ไก่
ไก่ต๊อก เป็นสัตว์ปีกที่มีลักษณะโดยทั่วไปคือ มีจะงอยปากสั้นและหนา ปากมีสีน้ำตาลหรือแดงอมส้ม มีเหนียงสีเทาอมดำห้อยอยู่ที่จะงอยปากล่าง แผ่ไปทั้ง 2 ข้างของคาง ส่วนหัวถึงสันคอมีขนอยู่เล็กน้อย ลักษณะลำตัวป้อม มีขนหางหลายเส้นสั้นๆ ปลายหางชี้ลงข้างล่าง ไก่ต๊อกมีนิสัยชอบหากินในพื้นราบมากกว่าจะปีนป่ายบนต้นไม้ เป็นสัตว์ปีกที่มีนิสัยชอบอาศัยอยู่ตามป่าโปร่งและทุ่งหญ้า นิยมนำไก่ต๊อกมาเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ซึ่งเนื้อและไข่ของไก่ต๊อกสามารถนำมาประกอบอาหารได้ คุณพณิชย์ สังหาร อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ที่ 6 ตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เป็นเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงไก่ต๊อกจนประสบผลสำเร็จ ทำให้เขาถึงกับลาออกจากงานออฟฟิศ มาหาความสุขกับการเลี้ยงไก่ต๊อกและสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ เป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากหนุ่มออฟฟิศ ผันชีวิตสู่เกษตรกรเลี้ยงสัตว์ คุณพณิชย์ ชายหน้าหวาน มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ต่อมาประมาณปี 2557 ได้นำไก่ต๊อกมาทดลองเลี้ยงที่บ้านเพื่อเป็นอาชีพเสริม เมื่อเลี้ยงมาได้สักระยะผลปรากฏว่าไก่ต๊อกออกไข่และสามารถจำหน่ายลูกไก่ต๊อกเป็นรายได้พอได้เง
สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย เผยไก่ไทยตีปีกผงาดเวทีโลก ต่างชาติเชื่อมั่นมาตรฐานการผลิตระดับโลก ประเทศผู้นำเข้ากลับออร์เดอร์เพิ่ม พร้อมรับคำสั่งซื้อไก่สดจากสิงคโปร์ หลังรมว.เกษตรฯเจรจาสำเร็จ ประกาศรับรองอนุญาตให้อีก 20 โรงงานผลิตเนื้อไก่สดแช่แข็งของไทยส่งออกไปสิงคโปร์ได้ ผู้เลี้ยงไก่รับอานิสงค์ถ้วนหน้าสร้างความมั่นคงอุตสาหกรรมไก่ไทย นายแพทย์อนันต์ ศิริมงคลเกษม นายกสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ประเทศสิงคโปร์ประกาศรับรองอนุญาตให้โรงงานผลิตเนื้อไก่สดแช่แข็งของไทยส่งออกไปยังประเทศสิงคโปร์ได้อีก 20 โรงงาน เพิ่มเติมจากเดิมที่รับรองเพียง 2 โรงงานนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ของไทยที่มีมาตรฐานระดับโลก ทั้งมาตรฐาน GMP, HACCP, ISO, Animal welfare ฯลฯ โดยในปีที่ผ่านมากลุ่มผู้นำเข้าหลักกว่า 20 ราย มีคำสั่งซื้อต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศผู้นำเข้าหลักทั้งสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ต่างเพิ่มคำสั่งซื้อเนื้อไก่สดและผลิตภัณฑ์จากไทยมากขึ้น ที่สำคัญเมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา เกาหลีใต้ยังประกาศเปิดรับเนื้อไก่สดจากไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ทำให้คำสั่งซื้อไก่สด
นายสุธน สังข์จันทร์ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง-ไก่สวยงาม อยู่บ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 14 ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ตนเองสะสมไก่พื้นเมืองและไก่สวยงามหลายสายพันธุ์ เช่น ไก่ดำอินโดนีเซีย ไก่ดำญี่ปุ่น ไก่ต๊อก และที่น่าสนใจมากนั้นคือ ไก่ตีนโต ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศเวียดนาม นายสุธน บอกว่า ไก่ตีนโตจากเวียดนาม มีลักษณะเด่นอยู่ที่ขาและตีนมีขนาดใหญ่ ในประเทศไทยมีการนำเข้ามาเลี้ยงได้ไม่นานนัก โดยทั่วไปไก่สายพันธุ์นี้ น้ำหนักอยู่ระหว่าง 3.5-5 กิโลกรัม แต่เคยพบใหญ่สุดมีน้ำหนักมากถึง 6 กิโลกรัม ลักษณะของพันธุ์แท้ แข้งขามีสีส้มถึงแดง “คนเห็นครั้งแรกนึกว่าเป็นไก่ที่ขาพิการ จริงๆ แล้วไม่ใช่ ขาและตีนที่ใหญ่เป็นลักษณะประจำพันธุ์ ขาใหญ่ที่สุดบางตัวเท่าข้อมือของคน นอกจากเลี้ยงเป็นสัตว์แปลกแล้ว ที่เวียดนามยังใช้ประกอบอาหาร แต่เป็นอาหารในภัตตาคารหรูๆ เท่านั้น คนมีฐานะเข้าขั้นเศรษฐีเท่านั้นที่มีโอกาสได้กิน ไก่ตีนโตอร่อย โดยเฉพาะส่วนของขาและตีนอร่อยมาก สามารถนำมาปรุงอาหารได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะการทอด ส่วนเนื้อก็อร่อยเช่นกัน เพราะมีมันแทรกในเนื้อ” นายสุธน กล่าว นายสุธน กล่าวว่า
ไก่พันธุ์ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ ระหว่างไก่พื้นเมืองของไทยพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว ชื่อว่าไก่พันธุ์ตะเภาทองกับไก่พื้นเมืองของจีน ชื่อว่าไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ซึ่งไก่ทั้งสองสายพันธุ์นี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำทั้งสองสายพันธุ์มาผสมกันคือ พ่อพันธุ์ตะเภาทอง แม่พันธุ์สามเหลือง จึงได้เกิดเป็นไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ขึ้นมา ซึ่งลักษณะทั่วไปของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ จะมีรูปร่างสมส่วน สวยงามทั้งเพศผู้และเพศเมีย มีลักษณะหงอนหินประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ และอีก 15 เปอร์เซ็นต์ มีลักษณะหงอนหนอนจักร ขนออกเป็นสีเหลืองทอง แข็งสีเหลือง จะงอยปากเหลือง นอกจากนี้ ยังมีความแข็งแรง ทนโรค ถือได้ว่าเป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย เพราะสามารถทนต่อสภาวะแวดล้อมที่แปรปรวนได้ดี คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง อยู่บ้านเลขที่ 328 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่เล็งเห็นถึงคุณสมบัติพิเศษของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว ทำให้เขาสนใจนำมาทดลองเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จ เรียกได้ว่าการเลี้ยงไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับเขา
หากจะพูดถึง ไก่ชน หรือบางท้องที่จะเรียก ไก่ตี ทุกคนย่อมรู้จักกันดี เพราะมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ตามตำนาน การชนหรือการตีไก่ ได้บอกว่า เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในประเทศพม่า โดยเฉพาะในราชสำนัก การตีไก่จัดเป็นกีฬาชาววังกันเลย ซึ่งไก่ชนหรือไก่ตีนี้ เป็นไก่พื้นเมืองชนิดหนึ่ง แต่จะมีความสามารถพิเศษในเรื่องของการตีหรือการต่อสู้ และที่สำคัญ การเลี้ยงไก่ชนเพื่อเอาไว้ชนหรือตี ยังถือเป็นกีฬาและเป็นมรดกวัฒนธรรมอีกแขนงหนึ่งของไทยเราที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในปัจจุบัน การเลี้ยงไก่ชน หรือไก่ตี ยังเป็นที่นิยมในทุกภาคของประเทศไทย ส่วนใหญ่เลี้ยงไว้ตีและเลี้ยงไว้ขายไปในคราวเดียวกัน ถึงขนาดมีการเปิดเลี้ยงกันเป็นฟาร์มก็มี และที่เรียกกันว่า ซุ้มไก่ ก็กระจัดกระจายอยู่ในทั้งภูธรและนครบาล เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะประสบผลสำเร็จจากการขายพันธุ์ลูกไก่หรือไก่แม่พันธุ์ พ่อพันธุ์ บางทีเจ้าของซุ้มไก่ หรือฟาร์มไก่บางรายขายแม้กระทั่งไข่ไก่ ของไก่ชนตัวเก่ง จนสามารถสร้างรายได้อย่างเหนาะๆ ก็ตกเดือนละ 50,000-100,000 บาท เหมือนกับฟาร์มไก่ชนเงินแสน ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นฟาร์มของหนุ่มนักสู้ ผู้ที่เลี้ยงไก่ชน
เมื่อปี พ.ศ.2480 นายโพธิ์ นิลล้อม ชาวบ้านห้วยทับทัน อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ เล็งเห็นว่า ที่สถานีรถไฟห้วยทับทันมีคนสัญจรผ่านไปมาไม่น้อย คนจากกรุงเทพฯ จะกลับอุบลราชธานีต้องผ่านที่นี่ คนจากอุบลราชธานี จะไปบุรีรัมย์หรือเข้ากรุงเทพฯ ก็ต้องผ่านห้วยทับทัน คนพื้นที่จะไปธุระ ต้องมารอรถไฟนาน นายโพธิ์ ต้องการหารายได้ จากการค้าขาย จึงไปจับไก่ในเล้าของตนเอง มาแปรรูปเสียบไม้ย่างขาย ไม้ที่เสียบ นายโพธิ์ ไม่ได้ไปตัดไม้ไผ่มาเสียบเหมือนอย่างชาวบ้านในถิ่นอื่น แต่ไปตัดไม้มะดันป่า ที่ขึ้นอยู่ริมห้วยทับทันมาเสียบไก่ ส่วนเชื้อเพลิงสำหรับย่างไก่ นายโพธิ์ไม่ต้องไปหาให้ยาก แต่ได้จากเศษเหลือของฟืนและเปลือกไม้ ที่ใช้กับรถไฟ มาก่อย่างไก่ เพราะไก่ย่างขายได้ นายโพธิ์ ต้องไปหาซื้อไก่จากเพื่อนบ้าน ในหมู่บ้านเดียวกันมาย่างขาย นานเข้าต้องไปหาซื้อข้ามหมู่บ้านกันเลยทีเดียว ไก่ย่างราคาไม้ละ 10 สตางค์ ขายคู่กับข้าวเหนียว 5 สตางค์ นานวันเข้า แทนที่นายโพธิ์จะขายไก่ย่างคนเดียว ก็มีคนอื่นๆตามอย่าง แต่วัตถุดิบยังคงเป็นไก่บ้านที่เลี้ยงเอง รวมทั้งใช้ไม้มะดันเสียบย่าง ส่วนเครื่องปรุงก็ปรับแต่งกันจนได้ที่ ทำให้รสชาติถูกปากผ
ไม้ผล ที่ทำเงินและโดดเด่นของจังหวัดอุตรดิตถ์ หรือเมืองลับแล จะเป็นอะไรไปเสียไม่ได้ นอกจาก ทุเรียนพันธุ์ดี หลงลับแล และ หลินลับแล รวมถึงลองกอง ผลไม้ที่แปรเปลี่ยนจากสวนลางสาดเดิม เพราะมูลค่าการซื้อขายสูง จนทำให้พื้นที่การปลูกลองกองมากกว่าลางสาด ซึ่งอดีตเป็นผลไม้ขึ้นชื่อและเป็นหนึ่งในผลไม้ประจำจังหวัด นอกเหนือจากทุเรียนและลองกองแล้ว สัตว์เลี้ยงพื้นถิ่นที่อาจไม่ขึ้นชื่อนัก แต่เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยม และทำรายได้ให้กับผู้เลี้ยงอย่างน่าเอาแบบอย่างคือ ไก่ชนสายพันธุ์ดี ที่มีชื่อเรียกว่า “ป่าก๋อย” แรกได้ยินชื่อ ป่าก๋อย เหมือนไม่คุ้นหู เพราะเข้าใจว่าเป็นชื่อของสัตว์ชนิดหนึ่ง แต่แท้ที่จริงเป็นชื่อเรียกไก่ชนไทยสายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งแท้จริงแล้วไก่ชนป่าก๋อย เป็นไก่ที่มีแหล่งกำเนิดที่จังหวัดลำพูน บ้างเรียกว่าไก่ป่าก๋อย หรือไก่เหล่าป่าก๋อย คุณวันเพ็ญ มีทอง สาวใหญ่วัย 41 ปี เจ้าของโรงเรือนเลี้ยงไก่ชนป่าก๋อย ผู้มีพื้นเพเป็นชาวอุตรดิตถ์โดยกำเนิด และยึดอาชีพเกษตรกรรมมานับตั้งแต่จำความได้ โดยปลูกทุเรียน ลางสาด ลองกอง เงาะ เป็นหลัก ส่วนไก่ชนป่าก๋อย ถือเป็นอาชีพเสริมเพิ่มมาภายหลัง แม้ปัจจุบันไก่ชนป่าก๋อยจะ
พูดถึงไก่เนื้อโคราช ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากพอสมควร แต่เชื่อว่ายังมีผู้คนบางส่วนที่ไม่รู้จัก ดังนั้น ก่อนจะไปเยี่ยมชมฟาร์มของเกษตรกร มาทำความรู้จักกับเจ้าไก่พันธุ์นี้กันก่อน ซึ่งคนที่ได้ลิ้มชิมรสชาติเมนูไก่โคราชแล้วต่างติดอกติดใจรสชาติกันเป็นแถว ผศ. ดร. อมรรัตน์ โมฬี อาจารย์ประจำสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เล่าว่าโครงการวิจัย การสร้างสายพันธุ์ไก่เนื้อโคราช เริ่มต้นเมื่อปี 2552 เป็นความร่วมมือระหว่าง มทส. กับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) และกรมปศุสัตว์ ตอนนี้ก็มีธนาคารเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้ามาร่วมด้วย โดยมีเกษตรกรในโครงการและได้รับประโยชน์จากผลงานวิจัยดังกล่าวมากกว่า 100 คนแล้ว นอกจากนี้ ยังมีเกษตรกรอีก 100 คน ที่รอเข้าร่วม แต่เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีข้อจำกัดเรื่องการผลิตลูกไก่ ที่ผลิตได้แค่ 44,000 ตัว ต่อเดือน จึงทำให้เกษตรกรไม่สามารถซื้อลูกไก่ไปเลี้ยงได้ ต้องการหาคนเพาะลูกเจี๊ยบ ผศ.ดร. อมรรัตน์ ให้ข้อมูลของไก่ชนิดนี้ว่าเป็นไก่ลูกผสมพื้นเมืองที่มีพ่อพันธุ์เป็นไก่พื้นเมืองเหลืองหางขาว และแม่พันธุ์ไก่สายพันธุ์ มทส.เ
พื้นที่ภาคใต้ที่เรียกกันว่าเป็นพื้นที่ ฝนแปด แดดสี่ เห็นท่าจะจริง เพราะระหว่างฤดูหนาวที่มีโอกาสไปเยือนจังหวัดตรัง ไม่ได้สัมผัสอากาศหนาวเลยแม้แต่น้อย แต่กลับมีลมเย็นเป็นระลอก ทั้งยังมีฝนปรอยให้เห็นเป็นช่วงๆ ผู้ประสบพบเจอก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่พบ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการป่วยที่อาจมาเยือน เช่นเดียวกับ โรงเรียนบ้านควนยาง หมู่ที่ 9 ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ที่ดินมีสภาพเป็นดินเปรี้ยว ไม่เหมาะแก่การปลูกพืช แต่กลุ่มยุวเกษตรที่มีอยู่เกือบ 70 ชีวิต ก็ร่วมแรงลงสมอง หาวิธีแก้ปัญหาดินเปรี้ยว เพื่อให้ปลูกพืช โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านมาเสริม ซึ่งได้ผลอย่างดี อาจารย์ภูนารถ จันทร์ย่อง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านควนยาง เล่าความเป็นมาของโรงเรียนให้ฟังอย่างละเอียด เริ่มจากที่ตั้งของโรงเรียนที่ไม่ได้ตั้งอยู่บริเวณปัจจุบัน แต่ต้องย้ายมาโดยได้รับที่ดินบริจาคจากชาวบ้าน 5 ไร่ เพราะสถานที่ตั้งเดิมไม่สะดวกต่อการเดินทางของนักเรียน เมื่อนักเรียนเพิ่มจำนวนมากขึ้น โรงเรียนจึงจัดสรรงบประมาณซื้อเพิ่ม ทำให้ปัจจุบันมีที่ดินของโรงเรียนกว่า 8 ไร่ มีอาคารเรียนชั้นเดียว 3 หลัง อาจารย์ภูนารถ ไม่ถึงกับเป็นผู
ย่านมีนบุรี หนองจอก เป็นที่รู้กันว่า เป็นแหล่งทำมาค้าส่ง โดยเพาะสัตว์เลี้ยงสวยงามในกลุ่มสัตว์ปีกหลายชนิด และเป็นแหล่งค้าส่งสัตว์ปีกมาเนิ่นนาน นับตั้งแต่ยุคตลาดนัดจตุจักรยังไม่เปิดทำการ ตลาดค้าขายเสื้อผ้าและสัตว์เลี้ยงเท่าที่มีในขณะนั้น เป็นตลาดที่เปิดขายในเวลากลางคืน บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง แม้กระทั่งปัจจุบัน มีตลาดนัดจตุจักร โซนสัตว์เลี้ยง แหล่งเพาะขยายพันธุ์ค้าปลีกและส่ง ย่านมีนบุรีและหนองจอก ก็ยังคงเป็นแหล่งใหญ่ที่พ่อค้าคนกลางรับมาขายต่อพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัดจตุจักรอีกทอด คุณวสันต์ สมานตระกูล เจ้าของสมานตระกูลฟาร์ม ให้ข้อมูลว่า สัตว์เลี้ยงสวยงามในกลุ่มสัตว์ปีก มีความต้องการสม่ำเสมอทุกปี มีเพียงปีที่ไข้หวัดนกระบาดเท่านั้นที่การซื้อขายสัตว์ปีกหยุดชะงักไปนาน 2-3 ปีให้หลัง แต่ก่อนหน้าและหลังจากหมดปัญหาไข้หวัดนกระบาด สัตว์ปีกทุกชนิดก็กลับมามีคุณภาพและขายได้ราคาตามเดิม สมานตระกูลฟาร์ม เป็นแหล่งซื้อขายสัตว์ปีกในกลุ่มของไก่สวยงามมากว่า 30 ปี คุณวสันต์ เล่าว่า ในอดีตคุณพ่อรับราชการครู คุณแม่เป็นแม่บ้าน เงินเดือนข้าราชการสมัยนั้นไม่มาก จึงต้องหารายได้เสริม คุณแม่จึงคิดเลี้ยงไก่สวยงามเพื่อส่งข
