กุ้งก้ามกราม
“อำเภอบางแพ” เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่มีชื่อเสียงของจังหวัดราชบุรี เพราะกุ้งที่นี่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนกุ้งที่เพาะเลี้ยงในพื้นที่อื่นๆ เพราะสภาพที่ดินในโซนนี้เกิดจากการทับถมของน้ำทะเลในอดีต ลักษณะเป็นดินเหนียวเนื้อละเอียดสีเทาเข้มถึงสีดำ มีชั้นหิน อุดมไปด้วยแร่ธาตุและจุลินทรีย์สูงส่งผลให้กุ้งโตเร็ว มีเอกลักษณ์สีสวย เนื้อแน่นเต็มเปลือก เมื่อปรุงสุกจะมีรสชาติหวานธรรมชาติ มีมันกุ้งมาก และไม่มีกลิ่นคาว สินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดมาก กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) กุ้งก้ามกรามบางแพ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2566 โดยเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 5 ของจังหวัดราชบุรี จังหวัดราชบุรี ได้จัดงาน “เทศกาลกินกุ้ง และของดีอำเภอบางแพ” เป็นประจำทุกปี เพื่อประชาสัมพันธ์ กุ้งก้ามกรามซึ่งเป็นกุ้ง GI เป็นของดีของอำเภอบางแพ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สนับสนุนเกษตรกร และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งปลูกสินค้าเกษตรนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก ผลไม้ มะพร้าว องุ่น ชมพู่ ฝรั่ง มะม่วง ลำไย รวมถึงผลผลิตจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและโอทอปต่างๆ ในท้องถิ่น ต้นทุนผลิต
ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูง และกำลังซื้อในภูมิภาคที่ชะลอตัว ภาพสะท้อนจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามในพื้นที่ภาคอีสานกำลังบอกเล่า “ทางรอด” ที่ไม่ง่ายนักในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตสำคัญที่สร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นปีละนับพันล้านบาท แต่ล่าสุดกลับต้องเผชิญภาวะตลาดเงียบเหงาอย่างผิดปกติ คุณทิเบต-ฤทธิเกียรติ นาชัยฤทธิ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เล่าถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า ปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งตลาดกุ้งคือราคาน้ำมันที่พุ่งสูง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ขยับขึ้นเกือบแตะลิตรละ 50 บาท ส่งผลโดยตรงต่อระบบขนส่ง ทำให้พ่อค้าคนกลางรับซื้อและกระจายสินค้าไปยังพื้นที่อื่นได้ยากขึ้น แรงกระเพื่อมดังกล่าวยิ่งชัดเจนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งโดยปกติถือเป็นช่วงพีกของการบริโภค แต่ปีนี้กลับสวนทางอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาลดลง ทำให้กำลังซื้อในพื้นที่หดตัวอย่างมีนัยสำคัญ คุณทิเบตสะท้อนภาพว่า ปริมาณรถยนต์ที่ผ่านหน้าบ้าน “แทบจะนับจำนวนคันได้” สะท้อนการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษ
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมประมง นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมการผลิต กุ้งก้ามกรามคุณภาพมาตรฐานสากล ครบทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อให้ได้วัตถุดิบหลักของเมนูยอดฮิตที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี ฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามของเกษตรกร นายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย จังหวัดราชบุรี และโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ บริษัทมารีนโกลด์ โปรดักส์ จำกัด จังหวัดสมุทรสาคร นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “กุ้งก้ามกราม” สัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย สามารถสร้างอาชีพให้เกษตรกรได้เป็นอย่างดี ซึ่งกุ้งก้ามกราม มีบทบาทในครัวไทยและครัวโลก สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมนูต้มยำกุ้ง เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั่วโลก ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นอาหารที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย จนกระทั่งองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization : UNESCO) ได้ขึ้นท
ใครจะคิดว่าภาคอีสานจะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามได้! จุดเริ่มต้นมาจากการไปดูงานในภาคกลางเมื่อหลายปีก่อน กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกษตรกรหญิงคนหนึ่ง กลับมาพลิกพื้นที่บ้านเกิด ทดลองเลี้ยงกุ้งน้ำจืดจนประสบความสำเร็จ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว คุณพัชราวลัย ไร่ไสว เกษตรกรจังหวัดกาฬสินธุ์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเธอมีอาชีพทางการเกษตรเกี่ยวกับการทำนา แต่เมื่อทำมาเรื่อยๆ ในแต่ละรอบปี ผลผลิตที่ได้ในแต่ละครั้ง จำหน่ายได้ราคาไม่ดีเท่าที่ควร จึงได้เกิดแนวความคิดที่อยากจะปรับเปลี่ยนทำการเกษตรทางด้านอื่น เพื่อให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าการทำนา “ช่วงนั้น ประมาณปี 40 ได้มีโอกาสไปทางภาคกลาง ไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เราเห็นแล้วก็เกิดแนวความคิดที่อยากจะทำ จึงได้นำความรู้ที่ไปศึกษามาลองนำมาปรับใช้กับพื้นที่ที่นาของเราดู เพราะพื้นที่โซนอีสานเราก็กลัวว่าจะเลี้ยงไม่ได้เหมือนภาคกลาง แต่โชคดีที่พื้นที่นามีน้ำดี การชลประทานใช้ได้ ก็เลยเบาใจในเรื่องนี้ได้ ก็ทำให้สามารถเลี้ยงได้ ก็จึงค่อยๆ เริ่มเลี้ยงจากทีละบ่อสองบ่อ พอได้กำไรก็ขยับขยายมาเรื่อยๆ ตอนนี้ก็เลยเปลี่ยนจากพื้นที่นาทั้งหมดมาเลี้ยงกุ้งก้ามกรามหมดเลย”
จีนไฟเขียว เปิดตลาดกุ้งก้ามกรามไทย ‘ธรรมนัส’ จี้ยกชั้นมาตรฐานสินค้าเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร เพิ่มศักยภาพการผลิตกุ้งก้ามกรามให้ได้ 55,000 ตัน วันที่ 2 ก.ย.2567 นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย เนื่องจากได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จนปี 2566 ไทยมีผลผลิตกุ้งก้ามกรามทั้งหมด 46,585 ตัน จากฟาร์มเพาะเลี้ยง 12,127 ฟาร์ม คิดเป็นมูลค่ากว่า 8,659 ล้านบาท และส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งก้ามกรามจำนวน 4,711 ตัน มูลค่าการส่งออกกว่า 568 ล้านบาท สำหรับตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ เมียนมา สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาเลเซีย รวมถึงสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นหนึ่งตลาดหลักที่มีมูลค่าการส่งออกสูง และยังคงมีแนวโน้มความต้องการสินค้ากุ้งก้ามกรามจากไทยเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต กรมประมง ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเพื่อการส่งออกกุ้งก้ามกรามมีชีวิต ตามนโยบาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการยกระดับสินค้าเกษตรสู่การเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าหมายเ
กุ้งแม่น้ำ หรือ กุ้งหลวง เป็นชื่อเรียก กุ้งก้ามกรามตัวผู้ มีลักษณะตัวใหญ่ เนื้อแน่น มันเยอะ มีก้ามแข็ง และยาว ราคาขายค่อนข้างสูง กุ้งเผาเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายคน และมีจำหน่ายอยู่แทบทั่วประเทศ โดยเฉพาะแหล่งเลี้ยงที่สำคัญตามลุ่มแม่น้ำต่างๆ เช่น แถวอยุธยา ปทุมธานี สิงห์บุรี นนทบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรสงคราม แถบลุ่มแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำแม่กลองก็มีให้ร้านกุ้งแม่น้ำเลือกกินอยู่หลายร้านด้วยเช่นกัน แต่ละร้านจะมีกุ้งแม่น้ำให้ลูกค้าเลือกตั้งแต่ประมาณ 10 กว่าตัวต่อกิโลกรัม ไปจน 2 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาขายจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับพื้นที่และราคารับซื้อ มีตั้งแต่ 200 กว่าบาทไปจนถึงโลละพัน สองพัน แม้ว่าจะเป็นอาหารที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยคอเลสเตอรอล แต่เชื่อว่าใครได้เห็นกุ้งแม่น้ำตัวอวบๆ แถมเนื้อหวานสดแน่น มันเยิ้ม แล้วคงอดใจลำบาก สำหรับเคล็ดลับการเลือกกุ้งแม่น้ำเผาให้อร่อยนั้น เวลาเผาต้องจะต้องเผาแบบสุกกำลังดี ไม่ควรเผากุ้งนานเกินไป เพราะเนื้อกุ้งจะกระด้างและเหนียวกินไม่อร่อย อีกทั้งกุ้งแม่น้ำที่นำมาเผาก็ต้องเป็นกุ้งแม่น้ำสดๆ ถ้าเป็นกุ้งสดสังเกตได้เลยว่าเวลาเผา เนื้อกุ้งจะฟูขึ้นมาน่ากิน ส่วนการเลือกกุ้งแม่น้ำท
กว่า 40 ปีที่ผ่านมา กระผมขอเล่าเรื่องสู่กันฟังว่า จากเด็กน้อยที่เกิดและเติบโตในชนบท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน “จังหวัดกาฬสินธุ์” หรือ เมืองดินดำน้ำชุ่ม ที่มีแหล่งน้ำ แหล่งอาหารที่สำคัญของจังหวัด และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือ เขื่อนลำปาว เขื่อนดินเพื่อการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามความรู้สึกของกระผม เขื่อนแห่งนี้อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ก่อนพื้นเพเดิมของคนท้องถิ่นอีสานบ้านเราจะมีอาชีพทำนา โดยเฉพาะข้าวเหนียว เป็นอาชีพหลัก แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป การพัฒนาด้านการเกษตรและการนำองค์ความรู้ ภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาแต่โบราณที่เป็นองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ระหว่างเกษตรกรสู่เกษตรกร ซึ่งเป็นครูที่สำคัญของชุมชน ผู้นำชุมชนที่นำพานำทางความคิดที่สำคัญมาสู่ชุมชนหรือหมู่บ้านอย่างยั่งยืน บ้านตูม หมู่ที่ 4 ตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ โดย กำนันสัมฤทธิ์ ภูโอบ และ พ่อใหญ่แย้ม สุธรรมา คนเก่าแก่ของหมู่บ้านในสมัยนั้น ได้นำ “กุ้งก้ามกราม” หรือ กุ้งนาง มาเลี้ยงเป็นเจ้าแรกในหมู่บ้าน ซึ่งขณะนั้นกระผมอายุประมาณ 12 ปี จนเป็นจุดเริ่มต้
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงอย่างยิ่ง ผ่าน 2 เรื่องราวของ 2 สาว ทั้งน้องพอลล่าและน้องปุ้ย มีเสียงตอบรับมาแบบดีมากๆ ทำให้ผมชื่นใจว่ายังมีคนอ่านอีกมากมายที่ยังติดตามกันอยู่เสมอ ขอขอบคุณครับ วันนี้มีเรื่องเล่าอีกหนึ่งเรื่อง ในทิศทางของคนเลี้ยงกุ้ง มาดูว่าทิศทางของภาครัฐและเกษตรกรจะไปด้วยกันได้ไหม ในทิศทางใด บทเพลงสาวสวนแตง บอกกล่าวเล่าเรื่องราวของสาวน้อยนางหนึ่ง ที่มีโอกาสขึ้นประกวดบนเวทีแล้วได้รางวัล ถูกแมวมองดึงไปเป็นดารามีชื่อเสียงโด่งดังจนลืมไอ้หนุ่มสวนแตงที่รอคอยอยู่ สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวตนก็คือ ความเป็นสาวสวนแตงแห่งเมืองสุพรรณบุรี เมื่อมีการเปิดออกอากาศในสมัยนั้น ผู้คนก็ล้วนปักใจเชื่อว่า หากจะกินแตงก็ต้องเมืองสุพรรณบุรีเท่านั้น และยังมีบทเพลงเกี่ยวกับสวนแตงตามมาอีกหลายเพลง ซึ่งแน่นอน บรรยากาศในเพลงส่วนมากก็เป็นสุพรรณบุรีทั้งนั้น ยังมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเมืองสุพรรณบุรี ทั้งในเรื่องราวของการกระทำยุทธหัตถี ระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า ซึ่งเป็นตราประจำเมืองจนถึงทุกวันนี้ ในฐานะเมืองอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญ หรือหากเป็นวรรณคดีขุนช้าง-ขุนแผน ถามว่าใครไ
เป็นที่ทราบกันดีว่า กาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดในภาคอีสานที่มีการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมากที่สุด มีเกษตรกรเลี้ยงประมาณ 1,000 กว่าราย พื้นที่เกือบ 10,000 ไร่ จำนวน 5,000 กว่าบ่อ โดยเลี้ยงกันมากใน 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอยางตลาด และอำเภอห้วยเม็ก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อาศัยน้ำจากเขื่อนลำปาว คุณพนิดา ภูทองหล่อ ก็เป็นเกษตรกรรายหนึ่งของตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด ซึ่งยึดอาชีพเลี้ยงกุ้งมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยเลี้ยงกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ ซึ่งคุณพนิดามาสานอาชีพนี้ต่อ และยังได้รับเลือกเป็นเกษตรกรต้นแบบการเลี้ยงสัตว์น้ำ ปี 2561 โครงการ Smart Farmer จังหวัดกาฬสินธุ์ ของกรมประมง สานอาชีพต่อจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ ตัวคุณพนิดาเองนั้น หลังจบ ม.6 ก็ไปทำงานในโรงงานที่กรุงเทพฯ กระทั่งพ่อแม่เสียชีวิตจึงกลับมาบ้านเกิด เริ่มเลี้ยงกุ้ง เมื่อปี 2545 ในพื้นที่ 9 ไร่ จำนวน 2 แปลง และเช่าพี่สาวทำนากุ้งอีก 5 ไร่ ซึ่งแต่ละปีคุณพนิดาสามารถเลี้ยงกุ้งได้ 2 รอบ รอบละ 5 เดือน หักลบค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว รอบหนึ่งๆ มีกำไรหลายหมื่นบาท ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น พูดได้ว่าเข้าขั้นเศรษฐินีเลยก็ว่าได้ ในการเลี้ยงกุ้งเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีแ
กุ้งก้ามกราม นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างอาชีพที่ดีอีกชนิดหนึ่ง ด้วยรสชาติอร่อย และราคาดีสม่ำเสมอ ข้อมูลจากกองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมประมง ระบุว่า การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สามารถทำได้ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม หากใครต้องการทำเป็นอาชีพ แต่ไม่เคยทำมาก่อนเลย แนะนำให้ทดลองเลี้ยงในปริมาณน้อยๆ ไปก่อน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนที่จะทดลองเลี้ยง ควรหาตลาดไว้ก่อน ว่าถ้าเลี้ยงแล้วจะไปขายใคร ขายที่ไหน ขายอย่างไร เช่น ส่งแม่ค้าในตลาด มีแผงค้าเอง หรือจะเจาะกลุ่มลูกค้าแบบใด สำหรับผู้ที่ต้องการทดลองเลี้ยง แนะนำในพื้นที่เล็กๆ ก่อน สักประมาณครึ่งไร่ หรือ 200 ตารางวา ด้วยลูกพันธุ์ จำนวน 2-3 หมื่นตัว เลี้ยงไป 8-10 เดือน ก็จับขายได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ ใช้เงินลงทุนราว 3-5 หมื่นบาท โดยซึ่งสมมติว่าคิดจากราคาขาย ต่อกิโลกรัม ประมาณ 200 บาท จะมีรายได้อยู่ที่ราว 200,000 บาท เลยทีเดียว ใครที่สนใจการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สามารถปรึกษาหาข้อมูลได้ที่ ศูนย์วิจัยประมงน้ำจืดทุกจังหวัด หรือที่กรมประมง บางเขน กรุงเทพฯ รายละเอียดสำหรับ การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม จากเอกสารกรมประมง กุ้งชนิดนี้ มีชื่อท้องถิ่นซึ่งเป็นที่รู้จักต่างๆ กัน
