ไม้ประดับ
สวนสับปะรดสี ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ถือว่าเป็นอีก 1 จุดเช็กอินของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากมีทั้งร่มรื่น และสวยงามของบรรดาสับปะรดสีกว่า 100 สายพันธุ์ที่เจ้าของได้ปลูกเอาไว้อยู่ภายในสวน เจ้าของสวนสับปะรดสี คือ พ.ต.อ. นิรันดร์ ถวัลย์ภูวนาถ อดีตข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งรอง ผกก.สภ.วังน้ำเขียว ที่ใช้เวลาวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุราชการมายาวนานกว่า 5 ปี ด้วยการหันมาปลูกสับปะรดสีขาย สวนแห่งนี้เริ่มต้นจากพื้นที่เล็กๆ ที่ทำเป็นรายได้เสริมระหว่างรับราชการ แต่วันนี้กลับเติบโตเป็นอาณาจักรสับปะรดสีสุดอลังการ บนพื้นที่กว้างใหญ่ กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และแหล่งจำหน่ายไม้ประดับชื่อดังของวังน้ำเขียวเลยทีเดียว โดย พ.ต.อ. นิรันดร์ เล่าให้ฟังว่า ตนเองได้วางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณหันมาประกอบอาชีพเกษตรมานานกว่า 5 ปีแล้ว เนื่องจากรู้สึกอิ่มตัวกับชีวิตรับราชการ จึงได้ยื่นขอเกษียณอายุราชการก่อน 1 ปี โดยในระหว่างรับราชการอยู่นั้น ได้มีการวางแผนที่จะปลูกสับปะรดสีเนื่องจากภรรยาชอบ และที่สำคัญเป็นพืชที่เลี้ยงง่ายตายยากจึงทำให้ตนเองที่ไม่มีความรู้เรื่องเกษตรสามารถเลี้ยงและดูแล
7 มีนาคม 2569 – ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ชั้น 5.5 เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Bangkok International Exotic Plants Show & Sale ครั้งที่ 19 #Spring มหกรรมไม้แปลก-ไม้หายากนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของโลก โดยมีนายสรรพสิริ เชาวน์วาณิชย์ Show Director ให้การต้อนรับ การจัดงานครั้งนี้ ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตและศูนย์กลางการค้าพรรณไม้สำคัญของโลก ภายในงานมีนักสะสม ผู้ประกอบการเกษตร และผู้หลงใหลในพรรณไม้จากทั้งในและต่างประเทศเข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของ “Exotic Plant ไม้แปลกและไม้หายาก” ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งอย่างมากในอุตสาหกรรมไม้แปลก-ไม้หายาก จนสามารถเรียกได้ว่าเป็น “เบอร์ 1 ของโลก” ในด้านนี้ เนื่องจากผู้ประกอบการไทย มีฐานรากการผลิตที่เข้มแข็ง และได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกันประเทศไทยได้เปรียบในด้านสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกไม้แปลก-ไม้หายากส่วนใหญ่เป็
ต้นโมก เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางที่มีความสูงประมาณ 2-12 เมตรขึ้นไป ผิวเปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาล กิ่งก้านจะแตกบริเวณรอบๆ ต้นแบบไม่มีระบบ ใบเป็นใบเดียว ออกเรียงกันเป็นคู่เป็นรูปไข่ ดอกมีสีขาว การออกดอกของต้นโมกจะคว่ำหน้าลงสู่พื้น ดอกมีกลิ่นหอม ลักษณะเป็นช่อ ใน 1 ช่อ มีดอกประมาณ 4-8 ดอก ด้านความเชื่อของคนไทยสมัยก่อน เชื่อกันว่าบ้านใดปลูกต้นโมกไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความสุข และช่วยปกป้องคุ้มครองภัยอันตราย นอกจากนี้ยังเชื่อกันด้วยว่า เปลือกของต้นโมกสามารถใช้ป้องกันพิษของสัตว์ต่างๆ ได้ และช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่บ้านและผู้ที่อยู่อาศัยมากขึ้น ต้องทำการปลูกต้นโมกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันเสาร์ ปัจจุบันจำนวนพื้นที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะบ้านจัดสรรต่างๆ เริ่มมีมากขึ้น ไม้ดอกไม้ประดับจึงยังเป็นที่ต้องการ ดังนั้นต้นโมกจึงได้รับความนิยมมากขึ้น เพื่อใช้ตกแต่งบ้านเรือนให้มีความสวยงาม ว่างจากทำนาปลูกต้นโมกเสริมรายได้ คุณสมศักดิ์ โสขุมา เกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี มีอาชีพทำนามีช่วงที่เจอวิกฤตแล้งเช่นนี้ทำให้ไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับทำนา ชาวบ้านบางส่วนได้รับความเดือดร้อน แต่ครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณ
เฟิร์น (Fern) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Pteridophyta เป็นพืชอีกกลุ่มหนึ่งที่มีราว 20,000 สปีชีส์ โดยถูกจำแนกในไฟลัม Pteridophyta หรือ Filicophyta เฟิร์นเป็นพืชที่มีท่อลำเลียงที่แตกต่างไปจากไลโคไฟตา (lycophyte) ตรงที่มีลักษณะใบแท้จริง (megaphylls) ที่ต่างจากพืชที่มีเมล็ด และที่สำคัญระบบสืบพันธุ์ไม่มีดอกและเมล็ด ซึ่งวงจรชีวิตของเฟิร์นนั้นเป็นวงจรชีวิตแบบสลับ โดยมีระยะสปอโรไฟต์ที่มีโครโมโซม 2 ชุด (diploid) และแกมีโทไฟต์ที่มีโครโมโซม 1 ชุด (haploid) ซึ่งแกมีโทไฟต์ของเฟิร์นสามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ เฟิร์นเป็นพืชที่เจริญเติบโตช้าจึงมีความต้องการสารอาหารในปริมาณที่ไม่มาก ทำให้สามารถเจริญเติบโตได้บนดินที่เลว บนหิน ตามร่องหินหรืออาศัยอยู่บนต้นไม้ได้ จึงเป็นไม้ประดับที่นิยมนำมาตกแต่งภายในสวน เพื่อให้เกิดความอ่อนช้อยและมีมิติมากยิ่งขึ้น เมื่อนำมาปะปนอยู่กับไม้อื่นๆ ภายในบริเวณนั้น คุณสุเมธ ศรีสุนทร เป็นเกษตรกรปลูกเฟิร์นอยู่ที่ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเฟิร์นที่เขาปลูกและขยายพันธุ์นั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยเริ่มทำจากความชอบจนกลายมาเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี ค
ในช่วงนี้เป็นฤดูกาลที่ดอกเข้าพรรษากำลังจะออกดอกมาให้ได้เชยชมกัน ซึ่งก็เป็นช่วงที่จะเข้ากับเทศกาลเข้าพรรษาในทางพระพุทธศาสนา ทำให้เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ทุกคนที่เป็นชาวพุทธจะนำดอกไม้ชนิดนี้ตัดดอกรวมช่ออย่างสวยงาม เพื่อนำไปบูชาในการทำบุญ ซึ่งดอกเข้าพรรษาไม่เพียงแต่ตัดดอกขายได้เท่านั้น แต่ปัจจุบันเริ่มมีการปลูกและขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายเป็นพันธุ์ไม้ปลูกประดับ ดอกเข้าพรรษา (Globba) หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า หงส์เหิน เป็นพืชที่มีลำต้นเป็นหัวใต้ดิน ประเภทรากแบบ Rhizome เป็นรากแบบสะสมอาหาร กาบใบที่เรียงตัวแน่นทำหน้าที่เป็นต้นเทียมเหนือดิน ลักษณะเป็นกลุ่มกอ มีความสูงอยู่ที่ 30-70 เซนติเมตร ใบของดอกเข้าพรรษามีลักษณะเรียวยาวรูปใบคล้ายหอกเหมือนใบกระชาย ขนาดของใบประมาณ 10×25 เซนติเมตร ส่วนดอกแทงจากยอดเป็นช่อโค้ง ลักษณะห้อยตัวลงอย่างอ่อนช้อย มีหลากหลายสีสวยงาม พร้อมทั้งมีรูปทรงของช่อดอกและกลีบที่แตกต่างกันออกไป ด้วยลักษณะพิเศษเหล่านี้จึงเป็นไม้ที่ได้รับความนิยมและนำมาปลูกเพื่อความสวยงาม คุณธวิยา พาป้อง ได้เห็นความสวยงามของดอกเข้าพรรษา จึงทำให้เธอเกิดแรงบันดาลใจและเรียนรู้ที่จะปลูกให้ได้ดอกที่
ปรง (Cycad) เป็นพืชโบราณที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยเป็นพันธุ์พืชโบราณที่เกิดก่อนยุคไดโนเสาร์ มีมานานมากกว่า 300 ล้านปี พบได้ทั่วทุกมุมโลก แต่พบต้นปรงตามธรรมชาติได้มากสุดแถบเส้นศูนย์สูตร ปรงเป็นพืชที่มีขนาดเล็ก คล้ายกับใบของปาล์ม แต่การเรียงตัวของใบนั้นคล้ายกับเฟิร์นข้าหลวง คือมีการเรียงตัวอยู่รอบๆ ศูนย์กลางของลำต้น ต้นปรงมีเมล็ดแต่ไม่มีดอก นักพฤกษาศาสตร์ได้แบ่งสายพันธุ์ปรงไว้ 3 วงศ์ ได้แก่ Cycadaceae Stangeriaceae Zamiaceae ปรง ส่วนใหญ่อยู่ในตระกูล Cycadaceae เป็นพืชเมล็ดเปลือย (gymnosperm) ปรงเป็นพืชที่เลี้ยงง่าย เจริญเติบโตช้ามาก คือ 1 ปี จะเกิดใบเพียงแค่ใบเดียวเท่านั้น ปรงสามารถทนต่อการขาดน้ำได้เป็นอย่างดี และถ้าขาดน้ำนานๆ ใบของปรงจะแห้งเหี่ยวตายไป แต่พอได้รับน้ำอีกครั้งใบก็จะเกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ต้นปรง king of garden ต้นปรงเป็นพันธุ์ไม้ที่มีความสวยงามเมื่อปลูกอยู่ในสวน บางประเทศเรียกต้นปรงว่า king of garden ต้นปรงมีลักษณะเด่นสำคัญคือ ความสวยของใบ (form) รูปแบบการบิดของใบ (twisted) ความสมบูรณ์ (healthy) สีอันโดดเด่นของใบ(colour) นักจัดสวนทั่วโลกจึงนิยมปลูกต้นปรงกันอย่างแพร่หลาย โ
ไม่ใช่เพียงการปลูกผักในบริเวณบ้านเท่านั้นที่จะถูกนำเสนอในคอลัมน์ เกษตรในเมือง แต่หมายถึงการปลูกพืชชนิดไหนก็ได้ ขอเพียงให้สามารถใช้ประโยชน์จากการปลูกทั้งในแง่ความมั่นคงทางอาหารหรือสุขภาพที่ได้บริโภคผักปลอดภัย หรือในแง่สันทนาการเพื่อความเพลิดเพลินสามารถคลายเครียดจากการทำงานในเมืองได้เป็นอย่างดี ไม้ดอกไม้ประดับส่วนใหญ่จะถูกปลูกไว้หน้าบ้านหรือในสวนข้างบ้านอยู่แล้ว จะมากจะน้อยแล้วแต่ความชอบกับความเหมาะสมของสถานที่ ภูมิอากาศสภาพแวดล้อมก็มีส่วนด้วย ตามข้อมูลของเฟิร์นสกุล Platycerium หรือชายผ้าสีดา ที่มีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติในประเทศไทยมีอยู่ 4 ชนิด คือ เฟิร์นหูช้าง เฟิร์นปีกผีเสื้อ ที่มีมากทางภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนเฟิร์นชายผ้าสีดาใต้ที่มีชายห้อยลงยาวกว่าชนิดอื่นและเฟิร์นเขากวางตั้งซึ่งมีชายตั้งตรงขึ้นไม่ได้ห้อยเหมือนชนิดอื่นพบในภาคใต้ ผู้เขียนเคยนำเฟิร์นทั้ง 4 ชนิดมาปลูกในภาคกลางปรากฏว่าเฟิร์นที่เติบโตได้ดีคือ เฟิร์นปีกผีเสื้อและเฟิร์นหูช้างของภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนเฟิร์นที่มาจากภาคใต้ คือเฟิร์นชายผ้าสีดาใต้และเขากวางตั้งปลูกค่อนข้างยาก เพราะตามถิ่นกำเนิดเดิมเฟิร์นเหล่านี้อยู่ในธรรมชาติที่
จังหวัดปราจีนบุรี ภูมิประเทศที่หลากหลายโดยพื้นที่ที่ราบลุ่มจะจัดสรรเป็นพื้นที่ทำนาและพื้นที่ราบสูงขึ้นมาหน่อยก็จะทำสวนไม้ผลโดยหลักๆ แล้วจะเป็นสวนทุเรียน ต่อมาประมาณปี 2546 ก็ได้เริ่มมีการทำไม้ดอกไม้ประดับกันมากขึ้น ทำให้เกษตรกรภายในพื้นที่มีการทำเกษตรที่หลากหลาย จึงเกิดเป็นช่องทางอาชีพทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น คุณอำนวย พรมนนท์ เป็นเกษตรกรที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับเป็นอาชีพ จนเรียกง่ายๆ ว่าทำมาตั้งแต่เริ่มแรกก็ว่าได้ จนทำให้อาชีพ ไม้ดอกไม้ประดับนั้นสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณอำนวย ชายผู้มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า ยึดอาชีพทำเกี่ยวกับไม้ประดับมาเป็นสิบปี โดยในแต่ละช่วงก็จะมีการเปลี่ยนแปลงของพันธุ์ไม้ที่ปลูกไปตามที่ตลาดต้องการ โดยในช่วงก่อนหน้านั้นจะทำไม้จำพวกโมก ต่อมาเมื่อตลาดค่อยๆ หมดความนิยมลง จึงได้ปรับเปลี่ยนเป็นไม้จำพวกไม้ไทย ที่ลูกค้ามักนิยมนำไปปลูกเพื่อเป็นไม้ร่มเงาภายในบริเวณบ้าน “สมัยก่อนนี่ทำต้นโมก ช่วงนั้นตลาดดี แต่เสียอย่างเดียวโมกต้องหมั่นตัดแต่ง ต่อมาพอความนิยมเริ่มลดลง ก็เลยเปลี่ยนมาทำเป็นไม้ประดับ เป็นแบบไม้ขุดล้อม ตั้งแต่ขนาดใหญ่ ไปจนถึงขนาดเล็ก
แต่ละท้องถิ่นของไทย มีพืชแปลกๆ ให้ได้พบเห็น เดิมทีอาจจะซ่อนลึกอยู่ในหลืบ เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนนำมาปัดฝุ่น ประกอบกับการสื่อสารทันสมัย คนจึงรู้จัก พร้อมทั้งพัฒนา จนมีค่า มีราคาดี มะไฟกา ของ คุณโอสถ นราพงค์ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ของการเก็บสิ่งที่มีอยู่มารักษาไว้ ต่อมากลายเป็นสิ่งมีคุณค่า ปัจจุบัน คุณโอสถ อยู่บ้านเลขที่ 385 หมู่ที่ 1 ตำบลช้างกลาง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช มะไฟกา…คืออะไร มีญาติใกล้ชิดเป็นมะไฟ มะไฟกา มีชื่ออื่นๆ เช่น มะไฟแดง มะไฟแดงทับทิมสยาม ภาคใต้ แถบจังหวัดระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จะเรียกว่า มะไฟป่า ส้มไฟแดง ส้มไฟดิน เป็นไม้ผลพื้นเมืองของภาคใต้ รสชาติจะออกหวานอมเปรี้ยว ถือเป็นผลไม้มงคล ปลูกไว้สำหรับเพื่อกินผลสดและปลูกเป็นไม้ประดับสีสันสวยงาม สามารถนำไปปรุงเป็นซอสรสเปรี้ยว แทนส้มและมะนาว ทำส่วนผสมของไอศกรีมเชอร์เบท เนื่องจากมีผลสีแดง จึงเหมาะสำหรับใช้ไหว้เจ้าและเป็นของขวัญของกำนัล ด้วยเป็นผลไม้สีแดงทับทิม ตามคำภาษาชาวจีนเรียกว่า “อั่ง” เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี มีความสุขและความเจริญเติบโตรุ่งเรืองมั่นคง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบคร
“โชคเก้าชั้น” ไม้ประดับที่มีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ ทำให้เป็นอีกหนึ่งพันธุ์ไม้ที่น่าจับตา ซึ่งลูกไม้ใหม่ที่ได้จะไม่เหมือนต้นแม่ แต่มีการปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ ซึ่งสีที่นิยมจะเป็นสีแดงสดที่ตลาดมีความต้องการ คุณภาสกร ตินะโส หรือ คุณหนุ่ม สนใจปลูกโชคเก้าชั้นเป็นอย่างมาก ในช่วงแรกมองว่าใช้เพื่อตกแต่งบ้านเท่านั้น แต่เมื่อได้เรียนรู้และทำความรู้จักมากขึ้น จึงเกิดแรงบันดาลใจและพัฒนาพันธุ์ให้เกิดลูกไม้ใหม่ จนสามารถส่งไม้เข้าประกวดและส่งขาย ราคาถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับความสวยของไม้ ราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ 800 บาท และราคาสูงสุดอยู่ที่หลักหมื่นบาท และถ้าเป็นต้นพ่อแม่พันธุ์นำไปพัฒนาทำจำนวน ขายอยู่ที่หลักหมื่นบาท
