นวัตกรรมการเกษตร
การพ่นและการล้างสารเคมีพรางแสงบนหลังคาเรือนกระจกซ้ำไปซ้ำมาเพื่อรับมือกับสภาพแดดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กำลังกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ในระบบการจัดการของฟาร์มเกษตรเชิงพาณิชย์ แฟรงก์ จิเกลีย (Frank Giglia) เจ้าของบริษัท Signature Supplies ชี้ว่า การบริหารจัดการรังสีดวงอาทิตย์ด้วยการใช้ “ตาข่ายพรางแสง” (Shade Netting) ถือเป็นทางออกที่ให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอและยั่งยืนกว่า “การบดบังแดดแล้วเปิดรับแดดสลับไปมา ไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุดในการรักษาความแข็งแรงของพืช” แฟรงก์ กล่าว “สิ่งที่ดีที่สุดคือการให้พืชได้รับความเข้มของแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเลียนแบบลักษณะการส่องผ่านของแสงตามธรรมชาติ” หลักการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มแสง การกระจายแสงสู่ทรงพุ่ม และภาวะความเครียดของพืช (Plant Stress) แทนที่จะมองว่าการพรางแสงเป็นเพียงการลดเปอร์เซ็นต์ของรังสีความร้อนที่ตกกระทบ การเลือกใช้ ม่านสะท้อนความร้อน (Reflective Screens) จะช่วยปรับทิศทางและกระจายแสงให้ลงลึกและทั่วถึงทุกส่วนของทรงพุ่มภายในแปลงปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แฟรงก์ จิเกลีย ยกตัวอย่างนวัตกรรมอย่าง Aluminet® เพื่อชี้ให้เห็น
“ท่ามกลางภาวะต้นทุนปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่ยังคงผันผวน เกษตรกรและผู้เลี้ยงสัตว์ในสหราชอาณาจักรต่างเริ่มมองหาทางรอดใหม่ๆ เพื่อตัดลดภาระค่าใช้จ่ายหลัก แต่เครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการลดค่าใช้จ่ายรายเดือนของคุณ อาจไม่ได้อยู่ในแปลงปลูกหรือกองวัตถุดิบอาหารสัตว์…แต่มันกลับเป็นพื้นที่บน ‘หลังคา’ ของคุณเอง เพราะหลังคาอาคารในฟาร์ม โรงเก็บเมล็ดพืช และโรงเรือนห้องเย็น ถือเป็นพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ในขณะที่ธุรกิจเชิงพาณิชย์สมัยใหม่ต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่ในราคาสูงลิบ หรือต้องทุ่มงบเสริมความแข็งแรงให้หลังคาเก่าในเมือง เกษตรกรกลับครอบครองพื้นที่หลังคาขนาดใหญ่ โล่งกว้าง และไร้สิ่งกีดขวาง ซึ่งทำมุมรับพลังงานฟรีจากแสงอาทิตย์ได้อย่างลงตัว การเปลี่ยนพื้นที่หลังคาไร้ประโยชน์ให้กลายเป็น ‘โรงไฟฟ้า’ จึงช่วยให้เกษตรกรในสหราชอาณาจักรสามารถกู้อธิปไตยทางพลังงานกลับมาอยู่ในมือ สร้างเกราะป้องกันธุรกิจจากความผันผวนของราคาไฟฟ้าในระบบ และยังเป็นการสร้างแหล่งรายได้เสริมที่มั่นคงอีกทางหนึ่ง” ทำไมหลังคาฟาร์มถึงตอบโจทย์การทำ “โซลาร์เซลล์” ได้สมบูรณ์แบบที่สุด ต่างจากก
ทุกวันนี้ การทำเกษตรไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องผลผลิต แต่ยังต้องรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และตลาดที่หมุนเร็วกว่าเดิม คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “มีเทคโนโลยีใหม่อะไรบ้าง” แต่คือ “เทคโนโลยีแบบไหนที่ช่วยให้เกษตรกรใช้ได้จริง” เพราะเทคโนโลยีที่ดี อาจไม่จำเป็นต้องซับซ้อนที่สุด แต่ต้องเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้ชุมชนสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเอง นี่คือแนวคิดที่ถ่ายทอดผ่าน Together for Thais The Series ซีรีส์ที่พาไปสำรวจเรื่องราวการพัฒนาชุมชนไทย ผ่านการผสาน “เทคโนโลยี + นวัตกรรม + องค์ความรู้” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ตลอดทั้ง 8 ตอน จะได้เห็นตัวอย่างนวัตกรรมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาในชุมชนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สิ่งที่น่าสนใจคือ นวัตกรรมเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำเข้าไปเพียงเพื่อทดลองใช้ แต่เกิดจากการทำความเข้าใจปัญหาของแต่ละพื้นที่ แล้วเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน เพราะการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ได้เริ่มจากเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด แต่เริ่มจากการเข้าใจผู้คน อีกห
นวัตกรรมนี้ช่วยลดปัญหาหมอกควันในพื้นที่เกษตรของไทย เพราะเกษตรกรไม่ต้องเผากำจัดเศษวัสดุในพื้นที่ ลดปัญหาด้านสุขภาพอันเนื่องมาจาก PM 2.5 ลดการนำเข้าถ่านกัมมันต์จากต่างประเทศ โดยการใช้ถ่านที่ผลิตได้ทดแทน เครื่องผลิตถ่านกัมมันต์ ประกอบด้วย 5 ส่วนหลักๆ คือ เตาปฏิกรณ์ ฮีตเตอร์ หม้อไอน้ำ มอเตอร์ และตู้ควบคุม โดยส่วนของตัวเตาปฏิกรณ์ใช้สำหรับบรรจุถ่านชีวภาพที่ได้จากกระบวนการไพโรไลซิส และมีฮีตเตอร์ฝังอยู่ด้านบนตัวเตาพร้อมหุ้มด้วยผนังที่มีฉนวนป้องกันการสูญเสียความร้อนภายในเตา โดยมีมอเตอร์เป็นต้นกำลังที่ใช้สำหรับหมุนเตาปฏิกรณ์ ส่วนหม้อไอน้ำ ทำหน้าที่ผลิตไอน้ำเพื่อป้อนให้กับกระบวนการกระตุ้นในการผลิตถ่านกัมมันต์ โดยมีตู้ควบคุมสำหรับควบคุมอุณหภูมิ อัตราการป้อนไอน้ำ และเวลาในการทำปฏิกิริยา อยู่ด้านล่างของเตาปฏิกรณ์ เกษตรกรและนักลงทุนเกิดแรงจูงใจในการทำเกษตรและอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ในสภาวะที่ราคาปาล์มน้ำมันราคาตกต่ำ เนื่องจากของเสียในการทำปาล์มน้ำมันสามารถก่อให้เกิดรายได้เพิ่มเติมได้ ประโยชน์ของการใช้นวัตกรรม สามารถกำจัดวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตน้ำมันชีวภาพ คือ กากทางและทะลายปาล์มน้ำมันได้ 100% เพ
HERBIE ต้นไม้ autonomous ต้นแรกของโลก กำลังจะมาเยือนเมืองไทย! น้อง HERBIE ต้นไม้ที่เคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเองเมื่อต้องการน้ำและแสง สามารถโต้ตอบกับคนรอบข้าง และในงานสถาปนิก’69 ครั้งนี้ HERBIE จะสื่อสารกับเราเป็นภาษาไทยด้วย มาทักทาย HERBIE และพูดคุยกับผู้สร้าง Cecilia MoSze Tham และ Mark Bünger จาก Futurity Systems ได้ในกิจกรรม HERBIE the Autonomous Plant Meet & Greet with Cecilia MoSze Tham and Mark Bünger 📅 2 พฤษภาคม 2569 | 12.00–13.00 น.📍 เวทีกลาง (Center Stage Forum) และพื้นที่นิทรรศการหลัก ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรเข้ามามีบทบาท และเป็นตัวช่วยที่ดีให้กับชาวสวนได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ควบคุมคุณภาพ หรือแม้กระทั่งการพยากรณ์อากาศได้ล่วงหน้า เพื่อให้เกษตรกรได้เตรียมตัวรับมือได้อย่างทันท่วงที ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ทางทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านได้ลงพื้นที่ไปที่จังหวัดจันทบุรี เดินทางไปที่สวนจันทร์เรือง ปลูกทุเรียน-มังคุดเป็นหลัก พื้นที่รวมกว่า 50 ไร่ และนอกจากนี้ ยังใช้พื้นที่ว่างภายในสวนเล็กๆ น้อยๆ ปลูกพืชผักอีกหลายชนิดสร้างรายได้เสริม โดยจุดประสงค์ที่พวกเราไปวันนั้นก็เพื่อถ่ายทำคลิปวิดีโอการเลี้ยงผำระบบปิดแนวตั้ง ซึ่งเมื่อคลิปวิดีโอได้เผยแพร่ออกไปก็ได้ยอดวิวกว่า 2.5 ล้านวิว เป็นที่มาของการคิดต่อยอดคอนเทนต์เรื่องของการใช้พลังงานทดแทนภายในสวนจันทร์เรืองมาฝากทุกคน เพื่อเป็นไอเดียการทำเกษตรแบบใหม่ หรือสมาร์ทฟาร์มเมอร์ คุณณัฐ-ณัฐวุฒิ จันทร์เรือง เจ้าของสวนจันทร์เรือง อดีตวิศวกรเคมี ผันตัวเป็นเกษตรกร ใช้วิชาความรู้จากที่ได้ศึกษาเล่าเรียน และทำงานประจำมากว่า 10 ปี มาพัฒนาสวนด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมการเกษตรหลากหลายรูปแบบด้วยกัน โดยหลักๆ ที่สวนม
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ยกทัพนวัตกรรมและโซลูชันเกษตรอัจฉริยะเข้าร่วมงาน “เกษตรล้ำอนาคต” ครั้งที่ 1 ณ ลานอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยนำเสนอเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าผลผลิต และเสริมความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรในพื้นที่อย่างยั่งยืน เปิดโอกาสให้เกษตรกรและประชาชนได้สัมผัสนวัตกรรมแห่งอนาคตอย่างใกล้ชิด ภายในงาน เจียไต๋ได้นำเสนอองค์ความรู้และแนวทางการจัดการพืชเศรษฐกิจสำคัญ ครอบคลุมตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยตรากระต่าย ผลิตภัณฑ์อารักขาพืช ไปจนถึงเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำและระบบโรงเรือนอัจฉริยะ พร้อมผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงการเพาะปลูก เพื่อช่วยให้ทำงานได้สะดวก แม่นยำ และเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงและสาธิตเทคโนโลยีการเกษตรจาก XAG Thailand อาทิ โดรนการเกษตร รถ UGV และพวงมาลัยอัจฉริยะ รวมถึงการให้ข้อมูลระบบโรงเรือนจากฟาร์มอินโน (ไทยแลนด์) เพื่อให้เห็นแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในแปลงจริง ขณะเดียวกัน “เจียไต
บริษัท เอสพีเคจี จำกัด (SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภารกิจของ SPKG ไม่ได้มีเพียงการสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพทางด้านเคมีเกษตรเท่านั้น แต่เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมไทย เราเชื่อว่าการพัฒนา ‘เกษตรยั่งยืน’ จะต้องมาควบคู
เมื่อโลกเข้าสู่ยุค AI ส่งผลต่อตำแหน่งงานทั่วโลก หลายสายงานอาชีพต้องปรับตัว เพื่อคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงในยุคที่ AI เข้ามายึดครองพื้นที่ ในภาคเกษตรกรรมก็เช่นกันเพราะ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมวงการเกษตรทั่วโลกอย่างไร้ขีดจำกัด ทั้งในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและตลาด ปัจจุบันเกษตรแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะต้องเผชิญกับหลายปัจจัย เช่น ต้นทุนสูง แรงงานลดลง และสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน นี่คือเหตุผลหลักๆ ที่นวัตกรรมจึงสำคัญต่อภาคการเกษตร ยกตัวอย่างนวัตกรรมสุดล้ำ “ฟาร์มปลูกสตรอเบอร์รีในกรงล้อยักษ์” ที่ฉายภาพให้เห็นว่าเมื่อมีการใช้นวัตกรรม ผสมผสานกับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในภาคเกษตรกรรมแล้วผลลัพธ์ที่ได้น่ามหัศจรรย์ขนาดไหน โดยฟาร์มปลูกสตรอเบอร์รีในกรงล้อยักษ์ เป็นผลงานสุดล้ำจาก ไดสัน ฟาร์มมิง (Dyson Farming) หนึ่งในบริษัทธุรกิจการเกษตรในสหราชอาณาจักร ผู้ริเริ่มทำฟาร์มปลูกสตรอเบอร์รีในกรงล้อยักษ์ มีขนาดน้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม ตั้งอยู่ภายในฟาร์มเรือนกระจกที่มีความยาวกว่า 760 เมตร บนพื้นที่กว่า 26 เอเคอร์ ห
ระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา มีงานพืชสวนก้าวหน้าครั้งที่ 15 (hortex 2018) ณ ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ในงานมีนิทรรศการ การจำหน่ายผลผลิต ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร งานแสดงความก้าวหน้าทางด้านเครื่องจักรกลการเกษตร รวมทั้งงานสัมมนาวิชาการ งานสัมมนาที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ “สวน 100 ไร่ทำได้คนเดียว” วิทยากรประกอบด้วยชาวสวนชั้นนำของจังหวัดจันทบุรีได้แก่ คุณชนันท์ เขียวพันธุ์ คุณสุเทพ นพพันธ์ คุณภานุศักดิ์ สายพานิชและอาจารย์ปราโมช ร่วมสุข ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันทุเรียนไทย และเป็นประธานการจัดงานพืชสวนก้าวหน้า ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานสัมมนาครั้งนี้ งานสัมมาสวน 100 ไร่ทำได้คนเดียว เป็นการพูดถึงทุเรียน เนื่องจากที่ผ่านมา ทุเรียนราคาดี คนหันมาปลูกกันมาก คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาว่า เนื่องจากทุเรียนราคาดี เกษตรกรส่วนหนึ่งที่ก้าวหน้ามากๆ ไม่ได้พูดถึงเงินล้าน แต่พูดถึงรายได้จากการทำสวนระดับ 10 ล้านกันแล้ว หัวข้อสัมมนา “สวน 100 ไร่ทำได้คนเดียว” ไม่ได้หมายความว่า สวนที่มีอยู่จำนวนมาก มีคนเก่งทำสวน 100 ไร่ได้เพียงคนเดียว แต่หัว
