โคเนื้อ
นายหมี่รัน ขำนุรักษ์ เลขานุการกลุ่มผู้เลี้ยงโค อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเกิดการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ในโคเนื้อและโคพื้นบ้าน จ.พัทลุง อย่างหนัก โดยมีโคเนื้อและโคพื้นบ้านติดโรคไม่ต่ำกว่า 500-600 ตัว มีลูกโคเสียชีวิตประมาณ 30 ตัว ส่งผลให้ตลาดหลักที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปฏิเสธไม่นำเข้าเนื้อโคเนื้อ รวมถึงโคพื้นบ้านที่มีชีวิต ตลาดโคเนื้อ โคพื้นบ้าน และเนื้อชำแหละจาก จ.พัทลุง 1-2 เดือนแล้ว จากปกติส่งไปขายประมาณ 100 ตัว/วัน คิดเป็นเม็ดเงินสูญหาย วันละ 2 ล้านบาท หรือ 90 ล้านบาท/เดือนแล้ว และมีแนวโน้มเสียหายจะเพิ่มขึ้นอีก ส่งผลให้กลุ่มผู้เลี้ยงโค อ.ตะโหมด ซึ่งมีสมาชิกผู้เลี้ยงโคเนื้อและโคพื้นบ้านกว่า 100 ตัว เร่งดำเนินการป้องกัน เนื่องจากโรคปากและเท้าเปื่อยยังแพร่ระบาดมาไม่ถึงพื้นที่ อ.ตะโหมด อ.กงหรา จ.พัทลุง ทั้งนี้ ทางกลุ่มได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์ และกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ โคพื้นบ้าน ร่วมมือกันวางมาตรการเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลรักษา โดยยุติการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่สามารถแพร่โรคได้ เนื่องจากราคาโคแต่ละตัวเฉลี่ยมีตั้งแต่ระดับราคา 10,000
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เป็นอีกหนึ่งโครงการ ที่ทางกองทุน เอฟทีเอ ได้อนุมัติงบกว่า 25 ล้านบาท ตั้งแต่ ปี 2559-65 ให้กับสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคขุนในเขตปฏิรูปที่ดินปางศิลาทอง จำกัด จ.กำแพงเพชร เพื่อให้สมาชิกมีอาชีพ มีรายได้ เกษตรกรมีความรู้ ทักษะในการเลี้ยงโคแม่พันธุ์ และโคขุนอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจัดทำแปลงหญ้า ปลูกพืชอาหารสัตว์ คิดสูตรอาหารและนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเป็นอาหารโคเพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยมีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการของสหกรณ์ ทั้งนี้ จากที่กองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ (กองทุนเอฟทีเอ) ได้อนุมัติงบประมาณให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อไปแล้ว 7 โครงการ 176 ล้านบาท เพื่อรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า โดยเฉพาะกรอบการค้าไทย-ออสเตรเลีย ซึ่งปี 2563 จะสิ้นสุดมาตรการปกป้องพิเศษ (เอสเอสจี) ส่งผลให้การนำเข้าสินค้าเนื้อโคจากออสเตรเลียไม่ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า ส่งผลให้ราคาเนื้
คุณโสภณ ตาก้อง เจ้าของฟาร์มโค ตั้งอยู่ที่ ตำบลทุ่งบัว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรที่เลือกเลี้ยงโคลูกผสมชาโรเลส์ เพราะราคาในการซื้อขายอยู่ในระดับที่เขาสามารถทำเรื่องการตลาดได้ และที่สำคัญยังสามารถพัฒนาเป็นโคเนื้อพันธุ์กำแพงแสนได้อีกด้วย จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี ชีวิตผูกพัน กับการเลี้ยงโคมาตั้งแต่เด็ก คุณโสภณ เล่าให้ฟังว่า ทางครอบครัวเริ่มแรกเดิมทีก็มีอาชีพเลี้ยงโคมาตั้งแต่เขายังเด็ก แต่เป็นโคนมที่เลี้ยงเพื่อรีดน้ำนมดิบส่งขายให้กับแหล่งรับซื้อ ต่อมาคุณพ่อคุณแม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพเพราะการเลี้ยงโคนมต้องมีเวลาทุกวันในการรีดนม จึงทำให้มองว่าการเลี้ยงโคนมอาจจะเป็นอาชีพที่ยังไม่ใช่คำตอบ ต่อมาจึงได้หาซื้อโคเนื้อมาเลี้ยงทดแทนโคนม เพราะโคเนื้อไม่ต้องใช้เวลาดูแลทุกวัน ก็สามารถเจริญเติบโตและสร้างเงินให้กับเขาได้ คุณโสภณ ตาก้อง และคุณพ่อคุณแม่ พร้อมกับโคพันธุ์กำแพงแสนที่ประกวดได้รางวัล “เรื่องโคนี่บอกเลยว่าผมชอบมาตั้งแต่เด็ก เราเห็นจากพ่อแม่เลี้ยงโคนม เสร็จแล้วก็เปลี่ยนมาเลี้ยงโคเนื้อ ผมก็ได้เลี้ยงและได้สัมผัสมากขึ้น จึงเกิดความชอบและอยากจะเลี้ยงจริ
คุณประดิษฐ์ พรมจันทึก อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 1 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้ทำการเลี้ยงโคแบบใช้พื้นที่น้อยแต่สามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อปี จึงนับว่าการเลี้ยงโคไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่หลายๆ คนมองว่ายุ่งยากในการเลี้ยงอีกต่อไป ทำให้เวลานี้ทุกคนในชุมชนได้มาทำการเลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริม ทำให้ทุกครัวเรือนมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย คุณประดิษฐ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพรับจ้างทั่วไปอยู่ในหมู่บ้านซึ่งสมัยก่อนยังไม่ได้มีการนำโคเข้ามาเลี้ยง ต่อมาเมื่อเก็บเงินได้จำนวนมากขึ้น พอมีเงินเป็นต้นทุนในการทำอาชีพต่อไป จึงได้นำเงินไปซื้อโคมาเลี้ยงบริเวณบ้านเพราะมองว่าน่าจะสร้างรายได้ที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ “สมัยก่อนนั้นพ่อกับแม่ก็เลี้ยงก่อน ก็หยุดไป เพราะมองว่ามันดูเป็นเรื่องไกลตัว ที่การเลี้ยงโคต้องใช้พื้นที่เยอะ เสร็จแล้วพอเรามีเงินทุนก้อนใหม่ ก็เลยทดลองซื้อมาเลี้ยงใหม่ โดยไม่ได้คำนึงเรื่องเนื้อที่แล้วว่า ต้องใช้มากเหมือนสมัยก่อน มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ หรือไม่ถึงไร่ เราก็สามารถเลี้ยงได้ เพราะมองว่าการเลี้ยงโคน่าจะเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้ได้พอสมควร หากมีการจัดการที่ดี ผมจึงเริ่มมา
คุณทองพูล สุรทัด อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 4 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เป็นเกษตรกรต้นแบบของพี่น้องเกษตรกรรายอื่นๆ ในจังหวัดบึงกาฬ ที่สามารถเลี้ยงโคเนื้อแบบประณีตคือเลี้ยงในจำนวนที่ไม่มาก ดูแลได้ทั่วถึง ทำให้โคที่เลี้ยงมีสุขภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด โดยมีพ่อค้ามาจับจองขอซื้อถึงบ้านกันเลยทีเดียว คุณทองพูล สุรทัด เห็นพื้นที่รอบบ้านว่าง จึงคิดทำปศุสัตว์ คุณทองพูล เล่าให้ฟังว่า เดิมมีอาชีพทำเกษตรกรรมอยู่แล้วคือ การปลูกข้าวโพดหวาน ต่อมาเห็นบริเวณรอบบ้านยังพอมีพื้นที่ว่างอยู่ จึงมองว่าน่าจะทำเกี่ยวกับเรื่องปศุสัตว์เพื่อเสริมสร้างรายได้ จึงตัดสินใจนำโคเนื้อมาเลี้ยงเพื่อใช้พื้นที่บริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการเลี้ยงจะเน้นให้มีแต่โคแม่พันธุ์เท่านั้น เพราะเน้นทำการผสมเทียมเพียงอย่างเดียว “ปี 2540 ช่วงแรกๆ ตอนที่จะเลี้ยงใช้เงินลงทุนไปประมาณ 30,000 บาท ซื้อเป็นแม่พันธุ์พร้อมลูกมา พอเราเห็นว่าพร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้ ก็จะติดต่อให้ทางสำนักงานปศุสัตว์มาผสมเทียมให้ ก็ได้ลูกเพิ่มขึ้นมาโดยไม่ต้องซื้อเข้ามาเพิ่มอีก ซึ่งภายในฟาร์มจะเน้นเป็นสายพันธุ์บราห์มันขาว บราห์มันแดง ที่มีลูกผส
นายคงฤทธิ์ บัวบุญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า จ.มหาสารคาม มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญคือ ข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย สัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญคือ โคเนื้อ และโคนม สำหรับข้าว อ้อย เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีหน่วยงานดูแลอยู่แล้ว แต่มันสำปะหลังยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลทำให้สุดท้ายประโยชน์ตกเป็นของพ่อค้าลานมันและโรงแป้ง ด้วยเหตุนี้สภาเกษตรกรจังหวัดมหาสารคามซึ่งมีการรับขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรอยู่ โดยมีกลุ่มองค์กรที่ผลิตมันสำปะหลัง 8 องค์กร จาก 3 อำเภอ ได้ปรึกษาศึกษาค้นคว้าหาทิศทางในการที่จะพัฒนามันสำปะหลังอยู่เป็นปีก็ได้ข้อสรุปว่าหากจะปลูกมันสำปะหลังแล้วขายหัวมันสดไม่มีทางจะแก้ปัญหา ความยากจนได้ยังไงก็ขาดทุน ทั้งนี้ จังหวัดมหาสารคามมีสหกรณ์โคนม 2 แห่ง คือ สหกรณ์โคนมมหาสารคาม จำกัด และสหกรณ์โคนมโคกก่อ จำกัด ทั้ง 2 แห่งซื้อมันเส้นหรือมันสำปะหลังตากแห้งจากพื้นที่อื่นและต่างประเทศ จึงได้เชิญตัวแทนจากทั้ง 2 สหกรณ์ และเกษตรกรผู้ผลิตมันสำปะหลังร่วมพูดคุยและตกลงกันว่าสหกรณ์ทั้ง 2 แห่ง จะซื้อผลผลิตมันเส้นตากแห้งจากกลุ่มเกษตรกรในจังหวัด ช่วงแรกเกษตรกรใช้วิธีขุดหัวมันมาสับแล้วตาก สหกรณ์โคนมทั้ง 2 แห่ง
บูมเลี้ยงโคเนื้อ รุกส่งออก เผยตลาดจีน-เวียดนาม อนาคตสดใส คาดแต่ละปีเงินสะพัด 6-7 หมื่นล้าน กรมปศุสัตว์ โดดหนุนเต็มสูบ จัดสัมมนากระตุ้น ดัน “พัทลุง” ศูนย์กลางโคเนื้อพันธุ์พื้นเมือง สหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน เฟ้นคุณภาพป้อนตลาด สหกรณ์โคเนื้อศรีวิชัย มุ่งแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลเพิ่มมูลค่าโกยเงินนอก นายกิตติ กุบแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันโคเนื้อเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรขนาดใหญ่ในประเทศ โดยมีโคเนื้อประมาณ 4.87 ล้านตัว เงินหมุนเวียนกว่า 60,000-70,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ตลาดในประเทศ มีความต้องการบริโภคสูงถึง 1.2 ล้านตัวต่อปี แต่ผลิตได้เฉลี่ยปีละ 1 ล้านตัว ส่วนการส่งออกมีประมาณ 150,000 ตัว/ปี ตลาดหลักคือจีนและเวียดนาม โดยผ่านพ่อค้าคนกลางใน สปป.ลาว ขณะเดียวกันภาครัฐเตรียมผลักดันการส่งออกให้มีปริมาณที่เพิ่มขึ้น เช่น เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ ได้จัดสัมมนา “การประชุมเครือข่ายโคเนื้อระดับชาติ เพื่อการผลิตเชิงคุณภาพ” เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโคเนื้อ ทั้งกลุ่มเกษตรกรณ์ วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ที
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 รุกแนวทางการพัฒนาโคเนื้อ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจากเกษตรกรและภาคส่วนเกี่ยวข้อง เดินหน้าสู่การพัฒนาการผลิตโคเนื้อคุณภาพ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้วยนวัตกรรม พัฒนาสถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ได้แก่ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ มีกลุ่มสินค้าที่สำคัญ คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส้มเขียวหวาน อ้อยโรงงาน ส่วนสินค้าปศุสัตว์ที่สร้างมูลค่าให้กับกลุ่มจังหวัด ได้แก่ โคเนื้อ และสุกร ขณะเดียวกันรัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ และเป็นโครงการหนึ่งในแผนปรับโครงสร้างระบบการผลิตภาคการเกษตร โดยตั้งเป้าหมายให้มีการเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก (สศท.2) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาสินค้าปศุสัตว์ จึงร่วมกับสำนักงาน ปศุสัตว์เขต 6 พิษณุโลก ศึกษาแนวทางการพัฒนาสินค้าโคเนื้อในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล
“สหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน” รุกขยายตลาดแบรนด์ “KU Beef” ตอกย้ำการเป็นเจ้าตลาดโคขุนเกรดพรีเมี่ยม มุ่งเจาะหัวเมืองท่องเที่ยว-สายคลีน-ห้างโมเดิร์นเทรด พร้อมชูจุดขาย “เนื้อนุ่ม จากโคหนุ่ม ไขมันน้อย” วางเป้า 120 ล้านบาท ต่อปี คุณมนัส เรียบร้อย รองประธานสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน จำกัด กล่าวว่า จากกระแสของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ประกอบการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวและร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง ทำให้เนื้อโคขุน “เกรดพรีเมี่ยม” เป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น สังเกตได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรม และร้านอาหารทั้งไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านอาหารญี่ปุ่นและเกาหลี มาเป็นลูกค้าของ “KU Beef” มากขึ้น ทั้งนี้ จากการขยายตัวของตลาดเนื้อโคขุน “เกรดพรีเมี่ยม” สหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสนฯ จึงมีนโยบายมุ่งผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพสูง ที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค และใส่ใจในกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่แห่งคุณค่า ภายใต้แบรนด์ “KU Beef” โดยมุ่งเน้นที่จะขยายตลาดสู่หัวเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เพื่อให้ตอบสนองกลุ่มธุรกิจโรงแรมและผู้ประกอบการร้านอาหาร รวมถึงผู้บริโภคระดับครัวเรือนที่เน้นความปลอดภัยทางอาหาร ห
กระทรวงเกษตรฯ ชี้โครงการ “โคบาลบูรพา” จังหวัดสระแก้ว เพิ่มปริมาณโคเนื้อและแพะ สร้างอาชีพใหม่ที่มั่นคงและยั่งยืน พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการโคบาลบูรพา ว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ร่วมกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมชลประทาน และจังหวัดสระแก้ว จัดทำโครงการ “โคบาลบูรพา”เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง โดยปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมไปเลี้ยงปศุสัตว์ โดยส่งเสริมอาชีพปศุสัตว์ให้เกษตรกรในพื้นที่ ส.ป.ก. ที่ยึดคืนตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2559 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 ซึ่งเป็นพื้นที่มีศักยภาพในการเลี้ยงสัตว์ โดยมีเป้าหมายพัฒนาให้จังหวัดสระแก้วเป็นเมืองแห่งปศุสัตว์ “โคบาลบูรพา” ที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งและลักษณะพื้นที่เหมาะสม เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเชื่อมต่อกับประเทศกัมพูชาและเวียดนาม มีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมโคเนื้ออย่างครบวงจร ซึ่งจะสามารถเพิ่มผลผลิตให้เพียง
