ไก่พื้นเมือง
ไก่แจ้เป็นไก่พื้นบ้านที่มีขาสั้น แต่ด้วยลักษณะฉะเพราะของไก่แจ้ที่สวยงาม จึงเป็นที่นิยมนำไปเลี้ยง เกษตรกรหลายคนก็หันมาเลี้ยงไก่แจ้ ทั้งเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม เพราะว่าไก่แจ้นั้นมีราคาขาย ที่สูงกว่าพันธุ์ไข่หรือพันธุ์เนื้อมาก โดยราคาที่ซื้อขายกันอยู่ที่หลักพันบาทจนถึงหลักหมื่นบาท คุณณรงค์ฤทธิ์ ยำบ๊ะ (หรือบังลิก) อายุ 40 ปี อาศัยอยู่ คลอง 12 ลำลูกกา ถ.ลำไทร ซอย 2 จังหวัดปทุมธานี เป็นเกษตรกรเลี้ยงไก่แจ้ เจ้าของเพจไก่แจ้บ้านบังลิก ปัจจุบันบังลิกเป็นเกษตรกรเลี้ยงไก่แจ้ อาชีพเกษตรกรเลี้ยงไก่แจ้เป็นเพียงอาชีพเสริม ของบังลิก เนื่องด้วยปัจจุบัน บังลิก เป็นพนักงานประจำอยู่ของบริษัทแห่งหนึ่ง บังลิก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่นำความชื่นชอบ มาเป็นอาชีพเสริมที่หารายได้เพิ่มให้กับครอบครัว จุดเริ่มต้น ในการเข้ามาสู้วงการไก่แจ้ของบังลิกเริ่มจาก ครอบครัวทำอาชีพเลี้ยงไก่กินเนื้อ แต่ด้วยความชอบส่วนตัว ชื่นชอบ ในลักษณ์พิเศษของไก่แจ้ที่ขาสั้น ตัวอ้วนกลม และสีขนที่สวยงามอย่างเป็นเอกลักษณ์ มีเสน่ห์ในตัวเอง ทำให้บังลิกหลงไหลในเสน่ห์ของไก่แจ้อย่างปฏิเสธไม่ได้ บังลิก กล่าวว่า ตนเองได้ศึกษาข้อมูลและอยู่ในเเวดวงไก่
การเลี้ยงกบและการเลี้ยงไก่พื้นเมือง จัดเป็นอีกอาชีพที่นิยมเลี้ยงกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นชุมชนหรือหมู่บ้าน จะมีโครงการส่งเสริมให้เลี้ยงกบและไก่พื้นเมืองเพื่อเป็นอาหารในครัวเรือน และเหลือจากการบริโภคสามารถจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกทาง ซึ่งสุพรรณฟาร์ม ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกฟาร์มหนึ่งที่เริ่มต้นจากการเลี้ยงเพื่อนำมาบริโภคในครัวเรือนสู่การเลี้ยงเป็นอาชีพที่สร้างได้ให้กับครอบครัว โดยได้ พลิกผันจากชีวิตข้าราชการครูมาประกอบอาชีพเกษตรกรอย่างพอเพียง คุณสุพรรณ คำเถิง เจ้าของสุพรรณฟาร์ม เปิดเผยว่า เริ่มเลี้ยงกบเมื่อปี พ.ศ.2549 ขณะนั้นยังรับราชการครู โดยจะใช้พื้นที่ภายในบริเวณบ้านสร้างบ่อซีเมนต์ จำนวน 10 บ่อสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร พื้นเทปูนหนาเพื่อรองรับน้ำ และมีท่อระบายน้ำตรงส่วนที่ลาดที่สุด ก่อนนำกบลงเลี้ยงจะทำการล้างบ่อซีเมนต์ให้สะอาดด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ใส่ทิ้งไว้ 2-3 วัน ถ่ายน้ำออกล้างให้สะอาด ตากบ่อทิ้งไว้ให้แห้ง 1-2 วัน นำกบมาลงเลี้ยง โดยในปีแรกกบที่เลี้ยงได้ซื้อลูกกบมาในราคาตัวละ 3 บาท ในปีที่สองสามารถทำการเพาะพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์เองได้ จึงลดต้
กระผม คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ ผู้เขียน เดินทางผ่านจากบ้านค่ายลูกเสือ ถึงบ้านหนองแวง หมู่ที่ 5 ตำบลภูปอ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนถึงเทศบาลตำบลภูปอ เห็นป้ายขนาดใหญ่เชิญชวนท่องเที่ยว ริมอ่างเก็บน้ำฝายน้ำล้นห้วยแก่งน้อย คุณวิจิตรา สารปรัง ให้การต้อนรับด้วยไมตรีจิตร คุณนิยม สารปรัง อดีตข้าราชการครู ลาออกเมื่ออายุ 55 ปี ปัจจุบันอายุ 58 ปี กำลังทำความสะอาดโรงเรือนสุกรขุน อยู่ 2 คน อย่างมีความสุข ลูกสาว และลูกชาย จบการศึกษาไปทำงานมีฐานะที่มั่นคงแล้ว กลับมาเยี่ยมพ่อแม่บ้างเมื่อถึงวันหยุด “การเริ่มต้นที่ดีเท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง” พื้นที่บริเวณนี้ 7 ไร่เศษ ตอนใต้ฝายน้ำล้น เริ่มต้นทำไร่นาสวนผสมตามแนวพระราชดำริฯ ได้รับการประสานงานจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เลี้ยงโคขุน 10 ตัว ไปได้ดีและพอมีกำไรสวยงามมาก เพราะเป็นการออมเงินที่ดี วัวมีอาหารคือหญ้า หากเอาเงินหมื่นไปฝากธนาคาร ดอกเบี้ยไม่กี่บาท ซื้อวัวแม่พันธุ์ 1 ตัว ผ่านไป 1 ปีคลอดลูกได้ 5-6 พันบาท หรือขุนแบบซื้อมาขายไป ได้กำไรดีมาก คุณนิยม เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นคนบ้านนาจารย์ หมู่ที่ 2 ต
ไก่ประดู่หางดำ ถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ไก่พื้นเมืองยอดนิยมที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นอย่างมาก เพราะมีลักษณะเด่นตรงกับความต้องการของตลาด เป็นไก่พันธ์เนื้อที่มีอัตราการเจริญเติบโตดี มีรสชาติอร่อย ทำให้ไก่ประดู่หางดำเป็นที่นิยมเลี้ยงของเกษตรกร ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดเป็นโครงการ ”จากจมูกถึงหาง” ละเอียด ละเมียด ละมุน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย คณะเกษตรศาสตร์ ในงานวิจัยยกระดับไก่พื้นเมืองสู่วัตถุดิบเมนูสากลระดับโลก กว่าจะได้ไก่ที่มีรสชาติอร่อย เป็นเมนูขึ้นโต๊ะอาหารได้อย่างสวยงามนั้น ต้องอาศัยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่ประดู่หางดำ จากทีมอาจารย์นักวิจัย คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้แผนงานวิจัย นวัตกรรมและการพัฒนากระบวนการผลิตไก่พื้นเมือง (ประดู่หางดำ) ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจำปี 2564 ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี มาปรับใช้ในกระบวนการเลี้ยงไก่ ควบคู่กับการให้ความรู้เกษตรกร ตั้งแต่การฟักไข่ การดูแลพ่อแม่พันธุ์ การนำงานวิจัยเข้ามาช่วยในเรื่องการลดต้นทุนอาหารเพื่อให้ขายไก่มีกำไรมากขึ้น หลังจากเมื่อได้ไก่ที่สมบูรณ์แล้ว ในโครงการยังช่วยเรื่องกา
ไก่เบตง สัญลักษณ์ใต้สุดแดนสยาม หลายท่านคงรู้จักไก่เบตงในเรื่องของรสชาติ ความอร่อย จุดเด่นของไก่สายพันธุ์นี้คือ เนื้อนุ่ม หนังกรอบ ไม่มีมันผสม กินแล้วอาจทำให้ลืมไก่เนื้อสายพันธุ์อื่นได้ และนอกจากความอร่อยแล้ว ไก่เบตงยังติดอันดับไก่เนื้อที่มีราคาแพงที่สุดในประเทศไทย คิดราคาแบบปรุงสำเร็จแล้ว ตกตัวละ 1,200 บาท แต่อย่าเพิ่งตกใจกับราคา ขอบอกเลยว่าไก่เบตงคุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน เพราะกว่าจะเป็นเนื้อไก่ที่อร่อยขนาดนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงเขาต้องใช้เวลาเลี้ยงถึง 6 เดือน เทียบกับไก่ทั่วไปแล้วใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงนานกว่ากันถึงเท่าตัว จึงไม่แปลกที่ไก่เบตงจะมีรสชาติอร่อย และกำลังเป็นของหายากในขณะนี้ คุณธนันท์รัฐ อุดมธันยรัตน์ หรือ โกช้าง อยู่บ้านเลขที่ 54 ถนนรัตนเสถียร ตำบลเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เกษตรกรมืออาชีพชื่อเสียงโด่งดังในวงการคนเลี้ยงไก่เบตง เล่าว่า ไก่เบตง เข้ามาในประเทศไทยโดยชาวจีนอพยพมาเป็นเวลากว่า 100 ปีแล้ว แต่ค่อนข้างหาคนเลี้ยงได้ยากเต็มที สาเหตุเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เลี้ยงยาก ต้นทุนสูง ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงนานถึง 6 เดือน เลี้ยงแล้วขาดทุน อีกส่วนหนึ่งคือคนรุ่นใหม่ไม่สานต่อ เข้าไปทำงานป
เมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทรงเป็นห่วงราษฎรมีแหล่งอาหารโปรตีนไม่เพียงพอ ทรงแนะให้เลี้ยงไก่พื้นเมือง “ไก่แม่ฮ่องสอน” เพื่อช่วยให้ราษฎรในพื้นที่มีอาชีพ พร้อมแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพ “ไก่แม่ฮ่องสอน” เป็นไก่พื้นเมืองท้องถิ่นที่เลี้ยงกันในชนบทเกือบทุกอำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เกษตรกรที่เลี้ยงมีทั้งในหมู่บ้าน รวมทั้งชาวเขาในเขตที่สูง ไม่ว่าจะเป็นชาวกะเหรี่ยง มูเซอ ลีซอ ฯลฯ ลักษณะทั่วไปของไก่พันธุ์นี้คล้ายกับไก่ป่า จึงคาดว่าเป็นไก่ที่มีต้นพันธุ์มาจากไก่ป่า โดย เพศผู้ มีลักษณะขนคอและหลังสีเหลืองแดงเข้ม ขนลำตัวและหางมีสีดำ มีขนปุยขนที่โคนหาง หงอนจักร ใบหน้าแดง แข้งและปากมีสีดำหรือเทา มีขนตุ้มหูสีเหลือง ผิวหนังขาวอมแดง และ เพศเมีย มีลักษณะขนลำตัวสีน้ำตาลกระเหลืองหรือน้ำตาลลายป่าทั้งตัว หงอนจักร ใบหน้าแดง ปากและเเข้งสีดำหรือเทาหรือน้ำตาล มีขนตุ้มหูสีเหลือง ผิวหนังขาวอมแดง ชาวบ้านเลี้ยงไก่แม่ฮ่องสอนเพื่อการบริโภค ไว้จำหน่าย สร้างความเพลิดเพลินในแบบไก่สวยงาม รวมถึงยังเลี้ยงเป็นไก่ล่อหรือต่อไก่ป่า ตำบลแม่เงา อำเภอข
ปศุสัตว์สบเมยนำไก่แม่ฮ่องสอนซึ่งเป็นพันธุ์ไก่พื้นเมืองของจังหวัดที่มีคุณสมบัติเลี้ยงง่าย แข็งแรง หากินอาหารตามธรรมชาติ มาผสมกับไก่ตะเภาทองที่พัฒนาแล้วได้พันธุ์ที่แข็งแรง ทนโรคเช่นเดียวกับไก่พื้นเมืองของไทย สามารถเลี้ยงในที่ชื้นแฉะได้ มีเนื้อนุ่ม หวานกรอบ อันเป็นเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ จนได้พันธุ์ไก่ลูกผสมที่ตอบสนองการเลี้ยงในพื้นที่ได้อย่างดี กินอาหารง่าย แข็งแรง ขนาดตัวพอเหมาะ ให้ไข่เร็วและดก อัตราการให้เนื้อดี ใช้เวลาเลี้ยงเพียง 3 เดือนขายได้แล้ว เหมาะแก่การส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงสร้างรายได้ คุณสมชาย พรมละอองวัน สัตวบาลอำเภอสบเมย บอกว่า การเลี้ยงไก่ตะเภาทองในอำเภอสบเมย เกิดขึ้นจากโครงการของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้จากการเลี้ยงไก่ ทั้งนี้ จึงเป็นภาระหน้าที่ของทางปศุสัตว์สบเมยในการสรรหาพันธุ์ไก่ที่เหมาะสมกับพื้นที่ แล้วพบว่าไก่แม่ฮ่องสอนซึ่งเป็นไก่พื้นเมืองน่าจะเหมาะกว่าเพราะขนาดตัวไม่ใหญ่มาก แต่ปัญหาอย่างหนึ่งของไก่พื้นเมืองคือใช้เวลาเลี้ยงนานเกินไป มีขนาดเล็ก ขณะเดียวกัน พบว่าไก่ตะเภาทองสามารถนำมาเลี้ยงในพื้นที่อำเภอสบเมยได้ จึงมองว่าหากนำไก่ทั้งสองพันธุ์มาผสมกันโดยใช้
ไก่พื้นเมืองเป็นทรัพยากรของชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีการเลี้ยงอย่างแพร่หลายทั่วไปแทบทุกครัวเรือนเกษตรกร และนับเป็นการสะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวชนบทไทย การเลี้ยงไก่พื้นเมืองส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม โดยในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยจะมีการเลี้ยง ไก่ประจำถิ่น ทั้งนี้ไก่ประจำถิ่นหลายแห่งอาจมีประวัติที่มาในอดีตหลายร้อยปี จนสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่ ในปัจจุบันไก่พื้นเมืองดั้งเดิมในหลายท้องถิ่นลดน้อยลง บางแห่งสูญหายไป หรืออาจถูกนำไปผสมพันธุ์กับไก่จากท้องถิ่นอื่นจนทำให้ไก่พื้นเมืองประจำถิ่นนั้นกลายพันธุ์ไปก็มี ด้วยเหตุของความหวงแหนจึงทำให้ชาวบ้านและภาคราชการหันมาให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พันธุ์ไก่พื้นเมืองเพิ่มมากขึ้น นายกิตติพงษ์ บุญบุตร หรือคุณแจ๊ค อยู่บ้านเลขที่ 131 หมู่ 7 ตำบลบ้านดารา อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการอนุรักษ์พันธุ์ไก่พื้นเมืองประจำถิ่นของจังหวัดอุตรดิตถ์นั่นคือ “ไก่เขียวพาลี” เดิมคุณแจ๊คมีมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหัวบึง ตำบลท่ามะเฟือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เลี้ยงไก่ชนพื้นเมืองทั่วไป จะเพาะพันธุ์แล้วขายเป็นไก่ชน พอหลังจากแต่งงานเล
ไก่สีหมอก เป็นไก่พันธุ์ผสมระหว่างไก่ดำที่มีลักษณะกระดูกดำและขนดำสนิท กับไก่ประดู่หางดำ(ที่มีคุณสมบัติเฉพาะ คือโตเร็ว และเนื้อมีรสชาติดี อันเป็นผลผลิตจากงานวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยหรือ สกว.) มาผสมกัน ส่วนผลที่ได้ของการผสมกับไก่ดำ ในระดับฟาร์มนำร่องพบว่าไก่สายพันธุ์ลูกผสมที่เกิด ขึ้นโตเร็ว เนื้อมีรสชาติดีใกล้เคียงกับไก่ประดู่หางดำ และกลิ่นคาวลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสายพันธุ์ลูกผสมจะคงความเป็นสีดำของขน และกระดูกไว้ แต่สิ่งที่พบคือ สีเนื้อที่ปรากฏไม่ดำสนิท และไม่สม่ำเสมอกันทุกตัว แต่ด้วยลักษณะเนื้อที่มีสีเทาถึงเทาเข้มเป็นส่วนใหญ่ ทำให้คณะผู้วิจัยได้แนวคิดในการผลักดันเป็นตัวสินค้าใหม่ภายใต้ชื่อพันธุ์ “ไก่สีหมอก” ไก่สีหมอก เป็นผลงานวิจัย ของ ศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ (ไก่พื้นเมือง) ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) รศ. ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายฯ เผยว่า เป้าหมายของการพัฒนาสายพันธุ์ในครั้งนี้นอกจากจะเป็นความท้าทายในเชิงวิชาการแล้วยังเป็นความท้าทายในการดึงคุณสมบัติเด่นของสายพันธุ์ไก่ประดู่หางดำมาใช้ประ
ไก่ชน หรือ ไก่พื้นเมือง ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานกี่ศตวรรษ ก็ยังเป็นที่นิยมเลี้ยงและเป็นเกมกีฬามาตั้งแต่สมัยโบราณ ทำให้ไก่ชนยังไม่จางหายไปจากสังคมไทย ซึ่งเด็กตามต่างจังหวัดก็ยังได้ใช้เวลาในช่วงว่างจากเรียนหนังสือมาเลี้ยงไก่ชนและดูแลในสิ่งที่รักยามว่าง จึงเกิดเป็นอาชีพเพาะพันธุ์ไก่ชนสร้างสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดเป็นรายได้ให้กับผู้ที่รักและชื่นชอบดีไม่น้อยทีเดียว คุณชำนาญ ช่วยชูเชิด อยู่บ้านเลขที่ 77/143 หมู่ที่ 12 แขวงลาดยาว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ที่ชื่นชอบการเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่เด็ก จึงใช้เวลาว่างจากงานประจำในช่วงเช้า เย็น และช่วงวันหยุด เพาะพันธุ์ไก่ชนให้มีความหลากหลายสามารถทำเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ยามว่างให้กับเขาได้เป็นอย่างดี ไก่ชน สัตว์เลี้ยง ที่อยู่ในสายเลือด คุณชำนาญ เล่าให้ฟังว่า มีความชื่นชอบการเลี้ยงไก่ชนตั้งแต่เด็ก ซึ่งเขาเองมีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อมาเมื่อจบการศึกษาจึงได้เดินทางเข้ามาทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งทำให้ในระยะนั้นยังไม่ได้มีเวลามาเลี้ยงไก่ชนมากนัก แต่เมื่อมีโอกาสได้กลับบ้านเกิดยังต่างจังหวัด ก็จะแวะเวียนไปดูการชนไก่และดูสายพันธุ์ต่างๆ อย
