กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)
กรณีที่มีกระแสข่าวการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำจากแหล่งน้ำจืด น้ำกร่อย ลุกลามลงไปถึงเขตน้ำทะเลในหลายจังหวัด กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองในช่วงที่ผ่านมานั้น ดร.พรเทพ เนียมพิทักษ์ หัวหน้าสาขาวิชาประมง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้วิเคราะห์ข้อมูลตามหลักวิชาการว่า กรณีพบปลาหมอคางดำในท้องทะเล คาดว่าเกิดจากมวลน้ำจืดพัดพาออกสู่ทะเลเสียมากกว่า เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ปลาชนิดนี้อาศัยและแพร่พันธุ์ได้ดีทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อยในป่าชายเลน และปากแม่น้ำเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับ ปลาหมอคางดำปรับตัวเก่ง มีความสามารถพิเศษ ทนความเค็มได้สูงถึง 40 ppt ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลปกติซึ่งมีค่าความเค็มโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 33-35 ppt ประกอบกับ ทะเลไทยเป็นพื้นที่ทะเลเปิด จึงมีโอกาสพบปลาหมอคางดำในชายฝั่งทะเลได้เช่นกัน ส่วนปลาหมอคางดำจะเคลื่อนย้ายไปหากินนอกชายฝั่งทะเลได้ไกลแค่ไหน ยังไม่มีงานวิจัยรองรับ ปลาหมอคางดำกินอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่แพลงก์ตอน พืชน้ำ ซากอินทรีย์ ไปจนถึงตัวอ่อนของสัตว์น้ำ ส่วนสาหร่ายทะเล หญ้าทะเล ปลาหมอคางดำจะกินหรือเปล่า ยังไม่มีรายงานวิจัยในเรื่องนี้ เมื่อถูกถามว่า ปลาหมอคางดำทนทานต่
วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) พร้อมด้วย นายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย โดยมี นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำและผลกระทบต่อเกษตรกร การประมงพื้นบ้าน และระบบนิเวศ ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N 405 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ดร.ปิ่นสักก์ ร่วมให้ข้อมูลด้านวิชาการเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ สัตว์น้ำท้องถิ่น และระบบนิเวศทางน้ำ ตลอดจนผลการดำเนินงานในการเฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวทางการควบคุม ป้องกัน และลดผลกระทบจากชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน เพื่อสนับสนุนการกำหนดมาตรการบริหารจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ดร.ปิ่นสักก์ กล่าวว่า ทช. ใช้ระยะเวลากว่า 2 ปี ศึกษาการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในระบบนิเวศทางทะเล เพราะห่วงกังวลว่า ปลาหมอคางดำจ
