ปลาพลวงชมพู
“ปลาพลวงชมพู” หรือ ปลากือเลาะห์ อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาเวียน และปลาพลวงหินปลาน้ำจืดประจำท้องถิ่นจังหวัดยะลาและนราธิวาส พบเห็นในลำคลองธรรมชาติ ที่น้ำค่อนข้างเย็นไหลผ่าน มีปริมาณออกซิเจนสูง เช่น น้ำตก หรือบริเวณต้นแม่น้ำสายหลักในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่ แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำตาปี ไปจนถึงมาเลเซีย จุดเด่น คือ มีเกล็ดสีชมพู เป็นปลาพลวงชนิดเดียวที่สามารถกินได้ทั้งเกล็ดซึ่งมีรสสัมผัสเหมือนเคี้ยวกระดูกอ่อน นำมาทอดเป็นข้าวเกรียบได้ เนื่องจากมีคอลลาเจนสูง เนื้อปลามีลักษณะนุ่มขาวเหมือนสำลี รสชาติหวาน อร่อย ไม่มีกลิ่นคาว แต่เนื่องจากปลาพลวงชมพูวางไข่น้อย เป็นปลาหายากในไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชเสาวณีย์ให้อนุรักษ์ปลาพันธุ์นี้และส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดยะลา กรมประมง จึงได้ศึกษาวิจัยปลาพลวงชมพูมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 จนสามารถเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ได้ และทางกรมประมงได้ผลักดันปลาพลวงชมพูให้เป็นปลาเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาต่อไป คุณนันทภัค โพธิสาร นักวิชาการประมงปฏิบัติการ กลุ่มวิจัยและพัฒน
ม.อ.จับมือ สกว. และกรมประมง พัฒนารูปแบบการเลี้ยงและขยายพันธุ์ปลาพลวงชมพู ราชาแห่งแม่น้ำสายบุรี หวังสร้างอาชีพใหม่ในพื้นที่จังหวัดสามชายแดนใต้ และอนุรักษ์พันธุ์ปลาตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นักวิจัยชี้ราคาแพงสุดในอาเซียน จากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เมื่อคราวเสด็จเยือนราษฎร ณ เขื่อนบางลาง จ.ยะลา ความว่า “ควรอนุรักษ์ปลาพันธุ์นี้ให้คงอยู่ และควรส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร” ทำให้ทีมวิจัย นำโดย ผศ. ดร.ศราวุธ เจ๊ะโส๊ะ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และคณะ ซึ่งมีนักวิจัยจากกรมประมงร่วมอยู่ด้วย คิดพัฒนารูปแบบการเลี้ยงและขยายพันธุ์ปลาพลวงชมพู หรือปลากือเลาะห์ ภายใต้ชื่อ “โครงการวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบการเลี้ยงและการขยายพันธุ์ปลาพลวงชมพู (ปลากือเลาะห์) ราชาแห่งแม่น้ำสายบุรีเพื่อสร้างอาชีพใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้” โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากงานวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และเพื่อให้งานวิจัยดังกล่าวได้รับการเผยแพร่
ปลาพลวงชมพู เป็นปลาน้ำจืดประจำท้องถิ่นจังหวัดยะลา นราธิวาส มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นภาคใต้ว่า ปลากือเลาะห์ หรือ อีแกกือเลาะห์ เป็นปลาที่มีเนื้อรสชาติดี สามารถรับประทานได้ทั้งเกล็ด ในปัจจุบันตลาดการเลี้ยงปลาสวยงามก็กำลังเป็นที่ต้องการอย่างสูง เนื่องจากเป็นปลาที่มีความโดดเด่นในสีของเกล็ดที่มีลักษณะเป็น สีชมพู บริเวณครีบหลังและครีบหางเป็นสีแดง โดยลักษณะนิสัยและความเป็นอยู่ของปลาชนิดนี้ จะเป็นปลาที่ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณแหล่งน้ำที่น้ำไหลผ่าน มีน้ำค่อนข้างเย็น มีปริมาณออกซิเจนสูง เช่น น้ำตก หรือบริเวณต้นแม่น้ำสายหลักในพื้นที่จังหวัดยะลาและนราธิวาส โดยเฉพาะแม่น้ำปัตตานี และป่าฮาลา –บาลา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ปลาพลวงชมพูได้รับการประกาศให้เป็นปลาประจำจังหวัดยะลาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2558 ดร.จูอะดี พงศ์มณีรัตน์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปลาพลวงชมพูเป็นปลาที่อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาเวียน และปลาพลวงหิน เป็นปลาที่รู้จักกันในภาคอื่นเรียกว่า “ปลาเวียน” ซึ่งปัจจุบันปลาชนิดนี้ได้ลดจำนวนลงมากจนถึงใกล้สูญพันธุ์ เพราะที่ผ่านมาไม่สามารถเพาะพันธุ์และเลี้ยงได้ จึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูง ด้
