ชมพู่เพชรสายรุ้ง
เป็นที่ทราบกันดีว่า “ชมพู่เพชรสายรุ้ง” เป็นผลไม้ชั้นดีและเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดเพชรบุรี รสชาติของชมพู่เพชรสายรุ้งจะมีความหวาน กรอบ ผิวมีสีแดงปนเขียวขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากอุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส ชมพู่จะมีสีชมพูไปถึงแดงได้ แต่หากอุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส ชมพู่จะมีสีชมพูปนเขียว แต่เรื่องความหวานไม่เป็นปัญหา ถือเป็นที่สุดอีกสายพันธุ์หนึ่ง และมีราคาจำหน่ายที่ดีมาตลอด ชาวสวนบอกว่าราคาจำหน่าย กิโลกรัมละ 300 บาท มาตั้งแต่ ปี’50 ถือได้ว่าชมพู่เพชรสายรุ้งได้กลายเป็นไม้ผลเศรษฐกิจทำเงินของเพชรบุรี และทำให้เกษตรกรเมืองเพชรกลายเป็นเศรษฐีมาหลายรายแล้ว คุณประมวล ธาตุทอง (คุณเก) อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าแร้ง อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรีเกษตรกรผู้ปลูกชมพู่เพชรสายรุ้ง สืบทอดอาชีพมาจากบรรพบุรุษตั้งแต่รุ่นปู่ คุณเก เล่าว่า ตนเองเรียนจบปริญญาตรี สาขาสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร แต่จบมาแล้วไม่ได้ทำงานตามสายที่เรียนมา มุ่งสานต่ออาชีพเป็นเกษตรกรปลูกชมพู่เพชรสายรุ้งที่สืบทอดกันมาของที่บ้านเลย โดยชมพู่ต้นแรกของที่บ้านปลูกมาถึงปัจจุบันมีอายุกว่า 58 ปี สามารถทำเงินได้ดีม
เป็นที่ทราบกันดีว่า “ชมพู่เพชรสายรุ้ง” เป็นผลไม้ชั้นดีและเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดเพชรบุรี รสชาติของชมพู่เพชรสายรุ้งจะมีความหวาน กรอบ ผิวมีสีแดงปนเขียวขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากอุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส ชมพู่จะมีสีชมพูไปถึงแดงได้ แต่หากอุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส ชมพู่จะมีสีชมพูปนเขียว แต่เรื่องความหวานไม่เป็นปัญหา ถือเป็นที่สุดอีกสายพันธุ์หนึ่ง และมีราคาจำหน่ายที่ดีมาตลอด ชาวสวนบอกว่าราคาจำหน่าย กิโลกรัมละ 300 บาท มาตั้งแต่ ปี’50 ถือได้ว่าชมพู่เพชรสายรุ้งได้กลายเป็นไม้ผลเศรษฐกิจทำเงินของเพชรบุรี และทำให้เกษตรกรเมืองเพชรกลายเป็นเศรษฐีมาหลายรายแล้ว คุณประมวล ธาตุทอง (คุณเก) อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าแร้ง อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เกษตรกรผู้ปลูกชมพู่เพชรสายรุ้ง สืบทอดอาชีพมาจากบรรพบุรุษตั้งแต่รุ่นปู่ คุณเก เล่าว่า ตนเรียนจบปริญญาตรี สาขาสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร แต่จบมาแล้วไม่ได้ทำงานตามสายที่เรียนมา มุ่งสานต่ออาชีพเป็นเกษตรกรปลูกชมพู่เพชรสายรุ้งที่สืบทอดกันมาของที่บ้านเลย โดยชมพู่ต้นแรกของที่บ้านปลูกมาถึงปัจจุบันมีอายุกว่า 58 ปี สามารถทำเงินได้ดีมาต
“ชมพู่เพชรสายรุ้ง” ผลไม้เด่น ของดีเมืองเพชรบุรี ปลูกและเติบโตได้ดีบริเวณแม่น้ำเพชรบุรี ผลชมพู่มีสีสวย รสชาติอร่อย หวานจัดจ้าน ถูกอกถูกใจของคนชอบกินผลไม้ยิ่งนัก ปัจจุบัน กล่าวได้ว่า “เพชรสายรุ้ง” เป็นชมพู่ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก เพราะมีราคาขายหน้าสวนสูงถึงกิโลกรัมละ 300 บาท กว่าจะไปถึงมือผู้บริโภค ราคาก็ขยับสูง 400-500 บาท กันทีเดียว แม้จะมีราคาแพงสักหน่อย แต่ผู้บริโภคจำนวนมากก็นิยมซื้อชมพู่เพชรสายรุ้ง เพื่อเป็นของขวัญของฝากผู้ใหญ่ที่นับถือ และเป็นสินค้าส่งออกที่มีลู่ทางเติบโตสดใส จุดเริ่มต้นความอร่อย เรื่องราวที่เล่าขานเกี่ยวกับความเป็นมาของชมพู่เพชรสายรุ้งโดยทั่วไป มี 2 ตำนาน เรื่องแรก เล่ากันว่า พระครูญาณวิมล (หลวงพ่อพ่วง) เจ้าอาวาสองค์ที่ 2 ของวัดศาลาเขื่อน เป็นคนแรกที่นำชมพู่เพชรสายรุ้ง มาปลูกหน้าวัดศาลาเขื่อน ตำบลตำหรุ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ในปี 2378 โดยได้รับพระราชทานต้นชมพู่ จำนวน 1 ต้น จากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชมพู่ที่ปลูกให้ผลผลิตที่มีรสชาติหวาน กรอบ อร่อย ทำให้ผู้คนที่ได้ชิมรู้สึกติดใจ และมาขอตอนกิ่งต้นชมพู่เป็นจำนวนมาก ต่อมาชมพู่ต้นนี้ได้ตายลง เมื่อ ปี 2
“ชมพู่เพชรสายรุ้ง” ผลไม้เด่น ของดีเมืองเพชรบุรี ปลูกและเติบโตได้ดีบริเวณแม่น้ำเพชรบุรี ผลชมพู่มีสีสวย รสชาติอร่อย หวานจัดจ้าน ถูกอกถูกใจของคนชอบกินผลไม้ยิ่งนัก ปัจจุบัน กล่าวได้ว่า “เพชรสายรุ้ง” เป็นชมพู่ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก เพราะมีราคาขายหน้าสวนสูงถึง ก.ก. ละ 300 บาท กว่าจะไปถึงมือผู้บริโภค ราคาก็ขยับสูง 400-500 บาท กันทีเดียว แม้จะมีราคาแพงสักหน่อย แต่ผู้บริโภคจำนวนมากก็นิยมซื้อชมพู่เพชรสายรุ้ง เพื่อเป็นของขวัญของฝากผู้ใหญ่ที่นับถือ และเป็นสินค้าส่งออกที่มีลู่ทางเติบโตสดใส จุดเริ่มต้นความอร่อย เรื่องราวที่เล่าขานเกี่ยวกับความเป็นมาของชมพู่เพชรสายรุ้งโดยทั่วไป มี 2 ตำนานแรก เรื่องแรก เล่ากันว่า พระครูญาณวิมล (หลวงพ่อพ่วง) เจ้าอาวาส องค์ที่ 2 ของวัดศาลาเขื่อนเป็นคนแรกที่นำชมพู่เพชรสายรุ้ง มาปลูกหน้าวัดศาลาเขื่อน ต.ตำหรุ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ในปี 2378 โดยได้รับพระราชทานต้นชมพู่ จำนวน 1 ต้น จากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชมพู่ที่ปลูกให้ผลผลิตที่มีรสชาติหวาน กรอบ อร่อย ทำให้ผู้คนที่ได้ชิมรู้สึกติดใจ และมาขอตอนกิ่งต้นชมพู่เป็นจำนวนมาก ต่อมาชมพู่ต้นนี้ได้ตายลง เมื่อปี 2530 รวมอายุ
อีกหนึ่งของดีที่ไปเยือนจังหวัดเพชรบุรีคือ “ชมพู่เพชรสายรุ้ง” โดย สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี เขียนไว้ในหนังสือ “ชมพู่เพชรสายรุ้ง” ว่า ชมพู่เพชรสายรุ้ง เป็นไม้ผลที่ปลูกในจังหวัดเพชรบุรีเมื่อประมาณ 176 ปีที่แล้ว เดิมมีชื่อเรียกหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ชมพู่เขียวเสวย ชมพู่สายน้ำผึ้ง ซึ่งในปัจจุบัน เรียกว่า “ชมพู่เพชรสายรุ้ง” เพื่อเจาะจงลงไปว่าเป็นพันธุ์ใหม่ ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าอันไหนคือชมพู่เพชรแท้ๆ หากลองเสิร์ชข้อมูลในกูเกิลว่า “ชมพู่เมืองเพชร” รายชื่อสวนอันดับเเรกที่ปรากฏคือ “สวนชมพู่ลุงเทิ้น”ตั้งอยู่ที่ ตำบลหนองโสน อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี อีกหนึ่งสวนชมพู่ที่เป็นที่รู้จัก เเละได้รับความนิยม เรณู ผิวขำ หรือพี่น้ำ ลูกสาว “ลุงเทิ้น” อาสาเป็นคนพาชมสวนชมพู่ที่มีอายุเท่าตนเองก็ว่าได้ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น พื้นที่กว่า 2 ไร่ ต้นชมพู่อายุนับ 40 ปี ขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยนั่งร้านทำจากไม้ไผ่ เพื่อให้คนงานปีนขึ้นไปห่อชมพู่ เก็บผลผลิต เเละในบางครั้ง พี่น้ำเล่าด้วยน้ำเสียงขบขันว่า “ลูกค้าก็มีปีนขึ้นไปถ่ายภาพ” เรณู ผิวขำ “พี่น้ำ” เล่าย้อนกลับไปกว่า 40 ปีที่เเล้ว “ลุงเทิ้น” เดิมมีอาชีพทำนา
