กรมส่งเสริมการเกษตร
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมมือกันเพื่อพัฒนาคุณภาพลำไย พร้อมกันนี้ได้สรุปองค์ความรู้เพื่อเผยแพร่และส่งเสริมให้เกษตรกรได้นำไปปรับใช้ในการปฏิบัติดูแลรักษาลำไยเพื่อให้ได้คุณภาพ โดยมี 13 ขั้นตอน การที่ควรปฏิบัติ ดังนี้ ระยะที่ 1 ช่วงเตรียมต้น (กันยายน-ตุลาคม) ขั้นตอนที่ 1 – การตัดแต่งกิ่ง…เกษตรกรควรตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่ง เปิดกลางทรงพุ่มให้ได้รับแสงสว่างมากขึ้น คลุมโคนต้นด้วยใบลำไยที่ตัดทิ้ง ขั้นตอนที่ 2 – แตกใบอ่อน ครั้งที่ 1…ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ต้นละ 10 กิโลกรัม และใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0 ร่วมกับ 15-15-15 และ 0-0-60 (ช่วงแตกใบ ครั้งที่ 1) สัดส่วน 1:1:1 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น ในระยะนี้ให้ระวังโรคและแมลง ได้แก่ ไรสี่ขา เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง และโรคพุ่มไม้กวาด ระยะที่ 2 ช่วงก่อนออกดอก (พฤศจิกายน-ธันวาคม) ขั้นตอนที่ 3 – ขั้นตอนที่ 4 – แตกใบอ่อน ครั้งที่ 2 จนถึงใบแก่สมบูรณ์…ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดแมลง สารป้องกันกำจัดเชื้อราและฮอร์โมนบำรุงใบ และใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0 ร่วมกับ 15-15-15 และ 0-0-60 (ช่วงแตกใบครั้งที่ 2) อัตรา 1-2 กิโลก
กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ แนะ 7 แนวทางดูแลรักษา “กล้วย” ในช่วงฤดูฝน ดังนี้คือ 1. หมั่นตรวจดูแปลงกล้วยสม่ำเสมอ 2. ระบายน้ำในสวนให้ไหลสะดวก ไม่ท่วมขัง 3. ตัดแต่งใบแห้ง ใบเป็นโรคและหน่อส่วนเกิน 4. ให้น้ำต้นกล้วยเพิ่มเติม ในช่วงฝนทิ้งช่วง 5. เฝ้าระวังโรคและแมลง หากพบให้ใช้สารชีวภัณฑ์ป้องกันกำจัด 6. กำจัดวัชพืชในแปลงและค้ำยันต้น 7. ใส่ปุ๋ยบำรุงต้น N-P-K เกษตรกรควรใส่ใจดูแลต้นกล้วยในช่วงหน้าฝนอย่างใกล้ชิดเพราะเสี่ยงต่อการระบาดของโรคตายพรายในกล้วย สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตรให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โรคตายพรายหรือโรคปานามาหรือโรคเหี่ยว สาเหตุจากเชื้อรา Fusarium oxysporum f.sp. cubense พบโรคได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของกล้วย โดยให้สังเกตลักษณะต้นกล้วยที่มีอาการของโรคตายพรายใบกล้วยที่อยู่รอบนอกหรือใบแก่แสดงอาการเหี่ยวเหลือง ใบจะเหลืองจากขอบใบและลุกลามเข้ากลางใบ ก้านใบหักพับตรงรอยต่อกับลำต้นเทียม และจะทยอยหักพับตั้งแต่ใบที่อยู่รอบนอกเข้าไปสู่ใบด้านใน ระยะแรกใบยอดยังเขียวตั้งตรง จากนั้นเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ต่อมาใบทั้งหมดจะเหี่ยวแห้ง เมื่อตัดลำต้นเทียมตามขวา
บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเวที “คูโบต้า มัน(ส์) ขยายร่อง” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ปลูกง่ายได้มัน(ส์)ดี ชวนเกษตรกรไทยก้าวสู่สนามประลองของการปลูกมันสำปะหลังยุคใหม่ ผ่านการเรียนรู้และแข่งขัน ในโซลูชัน “ขยายร่อง” เทคนิคการปลูกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแปลงปลูก ผสานการใช้แทรกเตอร์คูโบต้า และการบริหารจัดการแปลงแบบ Data-Driven Farming ด้วยระบบบันทึกข้อมูล K-iField เพื่อการทำเกษตรมีความแม่นยำ วิเคราะห์และบริหารจัดการแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างครบวงจร มุ่งยกระดับศักยภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน ล่าสุดประกาศผลสมาร์ต ฟาร์มเมอร์ ผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้ายเตรียมแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า จากข้อมูลสถานการณ์อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย พบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังประมาณ 9.32 ล้านไร่ มีผลผลิตรวมกว่า 26.9 ล้านตันต่อปี และมีการส่งออกม
ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับภาวะ “โลกรวน” ที่ส่งผลให้สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงและคาดการณ์ได้ยากทั้งฝนทิ้งช่วง น้ำท่วมฉับพลัน พายุฤดูร้อน อากาศร้อนจัด รวมถึงการระบาดของศัตรูพืชที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรโดยตรง การรับมือภัยพิบัติด้านการเกษตรจึงไม่ใช่เพียงการเยียวยาหลังเกิดเหตุ แต่ต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน ทั้งการเตรียมความพร้อม การลดความเสี่ยง การเฝ้าระวัง การฟื้นฟู และการสร้างภูมิคุ้มกันให้เกษตรกรสามารถปรับตัวได้อย่างยั่งยืน นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเปิดเผยว่ากรมส่งเสริมการเกษตรจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภัยพิบัติในทุกมิติ ควบคู่กับการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการเข้าถึงสิทธิการช่วยเหลือของภาครัฐ โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างรวดเร็วและตรงเป้าหมายเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น เมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติขึ้นแล้วเกิดความเสียหายในพื้นที่การเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรจะดูแลช่วยเหลือเรื่องความเสียหายด้านพืช ซึ่งตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเ
นนทบุรี, 24 เมษายน 2569 – บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด (เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง) ผู้เชี่ยวชาญด้านเมล็ดพันธุ์ระดับสากล เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์เพื่อนคู่คิดเกษตรกร จับมือ ศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 6 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี และองค์การบริหารส่วนตำบลไทรน้อย จัดงาน “Green Gain Day: สร้างการเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจ ไม่เผาแต่ได้รายได้” เพื่อขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปี 2569 มุ่งแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากการเผาตอซัง พร้อมชูทางออกด้วย “เมล็ดพันธุ์พืชหลังนา” ที่ปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย และสร้างรายได้เร็วกว่าการทำนา ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงานและร่วมลงแปลงเก็บเกี่ยวผลผลิต ณ ศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 6 ปตท. อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 200 คน นายอิสระ วงศ์อินทร์ Head of Marketing บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด เปิดเผยว่า ปัญหา PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรถือเป็นวาระแห่งชาติ ทางบริษัทฯ จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่
ปรากฏการณ์เอลนีโญส่งผลให้อุณหภูมิโลกปรับตัวสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส ทำให้ทั่วโลกเกิดภาวะโลกร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ คาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนน้อยจากอิทธิพลเอลนีโญ ทำให้มีปริมาณน้ำสำหรับใช้ในการเพาะปลูกพืชลดลง หลายหน่วยงานจึงสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เช่น “ถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก. 1” ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เพื่อยกระดับอาชีพภาคการเกษตรของเกษตรกร ให้มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นภายใต้นโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” การผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสงเกษตรศาสตร์ สวก.1 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หากมีการดูแลรักษา การให้ปุ๋ยตามความต้องการของพืช การให้ธาตุอาหารเสริมที่จำเป็นต่อความสมบูรณ์ของเมล็ด ก็จะให้ผลตอบแทนสูงคุ้มค่ากับการลงทุน หากปลูกถั่วลิสงพันธุ์นี้ในช่วงฤดูฝนจะมีปริมาณผลผลิตที่ได้ 300 กิโลกรัมต่อไร่ หากปลูกในช่วงฤดูแล้งจะมีปริมาณผลผลิตที่ได้ 350 กิโลกรัมต่อไร่ จุดเด่นของถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก.1 ถั่วลิสงเกษตรศาสตร์ สวก.1 มีลักษณะประจำพันธุ์ที่ดี คือ ทรงต
กรมส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนเกษตรกรใช้แหนแดงร่วมกับปุ๋ยเคมี ช่วยลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นทั้งปุ๋ยและพืชอาหารสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำเกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี ถึงแม้ว่าราคาปุ๋ยเคมีในปัจจุบันจะปรับลดลงแล้ว แต่กรมส่งเสริมการเกษตร ยังคงส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ปรับปรุงค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินให้เหมาะสม รวมทั้งการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน (ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ) พร้อมถ่ายทอดความรู้เพื่อให้ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ทำหน้าที่เป็นต้นแบบและกลไกการขยายผลสู่ชุมชนรอบข้าง โดยอีกหนึ่งแนวทางที่มีประโยชน์และเป็นที่นิยมของเกษตรกรคือ การผลิตและใช้แหนแดง แหนแดง เป็นเฟิร์นลอยน้ำชนิดหนึ่งมีขนาดเล็ก เปรียบเสมือนโรงงานผลิตปุ๋ยไนโตรเจนธรรมชาติ โดยกระบวนการตรึงไนโตรเจนของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่อาศัยอยู่ในโพรงใบของแหนแดง ทำให้แหนแดงมีประโยชน์ในด้านเป็นปุ๋ยชีวภาพทดแทนหรือลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีได้ เนื่องจากแหนแดงมีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ สูงถึง 4.6 % ซึ่งสูงก
แปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชหรือแปลงพยากรณ์ศัตรูพืช เป็นหนึ่งในวิธีการอารักขาพืชหรือการบริหารจัดการศัตรูพืช ที่กรมส่งเสริมการเกษตร นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสำรวจติดตาม และเฝ้าระวังศัตรูพืช เพื่อสามารถพยากรณ์หรือคาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดการระบาดของศัตรูพืช และเตือนภัยแก่เกษตรกรได้ทันท่วงที นำไปสู่การเลือกวิธีการจัดการศัตรูพืชอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น รวมไปถึงลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้ด้วย พื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งปลูกผักและผลไม้ที่สำคัญแห่งหนึ่ง เช่น วิสาหกิจชุมชนผักอินทรีย์แปลงใหญ่นิคมเศรษฐกิจพอเพียง บ้านคลองบงพัฒนา อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่มีการใช้แปลงพยากรณ์ศัตรูพืช ในการป้องกันศัตรูพืชและแจ้งเตือนภัยสถานการณ์ศัตรูพืชให้กับสมาชิกกลุ่มได้ทราบ จึงได้บริหารจัดการได้ทันท่วงที ว่าที่ร้อยโท ธีรภัทร ศรีคงอยู่ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอวังน้ำเขียว กล่าวว่า ทางสำนักงานเกษตรอำเภอวังน้ำเขียวได้เข้ามาส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักอินทรีย์แปลงใหญ่นิคมเศรษฐกิจพอเพียง บ้านคลองบงพัฒนา ตั้งแต่ต้นน้ำ ให้ความรู้การ
ตื่นตานวัตกรรมไฮเทคในงาน “AGRI-TECH DEMO DAY 2026” กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนเกษตรกรใช้เกษตรแม่นยำสูง ในแปลงปลูกเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตและแก้วิกฤตขาดแคลนแรงงาน สร้างความมั่นคงให้เกษตรกรในระยะยาว เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมส่งเสริมการเกษตร จับมือ DLG Markets Asia Pacific จัดงาน AGRI-TECH DEMO DAY 2026 ณ ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ (ไร่สุวรรณ) อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยได้รับเกียรติจาก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงาน นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น และความผันผวนของตลาดโลก กรมส่งเสริมการเกษตรจึงให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีที่ “ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา” มาใช้ โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมที่มีความซับซ้อนหรือมีต้นทุนสูง ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับโครงการความร่วมมือด้านการเกษตรเยอรมัน-ไท
ปัจจุบัน ปัญหาการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ส่งผลกระทบต่อผลผลิต รวมทั้งขาดแคลนท่อนพันธุ์สะอาดสำหรับการปลูกในรอบถัดไป กรมส่งเสริมการเกษตรจึงแนะนำและส่งเสริมให้เกษตรกรใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนคัดเลือกท่อนพันธุ์ดีมีคุณภาพ ทนทาน และต้านทานโรค อันเป็นปัจจัยตั้งต้นสำคัญที่ทำให้การเกษตรประสบความสำเร็จ ทั้งในแง่ผลผลิต คุณภาพ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า หลักการหรือประเด็นสำคัญ 4 ข้อ ที่ควรคำนึงในการคัดเลือกพันธุ์มันสำปะหลัง คือ 1. เลือกพันธุ์ที่ได้รับรองจากหน่วยงานราชการ/สถาบัน/มหาวิทยาลัย จะช่วยรับประกันคุณภาพ ผลผลิตต่อไร่สูงและมีเชื้อแป้งดีตรงตามมาตรฐาน ทั้งยังได้รับคำแนะนำวิชาการที่ถูกต้อง เพิ่มโอกาสสำเร็จ และลดความเสี่ยงขาดทุน ได้แก่ เกษตรศาสตร์50 ห้วยบง60 ระยอง72 เป็นต้น 2. เลือกพันธุ์ตามศักยภาพของดิน ได้แก่ – ดินทราย หรือดินทรายปนร่วน เหมาะกับการปลูกพันธุ์เกษตรศาสตร์50 ระยอง72 ห้วยบง60 – ดินร่วนปนทราย เหมาะกับการปลูกพันธุ์ระยอง7 ระยอง9 ระยอง90 เกษตรศาสตร์50 ห้วยบง60 – ดินร่วนปนเหนียว เหมาะกับการปลูกพันธุ์ระยอ
