ไก่พื้นเมือง
แนวโน้มความนิยมเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อบริโภคเชิงพาณิชย์ในขณะนี้นับว่ามาแรงมาก เนื่องจากไก่กินแต่อาหารจากธรรมชาติล้วน จึงทำให้มีรสชาติอร่อย คุณภาพเนื้อปลอดไขมัน แล้วมั่นใจว่าปลอดภัยต่อสุขภาพ แล้วถ้ายิ่งนำระบบการเลี้ยงและบริหารจัดการแบบอินทรีย์มาใช้ด้วยคงส่งผลให้จำนวนไก่พื้นเมืองอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมปศุสัตว์เข้ามามีบทบาทต่อการส่งเสริมให้ชาวบ้านหันมาเลี้ยงไก่พื้นบ้านเชิงพาณิชย์มากขึ้น ซึ่งไม่เพียงเข้ามาแนะนำวิธีเลี้ยงที่ถูกต้องเหมาะสม แต่ยังสนับสนุนส่งเสริมทางด้านอุปกรณ์เครื่องใช้ ตลอดจนเทคนิคต่างๆ รวมถึงยังหาตลาดแหล่งจำหน่ายให้ด้วย อย่างที่อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทางปศุสัตว์จังหวัดได้เปิดยุทธศาสตร์ชักชวนชาวบ้านในพื้นที่ให้ฟื้นฟูการเลี้ยงพันธุ์พื้นเมืองไก่แม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ เพื่อต้องการอนุรักษ์แล้วกระตุ้นจิตสำนึกให้ผู้คนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าและความสำคัญของไก่พันธุ์นี้ทางด้านอาหารเพื่อสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักทั่วไปของคนทั้งประเทศ พร้อมกับยังรับซื้อหรือหาตลาดรองรับ ช่วยให้ชาวบ้านในจังหวัดมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย คุณอารีย์ พ
“ ไก่พื้นเมือง ” หรือ “ไก่บ้าน” ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ ราชาของเนื้อไก่ ” เพราะแข็งแรง ทนทาน เลี้ยงดูง่าย ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี มีความต้านทานโรคสูง เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม มีไขมันต่ำ นำมาปรุงอาหารได้อร่อยหลากหลายเมนู ยกตัวอย่างเช่น “ ไก่บ้านตะนาวศรี ” ที่มี รสชาติและรสสัมผัสอร่อยเข้มข้นถูกปากผู้บริโภคแล้ว เนื้อไก่ยังมีโปรตีนสูง แต่มีปริมาณไขมันต่ำกว่าไก่ทั่วไป จึงได้รับความนิยมสูงติดตลาดมานานกว่า 20 ปี “ ไก่บ้านตะนาวศรี” นับเป็นไก่พื้นเมืองสายพันธุ์เดียวที่ถูกนำมาพัฒนาเชิงการค้าอย่างครบวงจรรายแรกในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “ บริษัท ตะนาวศรีไก่ไทย จำกัด” ซึ่งกลายเป็นผู้นำตลาดไก่พื้นเมืองครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของเมืองไทยอีกด้วย กว่าจะเป็น “ ไก่บ้านตะนาวศรี ” ด้วยความช่างคิดของ “ คุณลิขิต สูจิฆระ ” ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท ตะนาวศรีไก่ไทย จำกัด ซึ่งผันตัวเองจากการเป็นอาจารย์ทางด้านเกษตรมาใช้ชีวิตแบบเกษตรกรเต็มขั้น ท่านไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาและปรับปรุงทั้งสายพันธุ์และกระบวนการเลี้ยงไก่บ้านหรือไก่พื้นบ้านให้มีคุณภาพดีขึ้น ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ ทำอย่างไรให้ไก่พื้นบ้าน มีคุณภาพเน
คุณเกรียงไกร โพธิ์ดี เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นบ้าน 4 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ เหลืองหางขาว ประดู่หางดำ เขียวหางดำ และเทาทอง คลุกคลีในวงการไก่พื้นบ้านมานาน 12 ปี ตลอดเวลา 12 ปี เป็นประสบการณ์ที่ทำให้วันนี้ คุณเกรียงไกร เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นบ้านมือหนึ่งของจังหวัดสิงห์บุรี เพราะนอกจากจะเป็นผู้เลี้ยง เพาะ ขยายพันธุ์ อนุรักษ์สายพันธุ์ ทำการตลาดในประเทศและต่างประเทศแล้ว ยังสร้างอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรด้วยกัน ให้ไก่ไปเลี้ยงแล้วรับซื้อลูกไก่ประกันราคาอีกด้วย คุณเกรียงไกร โพธิ์ดี (ขวา) และ คุณศิริวัฒน์ อินทร์บุญ (ซ้าย) “ผมเริ่มต้นจากไก่สวยงาม ก็เป็นไก่พื้นบ้าน แต่เลี้ยงแล้วเอาไปชน สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะการเลี้ยงไก่พื้นบ้านแล้วนำไปชนด้วย ต้องใช้ดูแลค่อนข้างละเอียดมาก เช่น การออกกำลังกาย การตากแดด การให้น้ำ ทุกอย่างต้องใช้เวลา ผมจึงเลิก แต่สุดท้ายก็หันมาสนใจไก่พื้นบ้านในลักษณะของไก่สวยงาม ไม่เอาไปชนที่ไหน แต่เพราะไม่มีประสบการณ์ ทำให้ช่วงแรกถูกหลอก ได้สายพันธุ์ที่เลือดไม่แท้ หมดเงินไปหลายแสนบาท” คุณเกรียงไกร ต้องการเลือดแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงเข้าใจว่า หากเพาะไก่พื้นบ้านขาย ลูกค้าที่มา
“ไก่เมืองเพรียว” เป็นไก่พื้นเมืองดั้งเดิมของชาวบ้านตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ที่เลี้ยงกันไว้ตามบ้านเรือนแบบปล่อยตามธรรมชาติ ต่างคนต่างเลี้ยงไม่มีรูปแบบการเลี้ยงที่ชัดเจน จนเมื่อเกิดการรวมกลุ่มกันของสมาชิกในชื่อเกษตรกรเลี้ยงไก่พื้นเมืองบ้านเขาขี้เหล็ก และจัดตั้งฟาร์มต้นแบบให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของสมาชิกและนำกลับไปพัฒนาไก่ของตนเอง จึงส่งเสริมให้มีการเลี้ยงไก่เชิงพาณิชย์ โดยได้รับการสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์จากทางปศุสัตว์ การเลี้ยงไก่พื้นเมืองชนิดนี้สมาชิกกลุ่มจะรวมกันผลิต ผสมอาหารเองจากวัตถุดิบในท้องถิ่นปลอดจากสารเคมีทุกอย่างและแจกจ่ายให้สมาชิกนำกลับไปใช้ มีการเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยการวางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด (ซ้าย) คุณสมบัติ ขุนทอง รองประธานกลุ่ม กับ คุณอณัฐวิชัย ชาโพธิ์ สัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอแก่งคอย คุณสมบัติ ขุนทอง รองประธานกลุ่ม กล่าวว่า เหตุผลสำคัญของการรวมกลุ่มเพื่อต้องการให้ชาวบ้านที่เลี้ยงไก่ในแต่ละครัวเรือนมีเอกภาพที่ชัดเจน ไม่ต้องการให้เลี้ยงกันเองโดยขาดระบบจนควบคุมไม่ได้ ทั้งในเรื่องโรคระบาดหรือการกำหนดราคาขาย อย่างไรก็ตาม ลักษณะการเลี้
อาชีพเลี้ยงไก่ เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ได้รับความสนใจมาก โดยอาจจะเริ่มเลี้ยงในโรงเรือนเล็กๆ เพื่อหาประสบการณ์ จากนั้นก็ค่อยๆ ขยับขยาย หรือต่อยอดเพื่อเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักต่อไป ส่วนใครที่ยังไม่มีข้อมูล หรือยังตัดสินใจไม่ได้ว่า จะเลี้ยงไก่พันธุ์ไหน ปัจจุบัน กรมปศุสัตว์ มีสัตว์ปีกที่ได้รับการพัฒนามาจากสัตว์พื้นเมืองและพันธุ์จากต่างประเทศให้เป็นสายพันธุ์ไทยแท้ที่มีลักษณะประจำพันธุ์เป็นเอกลักษณ์ ลักษณะภายนอกสม่ำเสมอ มีความเป็นแม่ที่ดี ความหลากหลายทางพันธุกรรม และมีความเหมาะสมตามความต้องการทางเศรษฐกิจที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วทั้งสิ้น จำนวน 9 สายพันธุ์ ดังนี้ ไก่โรดไทย เป็นพันธุ์ที่กรมปศุสัตว์ ได้นำเข้าไก่พันธุ์โรดไอส์แลนด์เรด (Rhode Island Red) จากสหรัฐอเมริกาเข้ามาเลี้ยง วิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 จนได้ชื่อว่าเป็น ไก่โรดไทย (Rhode Thai) ใช้ประโยชน์ได้ทั้งเนื้อและไข่ (Dual Purpose) ลักษณะประจำพันธุ์ ขนลำตัวสีน้ำตาลแดง ปลายปีก-หางสีดำ ใบหน้าสีแดง หงอนจักร ปาก-แข้ง-ตาสีเหลือง เปลือกไข่สีน้ำตาลอ่อน-น้ำตาล ผลผลิตไข่ 240 ฟอง/แม่/ปี น้ำหนักไข่เฉลี่ย 55 กรัม อัตราก
อาชีพการเลี้ยงไก่ เป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมมาแต่ไหนแต่ไร ที่ผ่านมาบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศพยายามพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ไก่ตลอดเวลาเพื่อให้ได้พันธุ์ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นไก่เนื้อ ไก่ไข่ หรือไก่พ่อแม่พันธุ์ ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ 1 ไก่พันธุ์พื้นเมืองที่ถูกพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ให้เป็นไก่พันธุ์แท้ มีขั้นตอน วิธีการสร้างพันธุ์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ มีลักษณะประจำพันธุ์ทั้งลักษณะทางกายภาพ และทางปริมาณ เหมือนไก่พันธุ์แท้ทั่วโลก ลักษณะภายนอกประจำพันธุ์ ไก่เพศผู้ จะมีสร้อยคอสีแดงประดู่ ขนหาง ขนลำตัว แข้ง และปากมีสีดำ ใบหน้าแดงอมดำ และหงอนถั่ว ส่วนเพศเมีย ลักษณะเหมือนเพศผู้ ยกเว้นที่ไม่มีขนสร้อยคอ ที่เกษตรฟาร์ม ตั้งอยู่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร นำไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ 1 มาเป็นพ่อพันธุ์ ผสมกับไก่ลูกผสม เพื่อให้ได้ลูกไก่ผสมสามสายเลือด โดยมีลักษะเด่นของพ่อคือเป็นไก่พื้นเมือง ที่มีสีดำต่างจากไก่เนื้อทั่วไป และได้เนื้อไก่ที่อร่อยกว่า คุณสมนึก พรหมชัยวัฒนา เจ้าของเกษตรฟาร์ม พูดให้ฟังถึงเหตุผลในการเลือกไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ 1 มาเป็นพ่อพันธุ์ เพ
คุณสุพรรณ คำเถิง เจ้าของ “ สุพรรณฟาร์ม ” ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พลิกชีวิตจากข้าราชการครูมาประกอบอาชีพเกษตรกรอย่างพอเพียง เริ่มจากเลี้ยงกบและไก่พื้นเมือง เพื่อนำมาเป็นอาหารสำหรับบริโภคในครัวเรือน ก่อนพัฒนาเป็นอาชีพหลัก สร้างได้ให้กับครอบครัวอย่างยั่งยืน ฟาร์มกบ คุณสุพรรณ กล่าวว่า ทางสุพรรณฟาร์ม ได้เริ่มต้นเลี้ยงกบ ตั้งแต่ปี 2549 โดยใช้เวลาว่างช่วงรับราชการครูมาทำฟาร์มเลี้ยงกบในบ้าน ลงทุนสร้างบ่อซีเมนต์ จำนวน 10 บ่อสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร พื้นเทปูนหนาเพื่อรองรับน้ำ และมีท่อระบายน้ำตรงส่วนที่ลาดที่สุด ก่อนนำกบลงเลี้ยงจะทำการล้างบ่อซีเมนต์ให้สะอาดด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ใส่ทิ้งไว้ 2-3 วัน ถ่ายน้ำออกล้างให้สะอาด ตากบ่อทิ้งไว้ให้แห้ง 1-2 วัน จึงค่อยนำกบมาลงเลี้ยงในบ่อ โดยปีแรกซื้อลูกกบมาเลี้ยงในราคาตัวละ 3 บาท ในปีที่สองสามารถเพาะพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์เองได้ จึงลดต้นทุนการผลิตลง หลังจากที่ได้พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์กบแล้ว บ่อที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วจะนำใบหญ้าหรือพันธุ์ไม้น้ำสำหรับเป็นที่เกาะของไข่ บ่อขยายพันธุ์ต้องอยู่กลางแจ้งได้รับแสงแดดเพียงพอเพื่อช่วยให้ไข่ฟักเป็นตัวเร็วขึ้น
ไก่ชนหรือไก่พื้นเมือง เป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน จะเห็นได้จากวรรณกรรมหรือเรื่องราวทางประวัติศาสต์ ซึ่งผู้คนในสังคมไทยสมัยนั้น ก็จะมีการเลี้ยงไก่ชนหรือการละเล่นที่มีไก่ชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต จนทำให้ไก่ชนยังอยู่คู่สังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน การเลี้ยงขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงว่าต้องการเลี้ยงไปในทิศทางไหน เช่น ไว้บริโภคภายในครัวเรือน หรือเป็นไก่สวยงามใช้สำหรับชนแข่งขันเป็นเกมกีฬา จึงทำให้ไก่ชนเป็นสัตว์ปีกที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้ไม่น้อย นอกจากจะเป็นมีรายได้แล้วยังสร้างความสุขกับสิ่งที่ทำอีกด้วย คุณพลภัทร โรจนวีรเดช อยู่บ้านเลขที่ 58/2 หมู่ที่ 6 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เกษตรกรวัย 18 ปี เป็นผู้ที่ชื่นชอบและสนใจการเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่เด็ก เพราะได้เติบโตและพบเห็นการเลี้ยงไก่ชนจากญาติ จึงทำให้เขารู้สึกรักและหลงใหลจนคิดที่จะเลี้ยงอย่างจริงจังในยามว่างจากการเรียน จนสามารถทำเป็นเงินเก็บหลักหมื่นบาทต่อปีให้กับเขาได้เป็นอย่างดี สนใจเลี้ยงไก่ชน ตั้งแต่อายุ 15 ปี คุณพลภัทร หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง นิสิตสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
สศท.3 เผย เกษตรกรนาดี จังหวัดหนองคาย หันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์ประดู่หางดำ อีกหนึ่งทางเลือกใหม่ ใช้เวลาว่างหลังการทำเกษตร ช่วยเสริมรายได้อย่างงาม กำไรดี เลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ ทนต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ดี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์ประดู่หางดำ ที่นับเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรในจังหวัดหนองคาย ซึ่งจากการติดตามของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 (สศท.3) ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลนาดี อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย พบว่า เกษตรกรหันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองมากขึ้น ซึ่งจากเดิมเกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงสุกร แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา ราคาสุกรลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองแทน เพราะได้กำไรดีกว่า แถมเลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ ทนต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ดี การเลี้ยงนิยมเลี้ยงปล่อยอิสระ ทำให้ไก่ไม่เครียด แข็งแรง เจริญเติบโตตามธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเร่งการเจริญเติบโตเหมือนกับไก่พันธุ์เนื้อที่เลี้ยงในโรงเรือน อีกทั้งสามารถลดการใช้ยาปฏิชีวนะลงได้มาก และจากที่พันธุ์ไก่ขาดตลาด เกษตรก
คุณสุรเศรฐ คลังนาค อยู่บ้านเลขที่ 222/2 หมู่ที่ 10 ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 นอกจากจะเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้วยังมีอาชีพหลักเป็นชาวสวนมะพร้าวและรับเหมาก่อสร้างเลี้ยงครอบครัวอีกทาง อาชีพที่ทำต่างก็ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี เมื่อประสบผลสำเร็จกับอาชีพของตนเองแล้ว จึงมีความคิดที่อยากใช้ความรู้และประสบการณ์มาช่วยเหลือชาวบ้าน คิดหาวิธีหรืออาชีพที่จะสามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับคนในหมู่บ้านได้ จึงคิดว่าจะเลี้ยงไก่พื้นบ้านน่าจะเหมาะสม เพราะพื้นฐานเป็นคนชอบและรักการเลี้ยงไก่มาตั้งแต่สมัยเด็กแต่ต้องหยุดไปเพราะภาระหน้าที่ แต่เมื่อมีโอกาสจึงจับตัวนี้ขึ้นมาใหม่ เพราะไก่เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ดูแลง่าย ใช้พื้นที่น้อย ชาวบ้านสามารถใช้พื้นที่ข้างบ้านหรือใต้ถุนบ้านเลี้ยงได้ ถ้าเปรียบกับการเลี้ยงวัวที่ต้องใช้พื้นที่เยอะ ต้นทุนสูง แต่เลี้ยงไก่ใช้พื้นที่น้อย ต้นทุนการเลี้ยงต่ำ ถ้าหากเลี้ยงและดูแลดีๆ สามารถขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ชน ถ้าตัวที่เก่งๆ ราคาขายสูงถึงหลักแสน หลักล้าน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะนำชาวบ้านเลี้ยงและสำเร็จไปด้วยกัน เลือกเลี้ยง
