ไม้ประดับ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Aechmea gamosepala Wittm. cv. Matchsticks ชื่อสามัญ Match Stick Plant. ชื่อสกุล Aechmea gamosepala ชื่อวงศ์ BROMELIACEAE. ชื่ออื่นๆ หัวไม้ขีด ผมไม่ใช่ “ซาดิสม์” ไม่ใช่พวกหัวรุนแรงที่ชอบทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นเจ็บปวด หรือสะใจกับความต้องการ หากเห็นบุคลิกผมแล้วจะพบแต่ความสวยงามที่เรียบง่าย เรียงกับก้านหัวดอกหมุดที่เห็นแล้วจะให้คำจำกัดความชื่อได้ยาก คือจะเรียกว่าก้านไม้ขีด หรือหัวไม้ขีดไฟ อย่างไหนดี สมกับความรู้สึกร้อนแรง หากนำก้านไม้ขีดไฟของจริงมาใช้งานนั่นหมายถึง ต้องสละชีพเพื่อเกิดแสงสว่างและเปลวเพลิง ตรงข้ามกับความเรียบง่ายของดอกไม้อย่างผมโดยสิ้นเชิง จึงเป็นที่มาของอารมณ์รักหลงประชดรักในบทเพลง เช่น เพลงไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน ที่คุณวิยะดา โกมารกุล ณ นคร ขับร้อง ทำให้รู้ว่าเจ้าไม้ขีดไฟ จะหาญกล้าสู้แสงดวงอาทิตย์ มาถึงตอนนี้ผมเองก็ “อิน” ไปกับไม้ขีดไฟที่ผมแอบเชียร์อยู่ด้วยเช่นกัน จึงขอเล่าประวัติที่มาสักหน่อย เพื่อเชิดชูนักสู้ที่อาจจะมีแต่ผู้คน “สมน้ำหน้า” เพราะทั้งๆ ที่รู้ว่าการเผาตัวเองเพื่อแลกกับแสงสว่างเพียงวินาที ให้คนที่เขาหมดรัก หรือหันมามองด้วยอารมณ์ใดก็ตาม มันอาจจะไ
หมากผู้หมากเมีย พืชพรรณล้ำค่า ของบางกะเจ้า ณรงค์ สำลีรัตน์ ยืนหยัดผลิตมาหลายทศวรรษ หมากผู้หมากเมีย เป็นไม้ประดับที่ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักต้นไม้ และยังสามารถปลูกเพื่อขายสร้างรายได้เป็นอาชีพเสริมไปจนถึงอาชีพหลักได้ด้วย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านพามาอยู่กันที่ คุ้งบางกะเจ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีการปลูกไม้พุ่ม อย่างหมากผู้หมากเมียที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในเวลานี้ก็ว่าได้ เนื่องจากได้รับการขนานนามจากทุกหน่วยงานทั้งในประเทศและนอกประเทศว่าเป็นแหล่งที่มีหมากผู้หมากเมียมากที่สุดในเวลานี้ คุณณรงค์ สำลีรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 39/1 หมู่ที่ 6 ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เล่าถึงที่มาที่ไปก่อนที่จะมาทำอาชีพนี้ว่า ในช่วงอดีตที่ผ่านมา อำเภอพระประแดง ได้รับรองให้เป็นเมืองอุตสาหกรรม และได้มีการพัฒนาท่าเรือคลองเตยหรือท่าเรือกรุงเทพในปัจจุบัน ให้เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ จนทำให้มีการขุดร่องขึ้นมาในช่วงนั้น ส่งผลทำให้น้ำเค็มทะลักเข้ามาในพื้นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านต้องมีการปรับเปลี่ยนในการทำมาหากินโดยการหันมาปลูกไม้เชิงเดี่ยว โดยเฉพาะอย่า
หนึ่งปีสวนกุหลาบ ทำสวนกุหลาบมาหนึ่งปี สวนกุหลาบแห่งนี้ถูกปลูกไว้แล้ว แต่เริ่มทรุดโทรม คือมีต้นแก่มาก เรียกว่าเริ่มตายไปในพื้นที่สองไร่มีกุหลาบไม่ถึงร้อยต้น วันหนึ่งเจ้าของสวนจะยำสวนกุหลาบให้เขาเช่าทำเสาวรส นั่นหมายความว่า สวนกุหลาบหน้าบ้านเราจะกลายเป็นเสาวรส ซึ่งบางคนก็ว่าดี เพราะเสาวรสก็สวยดี ดอกสวย ยามเมื่อลูกห้อยลงมาก็สวยงาม นั่นก็จริงแต่มันคนละอารมณ์กับสวนกุหลาบ จึงถามลุงเจ้าของสวนกุหลาบว่า ให้เราเช่าไหม ลุงบอกว่าให้เราขุดกุหลาบไปปลูกที่อื่น กำลังอันน้อยนิดของฉันขุดมาได้สามต้น วันหนึ่งเพื่อนรุ่นน้องมาเยี่ยมพร้อมกับลูกสาววัยห้าขวบ จึงชวนเธอไปขุดกุหลาบที่เขากำลังจะไถกลบ ในระหว่างลากต้นกุหลาบออกมา กิ่งกุหลาบไปฟาดเอารังตัวต่อ คราวนี้วิ่งหนีตัวต่อกันอย่างไม่คิดชีวิต มันต่อยเพื่อนเธอวิ่งหนีเพื่อจะเข้าไปในรถยนต์ ปรากฏว่ารถล็อกเลยโดนไปอีกครั้ง ต้องวิ่งเข้าห้องนอน ซึ่งมีห้องเดียวที่ติดมุ้งลวดต่อบินเข้าไปไม่ได้ เมื่อมันบินไปแล้ว มาดูแผลที่หัวเพื่อนและที่เอว ที่บอกว่าเจ็บมาก เราเอามะนาวบีบลงไปจนหัวเธอเปียก แล้วบอกให้เธอไปหาหมอ เธอกลับไปบ้านแต่ไม่ยอมไปหาหมอ ใส่มะนาวกับน้ำส้ม และทนจนเกือบสว่างอ
สาววัย 32 ปี อยู่ที่หมู่ที่ 4 ตำบลวังสำโรง อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เปลี่ยนนาข้าว มาเป็นแปลงนาบอน หนึ่งเดียวในประเทศไทย กลายเป็นความสำเร็จ ชีวิตเปลี่ยน คุณสุจิตรา เขียวหอม จบด้านนิติศาสตร์ แต่ไม่ได้ทำงานด้านกฎหมาย ชีวิตหักเหไปทำงานกับคุณพ่อที่จังหวัดภูเก็ต งานก็ไม่ราบรื่นก็ออกมาขายลูกชิ้นทอดสักพักใหญ่ พอเกิดโรคโควิด-19 ระบาด การค้าขายก็แย่ลง นักท่องเที่ยวหดหาย ทำให้รายได้ก็หดหายตามไปด้วย จึงกลับบ้านเกิดที่จังหวัดพิจิตร ด้วยใจรักต้นไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วชีวิตที่พลิกผันเพราะความมุ่งมั่นของเธอ ตอนแรกก็คิดอย่างเดียวว่าใจรักต้นไม้และต้องการมองหาอาชีพนี้ จึงเก็บไม้ทั่วไปภายในบ้านของตนเอง ที่ขึ้นตามธรรมชาติไปขาย เช่น บอนเขียว ที่มีทรงต้นสวย แต่ก็ยังขายได้ดี พลิกชีวิต เปลี่ยนนาข้าวเป็นนาบอน ในเมื่อราคาข้าวตกต่ำสุดๆ แล้ว แถมยังเจอพิษโควิด ทำให้เธอตกงาน ประกอบเล็งเห็นว่า กระแสไม้ด่างกำลังนิยม บอนกระดาดกำลังมาแรง ก็ลงทุนไปซื้อไม้ด่างมาต่อยอด ขายดีจนไม่พอขาย จึงคิดที่จะเริ่มเพาะพันธุ์เอง ตัดสินใจแบ่งเอาที่นาบางส่วนของคุณพ่อที่มีกว่า 10 ไร่ มาแบ่งแปลงเพาะเป็นนาบอน ที่เพาะทั้งตระกูลบอนด่าง และบอน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Paederia linearis Hook. F. ชื่อวงศ์ RUBIACEAE ชื่อสามัญ Fever vine ชื่ออื่นๆ กระพังโหม ตูดหมูตูดหมา (ภาคกลาง) ตำยานตัวผู้ พังโหม ตืดหมา ขี้หมาคารั้ว (เหนือ-อีสาน) ย่านพาโหม (ใต้) พาหม (สุราษฎร์ธานี) ผมอึดอัดใจกับชื่อที่เรียกกันแล้วต้อง “เช็ดปาก” แม้ว่ามีชื่ออื่นที่ฟังดูดี แต่คนไม่ค่อยเรียกชื่อนั้น เพราะติดคำว่า “พัง” ยกเว้นชาวสุราษฎร์ธานี ที่หลายท้องถิ่นเรียกสั้นๆ ว่า “พาหม” ผมจึงอยากจะประชดตั้งชื่อตัวเองเป็น “พระพายผาย” แทนคำว่า “ผายลม” แหม…ไม่ทราบว่าจะใช้ภาษาไทย “อาการนาม” อย่างไรดี เพราะแปลชื่อออกมาแล้วก็สัมผัสได้ ทั้ง “กลิ่นและเสียง” ในบรรดาพืชสมุนไพรไม้ล้มลุกเถาเลื้อย สำหรับผมแม้จะมีย่านใบเรียวแหลมเขียวเข้ม ยอดสวย ดอกงาม แต่ผมถูกจัดอยู่ในกลุ่มวัชพืชที่คนค่อนข้างรังเกียจ ด้วยเหตุนี้ผมจึงมีโอกาสทอดยอดยาวเลื้อยพันไปทุกที่ที่อยากจะไปอย่างอิสระ โดยไม่มีใครอยากใช้มือสาวย่านเถาให้ลำต้น หรือใบฉีกขาด เพราะผมจะปล่อยกลิ่นไม่พึงประสงค์แผ่วงรัศมีทั้งตามลมและทวนลมคละคลุ้ง จนไม่มีใครอยากทำวิธี “เขตกรรม” ด้วยฉะนี้ สำหรับคนที่รู้จักผมจึงใช้วิธีกำจัดด้วยการถากถางตัดไม่ให้ออกดอก หร
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมมีโอกาสเดินทางไปต่างจังหวัดทางภาคเหนือ พบเห็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง ต้นไม่สูงนัก ออกดอกสีม่วงอมชมพู กลีบดอกบอบบางสะอาดตา ถามผู้คนแถวนั้นว่า ต้นไม้นี้มีชื่อว่าอะไร ได้รับคำตอบว่าผักบุ้งต้น ผมอยากทราบว่าเป็นไม้ไทย หรือนำเข้ามาจากต่างประเทศ ผมจะนำมาปลูกในกรุงเทพฯ ได้หรือไม่ และมีวิธีขยายพันธุ์ และดูแลรักษาอย่างไร ขอคำอธิบายด้วยครับ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง สุรชัย เจริญสุขพงศ์ กรุงเทพฯ ตอบ คุณสุรชัย เจริญสุขพงศ์ ที่คุณสุรชัยเล่ามา เกี่ยวกับผักบุ้งต้นนั้น พืชชนิดนี้เป็นไม้ขนาดเล็กกึ่งเลื้อย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ipomoea carnea Jaeg. จัดอยู่ในวงศ์ Convolvulaceae มีลักษณะใบเดี่ยวเรียงเวียนรอบต้น ดอกเป็นรูปแตร ปากบาน กลีบดอกมี 5 กลีบ คล้ายดอกผักบุ้ง คนไทยจึงเรียกว่า ผักบุ้งต้น มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกากลาง ที่มีอากาศร้อนคล้ายบ้านเรา นิยมปลูกตามริมรั้วบ้านเป็นไม้ประดับ ลักษณะเด่นคือ ออกดอกตลอดปี เมื่อเด็ดใบจะมีน้ำยางสีขาวไหลออกมา การขยายพันธุ์นิยมใช้วิธีปักชำ ให้เลือกกิ่งไม่แก่หรืออ่อนเกินไป ใช้มีดหรือคีมที่คมและสะอาด ตัดแยกออกมาจากต้นแม่ ยาวท่อนละประมาณ 25 เซนติเม
หลังได้รับข้อมูลว่า ณ บ้านพะโค ตำบลท่าแร่ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร มีเกษตรกรท่านหนึ่งรักการเกษตรเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้-ใบหญ้า ตั้งแต่ปลูกผักชี ไปจนถึงไม้ยืนต้นที่ให้ผลผลิตแทบทุกชนิด แม้วัยจะล่วงเข้าเกือบ 80 ปี ก็ยังขยันขันแข็ง ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติด้วยการปลูกพืชไว้มากมาย แต่ที่สำคัญท่านผู้เฒ่ารายนี้ปลูกแล้วมักจะมอบให้หรือแจกฟรี สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปปลูก วันนี้มีโอกาสดี จึงเดินทางไปที่บ้านพะโค ห่างจากตัวเมืองสกลนคร ราว 35 กิโลเมตร ขับรถเลาะเลียบริมหนองหาร แหล่งทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ที่รองลงมาจากบึงบอระเพ็ด มุ่งหน้าออกจากตัวเมืองสกลนคร ไปตามถนนสายสกลนคร-นครพนม ที่มองดูท้องทุ่งนาเริ่มเขียวชอุ่ม ด้วยข้าวกล้าที่เกษตรกรลงมือหว่านและปักดำ ด้วยใจเบิกบาน มองผ่านไปทางด้านทิศตะวันออก มองเห็นท้องน้ำกว้างใหญ่ของหนองหาร สายหมอกและก้อนเมฆ ลอยอ้อยอิ่ง จับกันเป็นกลุ่มก้อน ขาวเป็นเงาทะมึนเมื่อกระทบแสงแดด ทำให้มองแล้วเพลินตา ฟากน้ำโพ้น มองเห็นทิวเทือกเขาภูพาน เป็นสีเขียวครามเย็นตาเป็นเงางาม หมอบสงบนิ่งอย่างทรนง สวยงามแฝงไว้ความน่าเกรงขาม ใช้เวลานั่งรถประมาณครึ่งชั่วโมงมาถึงหมู่บ้า
บอนสีเป็นไม้ประดับที่มีความสวยงามโดดเด่นกว่าไม้ใบชนิดอื่นตรงที่บอนสีมีใบที่ให้สีสรรที่สดใส มีความหลากหลายของสีใบ ใบมีลวดลายงดงาม รูปทรงใบที่แตกต่างกัน และมีทั้งพันธุ์ใบเล็กและใบใหญ่ บอนสีเป็นไม้ใบที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน ซึ่งได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ลูกผสมใหม่ๆ ขึ้นมา ในแต่ละปีที่มีการจัดประกวดบอนสี ช่วยให้ผู้เลี้ยงบอนสีปรับตัวเองด้วยการสร้างพันธุ์แปลกใหม่ขึ้น การทำเป็นการค้าสำหรับบอนสีถือว่าไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ต้องใส่ใจพอสมควร โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ที่บอนสีจะพักตัวโดยทิ้งใบ ไม่สร้างใบใหม่ ใบเดิมเหี่ยวแห้งลง มีแต่กระถางปลูก เหลือแต่หัวใต้ดินเท่านั้น ทำให้ผู้เลี้ยงทั่วไปคิดว่าไม่ทนทาน ตายง่าย ไม่สวยงามเหมือนตอนซื้อมาใหม่ๆ วิธีการเลี้ยงบอนสีให้มีใบตลอดปี โดยในช่วงฤดูหนาวต้องเลี้ยงบอนสีในตู้อบ วิธีง่ายๆ โดยใช้ไม้ระแนงมาต่อเป็นโครงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 1.20 เมตร ยาว 2.50 เมตร ด้านบนทำเป็นหลังคาหน้าจั่วเพื่อป้องกันน้ำขัง ให้หลังคาสูงสัก 15-20 เซนติเมตร แล้วกรุด้วยพลาสติคใส จะได้ตู้อบบอนสีไว้พักเลี้ยงและไว้อบขยายพันธุ์บอนสีได้อย่างดี สำหรับบอนสีที่จะนำเลี้ยงในตู้อบ ต้องมีภาชนะใส่น้
ชื่อวิทยาศาสตร์ Uvaria cordata (Dunal) Alston ชื่อวงศ์ ANNONACEAE ชื่ออื่นๆ กล้วยหมูสัง (ตรัง) นมวัว (สุราษฎร์ธานี) นมแมวใหญ่ (ชุมพร) นมควาย (นครศรีธรรมราช) ลาเกาะ (นราธิวาส) บักผีผ่วน (อีสาน) กล้วยพังพอน กล้วยมูสัง หนูภูมิใจกับความสวยเมื่อออกดอก ทั้งสีสัน และกลีบดอกสด มีทั้งสีชมพูอ่อน และแดงเข้ม ส่วนเกสรในดอกที่อยู่ชิดแน่นเป็นตุ่มกลมเรียงกลางดอกมีสีเหลือง จากจุดนี้เมื่อแก่ก็เป็นผลกลุ่มจำนวนมากออกมา คล้ายหวีกล้วยเล็กๆ คงจะเป็นลักษณะนี้เอง ทำให้หนูถูกเรียกว่า กล้วยมูสัง หรือกล้วยหมูสัง หรือกล้วยพังพอน เพราะภาคใต้ คำว่า “มูสัง หรือ มุดสัง” หมายถึงชะมด และกล้วยมูสังนี้แหละที่ชะมดชอบกินมากๆ แต่เรื่องชื่อ “นมช้าง” หนูไม่รู้ที่มาเลย เพราะคนทั่วไปเรียกหนูสารพัดชื่อนม แสดงว่าไม่เกี่ยวกับขนาดนม ตอนแรกหนูคิดว่าปลายใบของหนูจะใหญ่ คล้ายหรือเหมือนนมของช้าง แต่คงจะไม่ใช่ เพราะว่ามีเรียกทั้ง นมวัว นมควาย และนมแมวใหญ่ แต่ความจริงใบของหนูก็เล็กกว่านมของตัวช้างจริงแน่ๆ ตัวหนูเองเป็นไม้เถาขนาดใหญ่ เนื้อแข็ง จะว่าเป็นพรรณไม้กึ่งเลื้อยก็ได้ เพราะสามารถพาดไปกับต้นไม้อื่น และเลื้อยไปได้หลายสิบเมตร กิ่งอ่อนแล
ชื่อวิทยาศาสตร์ Aspidistra elatior Blume ชื่อวงศ์ CONVALLRIACEA สมญานาม Cast-iron-plant ชื่ออื่นๆ บัวดอย เฒ่าทิ้งไม้เท้า ปู่เฒ่าทิ้งไม้เท้า เก่ยโคหล่า (กะเหรี่ยง) ปู่เพิ่งกลับจากเยี่ยมเหลนคนแรกซึ่งเกิดจากหลานคนโตที่อยู่ต่างจังหวัดไม่ไกลนัก คือแค่นั่งรถไปเพียงงีบเดียว ตอนกลับบ้านเผลอลืมไม้เท้าไว้บ้านหลาน เพราะยกกระถางบัวขึ้นรถแล้วออกรถกลับทันที ดีใจที่ได้บัวสีที่ชอบและชื่อก็คล้ายๆ กับชื่อของปู่ ที่เขาเรียก “บัวดอย” เพียงแต่ปู่ไม่เคยไปอยู่บนดอยแค่นั้นเอง ด้วยไม่อยากได้ยินชื่อที่กะเหรี่ยงเรียกปู่เพราะออกเสียงยาก แต่ชอบใจที่ใครๆ เรียกชื่อ ซึ่งบอกความหมายเป็นเรื่องจริงที่ว่า “ลืมไม้เท้า” หรือ “ทิ้งไม้เท้า” เนื่องจากใครๆ รวมทั้งนักวิจัยศึกษาพบว่า สารสกัดที่ออกจากน้ำต้มก้านใบทั้งต้นที่ปิ้งไฟแล้วต้มดื่ม มีสรรพคุณจนไม่ต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันเข่า และไม่ปวดหลัง ปวดเอว ปู่ได้ยินคำว่า “ไม้เท้า” แล้วทำให้คิดถึงตอนหนุ่มๆ ที่อยากมี “ไม้ตะพด” เหมือนที่เห็นในหนังนักเลงบ้านนอก คิดว่าถือแล้วเท่ แต่ปัจจุบันเห็นมีไม้เท้าที่เป็นประโยชน์จริงๆ ในสังคมตัวใครตัวมัน คือ “ไม้เท้าสีขาว” ที่เราเห็นคนตาบอดใช้คลำทาง ตามป
