ปลูกพืชไร้ดิน
เมื่อพูดถึง “สตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่น” หลายคนคงนึกถึงผลสีแดงสด ผิวสวยเป็นเงา กลิ่นหอมเฉพาะตัว และรสชาติหวานฉ่ำ จนกลายเป็นผลไม้พรีเมียมที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วโลก ปัจจุบันสตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์ญี่ปุ่นไม่ได้เป็นเพียงผลไม้ที่ต้องนำเข้าอีกต่อไป เพราะเกษตรกรไทยสามารถนำมาปลูกและพัฒนาคุณภาพผลผลิตได้ใกล้เคียงกับแหล่งกำเนิด ภายใต้การจัดการที่เหมาะสม ทั้งการควบคุมอุณหภูมิ ระบบน้ำ และการดูแลอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ด้วยจุดเด่นด้านรสชาติ ความหอม และรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ทำให้สตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่นกลายเป็นพืชมูลค่าสูงที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ไม่น้อย โดยผลผลิตคุณภาพพรีเมียมสามารถจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละหลักพันบาท เบื้องหลังผลสตรอว์เบอร์รีสีแดงสดที่หลายคนชอบใจนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคช่วย แต่เกิดจากความใส่ใจตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การเตรียมวัสดุปลูก การจัดการน้ำและธาตุอาหาร ไปจนถึงการดูแลสภาพแวดล้อมอย่างละเอียดในทุกวัน คุณบุญเกิด ยิ่งรักชัย ผู้ดูแล Boifarm ฟาร์มสตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่น เล่าถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มแห่งนี้ว่า มาจากมิตรภาพระหว่างเจ้าของฟาร์มคือ คุณบอย-สยุมภู โตวัชรกุล กับเพื่อนช
นักศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร.สุวรรณภูมิ) นำกระบวนการรวมทั้งองค์ความรู้ประสบการณ์จากการเรียนการสอน ในห้องเรียน ประดิษฐ์อุปกรณ์ใช้ในระบบอควาโปนิกส์ ซึ่งเป็นองค์ความรู้หนึ่งในรายวิชาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพทางการประมง การศึกษานับได้ว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ของนักศึกษาในการสร้างความรู้ กระบวนการคิดส่งผลให้นักศึกษาที่เรียนจบไปสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้นำไปพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ หรือประกอบอาชีพอิสระของตนเอง การฝึกทักษะวิชาชีพ รวมทั้งการฝึกประสบการณ์ต่างๆ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการประกอบอาชีพในอนาคตต่อไป ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ผกามาศ ศรีจริยา อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มทร.สุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า อควาโปนิกส์ (Aquaponics) คือ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในระบบหมุนเวียนน้ำ (Recirculating Aquaculture System หรือเรียกย่อๆ ว่า “RAS”) ร่วมกับการปลูกพืชแบบไร้ดิน โดยทั้งสองกิจกรรมนี้จะดำเนินการร่วมกัน (FAO, 2014
