ไก่
แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า กองทัพฟิลิปปินส์ได้ใช้กองกำลังทหารจำนวนมาก เพื่อกำจัดไก่หลายพันตัว หลังกระทรวงเกษตรยืนการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกลุกลามไปสู่จังหวัดที่สองในตอนเหนือของกรุงมะนิลา โดยทหารกว่า 100 นายถูกส่งไปยังจังหวัดนูวา อีซิจา หลังจากตรวจพบว่ามีนกกระทาติดเชื้อไข้หวัดนก 2 ตัว ซึ่งการติดเชื้อเคสใหม่นี้อยู่ในพื้นที่ที่ห่างจากพื้นที่ที่พบการติดเชื้อครั้งแรกอย่างจังหวัดปัมปางา 50 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีนกอพยพมาจากประเทศจีน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุสาเหตุของการระบาดโรคไข้หวัดนก หรือสายพันธุ์ที่แน่นอน โดยกำลังดำเนินการทดสอบอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยังไม่พบกรณีการแพร่ระบาดในมนุษย์ และการทดสอบในช่วงแรกๆ ยังได้ตัดสายพันธุ์ H5N1 ออก ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคได้มาก โฆษกกองทัพกล่าวว่า การส่งทหารไปกำจัดไก่ในจังหวัดนูวา อีซิจา ได้ดำเนินการตามคำร้องขอจากสำนักงานอุตสาหกรรมสัตว์ กรมวิชาการเกษตร “หลังจากได้รับการยืนยันว่ามีการติดเชื้อไข้หวัดนกเคสใหม่ขึ้น” ขณะที่จังหวัดปัมปางานั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา กองทัพได้ส่งทหารกว่า 300 นายไปกำจัดไก่กว่า 30,000 ต
ราคาสัตว์ปีกในนครย่างกุ้ง เมืองเศรษฐกิจของเมียนมาร่วงต่ำลงอย่างมาก หลังเกิดการเเพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) 2009 โดยขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตจากการติดเชื่อดังกล่าวอยู่ที่ 27 คน สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานว่า จากผลการสำรวจพบว่าราคาเป็ดเเละไก่ในนครย่างกุ้ง อยู่ที่ตัวละ 1,700 จ๊าด (ตัวละ 1.6 กิโลกรัม) หรือราว 40 บาทไทย จากเดิมที่ก่อนหน้านี้เคยวางจำหน่ายอยู่ที่ตัวละ 3,200 จ๊าด โดยราคาร่วงลงถึงร้อยละ 50 สำหรับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด A (H1N1) 2009 เริ่มเเพร่ระบาดในเมียนมาตั้งเเต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม มียอดผู้ติดเชื้อรวมเเล้วทั้งสิ้น 277 ราย ส่วนยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 27 ราย โดยกระทรวงสาธารณสุขและกีฬาของเมียนมา ประกาศเเจ้งเตือนให้ประชาชนปฎิบัติตามคำเเนะนำเพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังและมีภูมิต้านทานต่ำ รวมถึงหากผู้ใดพบอาการป่วยให้เดินทางมาพบเเพทย์ที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าบุคลากรทางการเเพทย์ติดเชื้อดังกล่าว ที่มา : ประชาชาติธุรกิจอ
ซีพีเอฟออร์เดอร์ไก่เนื้อส่งออกทะลัก ขยายกำลังการผลิตพุ่ง 8 ล้านตัวต่อสัปดาห์ รับอานิสงส์คู่แข่งบราซิลมีปัญหา ส่งผลดีราคาไก่ไทยพุ่งกว่า 15% ทิ้งห่างเครือเบทาโกรอันดับ 2 ไปเท่าตัวที่กำลังการผลิต 4 ล้านตัวต่อสัปดาห์ แถมแต่ละรายปิดดิวขายปลายปี 2560 ไปเรียบร้อยแล้ว สืบเนื่องจากกรณีประเทศบราซิล ซึ่งถือเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกเนื้อและสัตว์ปีกรายใหญ่อันดับหนึ่งของโลก เกิดปัญหาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้านสาธารณสุข ที่ควบคุมคุณภาพรับสินบนบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเนื้อสัตว์รายใหญ่ของบราซิล และของโลก โดยเฉพาะ JBS S.A. และ BRF S.A. โดยการปลอมแปลงเอกสารอนุญาตให้ผู้ประกอบการทั้งหมดส่งออกเนื้อสัตว์ที่เน่าเสีย ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียส่งไปจำหน่ายได้ทั่วโลกมาเป็นระยะเวลาหลายปี และเมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคม 2560 ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติของบราซิลได้บุกไปตรวจสอบโรงงานบรรจุเนื้อสัตว์แช่แข็งพร้อมกัน 200 แห่งทั่วประเทศ หลังจากสืบทราบเกี่ยวกับการติดสินบนดังกล่าว ส่งผลให้หลายประเทศประกาศระงับการนำเข้าสินค้าแปรรูปเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะผู้นำเข้าตลาดหลักอย่างสหภาพยุโรป (EU) ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ ชิลี สวิตเซอร์แลนด์ แคนา
นายคึกฤทธิ์ อารีปกรณ์ ผู้จัดการสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย เปิดเผยว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่บราซิลรับสินบนจากผู้ประกอบการและปล่อยผ่านให้เนื้อหมดอายุสามารถส่งออกได้ โดยตรวจพบตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายประเทศออกประกาศห้ามนำเข้าเนื้อไก่จากบราซิล ถือว่าส่งผลดีต่อไทย โดยน่าจะส่งออกไก่ได้มากขึ้น คาดว่าทั้งปีจะเกินเป้าหมายที่กำหนดคือ 7.7 แสนตัน ซึ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นมากและกลายเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทยคือ ญี่ปุ่น ในช่วง 6 เดือนแรกของปี ไทยส่งออกได้ 56,615 ตันเพิ่มขึ้น 26.38% ขณะที่ญี่ปุ่นนำเข้าจากบราซิล 193,690 ตัน ลดลง 12.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา “ในช่วง 6 เดือนแรก ญี่ปุ่นนำเข้าไก่รวม 260,423 ตัน ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่นำเข้าจากบราซิล แต่เนื่องจากมีปัญหากรณีเนื้อหมดอายุ เกิดความไม่เชื่อมั่น ญี่ปุ่นจึงหันมาซื้อกับไทย ในปีนี้คาดว่าจะส่งออกได้รวม 3.7 แสนตัน ซึ่งสมาคมมีเป้าหมายจะทวงตลาดแห่งนี้คืนจากเดิมที่ไทยเคยส่งในตลาดนี้ได้มากกว่า 40% โดยพยายามดันส่งออกไก่สดให้ได้ตามเป้า 1.5 แสนตันในปีนี้ และ 2 แสนตันในปี 2560 ซึ่งเป็นปริมาณ
ปัจจุบันการทำปศุสัตว์ของคนในยุคนี้ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอย่างที่หลายๆ คนคิด ซึ่งถ้ามองไปถึงสมัยก่อนแล้วทุกคนจะมองว่าการเลี้ยงสัตว์สักชนิด ต้องมีพื้นที่และเวลาที่เพียงพอต่อการดูแล ซึ่งเวลานี้ความคิดเหล่านั้นได้ผันเปลี่ยนไปแล้ว เพราะเกษตรกรบางรายสามารถแบ่งพื้นที่บางส่วนมาทำปศุสัตว์เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว จึงเป็นสิ่งที่หลายๆ คนลงมือทำ ถึงแม้จะมีเนื้อที่จำกัดก็ตามโดยแบ่งสันปันส่วนเพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้มีหลากหลายทางมากขึ้น คุณภิญโญ นัครมนตรี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ทำปศุสัตว์ คือการเลี้ยงไก่ไข่บริเวณรอบบ้าน ควบคู่กับการทำการเกษตรอย่างอื่น เช่น ปลูกไม้ผล พืชผักสวนครัว จึงทำให้เวลานี้เขามีรายได้หลากหลายช่องทางจากการทำเกษตร ซึ่งการเลี้ยงไก่เขาบอกว่าไม่ต้องใช้พื้นที่มากก็สามารถเลี้ยงเก็บไข่ขายสร้างเงินได้เช่นกัน สร้างแนวคิด กระจายความเสี่ยงรายได้ คุณภิญโญ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรอยู่แล้ว เมื่อการเกษตรด้านอื่นลงตัวจึงมีแนวความคิดที่อยากจะให้ภายในบริเวณบ้านมีการทำเกษตรที่หลากหลาย เพื่อเป็นการกระจ
เมื่อคิด ก็ให้ลงมือทำ จึงจะสำเร็จ แต่ถ้าเราแค่คิดเฉยๆ และไม่ลงมือทำ มันก็จะไม่สำเร็จ เป็นคำสอนของแม่ที่ใช้สอนลูกเสมอ และการทำงานมาตลอด จึงเป็นต้นแบบให้เขาเห็น คุณรุ่งรพี มหพันธุ์ทิพย์ เกริ่นก่อนจะเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทางธุรกิจต่างๆ ให้ฟัง จากการเลี้ยงไก่ 600 ตัว สู่ฟาร์มไก่ครบวงจร คุณรุ่งรพี มหพันธุ์ทิพย์ วัย 57 ปี เจ้าของกิจการหลากหลายในจังหวัดระนอง อาทิ เจ้าของฟาร์มไก่พันธุ์ทิทย์ฟาร์ม, ฟาร์มเลี้ยงหมู, โรงแรมฟาร์มเฮ้าส์, ร้านอาหาร ก.ไก่, ร้านบีบิวชาบู และร้านอาหารเคียงเล เริ่มต้นเล่าให้ฟัง ถึงจุดเริ่มต้นกว่าจะมีธุรกิจหลากหลายที่ต่อยอดมาจนปัจจุบันมีทรัพย์สินรวมกว่าร้อยล้านบาท “สมัยก่อน พ่อแม่มีอาชีพเป็นคนเอาเรือแร่มาขายที่ จ.ระนอง เราเลยได้ตามมาเรียนหนังสือที่นี่ด้วย เรียนอยู่ได้ 2 ปี จนเรียนจบม.ปลาย จึงได้มีโอกาสรู้จัก คุณสานิตย์ มหพันธุ์ทิพย์ ผู้เป็นสามี ธุรกิจทุกอย่างเริ่มต้นจากตรงนี้ คือตอนนั้นคุณสานิตย์ เริ่มเลี้ยงไก่อยู่ก่อนแล้ว มีไก่อยู่ 600 ตัว พร้อมกับมีที่ดินดั้งเดิมประมาณ 30 ไร่ เขาก็ชวนเราแต่งงาน ช่วยกันทำมาหากินอยู่ จ.ระนอง จวบจนปัจจุบันที่ได้มาอยู่ที่นี่ ทำมาหากินและขยายธ
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายสัตวแพทย์จาตุรนต์ พลราช ปศุสัตว์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยถึงกรณีสัตว์ปีกในฟาร์มของเกษตรกร จำนวนหลายหมื่นตัวล้มตาย โดยบางแห่งเป็นการทยอยตาย และบางแห่งตายยกเล้า และมีรายงานเข้ามาถึง 4 อำเภอแล้ว คือในเขตอำเภอพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางไทร และนครหลวง ซึ่งสัตว์ปีกที่ตายส่วนใหญ่เป็นไก่ เช่นที่ฟาร์มของนายประทีป โอริส เขตตำบลคุ้งลาน อำเภอบางปะอิน ไก่ไข่ตายแบบยกเล้าทั้งฟาร์ม กว่า 5,000 ตัว และฟาร์มของนายยุพิณ แก้วสมบูรณ์ เขตตำบลบ้านหว้า อำเภอบางปะอิน ทยอยตายทั้งไก่และเป็ดเทศ ก่อนตายสัตว์ปีกทั้งหมด จะมีหน้าสีดำ หงอนดำ หมดแรง หัวทิ่ม ปากจิกพื้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่าการตายของสัตว์ปีกมาจากโรคประจำท้องถิ่น คือโรคอหิวาไก่ หรือโรคห่า ดังนั้นให้เกษตรกรสามารถ แจ้งการตายเข้ามาเพื่อขอรับสิทธิ์ การจ่ายเงินช่วยเหลือ สำหรับการทำลายให้ใช้วิธี นำซากไก่ใส่ถุงและไปฝังกลบในพื้นที่เท่านั้น ห้ามเคลื่อนย้ายออก ส่วนหากจะนำไปเป็นอาหารปลาดุกในบ่อใต้ฟาร์มไก่นั้น ไม่แนะนำให้ทำ แต่หากจะทำต้องนำซากไก่ที่ตายไปต้มให้สุกทั้งตัว ในน้ำร้อนเสียก่อน ที่นำไปให้ปลาดุกกิน ที่มา :
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงความปลอดภัย อาหารและยา (เอ็มเอฟดีเอส) สาธารณรัฐเกาหลี ได้อนุมัติให้ผู้ประกอบการเลี้ยงไก่ไข่ของไทย 2 ราย ได้แก่ บริษัท เกษมชัยฟู๊ดส์ จำกัด และบริษัท แสงทองฟาร์ม จำกัด สามารถส่งไข่ไก่สดไปเกาหลีใต้ได้ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไป ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ภายหลังเอ็มเอฟดีเอส เข้ามาตรวจรับรองกระบวนการผลิตไข่ไก่สดเพื่อการส่งออกของไทย ซึ่งเกาหลีใต้ได้อนุมัติอีก 6 ประเทศ ได้แก่ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย แคนาดา เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ และสเปน พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ขณะนี้เกาหลีใต้ กำลังประสบปัญหาโรคไข้หวัดนก ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ทำให้ปริมาณไข่สดภายในประเทศลดลง จึงให้นำเข้าสินค้าไข่และต้องการนำเข้าเดือนละ100 ตู้ โดยกระทรวงคาดว่าจะสามารถส่งออกไข่ไก่สดไปเกาหลี เฉลี่ยเดือนละ 32.5 ล้านฟอง/เดือน คิดเป็นมูลค่า 1.04 ล้านบาทต่อ 1 ตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งจะช่วยให้ไข่ไก่ในประเทศมีปัญหาด้านราคามีเสถียรภาพมากขึ้น และคาดว่าเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไข่ไก่ไปยังตลาดต่างประเทศได้ประมาณ 2.3% ของปริมาณผลผลิตไข่ไก่ของประเทศไท
คุณภิญโญ นัครมนตรี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรอยู่แล้ว คือ การปลูกผัก ผลไม้ ต่อมาจึงอยากให้ภายในบริเวณบ้านมีการทำเกษตรที่หลากหลาย เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในเรื่องของรายได้ เพื่อให้มีรายได้จากหลายๆ ทางเป็นตัวเลือกในการสร้างเงิน “เรามาคิดว่าถ้าปลูกพืชเพียงอย่างเดียว รายได้ที่มีบางครั้งอาจจะไม่แน่นอน เพราะพืชบางช่วงก็มีราคาขึ้นลง จึงได้ตัดสินใจนำการเลี้ยงสัตว์เข้ามาเสริม เพื่อให้รายได้มีมากขึ้นหลายทาง จึงได้ตัดสินใจเลี้ยงไก่ไข่ เพราะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย สามารถกินเศษพืชผักที่เราคัดออกได้ และที่สำคัญยังสามารถปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ ก็สามารถคุ้ยเขี่ยหากินเองได้อีกด้วย” คุณภิญโญ บอกถึงจุดประสงค์ของการเลี้ยง โดยไก่ไข่ที่นำมาเลี้ยงภายในพื้นที่บริเวณบ้าน คุณภิญโญ บอกว่า เป็นไก่ที่ได้รับจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และเขาได้หาซื้อบางส่วนเข้ามาเลี้ยงเองด้วย จากเริ่มแรกประมาณ 10 ตัว เลี้ยงไปเลี้ยงมาทำให้ตอนนี้มีไก่ไข่ที่เลี้ยงภายในบริเวณบ้านทั้งหมดถึง 200 ตัว ซึ่งเคล็ดลับการเลี้ยงไก่ไข่นั้นไม่มีขั้นตอนอะไรยุ่
เห็นชื่อสำรับแล้วอย่าเพิ่งถอดใจเสียก่อนนะครับ ลองรู้จักกับมันดู แล้วจะเผลออุทานว่าทำไมถึงทำง่ายขนาดนี้ แถมก็แทบไม่ได้ใช้วัตถุดิบแปลกประหลาดมหัศจรรย์อะไรเลย ผมได้สูตรนี้มาจากมิตรสหายชาวสกอตแลนด์ที่อยู่เมืองไทยนานจนพูดจนอ่านไทยได้คล่อง เธอมีมารดาเป็นคนเชื้อสายเปรูที่ไปอาศัยอยู่ในสเปน สตูถั่วลูกไก่ นี้เป็นสำรับดั้งเดิมในครอบครัวของเธอเองครับ ซึ่งเมื่อทำกินในเมืองไทย ก็เอามากินกับข้าวสวย หรือข้าวมันที่หุงด้วยน้ำมันกระเทียมคล้ายๆ สูตรข้าวมันไก่ได้อร่อยดี เพราะว่าส่วนผสมทั้งหมดของสตูนี้ล้วนถูกใช้ในครัวไทยสมัยใหม่จนเป็นปกติสามัญไปแล้ว ของที่อาจต้องเสาะหา ก็มีแค่ ถั่วลูกไก่ (chickpea) ซึ่งในซุปเปอร์มาร์เก็ตมีจำหน่ายแน่นอน ทั้งแบบแห้งและแบบต้มสำเร็จมาในกระป๋อง, ใบเบย์ (bay leaf-คนไทยมักเรียกใบกระวาน), น้ำมันมะกอก, เมล็ดยี่หร่า, พริกตุ้ม (bell pepper-พริกหวานนั่นเอง), มะเขือเทศปอกผิว (peel tomatoes-มีขายเป็นกระป๋องในซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งถ้าอยากทำเอง เราสามารถซื้อลูกสดตามตลาดมาต้มสักครู่ แล้วลอกผิวเองก็ยังได้) และถ้าหามะเขือเทศเข้มข้น (tomato paste) ได้ ก็อาจเตรียมเผื่อๆ ไว้สักหน่อยหนึ่ง ถ้าเราเล
