่ 7 ตำบลควงพัง อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แบ่งพื้นที่มาทำปศุสัตว์ ด้วยการเลี้ยงโคเนื้อแบบต้นทุนต่ำ พร้อมทั้งมีการผลิตอาหารไว้ให้โคกินเองภายในฟาร์ม จึงยิ่งช่วยให้มีระบบการจัดการที่ดี ไม่ต้องออกไปตัดหญ้าให้เกิดความยากลำบากเหมือนเช่นสมัยก่อน จึงมีเวลามากขึ้นสามารถไปทำงานด้านอื่นๆ สร้างรายได้หลากหลายช่องทาง คุณปิ่นณรงค์ เล่าว่า สมัยก่อนทำงานเป็นพนักงานเอกชนอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมาเจอพิษเศรษฐกิจในปี 2540 จึงทำให้ได้ต้องกลับมาอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงนั้นเกิดความคิดที่อยากจะทำอาชีพทางการเกษตรโดยทำแบบผสมผสานมีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ไปพร้อมๆ กัน “ช่วง
คุณจำนงค์ จังอินทร์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ ให้ข้อมูลว่า จังหวัดศรีสะเกษมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคมากกว่า 45,000 ราย มีจำนวนโคทั้งสิ้น ประมาณ 190,000 ตัว จึงถือเป็นแหล่งที่เลี้ยงโคมากเป็น อันดับ 2 ของประเทศ โดยส่วนใหญ่จะเลี้ยงแบบผลิตลูกที่ปล่อยตามหัวไร่ปลายนา และอีกบางส่วนเลี้ยงแบบยืนโรงหาอาหารให้กินตลอดจนเสริมด้วยอาหารข้น เพื่อสร้างเป็นโคขุนส่งขายเนื้อ “โคที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นลูกผสมชาร์โรเล่ส์กับบราห์มัน โดยปรับให้มีเลือดของชาร์โรเล่ส์สูงกว่าเป็นโครงสร้างของโคขุนที่ให้เนื้อมาก หรือเกษตรกรบางรายก็ชอบที่จะให้มีสายเลือดของบราห์มันมากกว่า ซึ่งแล้วแต่ว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ด้านใด ซึ่งโดยทั่วไปเกษตรกรที่เน้นเลี้ยงขุนส่งขายเนื้อก็จะให้มีสายเลือดของชาร์โรเล่ส์มากกว่า แต่ต้องไม่เกิน 75 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 25 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นบราห์มันหรือพื้นเมืองก็ได้ จึงนับว่าเป็นโอกาสทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อได้เป็นอย่างดี” คุณจำนงค์ กล่าว คุณทองเตียง บริบาล อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ที่ 5 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคอ
