บอน
แกงบอน แกงโบราณที่คนเมืองยุคปัจจุบันน้อยคนนักที่จะรู้จักและเคยลิ้มลอง เว้นแต่คนยุคใหม่ที่ยังคงอยู่อาศัยในพื้นที่ชนบทที่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมในพื้นที่ชุ่มน้ำหรืออยู่ริม หนอง คลอง บึง ที่มีต้นบอนขึ้นอยู่เป็นกอๆ ซึ่งคนไทยในพื้นที่ชนบทรู้จักนำต้นบอนมาทำอาหารกินกันมานานแล้ว ด้วยการนำมาทำแกง ซึ่งมีทั้งที่เป็นแกงส้ม แกงคั่ว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผู้แกงที่จะลงมือทำว่าจะทำแกงอะไรดี แต่แกงและกินแล้วเป็นต้องถามถึงในเวลาต่อมา ไปเที่ยวอุทัยธานีครั้งนี้และพักที่ “บ้านไร่วรัญญ์รัช” อำเภอห้วยทัพทัน เป็นบูติกรีสอร์ตที่เน้นความเป็นพื้นบ้านชนบท ทำแกงคั่วบอนเป็นอาหารมื้อเย็น เลยนำมาฝากให้กับแฟนนานุแฟนครัวชาวบ้าน เผื่อว่าอยากจะลองทำกินกัน บอน ชื่อ วิทยาศาสตร์ Colocasia (Elephant ear) จากเว็บไซต์ Medthai กล่าวถึงคุณลักษณะและสรรพคุณของบอนไว้อย่างน่าสนใจ ลักษณะทั่วไปเป็นพืชอวบน้ำล้มลุกอยู่รวมกันเป็นกอ ขนาดกลาง ลำต้นมีไหลออกเป็นกระจุกด้านล่าง มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 2.5-3 เซนติเมตร ใบเดี่ยวขนาดกว้างประมาณ 15-35 เซนติเมตร ยาว 20-50 เซนติเมตร แผ่ไปรอบๆ กอ ก้านใบยาว 30-90 เซนติเมตร มีเนื้อเยื่อ ก้านใบด้านบนเป
เมื่อสองถึงสามปีที่ผ่านมา มีข่าวว่าผู้หญิงคนหนึ่งสั่งแกงส้มปลาใส่อ้อดิบกับไก่ต้มขมิ้นมากิน เพียงแค่กินคำแรกก็ได้เรื่อง หลังจากเคี้ยวกินมีความรู้สึกแปลกๆ ในปาก แสบเริ่มชา ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนในปากแล้ว ลามถึงในลำคอ จนต้องนำส่งโรงพยาบาล หลังจากสืบสาวก็ได้ความว่า แม่ค้าร้านแกงไม่รู้จักหรือแยกไม่ออกระหว่าง “อ้อดิบ” กับ “บอน” ซึ่งพืชจำพวกบอนเป็นพืชพิษ ถ้าจะนำมาปรุงอาหารต้องมีความรู้และประสบการณ์อย่างดี ไม่เช่นนั้นจะเกิดอันตรายได้ง่าย พืชตระกูลบอนอยู่ในวงศ์ Araceae จัดเป็นพืชท้องถิ่นที่พบได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย แบ่งออกเป็นชนิดที่รับประทานได้ กับไม่ได้ ชนิดที่รับประทานได้ ชื่อวิทยาศาสตร์Colocasia gigantea Hook.f ภาษาท้องถิ่น : ภาคใต้ เรียก โชน ออดิบ ออกดิบ ภาคกลาง เรียก คูน ภาคเหนือ เรียก กระดาดขาว หรือตูน ชนิดรับประทานไม่ได้ ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Alocasia macrorhiza Schott ภาษาท้องถิ่น : ภาคใต้ เรียก โหราหรือเอาะลาย ภาคกลาง เรียก กระดาดดำ ภาคเหนือ เรียก บึมปื้อ สารพิษที่อยู่ในบอนชนิดที่รับประทานไม่ได้มีชื่อว่า Calcium Oxalate ซึ่งเป็นผลึกรูปเข็มไม่ละลายน้ำพบ มากที่ในส่วนน้ำยางใสบริเวณล
ชื่อสามัญ Philodendron Pink Princess ชื่อวิทยาศาสตร์ Philodendron erubescens วงศ์ Araceae ป่าเดียวกัน…ฉบับนี้ขอพลิกโฉมจากไม้ป่าเป็นไม้ประดับแสนสวยดูบ้าง…ถึงแม้ว่าไม้ประดับเหล่านี้ถิ่นกำเนิดไม่ได้อยู่ในไทย แต่ก็ปรับตัวรับแสงแดดในเมืองไทยได้เป็นอย่างดี และก็ปลูกเป็นที่แพร่หลาย จนกลมกลืนไปทั่วผืนป่าแล้ว ต้องขอบคุณสถานการณ์โควิดที่ทำให้คนเห็นคุณค่าของต้นไม้ จนปีนี้เป็นปีทองของไม้ประดับ ไม้ฟอกอากาศ ยิ่งเป็นไม้ด่างด้วยแล้ว กระเป๋าฉีกไปตามๆ กัน เสน่ห์อยู่ที่ใบสีชมพู และสีเขียวเข้มสวยงาม ใบใหม่จะออกมามีสีชมพู แต่เมื่อโตขึ้นใบสีชมพูเหล่านั้นจะค่อยๆ กลายเป็นใบเขียว ใบเขียวจุดชมพู หรือครึ่งเขียวครึ่งชมพูก็เป็นได้ ราคาในตลาดตอนนี้เขานับใบขายกันเลยทีเดียว ถ้ามีชมพูจุดน้อยๆ ก็ไม่แพงนัก แต่ถ้าใบเป็นสีชมพู หรือฮาฟราคาจะสูงทันทีเลย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ฟิโลเดนดรอน พิงค์ปริ๊นเซส เป็นไม้อยู่ในวงศ์บอน Araceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Philodendron erubescens เป็นสายพันธุ์จากป่าฝนเขต
ในบรรดาพืชผักที่คนไทยเราใช้ทำอาหาร มีผักไม่กี่ชนิดที่ระบุว่า มีข้อจำกัดด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม ความนิยม หรือด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัว ที่ทำให้มีข้อจำกัดรัดตัวเองไว้ ในทางหนึ่งด้านอาหารการกิน เชื่อว่าผักบางอย่าง เป็นของแสลงสำหรับร่างกายของคนเรา หรือเป็นของที่ไม่เหมาะไม่ควรกิน บางอย่างไม่เหมาะกับคนในกลุ่มหนึ่ง ในระยะเวลาหนึ่ง เชื่อกันว่า “บอน” เป็นพืชผักชนิดหนึ่งที่มีข้อจำกัด สำหรับผู้คนที่จะนำมากินเป็นอาหารมากข้อทีเดียว คำว่า “บอน” ในที่นี้ขอให้หมายถึงพืชชนิดหนึ่ง อย่าเอาไปเป็นคำต่อว่าต่อขานเพื่อนฝูง หรือใครเขาว่า ปากบอน มือบอน ซึ่งกลายเป็นคำด่าว่ากัน เป็นสำนวนไทยแท้แต่โบราณ ของเรานั่นแหละ คนปากบอน คือคนที่ชอบนำเอาคำพูดหรือเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เปิดเผย เอาไปเผยแพร่ต่อให้ความกลับกลายเป็นความกระจ่าง คนมือบอน คือคนที่ชอบจับโน่นนี่ ทำโน่นนี่ บางอย่างที่ไม่ควรทำก็ทำ บางอย่างไม่ควรแตะจับต้อง ก็จับลูบสัมผัสเล่น ชอบขีดเขียนผนังกำแพงรั้ว ต้นไม้สวนสาธารณะ บอกรักเพื่อนบนผนังห้องส้วม ประเภทที่ว่าเป็นคนมือซน พวกคนมือบอนก็ว่าได้ “บอน” เป็นพืชน้ำล้มลุก ชอบขึ้นตามริมน้ำธรรมชาติ
