ไก่
ไก่ดำภูพาน เป็นไก่ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้น เพื่อให้เป็นไก่ที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาด คือมีขนดำ เนื้อดำ หนังดำ มีหน้าแข้งดำ และกระดูกดำ ซึ่งความดำที่มีทั้งหมดในตัวไก่ดำได้ไปสอดคล้องกับความเชื่อที่มีกันมาว่า การได้กินไก่ดำเปรียบเสมือนได้กินยาอายุวัฒณะ ซึ่งมีงานวิจัยถึงสารสีดำที่อยู่ในตัวไก่นี้ว่า มีประโยชน์อย่างไร จึงได้ผลปรากฏว่าเป็นสารเมลานิน ที่สามารถช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ชะลอความแก่ได้ และที่สำคัญเปรียบเสมือนเป็นอาหารที่ช่วยบำรุงร่างกาย จึงเป็นที่สนใจของผู้ที่รักสุขภาพกันเลยทีเดียว คุณอรุณ ขันโคกสูง อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 4 ตำบลหมื่นไว อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้เลี้ยงไก่ดำ จากมีแนวคิดเพื่อเลี้ยงไว้บริเวณบ้านเพื่อเก็บมูลสำหรับใส่ต้นมะนาว แต่กลับเป็นสิ่งที่ทำเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้แบบสบายๆ “ไก่ดำภูพาน ได้มาจากฝากคนรู้จักซื้อมาจากภูพาน เราก็เลยนำมาทดลองเลี้ยง ซึ่งอาหารที่ใช้เลี้ยง เป็นอาหารที่ซื้อได้ง่ายๆ จะเป็นพวกอาหารหมู เพราะพื้นที่แถวนี้มีโรงงานค่อนข้างมาก เวลาที่มีอาหารที่ผลิตมาตกเกรด ผมก็จะซื้อได้ในราคาที่ถูก เราก็ประหยัดต้นทุน พอเอามาให
เกษตรกรหนุ่มใช้เวลาว่างหลังจากการปลูกผักลอยฟ้าขาย มาเพาะลูกไก่สายพันธุ์ซิลกี้และอีกหลายสายพันธุ์ขายสร้างรายได้เสริม คุณพรเฉลิม คำมี วัย 30 ปี เกษตรกรหนุ่มหลังจากว่างเว้นงานประจำคือปลูกผักแบบลอยฟ้าหลากหลายชนิดขาย ก็เข้าดูแลไก่สายพันธุ์ต่างๆ ที่เลี้ยงไว้ในบริเวณบ้าน มีทั้งไก่ซิลกี้อเมริกา ไก่มินิโคชิน ไก่ป่าหูยาว ไก่แจ้สวยงาม ที่ตนเองเพาะพันธุ์ขาย ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี ไก่สายพันธุ์ต่างประเทศ ที่จัดอยู่ในกลุ่มของสัตว์เลี้ยงเพื่อความสวยงาม อาจจะมีอยู่หลายสายพันธุ์ แต่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงนี้ก็ต้องยกให้ “สายพันธุ์ ซิลกี้” (Silkie) โดยแหล่งที่มาของไก่สายพันธุ์ดังกล่าวมาจากสหรัฐอเมริกา สำหรับไก่ซิลกี้เป็นสายพันธุ์ไก่ที่มีขนนุ่มเป็นพิเศษ จนนำมาเปรียบเทียบความนุ่มของขนเหมือนเส้นไหม มีสีสวยงามและมีหลายสี เป็นไก่ที่มีผิวดำ กระดูกดำ มีขนหลากหลายสี ขนปุกปุยตัวกลม ทำให้ไก่ซิลกี้ได้รับความนิยมของกลุ่มคนเลี้ยงไก่เพื่อความสวยงาม ประวัติความเป็นมา ไม่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่ามีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีนโบราณ (เพราะบางครั้งพบอีกชื่อคือ ไก่ผ้าไหมจีน) ชื่อ silkies มาจาก Marco silkies
คุณปฏิวัติ คุณดิลกพจน์ ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อคราวเดินทางไปที่เมืองหนานหนิง ประเทศจีน ได้มีโอกาสไปชิมเมนูอาหารจากไก่ 3 เหลืองแล้วพบว่าเนื้ออร่อย หวาน มีไขมันน้อย รู้สึกติดใจจึงตามไปยังร้านอาหารเพื่อไปดูวิธีการปรุงอย่างไร แล้วพบว่าขั้นตอนและวิธีการไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แสดงว่าไก่พันธุ์นี้มีคุณสมบัติเฉพาะจึงทำให้เนื้อมีความนุ่มและหวาน ภายหลังได้มาพบกับไก่พันธุ์นี้อีกครั้งที่พิษณุโลก โดยใช้ชื่อว่า “ไก่เซี่ยงไฮ้” ครั้นได้ชิมยิ่งมั่นใจทันทีว่าเป็นไก่ 3 เหลืองพันธุ์เดียวกับที่เจอที่จีนในครั้งนั้น จึงติดต่อขอซื้อพันธุ์มาจากชาวบ้านแล้วนำมาเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านที่เพชรบูรณ์เลี้ยง อีกทั้งยังลองนำมาแปรรูปเป็นอาหารหลายชนิด พบว่าเมนูข้าวมันไก่จะอร่อยที่สุด แต่ก็สามารถปรับได้หลายเมนูแล้วแต่รสนิยม ปศุสัตว์จังหวัดจึงนำไก่ 3 เหลืองมาเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ภายในสำนักงานก็พบว่าเป็นพันธุ์ไก่ที่เลี้ยงง่าย กินง่าย โตเร็ว ขนาดกำลังดี เนื้อนุ่ม ไขมันน้อย จึงเหมาะกับกลุ่มผู้รักสุขภาพ ขณะเดียวกัน ยังมีรูปร่างเด่นจากสีเหลืองที่เกิดขึ้นจากอัตตลักษณ์จำนวน 3 แห่ง คือ ปาก ข
ปัจจุบันกระแสการเลี้ยงไก่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับคนไทย เนื่องจากมีไก่ให้เลือกเลี้ยงได้มากมายหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นไก่พื้นเมือง ไก่งวง ไก่ต๊อก ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ฯลฯ หรือแม้กระทั่งไก่ดำมองโกเลีย ไก่ดำสายพันธุ์มองโกเลีย เป็นไก่ที่มีลักษณะไม่แตกต่างจากไก่ทั่วไปเท่าใดนัก แต่มีเอกลักษณ์อยู่ที่มีสีดำทั้งตัวคือ เนื้อสีดำ กระดูกสีดำ หรือแม้แต่เครื่องในก็ยังเป็นสีดำ ซึ่งไก่ดำที่เลี้ยงในบ้านเราจะเป็นไก่ดำเลือดผสม เพราะมีการเลี้ยงกันมาค่อนข้างนาน จึงอาจทำให้มีการผสมข้ามสายพันธุ์ได้ตลอดเวลา คุณยงยุทธ ใหม่ตา อยู่บ้านเลขที่ 242 หมู่ที่ 5 ถนนท่าวังผา-เชียงคำ ตำบลริม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีความชื่นชอบในไก่ดำมองโกเลีย ถึงแม้ว่าเขาจะมีงานประจำที่ทำอยู่ก็ตาม ก็ได้นำไก่ดำชนิดนี้มาเลี้ยงภายในบริเวณบ้าน จนเป็นงานอดิเรกยามว่างที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว การเลี้ยงไก่ เป็นสิ่งที่ชอบตั้งแต่เด็ก คุณยงยุทธ ชายหนุ่มอารมณ์ดีอัธยาศัยยิ้มแย้ม เล่าให้ฟังว่า เมื่อเข้าสู่วัยทำงานได้มีโอกาสรับราชการเกี่ยวกับด้านสาธารณสุข ต่อมาจึงได้มองหาอาชีพเสริมที่นอกเหนือจากงาน
เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 8 ต.ดอนแร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี นิยมปลูกไผ่รวกหวาน และกั้นพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคอกเลี้ยงไก่ไข่ ให้อาหารไก่วันละ 2 เวลา ตอนเช้าให้ไก่กินอาหารผสมหยวกกล้วยคลุกเคล้าปนกับรำข้าว ตอนกลางวัน ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติในป่าไผ่ ปล่อยให้ไก่ไข่ที่เลี้ยงคุ้ยเขี่ยปลวก แมลง ในป่าไผ่เป็นอาหาร ทำให้ไข่ไก่อินทรีย์ที่มีคุณภาพ ขายได้ราคาดี จนผลิตไม่พอขาย เกษตรกรบางรายเลี้ยงไก่สาวสัก 100 กว่าตัว เก็บไข่ออกขายได้วันละ 100-120 ฟอง 1 เดือน ได้ไข่ไก่ประมาณ 3,600 ฟอง สร้างรายได้ให้ประมาณ 14,400 บาท หักต้นทุนค่าอาหารประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน ทำให้ยังมีเงินเหลือประมาณ 10,000 บาท ไข่อินทรีย์ที่เลี้ยงในระบบนี้ จะมีจุดเด่นที่แตกต่างจากไข่ไก่ที่เลี้ยงตามท้องตลาดทั่วไป เนื่องจากไข่ไก่อินทรีย์จะมีความสดใหม่ เมื่อตอกเปลือกไข่ จะได้ไข่ไก่ที่จับเป็นก้อนสีเข้มแดงกว่าและไม่มีน้ำเหลว บริเวณเปลือกจะหนากว่าไข่ไก่ทั่วไป เนื่องจากปล่อยเลี้ยงให้คุ้ยหากินปลวกและแมลงในดงกอไผ่ตามธรรมชาตินั่นเอง ไผ่รวกหวานที่ปลูกไว้ขายหน่อ กลายเป็นพื้นที่เลี้ยงไก่ มีไข่ไก่เก็บออกขายแล้ว ยังมีรายได้จากการเก็บหน่อไม้ไว้ขายได้อีก
“ไก่ย่างภูเขาไฟ” ผลิตภัณฑ์โอท็อปขึ้นชื่อประจำจังหวัดบุรีรัมย์ มีประวัติความเป็นมา เนื่องด้วยไก่บ้านย่างเป็นอาหารของชาวอีสานที่มีมาแต่สมัยโบราณ คนสมัยก่อนชอบเลี้ยงไก่บ้านเอาไว้ประกอบอาหารเพื่อกิน แต่ไก่ได้ออกไข่เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ชาวบ้านจึงได้คิดค้นการย่างไก่สูตรหมักสมุนไพรที่มีตามหมู่บ้าน จนถึงปัจจุบัน กลุ่มแปรรูปอาหารบ้านปอแดงได้มาปรับปรุงด้านความสะอาด รสชาติ และความอร่อย มานานจนถึงทุกวันนี้ ไก่ย่างภูเขาไฟ กลายเป็นผลิตภัณฑ์โอท็อป 4 ดาว และเป็นของฝากขึ้นชื่อประจำจังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วย คุณพิชญ์สินี ชัยปัญญา หรือ พี่จอย สมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปอาหารปอแดง อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 3 บ้านปอแดง ตำบลหัวฝาย อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้สืบทอดและเป็นหัวแรงสำคัญแทนคุณแม่ คือ คุณดารา ชัยปัญญา ผู้เป็นประธานกลุ่มที่เริ่มวางมือด้วยวัยอายุที่มากขึ้น พี่จอย เล่าว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปอาหารปอแดง จัดตั้งมานาน 10 ปีกว่าแล้ว โดยจุดเริ่มต้นของการตั้งวิสาหกิจชุมชนขึ้นมา เนื่องจากสมัยก่อนคุณแม่คือคุณดารา ชัยปัญญา มีอาชีพทำนามาก่อนแต่ทำนาทำไปก็มีแต่หนี้ จึงมีความคิดที่จะเลิกทำนาแล้วย้ายมาอย
ไก่พื้นเมืองเป็นทรัพยากรของชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีการเลี้ยงอย่างแพร่หลายทั่วไปแทบทุกครัวเรือนเกษตรกร และนับเป็นการสะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวชนบทไทย การเลี้ยงไก่พื้นเมืองส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม โดยในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยจะมีการเลี้ยง ไก่ประจำถิ่น ทั้งนี้ไก่ประจำถิ่นหลายแห่งอาจมีประวัติที่มาในอดีตหลายร้อยปี จนสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่ ในปัจจุบันไก่พื้นเมืองดั้งเดิมในหลายท้องถิ่นลดน้อยลง บางแห่งสูญหายไป หรืออาจถูกนำไปผสมพันธุ์กับไก่จากท้องถิ่นอื่นจนทำให้ไก่พื้นเมืองประจำถิ่นนั้นกลายพันธุ์ไปก็มี ด้วยเหตุของความหวงแหนจึงทำให้ชาวบ้านและภาคราชการหันมาให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พันธุ์ไก่พื้นเมืองเพิ่มมากขึ้น นายกิตติพงษ์ บุญบุตร หรือคุณแจ๊ค อยู่บ้านเลขที่ 131 หมู่ 7 ตำบลบ้านดารา อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการอนุรักษ์พันธุ์ไก่พื้นเมืองประจำถิ่นของจังหวัดอุตรดิตถ์นั่นคือ “ไก่เขียวพาลี” เดิมคุณแจ๊คมีมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหัวบึง ตำบลท่ามะเฟือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เลี้ยงไก่ชนพื้นเมืองทั่วไป จะเพาะพันธุ์แล้วขายเป็นไก่ชน พอหลังจากแต่งงานเล
จากศาสตร์ของพระราชาที่หลายๆ คนได้ติดตามอยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจพอเพียง การกักเก็บน้ำแบบต่างๆ และรวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์เพื่อความเป็นอยู่ โดยการเลี้ยงสัตว์นั้นได้แบ่งออกเป็นหลายๆ ด้าน ซึ่งแต่ละชุมชนก็จะมีความถนัดแตกต่างกันออกไป แต่ด้วยคำว่าทหารของพระราชา จึงมีหน่วยทหารหน่วยหนึ่งได้นำศาสตร์ของพระราชาตรงนี้มาเริ่มต่อยอดและแบ่งปันให้ความรู้แก่กำลังพล รวมไปถึงชุมชนในพื้นที่ที่ให้ความสนใจ สิ่งที่จะบอกต่อไปนี้คือกิจกรรมเลี้ยงสัตว์ปีก โดยเฉพาะการเลี้ยง “ไก่ดำ” ซึ่งประเทศไทยจะเห็นได้น้อยมาก โดยส่วนใหญ่แล้วคนจะไม่ค่อยนิยมเลี้ยงไก่ดำกันสักเท่าไร เพราะอาจจะมองว่าไก่ดำเป็นสัตว์ที่มีสีสันไม่ค่อยน่ารับประทานสักเท่าไร แต่ค่ายทหารแห่งนี้ คือค่ายขุนจอมธรรม (ร้อย 17 พัน 4) อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ได้มองในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเห็นถึงประโยชน์ของไก่ดำและคุณค่าทางอาหารอย่างมากมาย โดย พันตรี จีระศักดิ์ จันทร์แจ่มแจ้ง นายทหารประจำค่ายขุนจอมธรรม ได้เปิดเผยเรื่องราวการเลี้ยงไก่ดำนี้ว่า การเลี้ยงไก่ดำนี้เริ่มต้นมาจากโครงการทหารพันธุ์ดีของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งพระองค์ได้พระราช
ไก่เบตง สัญลักษณ์ใต้สุดแดนสยาม หลายท่านคงรู้จักไก่เบตงในเรื่องของรสชาติ ความอร่อย จุดเด่นของไก่สายพันธุ์นี้คือ เนื้อนุ่ม หนังกรอบ ไม่มีมันผสม กินแล้วอาจทำให้ลืมไก่เนื้อสายพันธุ์อื่นได้ และนอกจากความอร่อยแล้ว ไก่เบตงยังติดอันดับไก่เนื้อที่มีราคาแพงที่สุดในประเทศไทย คิดราคาแบบปรุงสำเร็จแล้ว ตกตัวละ 1,200 บาท แต่อย่าเพิ่งตกใจกับราคา ขอบอกเลยว่าไก่เบตงคุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน เพราะกว่าจะเป็นเนื้อไก่ที่อร่อยขนาดนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงเขาต้องใช้เวลาเลี้ยงถึง 6 เดือน เทียบกับไก่ทั่วไปแล้วใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงนานกว่ากันถึงเท่าตัว จึงไม่แปลกที่ไก่เบตงจะมีรสชาติอร่อย และกำลังเป็นของหายากในขณะนี้ คุณธนันท์รัฐ อุดมธันยรัตน์ หรือ โกช้าง คุณธนันท์รัฐ อุดมธันยรัตน์ หรือ โกช้าง อยู่บ้านเลขที่ 54 ถนนรัตนเสถียร ตำบลเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เกษตรกรมืออาชีพชื่อเสียงโด่งดังในวงการคนเลี้ยงไก่เบตง เล่าว่า ไก่เบตง เข้ามาในประเทศไทยโดยชาวจีนอพยพมาเป็นเวลากว่า 100 ปีแล้ว แต่ค่อนข้างหาคนเลี้ยงได้ยากเต็มที สาเหตุเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เลี้ยงยาก ต้นทุนสูง ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงนานถึง 6 เดือน เลี้ยงแล้วขาดทุน อีกส่วนห
ทุกครั้งที่ นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพการเลี้ยงสัตว์ปีก เป็ด ไก่ จะมีผู้อ่านจำนวนไม่น้อย สอบถามเข้ามาค่อนข้างมาก ว่าจะหาซื้อ ลูกเป็ด ลูกไก่ จากที่ไหน วันนี้ ขอรวบรวม ลูกเป็ด ลูกไก่ ห่าน และนก รวมทั้งราคาจำหน่าย และสถานที่จำหน่าย จากกลุ่มวิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก กรมปศุสัตว์ มาเป็นข้อมูลเพื่อประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ ดังนี้ ราคาจำหน่ายพันธุ์สัตว์ปีก 1. ไก่พื้นเมืองกรมปศุสัตว์ อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 15 บาท 2. ไก่ลูกผสมกรมปศุสัตว์ อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 12 บาท 3. ไก่พื้นเมือง อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 12 บาท 4. ไก่ลูกผสม อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 10 บาท 5. ไก่ไข่ เพศผู้ อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 2 บาท 6. ไก่ไข่ เพศเมีย อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 16 บาท 7. ไก่ไข่ คละเพศ อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 12 บาท 8. ไก่งวง อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 35 บาท 9. เป็ดเทศ อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 25 บาท 10. เป็ดเทศท่าพระ อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 20 บาท 11. เป็ดเนื้อ เพศผู้ อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 20 บาท 12. เป็ดเนื้อ เพศเมีย อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 25 บาท 13. เป็ดไข่ เพศผู้ อ
