กรมส่งเสริมการเกษตร
จากสถานการณ์เศรษฐกิจของโลกในปัจจุบันซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ยที่ประเทศไทยต้องเผชิญ เนื่องจากปุ๋ยเคมีนับเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการทำการเกษตร โดยต้นทุนประมาณ 20% เป็นค่าปุ๋ยเคมี และประเทศไทยนำเข้าปุ๋ย 98% คิดเป็นมูลค่าปีละประมาณ 60,000 ล้านบาท นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรห่วงใยพี่น้องเกษตรกร จึงส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และความต้องการของพืช โดยคำนึงถึงหลักการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสานทั้งปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ ตามค่าวิเคราะห์ดิน และการใช้ปุ๋ยตามหลักการ 4 ถูก คือ 1. ถูกชนิด/ถูกสูตร พิจารณาชนิดของปุ๋ยที่จะใช้ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยอินทรีย์ และเลือกใช้ชนิดหรือสูตรปุ๋ยเคมีที่เหมาะกับช่วงระยะการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้ง รู้จักพันธุ์พืชที่ปลูกด้วย เช่น ข้าวไวต่อช่วงแสง ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง หรือข้าวที่มีอายุสั้น เหมาะสมที่จะใช้ปุ๋ยชนิดหรือสูตรใดจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตได้ดี เป็นต้น 2. ถูกอัตรา ใส่ปุ๋ยในปริมาณที่ตรงตามความต้องการของพืชแต่ละระยะการเจริญเติบโต และธาตุอาหารแต่ละชนิดที่
คุณเดี่ยว หรือ “ว่าที่ ร.ต. พิทักษ์ พึ่งพเดช” เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพเกษตรกรรม โดยเริ่มต้นจากนำที่ดินมรดกมาปรับปรุงเป็นสวนมะพร้าวอินทรีย์ ปลูกเอง พัฒนาตลาดเอง เน้นความสด “ปอกปุ๊บดื่มปั๊บ” เน้นขายสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ ภายใต้แบรนด์ “เดี่ยว บ้านแพ้ว” กลายเป็นที่รู้จักจดจำของลูกค้า สินค้าเด่น คุณภาพดี ขายเป็น ก็เห็นกำไร โดยไม่ต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลางเหมือนในอดีต เวลาที่คุณเดี่ยวนำสินค้าออกขายงานอีเว้นต์ในแต่ละครั้ง ลูกค้าเข้าคิวยาวเหยียด ขายดิบขายดีจนสินค้าขายหมดในระยะเวลาอันรวดเร็ว จนขึ้นชื่อ “เดี่ยว บ้านแพ้ว” มะพร้าวอินทรีย์ของดีเมืองสมุทรสาครไปแล้ว ส่งผลให้ คุณเดี่ยว บ้านแพ้ว กลายเป็นเกษตรกรต้นแบบ ที่สร้างแรงจูงใจให้หนุ่มสาววัยทำงานหลายๆ คน อยากหวนคืนบ้านเกิด เพื่อไปพลิกฟื้นผืนดินให้เป็นแหล่งทำมาหากินเลี้ยงดูครอบครัวเช่นเดียวกับ “เดี่ยว บ้านแพ้ว” เกษตรกรไอดอลคนดัง สานต่ออาชีพเกษตรจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบัน คุณเดี่ยว หรือ “ว่าที่ ร.ต. พิทักษ์ พึ่งพเดช” อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 78/1 หมู่ที่ 6 ซอย 1 ถนนยกกระบัตร-หลักสี่ ตำบลยกกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร คุณเดี
7 มีนาคม 2569 – ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ชั้น 5.5 เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Bangkok International Exotic Plants Show & Sale ครั้งที่ 19 #Spring มหกรรมไม้แปลก-ไม้หายากนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของโลก โดยมีนายสรรพสิริ เชาวน์วาณิชย์ Show Director ให้การต้อนรับ การจัดงานครั้งนี้ ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตและศูนย์กลางการค้าพรรณไม้สำคัญของโลก ภายในงานมีนักสะสม ผู้ประกอบการเกษตร และผู้หลงใหลในพรรณไม้จากทั้งในและต่างประเทศเข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของ “Exotic Plant ไม้แปลกและไม้หายาก” ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งอย่างมากในอุตสาหกรรมไม้แปลก-ไม้หายาก จนสามารถเรียกได้ว่าเป็น “เบอร์ 1 ของโลก” ในด้านนี้ เนื่องจากผู้ประกอบการไทย มีฐานรากการผลิตที่เข้มแข็ง และได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกันประเทศไทยได้เปรียบในด้านสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกไม้แปลก-ไม้หายากส่วนใหญ่เป็
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐ เอกชนและเกษตรกร วางแนวทางการบริหารจัดการทุเรียนเพื่อการส่งออกภาคตะวันออก กำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนภาคตะวันออก ปี 2569 เพื่อใช้เป็นกรอบระยะเวลาในการดำเนินงาน เพื่อให้ผลผลิตทุเรียนที่ออกสู่ตลาดมีคุณภาพคือ พันธุ์กระดุม วันที่ 20 มีนาคม 2569 พันธุ์ชะนีและพวงมณี วันที่ 10 เมษายน 2569 พันธุ์หมอนทองและก้านยาว วันที่ 20 เมษายน 2569 กำหนดการพิจารณาความอ่อน – แก่ของทุเรียน โดยใช้เกณฑ์กำหนดน้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียน ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : ทุเรียน มกษ. 3 – 2567 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 พันธุ์กระดุมทอง มีน้ำหนักเนื้อแห้งไม่น้อยกว่า 27% โดยมวล พันธุ์ชะนีและพวงมณี มีน้ำหนักเนื้อแห้ง ไม่น้อยกว่า 30% โดยมวล พันธุ์หมอนทองและก้านยาว มีน้ำหนักเนื้อแห้งไม่น้อยกว่า 32% โดยมวล ซึ่งถ้าผลการวิเคราะห์น้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียนน้อยกว่านี้ ถือว่าเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) “กรมส่งเสริมการเกษตรโดยสำนักงานเกษตรจังหวัด จะเป็นหน่วยรับผิดชอบ ในการจัดทำประกาศร่
กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดการพัฒนาความรู้และศักยภาพเจ้าหน้าที่ หลักสูตร การผลิตและขยายพืชพันธุ์ดี 4 สายการผลิต เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และศักยภาพให้แก่เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรทั่วประเทศ พร้อมยกระดับการทำงานแบบบูรณาการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคการเกษตรและสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ณ โรงแรมเลิศธานี จังหวัดสุพรรณบุรี นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมการเกษตรของประเทศ ได้กำหนดให้การส่งเสริมการผลิตและขยายพันธุ์พืชพันธุ์ดีเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการใช้พันธุ์พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ การพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตและขยายพันธุ์พืชพันธุ์ดีอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกองขยายพันธุ์พืช เป็น “ผู้นำการผลิตขยายพันธุ์พืชพันธุ์ดีโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม” โดยมีศูนย์ขยายพันธุ์พืชทั้ง 10 แห่ง ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นฐานในการผลิตพันธุ์พืชพันธุ์ดี 4 สายการผลิต ที่มีระบบควบ
. ฤดูร้อนในปีนี้ จะเริ่มต้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 259 ไปสิ้นสุดในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยคนไทยจะเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดที่สุดในรอบปี ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน 2569 พื้นที่ภาคเหนืออาจเจอสภาพอากาศร้อนสูงถึง 42 – 43 องศาเซลเซียส ด้านปริมาณน้ำฝนโดยรวมในปีนี้ มีแนวโน้มลดลงกว่าปกติ 30-40% ดังนั้นพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน อาจมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร จึงขอให้ประชาชนวางแผนการใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด . “น้ำเค็มรุกพื้นที่การเกษตร” เป็นปัญหาที่เกษตรกรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และนครปฐม มักเจอในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายนของทุกปี น้ำเค็มจากทะเลจะรุกเข้าสู่แม่น้ำเป็นระยะทางไกลขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้น้ำด้านเกษตรกรรม เนื่องจากค่าความเค็มสูงกว่าค่ามาตรฐานที่พืชรับได้ สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่สวนกล้วยไม้ สวนไม้ผลไม้ยืนต้น และพืชอื่นๆ หากใช้น้ำในคลองที่มีค่าความเค็มสูงไปรดต้นพืช จะเกิดค
“ ทุเรียน ” เป็นไม้ผลทำเงินที่ขายได้ราคาดี สร้างแรงจูงใจให้ เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี หันมานิยมปลูกอย่างแพร่หลายมากขึ้นตั้งแต่ปี 2559 แต่ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูง และได้ผลผลิตต่ำ เนื่องจากมีการใช้สารเคมีปริมาณมากในการดูแลรักษาต้นทุเรียนที่ปลูก กรมส่งเสริมการเกษตร โดยศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด สุราษฎร์ธานีจึงได้เข้ามาส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรในเรื่องของการปลูก การดูแลรักษาทุเรียนด้วยการลดใช้สารเคมี เน้นการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน ใช้ชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมี จัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลตะกุกใต้ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้น และกลุ่มมีมติให้ทุเรียนเป็นพืชหลัก เพื่อเฝ้าระวังและติดตามการเข้าทำลายของโรคและแมลงศัตรูพืช ศจช.ตำบลตะกุกใต้กลายเป็นจุดศึกษาดูงาน และได้รับการสนับสนุนกล้องจุลทรรศน์ Compound Microscope และ Stereo Microscope จาก
กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมมือกับคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก “ถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก. 1” เชิงการค้า เนื่องจากเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ให้ผลผลิตสูงต่อไร่ สามารถยกระดับอาชีพและรายได้ของเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตอบโจทย์นโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จุดเริ่มต้น ผลงานวิจัย “จากหิ้งสู่ห้าง” สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) สนับสนุนงบวิจัยให้ อาจารย์เจตษฎา อุตรพันธ์ ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้พัฒนาสายพันธุ์ “ถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก.1” โดยใช้แม่พันธุ์ขอนแก่น 5 และพ่อพันธุ์ IC 10 ผลวิจัยพบว่า “ถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก.1” ให้ผลผลิตสูง ปรับตัวได้ดีในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง ให้ผลผลิตต่อไร่ราวๆ 300-500 กิโลกรัมต่อไร่ จุดเด่นของ “ถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก. 1” “ถั่วลิสงเกษตรศาสตร์ สวก. 1” เป็นพืชทางเลือกหนึ่งที่มีอนาคตทางการตลาด เพราะมีลักษณะประจำพันธุ์ที่ดีคือ ทรงต้นแบบพุ่มตั้ง ไม่ยืดเลื้อย เปลือกฝักม
ภาวะโลกรวน (Climate Change) ทำให้แมลงศัตรูพืชเพิ่มจำนวนและระบาดหนักขึ้น เพราะอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้แมลงเผาผลาญพลังงานเร็วขึ้น กินพืชมากขึ้น ขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้นแล้ว ยังขยายพื้นที่ระบาดไปยังพื้นที่ที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้นยังทำให้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชสลายตัวเร็วขึ้น ลดประสิทธิภาพในการกำจัดแมลง ทำให้เกษตรกรหลายคนประสบปัญหา แมลงศัตรูพืช “ ดื้อยา-ไม่ตาย” หลังพ่นใช้สารเคมีป้องกันกำจัดในอัตราส่วนเข้มข้นเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม ที่มาของ “การดื้อยา” “การดื้อยา” หรือ การที่ศัตรูพืชต้านทานสารเคมี เกิดขึ้นได้จากการใช้สารเคมีที่ผิดวิธี หรือใช้ในอัตราที่ไม่เหมาะสม ทำให้ศัตรูพืชสร้างกลไกการต้านทานขึ้น เพื่อต้านทานสารเคมีชนิดนั้นๆ ส่งผลให้เกิดการดื้อยาในศัตรูพืชรุ่นลูกและรุ่นหลาน ทำให้สารเคมีที่เกษตรกรเคยใช้ไม่ได้ผล ไม่สามารถจำกัดแมลงได้อีกต่อไป ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต เนื่องจากต้องพ่นสารเคมีซ้ำหรือใช้ในปริมาณที่มากขึ้น แต่ผลผลิตที่ได้กลับมีคุณภาพและปริมาณลดลง วิธีป้องกันศัตรูพืชดื้อยา กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร ได้แนะนำวิธีป้องกันศัตรูพืชดื้อยา
กรุงเทพฯ 18 ธันวาคม 2568 – บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และ กรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศผลทีมผู้ชนะ 4 ทีม 4 ภาคทั่วไทย ที่คว้ารางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ จากผู้เข้าแข่งขัน 20 ทีมสุดท้ายในศึกการแข่งขันสุดยอดนักพัฒนาแปลงเพาะปลูกข้าวลดโลกร้อน ด้วยนวัตกรรมบันทึกปฏิทินการเพาะปลูก “KAS Crop Calendar On LINE” ในโครงการ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก” ปี 2 ตอน นารักษ์โลกชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 บาท เวทีเดียวของไทยที่มุ่งปลุกพลังเกษตรกรรุ่นใหม่ สู่การทำเกษตรแม่นยำด้วยโซลูชันลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ ในรูปแบบเพื่อนคู่ใจเกษตรกรที่สามารถบันทึกข้อมูลทุกขั้นตอนตลอดกระบวนการเพาะปลูก เพื่อมุ่งยกระดับวิถีเกษตรไทยสู่ Smart Farming นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า การทำเกษตรแม่นยำมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเกษตรยุคใหม่ เราจึงได้นำความท้าทายและอุปสรรคที่เกษตรกรต้องเผชิญในชีวิตจริง มาศึกษา พัฒนา ต่อยอดเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การทำเกษตรมีความราบรื่นยิ่งขึ้น ได้ผล
